เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1571 คนคนนี้โชคดี!
ใครไม่อยากเป็นปลาเค็มบ้าง โดยเฉพาะปลาเค็มที่ไม่เค็มเกินไป!
ตั้งแต่ที่สวีจื่อหมิงเกิดมา ชีวิตของเขาก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง
คำพูดนี้ของศาสตราจารย์เฉินชาง เอาชีวิตเฒ่าๆ ของเขาไป!
ตัวเองแย่งชิงตำแหน่งสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์เนี่ยนะ ฉันจะกล้าขนาดนั้นได้ยังไง
คิดไปคิดมา สวีจื่อหมิงก็หาความเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ในตัวเองไม่เจอแม้แต่น้อย!
หลังส่งเวรแล้ว สวีจื่อหมิงก็ขังตัวเองในห้องทำงาน คิดอยู่นานมาก ยังคงไม่เจอส่วนไหนของตัวเองที่พอจะทะลวงได้!
เขาเขียนทักษะของตัวเองทั้งหมด รวมไปถึงทักษะฉี่เล็งไกลที่ตัวเองเชี่ยวชาญในวัยเด็ก ลงไปบนกระดาษ แต่!
จุดเด่นเดียวที่ตัวเองมี ได้หายไปตามกาลเวลา พร้อมกับภาวะต่อมลูกหมากเจริญผิดปกติ แล้วตอนนี้ก็มีแค่โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนแล้ว!
ควรทำอย่างไรดี คิดไปคิดมา สวีจื่อหมิงก็โทรหาหลิวฉวน
“เสี่ยวหลิว มานี่หน่อย ผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณ!”
หลังหลิวฉวนรับสายก็เงียบอยู่นาน ก่อนพูดอย่างน้อยใจ
“หัวหน้า คุณให้ผมมาตรวจสอบประวัติคนไข้…”
บอกตามตรง เขาไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองควรมาไหม มาแล้วควรพูดหรือเปล่า ถ้าควรพูด… ควรจะพูดอะไร!
สวีจื่อหมิงพูดทันที “คุณรีบมา!”
หลังผ่านไปสามนาที หลิวฉวนก็เดินเข้ามาในห้องอย่างสั่นกลัว
“หัวหน้า ว่ามาเลยครับ!”
สวีจื่อหมิงถอนหายใจ “นี่ สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์รอบนี้ คุณว่าผมมีความหวังมากไหม”
หลิวฉวนตกตะลึงในทันที!
นึกถึงสภาพของหัวหน้าสวีเมื่อครู่ คำถามนี้เป็นปัญหาถึงฆาตชัดๆ!
แต่หลังหลิวฉวนลังเลชั่วขณะ ยังคงบอกตามความจริง
“หัวหน้า ผมคิดว่าคุณมีโอกาสมากนะครับ!”
สวีจื่อหมิงพูด “ทำไมล่ะ”
หลิวฉวนพลันถาม “หัวหน้าสวี คุณลองคิดดูก่อนว่า ทำไมคุณถึงเป็นห่วงปัญหานี้!”
สวีจื่อหมิงได้ยินดังนั้นก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
หลิวฉวนเห็นดังนั้นก็มีกำลังใจขึ้นมาในใจ!
เยี่ยม!
ถามคำถามได้ดี!
จี้ตรงใจ!
สวีจื่อหมิงคิดไปคิดมาจริงๆ ตัวเอง… ก็อยากเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ อย่างไรเสียนี่ก็เป็นเกียรติสูงสุดของคนในแวดวงวิชาการ เป็นตัวแทนของหอเกียรติยศทางวิชาการ
แต่เหตุผลที่ตัวเองล้มเลิก คงเป็นเพราะหาจุดส่องแสงของตัวเองไม่เจอ กระมังอย่างไรเสีย ผลการเรียนของเขา… ก็งั้นๆ ในด้านอื่นๆ ก็เหมือนจะไม่มีจุดส่องแสงที่โดดเด่น สวีจื่อหมิงพลันชะงัก!
ไม่ใช่!
เหมือนปีนี้ ตัวเองได้เกียรติยศมาไม่น้อยเลยนะ!
นึกถึงตรงนี้ สวีจื่อหมิงมองหลิวฉวนอย่างพอใจ ถูกต้อง!
