เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1575 ไม่น่าเชื่อ... ผมดีขึ้นแล้ว!
ผู้อาวุโสฉินดื่มเหล้าไม่ได้ เฉินชางบอกไว้!
เขาเพิ่งผ่าตัดตับอ่อน ทั้งยังใช้เทคนิคฟื้นฟูทางเดินอาหาร เฉินชางจึงตัดไฟแต่ต้นลม เป็นเหตุให้ผู้อาวุโสฉินไม่กล้าดื่มแต่เหล่าหลี่กลับดื่มแก้วเล็กกับเฉินชางอย่างมีความสุข เหล่าฉินมองจนน้ำลายไหล
ข้าวมื้อนี้กินกันสองชั่วโมงเต็ม กับข้าวถูกอุ่นอีกรอบ ผู้อาวุโสฉินเตรียมไปส่งแขก ส่วนเฉินชางก็เตรียมจากไปแต่ในเวลานี้ตอนที่เหล่าหลี่ลุกขึ้นเตรียมจากไป ทันใดนั้นร่างกายเขาง่อนแง่นขึ้นมา เจ้าหน้าที่คุ้มกันเห็นดังนั้นก็รีบพยุงชายชราไปที่อีกด้าน ประคองให้นั่งลงอย่างระมัดระวัง
เหล่าฉินชะงักเล็กน้อยก็เงียบลงทันที “นี่นาย… โรคเวียนศีรษะกำเริบอีกแล้วเหรอ”
เหล่าหลี่หลับตาไม่เปล่งเสียงก่อนจะพูดในลำคอ “หยุดๆ อย่าเพิ่งพูดกับฉัน ฉันเวียนหัว ไอ้หยา… ลืมตาไม่ขึ้น!”
“ทรมานจริง!”
“ไม่ไหว ให้ฉันนอนหน่อย ฉันรู้สึกเหมือนบ้านหมุน”
เจ้าหน้าที่คุ้มกันก็นับว่าเห็นจนชินแล้ว รู้ว่าผู้อาวุโสเวียนศีรษะจึงพยุงผู้อาวุโสอย่างระมัดระวังอย่างเปี่ยมประสบการณ์
เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นวันสองวัน สถานการณ์แบบนี้พักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว ปกติตอนที่เกิดอาการจะไม่ถึงสิบนาที เฉินชางขมวดคิ้วอยู่ด้านข้าง “ผู้อาวุโสเป็นอะไรเหรอครับ”
เหล่าฉินอดพูดไม่ได้ “โรคเวียนศีรษะน่ะ เป็นมานานแล้ว จะกำเริบเป็นช่วงๆ”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง โรคนี้เดี๋ยวก็ดีขึ้น”
หลังเฉินชางลังเลชั่วครู่ก็ยังคงพยักหน้าแต่… หลังผ่านไปเจ็ดแปดนาทีผู้อาวุโสเริ่มดูเวียนศีรษะหนักยิ่งขึ้น
“ไม่ไหวๆ! ฉันเวียนหัวจนอยากจะอ้วกแล้ว!”
เฉินชางรีบเดินเข้าไปหา “มา ผมดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น”
เจ้าหน้าที่คุ้มกันลังเลขึ้นมา อย่างไรเฉินชางก็เป็นหมอสุขภาพ เวลานี้เหล่าหลี่เวียนศีรษะจนพูดไม่ออกแล้ว เจ้าหน้าที่คุ้มกันก็ร้อนใจบ้างแล้วปกติผ่านไปสักพักก็ดีขึ้นแล้วแต่ทำไมวันนี้ไม่ดีขึ้นล่ะ ส่วนผู้อาวุโสฉินก็ขมวดคิ้วแน่นพูดกับเจ้าหน้าที่คุ้มกันว่า “ให้ศาสตราจารย์เฉินดู!”
เจ้าหน้าที่คุ้มกันจึงค่อยพยักหน้า หลังเฉินชางเดินเข้ามายืนอยู่ตรงข้ามผู้อาวุโสหลี่ ก็บอกกับเจ้าหน้าที่คุ้มกันว่า “คุณช่วยประคองเขาหน่อย”
เจ้าหน้าที่คุ้มกันรีบพยักหน้า!
