เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1584 ใครว่ารักษาไม่ได้
เฉินชางโบกมือ เอ่ยยิ้มๆ “ครับ ผมเข้าใจแล้ว คุณกลับไปเถอะ!”
เหอจื้อเชียนถึงได้ออกไป!
ช่วงที่ผ่านมาได้ร่วมงานกับโจวหงกวง ทำให้เหอจื้อเชียนเลื่อมใสในความรู้และความสามารถของโจวหงกวง
เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งเลยจริงๆ
แต่ว่าคนที่ยอดเยี่ยมแบบนี้กลับไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีหรอกหรือ
เหอจื้อเชียนรู้สึกเสียดายจริงๆ
หลังจากเขาออกไปแล้ว เฉินชางมองหนังสือที่อัดแน่นบนชั้นวาง ค่อนข้างมึนงง!
ความรู้สึกของเขาไม่ต่างจากเหอจื้อเชียนเลย
แต่จะให้ทำอย่างไรได้
ผู้นำบางท่านก็เป็นพาร์กินสันเช่นกัน ล้วนไม่มีวิธีรักษาหายขาด
โรคนี้จะรักษาได้จริงๆ น่ะเหรอ
ขนาดหมอยังยืนยันไม่ได้เลย!
หรือว่า…ช่วยไม่ได้แล้วจริงๆ
ก็ยังไม่แน่ละมั้ง
ถึงอย่างไรยุคสมัยก็เปลี่ยนไปแล้ว!
จักรพรรดิในสมัยโบราณกินผัดหม่าล่าไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าสมัยนี้จะทำไม่ได้นี่
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางเปิดคอมพิวเตอร์เริ่มค้าหาวิทยานิพนธ์บนอินเตอร์เน็ต!
บางทีทุกคนอาจจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโรคพาร์กินสันคืออะไร
จริงๆ แล้วจะเรียกโรคพาร์กินสันว่าอัมพาตสั่นรัวก็ได้!
ความหมายตรงตามชื่อ อาการหลักของมันคือตัวสั่น เป็นอัมพาต รวมถึงเคลื่อนไหวผิดปกติ!
ถึงแม้จะกล่าวว่านี่คือภาวะระบบประสาทเสื่อมที่พบได้ทั่วไปในวัยกลางคนและวัยชราและเป็นภาวะ ESP[1] ที่พบเห็นได้มากที่สุดในวัยกลางคนและวัยชรา
ปัจจุบันวิธีรักษาหลักคือรักษาด้วยยา
ซึ่งก็เป็นแค่ยาต้านโคลิเนอร์จิค[2]เท่านั้น รวมถึงลีโวโดปาที่คิดค้นขึ้นมาทีหลัง
แต่ว่าประสิทธิภาพการรักษาของยาพวกนี้ธรรมดามาก!
ตามหลักคือรักษาให้หายขาดไม่ได้!
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางค่อนข้างหงุดหงิดใจ
อย่างไรก็ตาม…เฉินชางยังคงคิดว่าจะมีการศึกษาวิจัยที่ล้ำสมัยขึ้น
พอค้นหาอย่างละเอียด!
ดวงตาของเฉินชางพลันเปล่งประกาย
มีจริงๆ!
แถมยังมีเยอะด้วย แต่ส่วนใหญ่เป็นการฝังเข็มทั้งสิ้น
ชื่อที่ตั้งก็น่าเกรงขามเป็นพิเศษ!
‘เคล็ดฝังเข็มประตูผี!’
‘เคล็ดฝังเข็มหยางพร่อง!’
‘เคล็ดฝังเข็มห้าธาตุ!’
….
เทคนิคเหล่านี้ง่ายมาก แค่ต้องใช้ปราณแท้ในอกเท่านั้น ควบคุมปราณและฝังเข็ม ขั้นตอนหลังจากนั้นดูลำบากค่อนข้างมาก แค่ขับเหงื่อออกมาก็รักษาผู้ป่วยได้แล้ว
น่าเสียดาย…เฉินชางไม่มีพลังปราณ ไม่อย่างนั้นอาจจะลองดู!
