เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1553 วิธีจัดการคนดังในโซเชียลก็คือ เป็นคนดังกว่า!
เฉินชางเคยดูหนังไซไฟมาบ้าง มีนิยายบางเรื่องด้วย
กล่าวกันว่า มนุษย์คือเผ่าพันธุ์ที่ถูกผนึกไว้
บอกว่าความจริงแล้วมนุษย์มีพรสวรรค์ พลังเวท ครอบครองความสามารถมหัศจรรย์ต่างๆ
แต่กลับถูกผนึกไว้ในพันธุกรรม!
ทำให้พลังพิเศษมากมายสำแดงออกมาไม่ได้
ถ้ามองจากตอนนี้ เรื่องขำขันนี้ก็ดูเหมือนจะค่อนข้าง… บังเอิญเข้าเค้าจริงๆ!
อันที่จริงส่วนใหญ่แล้ว โรคภัยจะส่งผลร้ายต่อร่างกายมนุษย์
ยกตัวอย่างเช่น คนอยู่ในกลุ่มอาการกระจกสะท้อนสัมผัส ในชีวิตจะต้องเผชิญความทุกข์ใจและหดหู่ในระดับที่แตกต่างกันไปอยู่เสมอ
ทว่าพอเป็นเจียงหนานคนนี้ กลับกลายเป็นจุดเด่นชั้นยอด
ตัวเธอที่เป็นนักจิตวิทยาได้ครอบครองความสามารถในการรับรู้ถึงความทุกข์ของคนไข้ได้อย่างสมบูรณ์
สิ่งนี้ไม่เพียงทำให้เธอกลายเป็นนักจิตวิทยาที่มี ‘ความอดทนและมุ่งมั่นในการรักษาคนไข้อย่างถึงที่สุด’ เท่านั้น
ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่ให้คำปรึกษาเยียวยาคนอื่นๆ เธอก็ได้บรรเทาความทุกข์ทรมานจาก ‘โรคซินเนสทีเซีย’ ของตัวเองด้วย
เนื่องจาก… ในช่วงที่เยียวยาคนอื่น อันที่จริงก็เป็นการเยียวยาตัวเองด้วย!
ช่วงมื้อเที่ยง เจียงหนานจองร้านอาหารแห่งหนึ่งไว้ เป็นร้านที่มีระดับมาก
ต้องกล่าวเลยว่าตอนนี้เจียงหนานเพิ่งจะอายุสามสิบปี แต่กลับสร้างถิ่นฐานของตนในเมืองหลวงได้แล้ว
อย่างไรเสีย… คนมีเงินก็มีเรื่องกลุ้มมากอยู่แล้ว
มีนักจิตวิทยาที่แก้ไขปัญหากลุ้มใจของคนรวยแบบนี้ เป็นเรื่องที่ดีมาก!
ฉินเยว่ถามด้วยความอยากรู้
“รุ่นพี่เจียง พี่มี… คนรักไหมคะ”
เจียงหนานหน้าแดง
“ฉัน… บางครั้งก็จับความรู้สึกได้ตลอดว่าอีกฝ่ายมีแรงจูงใจแอบแฝง”
พอเธอพูดออกมา ฉินเยว่ตาโตทันที อยากรู้จัง!
ระหว่างที่กินอาหาร ฉินเยว่รีบแยกเฉินชางออกไป
“ที่รัก คุณไปซื้อของให้ฉันทีสิ… ซื้ออะไรก็ได้มาสักอย่าง คุณลุกออกไปเลย!”
เฉินชางมีสีหน้าจนปัญญาทันที!
ถ้าเธอจะหาข้ออ้าง ก็ช่วยคิดให้ดีแล้วค่อยพูดได้ไหม!