เฉินชางจะวินิจฉัยสาเหตุที่ผู้อาวุโสเวียนศีรษะ โดยปกติอาการเวียนศีรษะแบ่งเป็นสองแบบ คือแบบเซนทรัลเวอร์ทิโก [1] กับแบบเพอริเฟอรัลเวอร์ทิโก [2]
ถ้าเป็นโรคเวียนศีรษะแบบเซนทรัลอาจค่อนข้างซับซ้อน เกิดจากโรคหลอดเลือดสมองส่วนหลังส่งผลต่อเส้นประสาทที่ควบคุมการรับรู้ทิศทางและพื้นที่ทำให้เวียนศีรษะ สถานการณ์แบบนี้เฉินชางก็จนปัญญาต้องรีบส่งไปโรงพยาบาลโดยด่วนแต่… ถ้าเป็นโรคที่เกิดจากการเวียนศีรษะแบบเพอริเฟอรัล เฉินชางยังคงมีวิธีนิดหน่อย
“ผู้อาวุโส คุณได้ยินที่ผมพูดไหม” เฉินชางเดินไปถามข้างๆ เสียงไม่ดังไม่เบา
“ได้ยิน… ไอ้หยา วันนี้เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็พลันถอนหายใจโล่งอก!
โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับเซมิเซอร์คิวลาร์แคแนล [3] ซึ่งส่วนใหญ่ไม่กระทบต่อการได้ยิน ส่วนการเวียนศีรษะแบบเซนทรัลทั่วไปจะลดทอนความสามารถในการได้ยิน ดังนั้นข้อมูลนี้เป็นเรื่องดีสำหรับเฉินชาง โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนก็คือโรคเวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่า!
หลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันพยุงผู้อาวุโสแล้ว เฉินชางก็พูดกับผู้อาวุโส “ผู้อาวุโส ลืมตาขึ้นให้ผมดูหน่อยว่าคุณเป็นอะไรกันแน่”
“ไม่ไหวๆ! ลืมไม่ขึ้น ลืมตาจะเวียนหัวมาก!”
เวลานี้ผู้อาวุโสหลี่ บุคคลทรงอิทธิพลทั้งในโลกการเมืองและโลกกองทัพหวาดกลัวแล้วจริงๆ! โรคภัยเป็นสิ่งที่ทำให้คนกลัวจริงๆ!
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ปลอบ “ไม่เป็นไร คุณลืมตาผมดูแวบเดียวก็ได้แล้ว ดูแวบเดียวก็ไม่เวียนแล้ว!”
“โกหก… หลายคนก็เคยพูดแบบนี้ ทุกคนก็เคยรักษาแล้ว” ประโยคนี้ของผู้อาวุโสทำให้เฉินชางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก!
“ผมไม่ใช่คนธรรมดา!” เฉินชางทำได้เพียงไม่เดินตามทางปกติ ตอนแรกผู้อาวุโสฉินที่อยู่ด้านข้างยังกังวลอยู่บ้างแต่ตอนนี้อดหัวเราะไม่ได้
“เหล่าหลี่ นายไหวไหมเนี่ย แค่เปิดตาก็ไม่กล้า!”
“นายอย่ามาอวดดี เรื่องไม่ได้เกิดขึ้นกับนายสักหน่อย ไอ้หยา… เวียนหัวจะตายแล้ว”
เวลานี้เฉินชางส่งสายตาให้เจ้าหน้าที่คุ้มกัน เขาตัดสินใจใช้กำลัง! ถูกต้อง!
หลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันเห็นสายตาของเฉินชางก็ใจกระตุก ถ้าตัวเองฟังคำพูดของเฉินชางไม่แน่อาจถูกผู้อาวุโสหลี่ยิงทิ้งก็ได้แต่เขาเห็นนายพลฉินขยิบตาให้ตัวเองงั้นช่างมัน… เสี่ยงดูแล้วกัน
ระหว่างที่พูดเจ้าหน้าที่คุ้มกันกัดฟันพยักหน้าส่งสัญญาณให้เฉินชาง เฉินชางทำท่าโอเค!
ระหว่างที่คุยกันเฉินชางลงมืออย่างดุดัน มั่นคง และแม่นยำ เขาใช้ความเร็วปานสายฟ้าแลบพลิกเปิดหนังตาของผู้อาวุโส เดิมทีผู้อาวุโสปิดตาแน่นสนิทแต่จู่ๆ ก็พลันสัมผัสได้ว่าเปลือกตาถูกแยกออก จากนั้นก็เห็นใบหน้าหนึ่งปรากฏในดวงตา!
ผู้อาวุโสหลี่โกรธขึ้งทันที ช่างกล้านัก… ถึงกับกล้าแตะต้องตาของฉันแต่เฉินชางในเวลานี้เริ่มวินิจฉัยรายละเอียดทั้งหมดของผู้อาวุโสหลี่!