เฉินชางได้แต่ยอมออกจากเว็บไป๋ตู้ เริ่มล็อกอินเข้าสืบค้นวิทยานิพนธ์ต่างประเทศบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เฉินชางค้นพบบางอย่างจริงๆ!
มีผู้เชี่ยวชาญต่างชาติหลายท่านศึกษาวิจัยโรคพาร์กินสัน แถมยังค้นพบว่ามีการผ่าตัดศัลยกรรมประสาทแสนมหัศจรรย์วิธีหนึ่งที่มีโอกาสรักษาพาร์กินสันให้หายขาดได้!
มีเคสหนึ่งระหว่างที่หมอคนหนึ่งใช้เทคนิคที่เรียกว่ารังสีศัลยกรรม[3]ทำลายส่วนโกลบัสพาลลิดัส[4]เพื่อรักษาโรคพาร์กินสัน แต่จู่ๆ ก็เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายขึ้น!
นั่นก็คือ…
เขาพบว่าการทำลายกลุ่มนิวเคลียสข้างทาลามัส[5]จะส่งผลให้อาการสั่นต่างๆ ดีขึ้นได้
หลังจากเฉินชางอ่านพบก็รู้สึกคุ้นๆ ขึ้นมาทันที
คิดไปคิดมา ดวงตาเฉินชางพลันเปล่งประกายขึ้นมา
ใช่แล้ว!
ตนเพิ่งได้รับรางวัลอย่างหนึ่งมาไม่ใช่หรือ
รางวัล [เทคนิครังสีศัลยกรรม] ระดับสมบูรณ์แบบ
ในเมื่อการทดลองครั้งนั้นของพวกเขาก็ใช้เทคนิครังสีศัลยกรรม ดังนั้นตนก็น่าจะทดลองได้ไม่ใช่หรือ
เฉินชางเริ่มค้นหาบทความในด้านนี้
พริบตาเดียว ช่วงเวลาหนึ่งวันก็จบลงเช่นนี้
แต่ว่า!
เฉินชางกลับค้นพบว่าเทคนิครังสีศัลยกรรมมีโอกาสเป็นไปได้จริง
มีความยากเพียงอย่างเดียวคือการผ่าตัดกะโหลกศีรษะด้วยเทคนิครังสีศัลยกรรมมีความยากสูงเกินไป!
เมื่อเป็นการผ่าตัดความยากสูงของแขนงศัลยกรรรมประสาท คนที่ผ่าตัดได้ดีจึงมีน้อยมาก!
หลังจากตัดสินใจแน่นอนแล้ว เฉินชางก็สูดหายใจลึกๆ ทีหนึ่ง
เขาตัดสินใจว่าจะลองดู!
ถ้ามีโอกาสล่ะ!
อีกอย่าง…
เฉินชางเกิดไอเดียขึ้นมา ลองสอบถามระบบดู
[เปิดใช้เทคนิครังสีศัลยกรรมผ่าตัดโรคพาร์กินสันได้ไหม!]
[ติ๊ง! คำแนะนำ: ใช้ได้! ต้องการเปิดใช้หรือไม่]
หลังจากได้ยินเสียงแจ้งเตือนระบบ เฉินชางตื่นเต้นขึ้นมา!
ใช้ได้จริงๆ เหรอ!
ผ่าตัดรักษาโรคพาร์กินสันได้ใช่ไหม
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็ตื่นเต้นทันที
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จแน่นอน!
นี่คือโอกาสพลิกโฉมประวัติศาสตร์…
ไม่สิ!
พูดให้ถูกคือ นี่เป็นโอกาสสร้างประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จ
โรคพาร์กินสันเชียวนะ!
