เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1570 สงสัยในชีวิต
ฉินเยวเอ่ย
“พอฉันเขาไม่ไหวหรอก!”
“ฝั่งห่างจากสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์อีกมาก ฉันคิดวาลุงฉันน่าจะได้นะ! แต่…เขาไม่ใช่พวกเรา!”
เฉินชางพลันหมดคำพูด ถ้าเหล่าฉินรู้ว่าลูกสาวตัวเองร้ายกับตัวเองขนาดนี้
จะต้องเสียใจที่คลอดเด็กสาวคนนี้ออกมาแน่นอน!
ฉินเยวหมิงมีความสามารถมากจริงๆ ไม่แน่ว่าอาจจะมีความสามารถเป็นสมาชิกวิทยาศาสตร์ก็ได้
แต่เฉินชางยังค่อนข้างสงสัยเขาอดถามไม่ได้
“งั้นหนึ่งสำนักสามสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์อะไรนั่นคุณหมายความว่า…”
ฉินเยวหัวเราะหึๆ ดวงตาเปี่ยมเสน่ห์
“สามี หนึ่งสำนักสามสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ หรือว่าหนึ่งสำนักสี่สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์
นี่ต้องดูว่าคุณพยายามแค่ไหน!”
พูดจบฉินเยวก็ลุกขึ้นมามองเฉินชาง
“วันนี้ฉันลืมวิธีปกติแล้ว!”
เวลานี้!
เฉินชางพลันกระจ่าง!
ตอนนี้เขาเข้าใจสถานการณ์แล้ว
เช้าวันถัดมาเฉินชางไปทำงานก็เจอกับสวีจื่อหมิงพอดี
แต่เห็นเขาฮัมเพลงลูกทุ่งเดินอยู่บนทาง เฉินชางพยักหน้าทันที
จริงด้วย!
นี่ถึงจะเป็นท่าทีที่คนปกติควรมี!
“ดีใจเหรอครับ” เฉินชางเป็นฝ่ายเข้าไปหาแล้วยิ้มถาม
สวีจื่อหมิงเห็นเฉินชางก็ดีใจทันใด
“เฮ้อ ศาสตราจารย์เฉินชางอรุณสวัสดิ์ครับ! เห็นคุณผมจะไม่ดีใจได้ไง”
เฉินชางงุนงง
“แค่นี้เหรอคุณไม่มีเรื่องอื่นให้ดีใจแล้ว?”
สวีจื่อหมิงพยักหน้า
“ใช่ นี่ยังไม่พอเหรอ!”
เฉินชางขมวดคิ้วทันที เจ้าหมอนนี่แกล้งโง่กับฉันเหรอ
เฉินชางยิ้มเย็น คุณไม่พูดสินะ คุณไม่พูดงั้นผมก็ไม่พูด!
ผมไม่เชื่อว่าคุณจะทนได้
หลายวันถัดมาเฉินชางทำเรื่องที่ควรทำ
แต่ความสำคัญยังกลับยังคงเป็นการฝึกฝนอู่ฮุย
เขาพบว่าพรสวรรค์ของคนคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ
หลายเรื่องเข้าใจได้โดยไม่ต้องอธิบาย
โดยเฉพาะการผ่าตัดเนื้องอกในกะโหลกเขามีเซนส์มาก
เฉินชางคิดว่าน่าจะเพราะสั่งสมความรู้มาเป็นอย่างดี
อู่ฮุยอายุสี่สิบต้นๆ จบปริญญาโทกำลังเป็นดอกเตอร์
ทั้งยังสอบผ่านเป็นเจ้าพนักงานแล้ว
แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ถูกเชิญมารับตำแหน่งในโรงพยาบาล
เฉินชางคิดว่ารอหลังจบเรื่องในปีนี้แล้วก่อนตัวเองกลับไป
จะคุยกับผู้อำนวยการอูสักหน่อย ให้อู่ฮุยได้ตำแหน่ง
เจ้าพนักงาน โดยทั่วไปการมอบหมายตำแหน่งงานของแพทย์กับโรงพยาบาลจะเกี่ยวข้องกันแบบนี้
แพทย์แบ่งเป็นแพทย์เจ้าของคนไข้ (ระดับกลาง) รองหัวหน้าแพทย์ (รองเจ้าพนักงาน) หัวหน้าแพทย์ (เจ้าพนักงาน)
แต่ตำแหน่งต่างๆ ในโรงพยาบาลมีปริมาณจำกัด
แพทย์มากมายมีตำแหน่งรองหัวหน้าแพทย์แต่ไม่มีการว่าจ้าง
โรงพยาบาลก็อาจยังคงปฏิบัติแบบแพทย์หัวหน้าคนไข้
อู่ฮุยก็เป็นแบบนี้
ทั้งที่เป็นหัวหน้าแพทย์แล้วแต่โรงพยาบาลจัดตำแหน่งเป็นรองเจ้าพนักงาน
การปฏิบัติแบบนี้ก็ไม่เหมือนกันแล้ว
สองวันมานี้กงไต้เจินติดต่อเฉินชางด้วยตัวเอง
เธอพูดเรื่องสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์กับเฉินชางอย่างตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจ
แต่!
