เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1574 เชื่อฟังคำสั่งผู้นำ
เฉินชางชอบอยู่กับเหล่าหม่ามาก ไม่ใช่เพราะเหล่าหม่ามีเงิน แต่เพราะตอนอยู่กับเขามักจะมีเรื่องสนุกไม่สิ้นสุด!
แน่นอนว่าชีวิตไม่มีทางไม่มีอุปสรรค!
แต่ถึงแม้มีอุปสรรคหรือเรื่องไม่น่ายินดีก็มักจะเกิดกับเหล่าหม่าทำให้เฉินชางขำขัน ครั้งนี้ในที่สุดเฉินชางก็เข้าใจบ้างแล้วว่าทำไมพี่สะใภ้ถึงชอบเหล่าหม่า อาจเพราะเสน่ห์ที่อุปนิสัยของเหล่าหม่า
เฉินชางเป็นรองหัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการสุขภาพศูนย์กลางมาสักพักแล้ว ในที่สุดก็เจอกับประสบการณ์ครั้งแรกตอนที่รับสายเฉินชางยังงุนงงเล็กน้อยเกือบลืมว่านี่คืองานในตำแหน่งของตัวเอง เลขาธิการของผู้อาวุโสฉินโทรมา
ผ่านไปไม่ถึงสามสิบนาที รถคันหนึ่งก็จอดที่ทางเข้าของโรงพยาบาล เฉินชางก็ไม่ได้ถืออะไรทั้งนั้นเพราะถือไปก็เปล่าประโยชน์ อย่างไรก็เอาเข้าไปไม่ได้ คนขับรถเป็นชายวัยกลางคนนิสัยเงียบขรึม โครงหน้าคมเข้ม ตอนที่เฉินชางขึ้นรถยังเรียกขานว่าผู้นำด้วยความเคารพ
หลังมาถึงที่หมายซึ่งเป็นห้องใหญ่โตกว้างขวาง ทว่าแค่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ในบ้าน ที่นี่คือบ้านพักคนชราในเขตกองทัพ ไม่มีเครื่องมือขนาดใหญ่ แต่ในฐานะที่เป็นบ้านพักคนชราก็ยังมีสิ่งที่ควรมีครบครัน
“เสี่ยวเฉินมาแล้ว!” ผู้อาวุโสฉินเห็นเฉินชางมาถึงก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นทักทาย
เฉินชางยิ้มแย้ม “ผู้อาวุโส สวัสดีครับ!”
ผู้อาวุโสฉินดีขึ้นมากแล้วดูเปี่ยมกำลังวังชา
การฟื้นตัวหลังผ่าตัดมะเร็งตับอ่อนอยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน
“ดีๆ ดีมากจริงๆ!”
“นั่งลงเร็วๆ คนนั้นนะช่วยไปรินชาให้คุณหมอเฉินหน่อย” หลังนั่งลงผู้อาวุโสก็ยิ้มมองเฉินชาง “เยี่ยมนี่! เยี่ยมไปเลย! ผมได้ยินเรื่องปากีสถานเมื่อครั้งก่อนมาแล้ว!”
“คุณสร้างคุณงามความดีให้ประเทศชาติ!”
เฉินชางอดอมยิ้มไม่ได้ “เรื่องนี้อยู่ในหน้าที่ของผม ผมเชื่อว่าทุกคนก็จะทำแบบนี้”
ผู้อาวุโสฉินยิ้มพยักหน้ายกแก้วใหญ่ขึ้นดื่ม “ฉันไม่ชินกับการดื่มชาร้อน ยังชอบดื่มอึกใหญ่ๆ แบบนี้มากกว่า”
“ดีนะ! ไม่หยิ่งทรนง ไม่ใจร้อน!”
“เรื่องครั้งก่อนผู้นำก็บอกผมแล้ว เขาถามว่าคุณอยากได้อะไรเป็นรางวัลแต่คุณยังไม่ได้คิด ตอนนี้คิดได้หรือยัง” ผู้อาวุโสฉินถามด้วยสีหน้าจริงจังหลังพูดจบก็พลันถามว่า “อยากเป็นทหารหรือเปล่า”
“มาเป็นผู้อำนวยการที่โรงพยาบาลกองทัพ!”