เป็นฝันร้ายของคนจำนวนมากขนาดไหนกัน
ถ้าประสบความสำเร็จขึ้นมา จะเป็นประโยชน์ต่อคนมากขนาดไหนกัน
ถึงขั้นที่…
เฉินชางคิดว่าตนอาจจะได้รับรางวัลใหญ่ระดับสากลเพราะเรื่องนี้ก็ได้
การผ่าตัดที่ผ่านมาของตนก็แค่ยอดเยี่ยมเท่านั้น!
แต่ก็มีคนอื่นที่ทำได้ยอดเยี่ยมเหมือนกัน
แต่ครั้งนี้จะต่างออกไป
ตนทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้จริง
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางเข้าสู่สเปซฝึกฝนด้วยความตื่นเต้น
….
สองวันมานี้ เฉินชางติดต่อหาโจวหงกวงตลอด
ไม่ง่ายเลยกว่าเฉินชางจะติดต่อได้
เฉินชางไปหาโจวหงกวงตามพิกัดที่อีกฝ่ายแชร์มา
ว่ากันตามจริง พอได้เห็นสภาพของเขาในตอนนี้ เฉินชางตะลึงงันอยู่กับที่ทันที!
เขามองโจวหงกวงที่ค่อนข้างหมดอาลัยตายอยาก ไม่รู้เลยว่าควรจะปลอบอย่างไรดี
สำหรับศัลยแพทย์คนหนึ่ง การเป็นโรคพาร์กินสันก็เท่ากับฝังกลบเส้นทางอาชีพและอนาคตทันที!
สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์อะไรกัน
เหลวไหล!
ไร้สาระ!
โจวหงกวงนั่งอยู่บนพื้น มีขวดเหล้าอยู่ด้านข้าง มีทั้งเหล้าขาว เหล้าแดง
ผมเปียกชื้นลีบติดหนังศีรษะ สภาพเหมือนชายวัยกลางคนอนาถาคนหนึ่ง
ณ ท้องถนนที่รุ่งเรืองที่สุดของเมืองหลวงแห่งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมปลูกถ่ายตับหนหนึ่งที่ดูมีอนาคตที่สุดในประเทศและความฝันอันว่างเปล่า
ไม่มีสิ่งใดทำให้คนเสียใจได้มากกว่าฝันสลายแล้ว!
และไม่มีสิ่งใดทำให้คนเสียศูนย์ได้มากกว่าการที่สูญเสียความหวังไป
โจวหงกวงนั่งบนขั้นบันได มองสองเท้าที่ก้าวมาหยุดข้างกายตน รองเท้าหนังที่คุ้นตา กลิ่นอายที่คุ้นเคย คนที่คุ้นเคยกลับทำให้…เขาไม่กล้าเงยหน้ามองศาสตราจารย์เฉิน
จบสิ้นแล้ว!
ทุกอย่างจบเห่แล้ว!
ความฝันอะไร
อนาคตอะไร
เฮอะๆ ตอนนี้ก็เป็นแค่ความฝันอันเลื่อนลอยเท่านั้น!
โจวหงกวงคิดว่าสวรรค์ช่างเล่นตลกกับเขาเสียจริง
เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าตนมีโอกาส!
เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าฉันทำได้
ทำไมถึงเป็นแบบนี้
เหตุสุดวิสัยในการผ่าตัดเคสหนึ่ง ทำให้โจวหงกวงต้องอำลาเวทีศัลยกรรมอย่างถาวร
แต่ว่าหมอทุกคนในแผนกศัลยกรรมตับและท่อน้ำดีของโรงพยาบาล 301 รู้กันหมดแล้ว
คิดว่าอีกไม่นาน ข่าวที่ตนกลายเป็นคนไร้ประโยชน์คงแพร่ไปทั่วเมืองหลวงแน่!
ไม่สิ…
บางทีตอนนี้คงแพร่ออกไปแล้ว
พอเห็นเท้าเฉินชางขยับเข้ามา โจวหงกวงก็รู้ว่าบางทีเรื่องของตน…อาจจะรู้กันทั่วแล้วกระมัง
เข้าคัดเลือกสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ในหนึ่งเดือน!