หลังจากกันเฉินชางออกไปแล้ว ฉินเยว่ตาโตด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“รุ่นพี่ เวลาที่มีคนมองพี่ด้วยความคิดลามก พี่รู้สึกอะไรบ้างไหมคะ”
เจียงหนานหน้าแดง กลอกตาใส่ทีหนึ่ง
“ฉันรู้สึกได้ว่าในสมองน้อยๆ ของเขากำลังคิดพิเรนทร์อยู่ สุมอะไรเอาไว้เป็นกอง!”
“เอาละ ฉันไม่ได้มีวิชาอ่านใจสักหน่อย ฉันแค่มีประสาทสัมผัสค่อนข้างเฉียบไวเท่านั้น!”
ฉินเยว่ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
เจียงหนานเห็นฉินเยว่ผิดหวังก็อดที่จะถามด้วยความห่วงใยไม่ได้ว่า
“เธออยากรู้อะไรล่ะ”
ฉินเยว่ตาเป็นประกาย ลดเสียงลงแล้วเอ่ยข้างหูเจียงหนาน
“ฉันอยากรู้ว่า…”
เจียงหนานฟังๆ ไปก็หน้าแดงขึ้นมาทันที!
ในช่วงที่อยู่กับเจียงหนาน เฉินชางพบว่าเขาและฉินเยว่ต่างผ่อนคลายมาก
ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เข้าใจโลกและใส่ใจคนอื่นมาก
ระหว่างนั่งอยู่ในรถ ฉินเยว่อดเอ่ยไม่ได้ว่า
“เฮ้อ ฉันอิจฉาผู้ชายอย่างพวกนายจริงๆ!”
เฉินชางที่ขับรถอยู่ เหยียดตัวขึ้นมา สายตามองตรงไป กลัวว่าฉินเยว่จะหาเรื่องมาให้ตน
“นายคิดดูสิ รุ่นพี่เจียงเป็นผู้หญิงที่แสนดีขนาดนี้ แถมยังมีคุณธรรม มีความสง่า จิตใจดี เข้าใจคนอื่น
เป็นผู้หญิงที่ดีมาก ถ้าแต่งเข้าบ้านได้คงดีสุดๆ!”
“ถ้าฉันเป็นผู้ชาย จะต้องแต่งรุ่นพี่เจียงเข้าบ้านแน่!”
เฉินชางอดกลอกตาไม่ได้
“แล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน”
ฉินเยว่หัวเราะฮ่าๆ ขึ้นมาทันที
“ถ้าฉันเป็นผู้ชาย ฉันจะฆ่านายทิ้งก่อนเลย!”
เฉินชางเอ่ยอย่างจนปัญญา
“ฉันไปล่วงเกินเธอเข้าหรือไง”
ฉินเยว่เอ่ยอย่างเริงร่าว่า
“ใครใช้นายโดดเด่นขนาดนี้กันล่ะ นายดูตัวนายเถอะ ไม่ว่าไปไหนก็โดดเด่นขนาดนั้น!”
เฉินชางอารมณ์ดีขึ้นมาทันที!
ระยะนี้ฉินเยว่มักจะพูดประจบเอาใจ ทำให้เฉินชางค่อนข้างสงสัย จึงอดถามไม่ได้
“ที่รัก เธอท้องแล้วเหรอ”
ฉินเยว่ผงะไปทันที
“เปล่ายะ!”
“ทำไมหรือ รู้สึกว่า… ช่วงนี้ฉันมีความเป็นแม่เหรอ”
เฉินชางกลอกตาทีหนึ่ง
“ช่วงนี้… ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าเธอบ๊องมาก เขาว่ากันว่า ท้องหนึ่งครั้งโง่ไปสามปีไม่ใช่เหรอ!”
พอฉินเยว่ได้ยินประโยคนี้ก็ไม่ได้โมโห กลับเอนตัวพิงเบาะ
“เฮอะ บ๊องก็บ๊องสิ แค่นายฉลาดก็พอแล้ว ตอนนี้ฉันก็อยากโง่สักสามปีอยู่!”
