เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1567 หัวหน้าโจว คุณ...ป่วยเหรอ
ในห้องทำงานของเฉินชาง
โจวหงกวงนั่งขาชิดสองมือวางอยู่บนเข่า
ดวงตาจ้องเฉินชางเขม็งดูเจียมตัวเล็กน้อย!
เหมือนนักเรียนที่ถูกอาจารย์ตรวจการบ้าน!
แต่ความจริงสถานการณ์ในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากการตรวจการบ้านเท่าไรนัก
เฉินชางถือหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า “การปลูกถ่ายตับ”
โจวหงกวงเขียนหนังสือเล่มนี้มาหลายปีแล้ว
เดิมทีวางแผนจะตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้ว
แต่ตอนนั้นเขาได้ดูการผ่าตัดปลูกถ่ายตับของเฉินชางที่โรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินของมณฑลตงหยางเข้าพอดี
โจวหงกวงในตอนนั้นพลันตาสว่าง เพราะเฉินชางรู้สึกเดจาวูเหมือนได้รับความโปรดปรานจากคนที่เหนือกว่า!
แต่… ต่อมาเขาพบเรื่องที่น่าจนใจมาก
ตั้งแต่ที่เขารู้จักเฉินชางแผนการตีพิมพ์ของเขาก็ถูกยืดออกไป!
ทว่าก็มีความตื่นเต้นน่ายินดีไม่ขาดสาย!
โดยเฉพาะ ‘การผ่าตัดปลูกถ่ายตับจากตับญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิต’
ก่อนหน้านี้ที่เฉินชางวิจัยออกมา
การถือกำเนิดของการผ่าตัดนี้ทำให้มูลค่าของหนังสือ ‘ปลูกถ่ายตับ’ ของโจวหงกวงพุ่งทะยาน
ถ้าบอกว่า ‘การปลูกถ่ายตับ’ เมื่อตอนนั้นได้หกสิบคะแนน เช่นนั้นตอนนี้มันก็พุ่งพรวดไปถึงแปดสิบคะแนนแล้ว
นี่ทำให้โจวหงกวงไม่ว่างเลยสักวัน
เขารวบรวมเคสจากทั่วประเทศเข้าร่วมในการผ่าตัดด้วยตัวเองก็เพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ของการผ่าตัด
รวมถึงมูลค่าทางคลินิก
เวลาสองเดือนกว่านี้โจวหงกวงได้ประโยชน์ไม่จบสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกถ่ายตับหรือความรู้ในแขนงวิชานี้ ก็ล้วนมีขั้นตอนที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป
หลังกลับมาโจวหงกวงสรุปข้อมูลทางคลินิกอย่างจริงจังหนึ่งรอบ
หลังจากนั้นโจวหงกวงก็ไม่หลับไม่นอนทุ่มเทเขียนหนังสือเล่มนี้จนจบ!
เดิมทีโจวหงกวงคิดอย่างมีเป้าหมายยิ่งใหญ่ว่า
หลังเจอเฉินชางครั้งหน้าต้องให้เขาคิดว่าต้องมองตัวเองใหม่ให้จงได้
แต่ทว่า…
หลังมาถึงเฉินชางยังไม่มองเขา ตัวเขาก็ร้อนใจแล้ว
เฉินชางกำลังอ่านหนังสือทำให้เขากระสับกระส่ายไม่ไหว
เฉินชางก้มหน้ามองเล็กน้อย โจวหงกวงกำลังขาสั่น
เฉินชางวางหนังสือจ้องขาของโจวหงกวงหลายสิบวินาที จนในที่สุด…ก็อดถามไม่ได้
“หัวหน้าโจว…คุณ…คุณป่วยที่ช่วงล่างเหรอ”
โจวหงกวงอึ้งกิมกิทันที จากนั้นหน้าแดงก่ำ!
“ศาสตราจารย์เฉินชางคุณพูดมั่วซั่วได้ยังไง ช่วงล่างผมป่วยที่ไหนกัน!”
แต่… ศาสตราจารย์เฉินเก่งออกขนาดนี้ หรือว่าเขาจะป่วยอยู่
สองสามวันมานี้มีข่าวลือแพร่สะพัดในศูนย์ฉุกเฉินตลอด
ลือกันว่าศาสตราจารย์เฉินจ้องคนไข้อายุสิบเก้าคนหนึ่งแล้วบอกเขาเป็นเอดส์!