“ฝึกสักสองสามปีก็เป็นพลจัตวา!”
“เรื่องอื่นผมไม่กล้ารับประกันแต่… ตราบที่ผมตาเฒ่าคนนี้ยังอยู่ คุณไม่มีปัญหาแน่นอน ก่อนผมไปอย่างน้อยผมต้องทำให้คุณได้เป็นพลตรี!”
“อีกอย่างด้วยความสามารถของคุณโน้มน้าวคนหมู่มากได้ทุกคนก็ไม่คัดค้านหรอก คุณว่ายังไง”
คำพูดของผู้อาวุโสกึกก้องมีพลัง ทุกถ้อยคำทุกคำพูดดูเหมือนไม่ใช่การพูดคุยธรรมดาแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับเหมือนคำมั่นสัญญาที่ถูกต้อง!
ถึงแม้ผู้อาวุโสฉินในตอนนี้เป็นแค่ที่ปรึกษา แต่ที่ปรึกษานี้คือขุมปัญญาทางทหารของผู้นำ เจ้าหน้าที่คุ้มกันที่อยู่ข้างๆ ได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสก็ตื่นตระหนกเล็กน้อย
เพราะต่อให้ลูกชายแท้ๆ ของผู้อาวุโสมา ผู้อาวุโสก็ไม่เคยรับประกันแบบนี้มาก่อน!
แต่กลับให้สัญญาหนักแน่นกับชายหนุ่มคนนี้ สำหรับคนธรรมดาแล้วสามารถเปลี่ยนชนชั้นทางสังคมของคุณได้จริงๆ พลตรีคืออะไรก็คือนายพล!
ชั่วชีวิตสองชั่วชีวิตของคนธรรมดาไปไม่ถึงขั้นนี้ด้วยซ้ำแต่ที่นี่กลับรอเฉินชางพูดแค่ประโยคเดียวหากตกลงเฉินชางก็จะถึงขั้นนี้ได้ นี่เหมือนจะเป็นข้อตกลงที่ง่ายมาก!
แต่!
เฉินชางกลับเงียบ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เฉินชางพบว่าทางเลือกของตัวเองมีมากขึ้นเรื่อยๆ
และเผชิญกับตัวเลือกนี้เรื่องที่ต้องพิจารณาก็ยิ่งมีเยอะ
จะตอบรับไหม เฉินชางส่ายหน้ายิ้มบอก “ขอบคุณที่ให้เกียรติครับผู้อาวุโส”
“แต่… ผมก็บอกตามตรงว่าผมยังไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน”
อำนาจและหน้าที่เป็นของคู่กัน หลังตอบรับเฉินชางอาจเผชิญข้อจำกัดต่างๆ มิหนำซ้ำ!
ที่สำคัญที่สุดคือเฉินชางคิดว่าตัวเองเป็นพลตรีหรือไม่ ตำแหน่งทางสังคมที่มีอยู่ กระทั่งว่าในอนาคตก็ไม่น้อยไปกว่าการเข้าระบบ อย่างไรก็ตามการก่อตั้งโรงพยาบาลก็เป็นแค่การก่อตั้ง การก่อตั้งแบบนี้หมายความว่าเฉินชางจะมีตัวเลือกมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่นก่อตั้งบริษัท ตัวอย่างเช่นลงทุนในโปรเจกต์วิจัยต่างประเทศแล้วก็เส้นทางการพัฒนาต่อจากนี้ของเฉินชาง
เหล่านี้เป็นเรื่องที่เฉินชางไม่อยากละทิ้ง หลังคิดอยู่เนิ่นนานเฉินชางยังคงตัดสินใจปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงแค่บอกว่ายังไม่ได้คิดชั่วคราว
ผู้อาวุโสโบกมือยิ้มบอก “ไม่เป็นไร ไม่ส่งผลกระทบอะไร”
“คนหนุ่มมีตัวเลือกมาก โอกาสมาก ถือเป็นเรื่องดี”