พอกลับบ้านพักผ่อนกันสักพัก ตกเย็นก็พาฉินเยว่ไปกินหม้อไฟ
ถึงแม้ว่ามื้อกลางวันจะเป็นอาหารหรูรสชาติก็ยอดเยี่ยม แต่สำหรับฉินเยว่แล้วไม่ถูกจริตเลย
หม้อไฟยังคงดีที่สุด!
หม้อไฟหมาล่า + ซุปมะเขือเทศที่คุ้นเคย ทำให้เหงื่อเปียกชุ่ม!
ทั้งสองถือโอกาสที่เป็นช่วงกลางคืนไปดูหนังกันสักรอบ!
นับว่าเป็นวันที่มีสีสันทีเดียว บางทีชีวิตเรียบง่ายแบบนี้ก็อาจจะมีความสุขมากพอแล้วจริงๆ
ถ้ามีลูกเพิ่มมาสักคน แบบนั้นก็จะยิ่งสมบูรณ์แบบ
หลังออกจากโรงหนัง มือถือของเฉินชางก็ดังขึ้น
เป็นพยาบาลเสี่ยวเคอ สาวน้อยที่มักจะยุ่งเสมอคนนั้น
เสี่ยวเคอเป็นพนักงานสัญญาจ้าง โรงพยาบาลให้ค่าจ้างที่สมน้ำสมเนื้อกับภาระงาน
แต่โดยพื้นฐานแล้วทำมากก็ยิ่งได้เงินมาก
พยาบาลก็เป็นแบบนี้ คํานวณกันว่าจ่ายยาไปเท่าไร ฉีดยาให้คนไข้ไปมากน้อยแค่ไหน อะไรทำนองนั้น
ในเมืองหลวงมีพยาบาลสอบบรรจุไม่มากนัก คนส่วนใหญ่ล้วนเป็นพนักงานเก่า หรือได้รับการแนะนำเข้ามาจากบุคคลที่มีเส้นสาย
คนเหล่านี้ว่ากันตามจริงแล้วไม่ขาดแคลนเงินทองมากนัก
แต่พยาบาลอายุน้อยเหล่านั้น มาที่เมืองหลวงเพื่อหาเงินจริงๆ
โดยพื้นฐานพอทำไปจนอายุสามสิบห้าปีก็ทำต่อไม่ไหวแล้ว
คนที่พอจะมีกำลังทรัพย์ซื้อบ้านในเมืองหลวงได้ ก็จะถอยไปอยู่แนวหลังแทน
แต่คนส่วนมากที่ซื้อบ้านไม่ไหว ก็จะกลับไปหางานทำในเมืองเล็กๆ ที่ไม่ยุ่งยากมาก
และไม่เหนื่อยจนเกินไปแล้วปักหลักตั้งตัว
การใช้ชีวิตในเมืองหลวงไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นจริงๆ
เฉินชางรับสาย
“เสี่ยวเคอ มีอะไรเหรอ”
เสี่ยวเคอเอ่ยด้วยน้ำเสียงค่อนข้างร้อนรน
“ศาสตราจารย์เฉินคะ… มีอินฟลูฯ มาที่ศูนย์ฉุกเฉินค่ะ
ได้ยินว่าเป็นแอคใหญ่มีผู้ติดตามหลายแสนคน ตอนนี้เขาไลฟ์อยู่ที่โรงพยาบาลของเราค่ะ”
เฉินชางได้ยินก็ผงะไปเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้น”
เสี่ยวเคอกระซิบ
“เมื่อวานมีผู้ป่วยบาดเจ็บภายนอกคนหนึ่ง แอดมิทเข้ามาช่วงหัวค่ำ
มีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง ในบรรดานั้นมีปากแผลขนาด 3 ซม. บนเท้าข้างหนึ่ง
เมื่อวานผู้ป่วยปฏิเสธการเย็บแผล คุณหมอที่เข้าเวรก็ตอบตกลงค่ะ”
“แต่ว่าช่วงตีสามกว่าๆ ตอนที่คุณหมอพักผ่อนอยู่ เขากลับต้องการเย็บแผลขึ้นมา
พอคุณหมอลุกมาจะเย็บแผลให้ แต่เขา… ไม่ยอมเย็บอีกแล้ว!”