ทั้งที่ผลตรวจทั้งหมดเป็นลบชัดเจน
แต่… ศาสตราจารย์เฉินชางแค่บอกให้ตรวจใหม่ก็ได้ผลบวกออกมาแล้ว!
เรื่องนี้โด่งดังเป็นพิเศษในแผนกฉุกเฉิน
ตอนนี้ยามทุกคนเดินไปมาต่างมองเฉินชางอย่างเคารพจากที่ไกลๆ
ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวว่าอยู่ดีๆ ฝ่ายตรงข้ามจะพูดว่า “คุณป่วยนะ!”
แต่… ศาสตราจารย์เฉินชางบอกว่าตัวเองป่วยที่ช่วงล่าง
คิดได้ดังนี้โจวหงกวงก็หน้าแดงพลันตื่นตระหนกขึ้นมาในใจ
ผมจะป่วยได้อย่างไร
โจวหงกวงถามด้วยความตึงเครียด
“ศาสตราจารย์เฉิน…คุณว่าผมป่วยเป็นอะไรเหรอ”
เฉินชางจ้องโจวหงกวงพบว่าอีกฝ่ายขาสั่นแรงกว่าเดิม จนเขาอดถามไม่ได้
“ว่ากันว่าอาการขาสั่นเป็นการแสดงออกของกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข [1]”
โจวหงกวงได้ยินคำพูดของเฉินชางก็ออกแรงกดขาไว้
เขาสะดุ้งโหยงนึกว่าโรคอะไร โรคขาอยู่ไม่สุขนี่เอง…
ก็นึกว่าเรื่องใหญ่!
โจวหงกวงอดถอนหายใจโล่งอกไม่ได้
“ไม่เป็นไรครับการสั่นขาเป็นประโยชน์ต่อการไหลเวียนเลือด ศาสตราจารย์เฉินอ่านหนังสือผมแล้วคิดเห็นยังไงบ้างครับ”
เฉินชางมองโจวหงกวงอย่างเป็นห่วง
บอกตามตรงนี่คือนักเรียนสมาชิกวิทยาศาสตร์ที่ตัวเองลำบากฝึกปรือมา
ถ้าจู่ๆ เจ็บไข้ได้ป่วยก็แย่สิ!
คิดได้ดังนั้นเฉินชางบอก
“ยังต้องระวังนะครับ ไม่นานมานี้ผมอ่านเจอบทความกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุขบวกนอนไม่พอกับวิตกกังวลจะทำให้เป็นโรคหลอดเลือดในสมองได้
หัวหน้าโจวอายุมากเทียบกับตอนยังหนุ่มไม่ได้แล้วต้องระวังนะครับ!”
โจวหงกวงหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก
ทำไมมีความรู้สึกเหมือนคนเฒ่าเห็นลูกหลานตายก่อนกันนะ!
ทั้งๆ ที่คุณเพิ่งจะสามสิบนะโอเคไหม
อีกอย่าง… เพ้ยๆๆ!
แต่หลังเฉินชางปิดหนังสือก็พยักหน้าบอก
“หนังสือไม่เลวครับ แต่… ขาดความลึกซึ้ง
แถมที่สำคัญที่สุดคือคุณคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะสร้างแรงอิทธิพลภายในหนึ่งเดือนนี้ได้ไหม”
ฟังคำพูดของเฉินชางโจวหงกวงก็อดถอนหายใจไม่ได้
เขามีสิ่งที่ควรมีหมดแล้วขาดก็แต่แรงอิทธิพล!
หนังสือเล่มนี้มีจุดประสงค์ก็เพื่อสร้างแรงอิทธิพล ซึ่งเขาก็รู้ว่า…นี้มันยากเกินไป!
ในสาขาวิชามีวารสาร ‘ปลูกถ่ายตับ’ อยู่แล้ว
ทั้งยังมีบทความวิจัยสารพัดอีกเป็นจำนวนมาก
ถึงแม้โจวหงกวงเป็นหัวหน้าใหญ่ของโรงพยาบาล 301
แต่พวกเขาเคยออกคู่มือกี่ครั้งกัน
ต้องรู้ว่าสาขาวิชานี้ค่อนข้างซับซ้อน
ไม่เพียงต้องได้การยอมรับเป็นวงกว้างจากสาขาปลูกถ่ายอวัยวะ
แต่ยังต้องได้รับการยอมรับจากสาขาศัลยกรรมตับและถุงน้ำดีอีกด้วย!