ในที่สุดก็เติบโตแล้ว!
สวีจื่อหมิงพูดอย่างตรงไปตรงมา “คุณอยู่นี่นะ ช่วยผมจัดการเอกสารส่วนบุคคลพวกนี้ แล้วก็คุณเข้าอินเทอร์เน็ตไปตรวจดูทีว่า บทความวิจัยของผมในปีนี้มีปัจจัยผลกระทบเท่าไร ตีพิมพ์ในวารสารไหน พิมพ์ออกมาให้หมด!”
ระหว่างที่พูด เขาหยิบเอกสารหนาปึกออกมาจากในลิ้นชัก ข้างในนั้นล้วนเป็นข้อมูล
‘เอกสารคัดเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาปริญญาโท 2020’
‘หนังสือเชิญดำรงตำแหน่งประธานของสมาคมลิ้นหัวใจ’
หลังหยิบเอกสารต่างๆ ออกมา สวีจื่อหมิงก็พลันตกตะลึง!
เพราะเขาพบว่าตัวเองมีข้อมูลมากมายขนาดนี้โดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่!
ทำไมเกียรติยศกับเหรียญตราของตัวเองถึงเพิ่มขึ้นมาพรวดพราดขนาดนี้!
หนังสือเชิญดำรงตำแหน่งประธานสมาคม ประธานกิตติมศักดิ์ เยอะถึงขนาดนี้เชียว นี่มัน…
ใบรับรองสมาชิก AATS!
นี่คือหนังสือรับรองรางวัลในงานประชุม AATS 2020!
นี่ก็รางวัลอุทิศตนยอดเยี่ยมในสาขาศัลยกรรมหัวใจฉุกเฉินของเมืองหลวง
นี่…
สวีจื่อหมิงยิ่งมองยิ่งตื่นเต้น!
กระทั่งรู้สึกเหมือนตาสว่าง…
ที่แท้ฉัน สวีจื่อหมิง ก็ถึงกับโดดเด่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว!
การจัดเอกสารพวกนี้ทำให้สวีจื่อหมิงเหม่อลอยเล็กน้อย ทันใดนั้นเขาพบว่าตัวเองโดดเด่นมากจริงๆ ขณะเดียวกันฝั่งหลิวฉวนก็จัดเอกสารที่รวบรวมบนอินเทอร์เน็ตเสร็จแล้ว!
เขาพูดอย่างตกใจอยู่บ้าง “หัวหน้า ปีนี้คุณตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ทางวิทยาศาสตร์สามฉบับในฐานะผู้เขียนหลัก ปัจจัยผลกระทบสามสิบเอ็ดคะแนน และก็แปดฉบับในฐานะผู้เขียนรอง ปัจจัยผลกระทบหกสิบคะแนน ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา… โอ สองฉบับ ปัจจัยผลกระทบเก้าคะแนน”
“ปีนี้คุณได้ปัจจัยผลกระทบถึงหนึ่งร้อยคะแนนแน่ะ!”
หลังพูดออกมา หลิวฉวนก็ตกตะลึงกับตัวเลขนี้แล้ว!
สวีจื่อหมิงก็อึ้งยิ่งกว่า ที่แท้ฉันเหลาสวี ก็ยอดเยี่ยมขนาดนี้เลยหรือ หลังเตรียมตัวหนึ่งรอบ สวีจื่อหมิงยังคงกังวลใจอยู่บ้าง ท้ายที่สุดแล้ว… ตัวเองก็ไม่มีรางวัลใหญ่อะไร!
ไม่มีสามรางวัลใหญ่สักรางวัล แบบนี้จะเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ไหวหรือ โดยทั่วไปอย่างน้อยสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ก็ต้องมีคุณค่าของการเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ละมั้ง!
ไม่อย่างนั้นก็เสริมส่วนที่ขาดในบางสาขาภายในประเทศ ไม่ก็… เป็นผู้สืบทอดทางวิชาการของบุคคลยิ่งใหญ่ที่สุดยอดเป็นพิเศษ หรือไม่ก็ได้รับรางวัลใหญ่…
ตัวเองเหมือนไม่ใช่สักอย่างเลยนะ ตอนบ่าย สวีจื่อหมิงเก็บของที่จัดเรียงเรียบร้อยแล้วไปที่แผนกฉุกเฉิน หลังเห็นเฉินชาง สวีจื่อหมิงก็เหมือนหลิวฉวนอย่างไรอย่างนั้น ใจตุ้มๆ ต่อมๆ
“เออ ศาสตราจารย์เฉิน ผมมาแล้ว!”