เจ้าสวีจื่อหมิงนี่ยังไม่มาหาเขา เหมือนว่า…เจ้าตัวจะไม่สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อย
เฉินชางยอมแล้ว หมอนี่มีความอดทนมากกว่าตัวเองมากจริงๆ
หรือว่าหมอนี่ไม่กังวลเลย
ในที่สุดสวีจื่อหมิงยังคงโทรมาหา
เฉินชางยิ้มเยาะ ตาเฒ่าผมยังนึกว่าคุณจะทะเยอทะยานสักแค่ไหนกันเชียว!
พูดจบเฉินชางยังคงรีบรับโทรศัพท์
“มีอะไรหรือครับ”
สวีจื่อหมิงยิ้มเก้อเชิน
“ศาสตราจารย์เฉินคือว่า…คนที่รับสมัครเมื่อก่อนหน้าของศูนย์วิจัยการผ่าตัดโดยที่หัวใจไม่หยุดเต้นมาถึงแผนกแล้ว
ผมว่า…ถ้าคุณมีเวลาผมจะจัดแจงให้คุณมาพูดสักสองสามประโยค!”
“ถึงยังไง…คนที่มาก็เป็นแฟนคลับคุณทั้งนั้น! ต่างก็มาหาคนดัง!”
เฉินชางชะงักงันตกตะลึงอยู่บ้าง
“แค่นี้เหรอครับ”
สวีจื่อหมิงงุนงง!
“อ้าว! ไม่ใช่ยังมีอีกคนที่รับสมัครมา ครั้งนี้มีคนที่ความสามารถโดดเด่นไม่น้อย
ถึงขั้นยังมีสมาชิกของทีมโนเบลหลายคน เออ! จริงสิสมาชิกของสมาคม AATS ระดับโลกก็แนะนำคนมาด้วย”
เฉินชางถามเสียงเย็น
“แค่นี้?”
สวีจื่อหมิงทนไมไหวบางแล้ว
“ชะ…ใช่ครับ!”
“ฝังมีเรื่องที่สําคัญกว่าไหม”
เฉินชางกลอกตา เจ้าหมอนนี่!
เด็กสอนไม่เข้าหัว!
ไม่ผุจนปัญญาแกะสลัก!
เกินเยียวยาแล้ว
เฉินชางอดพูดไม่ได้
“ผมไดยินวาคุณถูกเสนอชือเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร”
สวีจื่อหมิงงุนงงก่อนยิ้มบอก
“โธ่! เรื่องนี้นี่เองเรื่องเล็ก ไม่ต้องสนใจ!”
เฉินชาง “…”
นี่ยังเป็นเรื่องเล็กหรือ คุณต้องเป็นคนไม่คิดมากขนาดไหนเนี่ย
สวีจื่อหมิงเห็นเฉินชางเงียบจึงอธิบายว่า
“ศาสตราจารย์เฉินผมจะบอกคุณนะครั้งนี้นะ…ผมจะไปร่วมงานเฉยๆ!
คนเขาจะรับตำแหน่งก็รับไป ผมแค่จะไปร่วมงานสักรอบคุณก็รู้”
เฉินชางหน้าทะมึน
“ผมไม่รู้!”
“สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ครั้งนี้คุณต้องรับ ไม่รับไม่ได้ ถ้าคุณไม่รับผมจะไล่คุณออกจากสำนัก!”