“คุณหมอก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ว่า… อีกฝ่ายโวยวายสร้างความเดือดร้อน
ดึงดันหาว่าพวกเราบริการไม่ดี รังแกผู้รับบริการ”
“ในครอบครัวของเขามีคนหนึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ก็คือคนนี้นี่แหละค่ะ
โวยวายว่าบริการไม่ดี ตอนนี้ก็ด่าพยาบาลอยู่ ยืนข้างเคาน์เตอร์พยาบาลมานานมากแล้ว”
“แถมยังเปิดไลฟ์สด หาว่าพวกเราไม่มีความรับผิดชอบ ไม่คำนึงถึงผู้ป่วย ทัศนคติด้านการบริการบกพร่อง”
“ทำให้ทางเคาน์เตอร์พยาบาลของพวกเราดำเนินงานตามปกติไม่ได้”
เฉินชางขมวดคิ้ว
“ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่เขาออกไปเลย! หรือไม่ก็แจ้งความเถอะ! ข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่…”
“แจ้งความไปแล้วค่ะ ตำรวจกำลังเดินทางมา
ทางผู้อำนวยการอวี๋มีธุระนิดหน่อย เลยให้คุณหมอเข้ามาดูแลความสงบแทน”
เฉินชางเอ่ยตอบทันที
“ผมจะไปเดี๋ยวนี้ รอสักครู่”
เสี่ยวเคอตอบรับ
“ค่ะ ขอบคุณนะคะศาสตราจารย์เฉิน”
หลังวางสาย เฉินชางบอกฉินเยว่ว่า
“เธอกลับบ้านเถอะ ฉันจะไปโรงพยาบาลสักหน่อย มีคนมาสร้างปัญหาน่ะ”
ฉินเยว่ก็ได้ยินต้นสายปลายเหตุเช่นกัน ค่อนข้างห่วงเฉินชาง เอ่ยไปว่า
“ให้ฉันไปกับนายเถอะ”
เฉินชางพยักหน้ารับ
“อืม ก็ดีเหมือนกัน”
ระหว่างขับรถ เฉินชางก็คิดหาแผนรับมือไปด้วย จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้
“ใช่แล้ว เธอจำแอคเคาท์เวยป๋อที่ฉันมีได้ไหม มีผู้ติดตามเท่าไร”
ฉินเยว่ช่วยดูแลแอคเคาท์ให้เฉินชาง เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง พอเปิดดูก็เอ่ยว่า
“หือ มีประมาณยี่สิบล้านคนแล้ว!”
เฉินชางตอบรับ
“พอไปถึงแล้ว เธอไลฟ์สดทีนะ”
ฉินเยว่ผงะไปแวบหนึ่ง
“ไลฟ์สดเหรอ”
เฉินชางพยักหน้า
“ใช่แล้ว อีกฝ่ายเป็นแอคใหญ่ในเวยป๋อไม่ใช่เหรอ เขาไลฟ์ได้แล้วฉันจะไลฟ์บ้างไม่ได้รึไง
เขาเป็นแอคใหญ่มีผู้ติดตามสินะ แล้วใครว่าหมอจะเป็นคนดังในโซเชียลไม่ได้”
ฉินเยว่ตาโตตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
“ที่รัก นายยอดไปเลย!”
อันที่จริงในบางครั้ง ก็ไม่ใช่ช่วงที่จะใช้วิธีการทั่วไปแก้ไขได้!
สมควรเลียนแบบคนพาลแล้วโต้กลับด้วยวิธีเดียวกัน!