สวีจื่อหมิงยิ้มประจบประแจง เฉินชางเลิกคิ้ว
“ทำไมเหรอครับ”
สวีจื่อหมิงยิ้มกระอักกระอ่วน “คือว่า… ศาสตราจารย์เฉิน ผมคิดอยู่นานมาก ผมคิดว่าสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์นี่…”
“อืม! ผมไม่เป็น ก็ต้องมีคนอื่นมาเป็น จริงไหม”
“ผมคิดว่า ผมติดตามศาสตราจารย์เฉินมานานแล้ว จะลดความน่าเกรงขามของศาสตราจารย์เฉินไม่ได้ ต้องลองแข่งดูสักตั้ง”
ความจริงสวีจื่อหมิงพูดถูก!
ในบรรดากลุ่มคนแผนกศัลยกรรมหัวใจของศูนย์ฉุกเฉิน มีแค่สวีจื่อหมิงที่มีคุณสมบัติถึงจริงๆ!
ถ้ามีคนอื่นที่เข้าตา เฉินชางก็ไม่เต็มใจที่จะช่วยเจ้าหมอนี่แย่งชิง
เฉินชางพูดด้วยท่าทีครุ่นคิด “อืม ยังนับว่าคุณใฝ่หาความก้าวหน้า”
ความจริงสวีจื่อหมิงก็ใฝ่หาความก้าวหน้า อย่างไรเสีย ตอนที่เรียนเทคนิคและการผ่าตัดจากเฉินชาง เขาก็ขยันขันแข็ง แต่กับรางวัล เกียรติยศ ตำแหน่งงานเหล่านี้ เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย คนเขาต่างเป็นเจ้าพนักงานขั้นสองกันหมด ตอนนี้เขายังเป็นเจ้าพนักงานขั้นสามอยู่เลย มิหนำซ้ำ…
ที่สำคัญคือ เจ้าหมอนี่ดูไม่รอนรนเลย นี่ทำให้เฉินชางเจ็บใจที่หลอมเหล็กเป็นเหล็กกล้าไม่ได้ แต่เฉินชางบังคับตัวเองไม่ให้มองที่ข้อด้อยของอีกฝ่าย ความจริงจุดที่โดดเด่นที่สุดของสวีจื่อหมิงก็คือ ความจงรักภักดี มั่นคง และใฝ่เรียนรู้ คนแบบนี้แหละที่เหมาะกับการทำวิจัย ทำคลินิก ไม่เหมาะเป็นหัวหน้า!
แต่อูถงผู่ดันจับสวีจื่อหมิงเป็นหัวหน้า เขาตาบอดแล้วจริงๆ!
แต่ความจริงอู่ถงผู่ก็ไม่โง่ ตัวผู้อำนวยการอูก็มาจากแผนกศัลยกรรมหัวใจ มีความเข้าใจในแผนกศัลยกรรมหัวใจ ตอนที่ก่อตั้งศูนย์ฉุกเฉินขึ้นมาในทีแรก เขาควบคุมดูแลแผนกศัลยกรรมหัวใจด้วยตัวเอง ต่อมาก็มอบหมายสวีจื่อหมิงดูแล ดูออกว่าผู้อำวยการอูถงผู่มีสายตาแม่นยำ หลายปีมานี้ ถึงแม้แผนกศัลยกรรมไม่ได้เติบโตพรวดพราดจากการเปลี่ยนคน แต่ก็ก้าวหน้าอย่างมั่นคง แน่นอนปีที่พัฒนาไวที่สุดก็คือปีนี้ แต่นี่เพราะสวีจื่อหมิงขึ้นรถฟรีของเฉินชาง!
ถ้าครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน เฉินชางพลันพบว่า จุดเด่นที่ใหญ่ที่สุดของสวีจื่อหมิงก็คือ โชคดีมีวาสนา!