เฉินชางพูดจบก็วางสายฉับ เหลือเพียงสวีจื่อหมิงที่มีสีหน้าอึ้งตะลึง!
อืม…
ฉันจะอาศัยอะไรไปแย่งตำแหน่งสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ละ
อาศัยหน้าตาหรืออาศัยไต หรือไม่ได้ทั้งนั้นไหม!
นึกถึงตรงนี้สวีจื่อหมิงก็ถอนหายใจ
เวลานี้หลิวฉวนเดินเข้ามาเห็นสวีจื่อหมิงมีท่าทีหมดอาลัยตายอยากก็อดถามไม่ได้
“หัวหน้า…เกิดอะไรขึ้น”
สวีจื่อหมิงมองหลิวฉวนอย่างจริงจัง
“หลิวฉวน ผมดูเหมือนสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์เหรอ”
นับตั้งแต่หลิวฉวนถูกเฉินชางทิ้งในเครื่องบินให้กลับประเทศเมื่อคราวก่อนเขาก็หลาบจำ
ครุ่นคิดเป็นจริงเป็นจังนานมาก!
เขาคิดว่าตัวเองขาดความปากหวานและความสามารถในการประจบประแจงเพื่อจะประสบความสำเร็จ!
ด้วยเหตุนี้เขาจึงนึกถึงเรื่องเจ็บปวดเก่าก่อน!
และตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่!
ในที่สุด!
โอกาสที่เขารอก็มาถึงแล้ว!
อย่างที่คิดจริงๆ ด้วย!
โอกาสมีให้คนที่เตรียมพร้อม
หลังได้ยินคำถามของหัวหน้าหลิวฉวนก็สูดหายใจลึกจ้องสวีจื่อหมิงอย่างจริงจังเดินวนมองเขาสามรอบ!
จากนั้นเขาพูดอย่างระมัดระวังและตั้งใจ
“หัวหน้าผมคิดว่าคุณก็คือสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์!”
“จริงๆ นะผมคิดว่าขาดโอกาสอีกแค่นิดเดียวคุณก็จะได้เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์แล้ว!”
“ด้วยคุณสมบัติ ความสามารถ ความพยายาม พรสวรรค์ และโชคของคุณ…
สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ไม่ใช่หัวหน้าแล้วจะเป็นใคร!”
นึกถึงตรงนี้หลิวฉวนพลันนึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นได้
ทำไมหัวหน้าต้องถามคำถามนี้ตัวเองละ หรือว่า…มีคนเห็นแย้ง?
ดังนั้น!
หลิวฉวนตัดสินใจจะแสดงผลลัพธ์การวิจัยในช่วงเวลานี้ของตัวเองออกมา!
“ใครกันที่คิดว่าหัวหน้าไม่คู่ควรกับสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ ใครมันช่างตาบอด!”
“จริงๆ เลยหัวหน้าอย่าฟังพวกเขาพูดจาเหลวไหล คนพวกนั้นเป็นพวกขี้แพ้ต้องการให้หัวหน้าธรรมดาเหมือนกับพวกเขา”
“ไม่ไหวจริงๆ อย่าฟังคนพวกนี้เลย หนทางสู่ความสำเร็จต้องโดดเดี่ยวเสมอ!”
“อีกอย่างนะชั่วชีวิตคนก็ควรพยายามก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ใช่เหรอ คนไม่พยายาม!
จะต่างอะไรกับปลาเค็ม”
หลิวฉวนยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล ทำไม…
ทำไมหัวหน้าหน้าดำขึ้นทุกทีละ หลิวฉวนไม่เข้าใจ…
แต่คำพูดถัดไปของหัวหน้าทำให้เขาเข้าใจหลักการหนึ่งว่า ชีวิตคนเราเรื่องราวทางโลกมีการผันเปลี่ยนอยู่เสมอ
สวีจื่อหมิงมองหลิวฉวนอดพูดไมได
“ผมก็คือปลาเค็มที่คุณว่า ชายวัยกลางคนที่แสนจะธรรมดาคนนั้นนั่นแหละ!”
พูดจบสวีจื่อหมิงก็เดินไปข้างหน้าทิ้งหลิวฉวนให้เริ่มสงสัยในชีวิต!