“ยุคสมัยไม่เหมือนเดิมแล้วแต่ว่า…”
พูดถึงตรงนี้ผู้อาวุโสฉินก็มองเฉินชางและพูดอย่างจริงจังว่า “แต่ว่า… เสี่ยวเฉิน ผมหวังว่าไม่ว่าเมื่อไรคุณก็จะยืนอยู่ฝั่งมาตุภูมิ”
“ผมรู้ว่าหมอมีโลกของหมอ การช่วยชีวิตคนเป็นเรื่องของประชาชนทั่วโลกแต่… แพทย์ก็มีเขตแดนประเทศ”
“ผมหวังว่าคุณจะจำจุดนี้ไว้”
บอกตามตรงผู้อาวุโสฉินกังวลปัญหานี้จริงๆ คนชรากลุ่มนี้มีความสามารถในการตระหนักถึงอันตรายที่แข็งแกร่ง
เฉินชางหัวเราะมองชายชราก่อนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ผู้อาวุโสคุณวางใจได้ครับ ผมเป็นคนจีน”
“จุดนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แล้วก็จะไม่เปลี่ยนแปลงครับ”
ผู้อาวุโสฉินเห็นท่าทางนี้ของเฉินชางก็ยิ้มอย่างปกปิดความสุขเอาไว้ไมอยู่
“ดีๆๆ ช่วงนี้เขาเห็นนักวิจัยออกจากประเทศจีนเยอะมาก” ผู้อาวุโสฉินก็กังวลจุดนี้ “คุณต้องการอะไรบอกผมได้ บอกประเทศได้ถ้าทำได้พวกเราจะพยายามเต็มที่!”
เฉินชางพยักหน้ายิ้ม ตอนเที่ยงผู้อาวุโสฉินให้เฉินชางอยู่กินข้าวด้วย ทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้อีก บทสนทนาเป็นเรื่องน่าสนใจและเรื่องชีวิตประจำวันในครอบครัว ผู้อาวุโสก็ไม่ได้มองเฉินชางเป็นคนนอก เฉินชางรู้สึกดีกับผู้อาวุโสมาก
ตอนนั้นก็เป็นผู้อาวุโสที่ตบโต๊ะพูดว่าจะเป็นคนที่คอยสนับสนุนเฉินชางอยู่เบื้องหลัง!
ตอนที่กินข้าวไปครึ่งหนึ่งก็มีชายชราคนหนึ่งมาผู้อาวุโสฉินแนะนำประดุจสมบัติล้ำค่า “เหล่าหลี่ดูนี่ นี่ก็คือแพทย์ที่ปรึกษาของฉัน!”
ชายชราอายุใกล้เคียงกับผู้อาวุโสฉินเห็นเฉินชางก็ยิ้มพูดขึ้นมาทันที “อ้าว ศาสตราจารย์เฉินนี่นา!”
“ฉันบอกนายนะเหล่าฉิน นายน่ะโชคดี ไม่งั้นตอนนี้ศาสตราจารย์เฉินถูกฉันแย่งไปแล้ว”
ผู้อาวุโสฉินก็ไม่โกรธ “นี่เรียกว่าวิสัยทัศน์ทางกลยุทธ์!”
“มีโรคชนิดหนึ่งชื่อว่าป่วยถูกจังหวะ!”
เหล่าหลี่ยิ้มบอก “พอแล้ว นายโชคดี ฉันแพ้นาย”
“ถ้าไม่ถือสา ขอตะเกียบคู่หนึ่งได้ไหม”
ผู้อาวุโสฉินยิ้ม เจ้าหน้าที่คุ้มกันก็ยกตะเกียบมา เหล่าหลี่ล้วงเหล้าขวดหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ลองชิมหน่อยไหม”
ผู้อาวุโสฉินหน้าเปลี่ยนสี “นี่… นายต้องถามผู้นำ!”
ชายชรางุนงง “ผู้นำ? ใครจะควบคุมเหล่าฉินอย่างนาย”
ผู้อาวุโสฉินมองเฉินชาง “ศาสตราจารย์เฉินไง!”
“ด้านสุขภาพฉันต้องฟังผู้นำ!”
ทุกคนหัวเราะขึ้นมายกใหญ่ทันที