“ระยะเวลาตากระตุกน้อยกว่าหนึ่งนาที! อยู่ที่โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน!”
“ตากระตุก… กระตุกตามแรงโน้มถ่วง ด้านขวากระตุกแรง ด้านขวาคือด้านที่มีอาการ… เมื่อเป็นแบบนี้… เป็นโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนมาตรฐาน”
ในดวงตาของเฉินชางราวกับซูเปอร์เครื่องคำนวณ เขาใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีจำกัดเหล่านี้ด้วยความเร็ว เฉินชางที่วินิจฉัยได้แล้วไม่มีเวลาสนใจความโกรธของผู้อาวุโส เริ่มทำงานทันที!
ตอนที่เฉินชางสวมถุงมือรับสัมผัสเขาก็ค้นพบเรื่องที่น่ากลัวมากอย่างประหลาดใจ! เขาเหมือนใช้ประโยชน์จากแผนที่สี่มิติมารับรู้ตำแหน่งของหูขวาได้อย่างชัดเจน!
อะไรคือโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน โรคเวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่ามาจากการที่มีตะกอนหินปูนในหูชั้นในตกเข้าไปในเซมิเซอร์คิวลาร์แคแนล เมื่อศีรษะมีการเคลื่อนไหวตะกอนหินปูนในหูชั้นในก็จะเคลื่อนไหวตามแรงโน้มถ่วงในเซมิเซอร์คิวลาร์แคแนล ส่งผลให้น้ำเหลืองเคลื่อนไหวไม่เท่ากัน กระทบต่อระบบการทรงตัวของเซมิเซอร์คิวลาร์แคแนล ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะและตากระตุกขณะเปลี่ยนท่า ซึ่งก็คือโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนนั่นเอง
เป้าหมายการรักษาก็แสนง่าย! แน่นอนว่าที่บอกว่าง่ายก็คือการทำให้ตะกอนหินปูนในหูชั้นในที่อยู่ผิดตำแหน่งกลับคืนตำแหน่งเดิม นี่ก็คือวิธีคืนตำแหน่งตะกอนหินปูนในหูชั้นในในตำนาน!
ตอนนี้เห็นแค่ว่าเฉินชางจับศีรษะของผู้อาวุโสหลี่ หมุนไปทางขวาสี่สิบห้าองศา จากนั้นก็รีบหงายคนไข้ไปด้านหลังด้วยความเร็วสูงโดยไม่หยุดแม้แต่น้อยให้ศีรษะอยู่ในมุมยี่สิบองศาจากแนวระนาบ!
เวลานี้เขาเปิดตาของผู้อาวุโสหลี่อย่างมั่นใจ หลังรออาการตากระตุกกับเวียนศีรษะหายไปแล้ว จึงค่อยหันคนไข้ไปด้านที่ไม่มีอาการเก้าสิบองศา!
ทันใดนั้นเฉินชางสัมผัสได้ว่าตะกอนหินปูนในหูชั้นในขยับไปถึงหูด้านขวาแล้ว เสร็จงานอย่างน่าพอใจ!
ส่วนผู้อาวุโสกำลังเตรียมจะด่าเปิง อย่างไรเสียไม่ว่าใครถูกคนเหวี่ยงไปมาแบบนี้ก็ต้องโกรธกันบ้าง นับประสาอะไรกับคนใหญ่คนโต
เจ้าหน้าที่คุ้มกันมองผู้อาวุโสลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีโกรธเคืองจ้องเขม็งชี้เฉินชางกำลังเตรียมจะอ้าปากด่ากราด!
แต่เฉินชางกลับยิ้มมองผู้อาวุโส ผู้อาวุโสหลี่ชี้เฉินชางตอนที่กำลังจะด่าก็พลันชะงัก!
“เอ๊ะ ฉัน… ไม่เวียนหัวแล้ว!”
“ไม่เวียนหัวแล้วจริงๆ ด้วย!” ผู้อาวุโสพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจ เฉินชางยิ้มน้อยๆ ไม่พูดจา!
[1] เซนทรัลเวอร์ทิโก (Central vertigo) อาการมึนเวียนที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติที่สมอง
[2] เพอริเฟอรัลเวอร์ทิโก (Peripheral vertigo) อาการมึนเวียนที่มีสาเหตุมาจากหูส่วนใน
[3] เซมิเซอร์คิวลาร์แคแนล (Semicircular canal) หมายถึงส่วนที่อยู่ในหูชั้นในมีลักษณะเป็นท่อครึ่งวงกลม 3 วงโค้งอยู่ในหูชั้นใน