ซึ่งคู่มือที่ค่อนข้างได้รับการยอมรับในตอนนี้ยังคงเป็นคู่มือปฏิบัติของสมาคมโรคตับยุโรป
โจวหงกวงยิ้มบอก
“ต้องลองดูครับถึงอย่างไรก็มีโอกาสมากขนาดนี้ ถ้าถูกปฏิเสธจริงๆ…ก็ไม่เป็นไร”
“ตอนนี้ผมนับว่าเข้าใจแล้วพวกเราทำงานรักษาพยาบาลจะเอาชื่อเสียงจอมปลอมแบบนั้นไปทำไม”
“ยืนอยู่บนจุดสูงสุดแล้วแค่ไม่ได้เป็นสมาชิกวิทยาศาสตร์จะทำไม!”
ความจริงไม่ว่าใครอายุเท่าไร ประสบความสำเร็จขนาดไหน
ก็อาจต้องการความรู้สึกได้รับการยอมรับจากสังคมกระมัง
สำหรับโจวหงกวงแล้วไม่ผิด
ได้เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์หรือไม่ส่งผลกระทบต่อเขาไม่มาก
แต่… ถ้าได้เป็นนี่ก็เหมือนได้รับการยอมรับและมีความรู้สึกเหมือนได้เสริมบารมี!
เฉินชางช่วยเขามามาก
มิหนำซ้ำตามเงื่อนไขทั่วไปเขามีความสามารถที่จะเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์
แต่ทว่า… ทุกสายอาชีพก็เป็นแบบนี้
จนปัญญาสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์เก่าก็ยังไม่เต็มใจไป
การโหวตยับยั้งเป็นเรื่องที่ชวนกระดากใจยิ่ง
แต่ตอนที่ความสำเร็จของคุณโดดเด่นพอ
คนพวกนั้นจะถอนตัวหรือไม่ไม่สำคัญ เพราะคุณจะได้เป็นแน่นอน!
เฉินชางเข้าใจความคิดของโจวหงกวงแล้วก็รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ
เวลานี้เฉินชางครุ่นคิดชั่วครู่พลันบอก
“ขาดเนื้อหา!”
โจวหงกวงตะลึง!
“ขาดอะไรเหรอ”
เฉินชางยิ้มบอก
“ผมช่วยคุณตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้เป็นวารสารภายในประจำปีแรกของสมาคมทางเดินอาหารระดับโลกได้
แต่ว่าเห็นชัดว่าคุณยังขาดเนื้อหาอีกหน่อย”
ความจริงการสรุปการปลูกถ่ายตับของโจวหงกวงไม่เลวเลย
เฉินชางมองชื่อบนหน้าปก
“หัวหน้าบรรณาธิการ: โจวหงกวง เฉินชาง”
ในหนังสือเล่มนี้มีความคิดของเฉินชางมากมาย
รวมไปถึงวิธีการผ่าตัดใหม่ที่ผ่านการปรับปรุง
เฉินชางก็เคยหารือกับอีกฝ่าย
โจวหงกวงได้ยินว่าเฉินชางจะเอาหนังสือของตัวเองเป็นวารสารภายในปีแรกของสมาคมทางเดินอาหารระดับโลกก็มีสีหน้าตื่นตกใจ!
สมาคมทางเดินอาหารระดับโลกมีอิทธิพลสูงมาก!
นี่คือสมาคมระดับโลกที่เมโยนำคนก่อตั้ง
และ… ศาสตราจารย์เฉินชางจะเอาหนังสือของตัวเองเป็นวารสารภายใน
ชั่วขณะนั้นโจวหงกวงที่เดิมทีทะเยอะทะยานเป้าหมายยิ่งใหญ่… รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา!
[1] กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless legs syndrome) เป็นภาวะที่มีอาการอยากขยับขาขณะตื่นมีความรู้สึกคล้ายมีอะไรมาไตขาคันยุบยิบถ้าไม่ขยับจะมีความรู้สึกไม่สะดวกสบาย