มันกลายเป็นเรื่องเสียดสีสำหรับโจวหงกวงไปแล้ว
เขียนหนังสือจบแล้วยังไงต่อล่ะ
สุดท้ายทุกอย่างก็สูญเปล่าอยู่ดี!
เฮ้อ
เฉินชางเป็นฝ่ายยื่นมือออกไปก่อน ยื่นออกไปตรงหน้าโจวหงกวง “ลุกไหวไหมครับ”
โจวหงกวงส่ายหน้า
เขาละอายใจ
เฉินชางเอ่ยต่อว่า “เป็นเรื่องใหญ่มากสินะครับ!”
โจวหงกวงได้ยินก็พลันเงยหน้าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตัว มองเฉินชางอย่างสับสน “เป็นเรื่องใหญ่มากงั้นเหรอ”
“นี่คือความฝันสูงสุดในชีวิตผม”
“ไม่ง่ายเลยกว่าจะมีโอกาสกลายเป็นจริง แต่ตอนนี้…พังหมดแล้ว!”
“คุณรู้จักเสียงฝันสลายไหมล่ะ เป็นแบบนี้ไง!”
ขณะที่พูด เขาหยิบขวดเหล้าขึ้นมาฟาดหัวทันที!
“แบบนี้ไงล่ะ!”
เลือดค่อยๆ ไหลลงมา
เฉินชางเงียบงัน เขารู้ดี…นี่ก็แค่แผลภายนอกเท่านั้น!
ความเจ็บปวดที่แท้จริงอยู่ภายในใจ!
แต่ว่า..
เขายังคงยื่นมือค้างไว้ “ใครว่าโรคพาร์กินสันรักษาไม่ได้ครับ”
[1] ภาวะ ESP (extrapyramidal symptoms) เป็นอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากระบบเอ็กซ์ตราพีรามิดอล (extrapyramidal system) ที่เป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายระบบประสาทสั่งการได้รับผลจากข้างเคียงจากฤทธิ์ยาหรือปัจจัยอื่นๆ ทำให้เกิดความผิดปกติอาทิ กล้ามเนื้อกระตุกและหดตัวอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนไหวผิดปกติ มีอาการกระสับกระส่าย อาจจะเกิดขึ้นชั่วคราวหรือกลายเป็นอาการเรื้อรังก็ได้
[2] ยาต้านโคลิเนอร์จิค (Anticholinergics) เป็นสารที่ขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาท acetylcholine ในระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทส่วนปลายมีการนำมาใช้ทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย แต่จัดอยู่ในกลุ่มยาอันตรายต้องมีใบสั่งจ่ายยาจากแพทย์และอยู่ในการควบคุมของแพทย์เท่านั้น หากใช้เกิดขนาดอาจเกิดภาวะพิษจากฤทธิ์ยาได้
[3] รังสีศัลยกรรม หรือ รังสีร่วมพิกัด คือการฉายรังสีพลังงานสูงไปยังบริเวณที่ต้องการรักษาอย่างแม่นยำ โดยอาศัยระบบคอมพิวเตอร์สร้างภาพจำลองสามมิติ กำหนดตำแหน่ง และ คำนวณปริมาณรังสีที่เหมาะ
[4] globus pallidus คือส่วนหนึ่งในปมประสาทฐาน (Basal ganglia) ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (Muscle tone) ประสานการเคลื่อนไหวและความจำ รวมถึงด้านความชำนาญต่างๆ เมื่อสมองส่วนนี้เกิดปัญหาจะทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายผิดปกติไป
[5] เป็นองค์ประกอบหนึ่งของกลุ่มนิวเคลียส pulvinar ซึ่งกินพื้นที่ถึง 40% ภายในสมองส่วนทาลามัส (thalamus) แบ่งออกเป็น ส่วนหน้า ส่วนล่าง ส่วนข้างและส่วนใน โดยกลุ่มนิวเคลียส pulvinar จะรับสัญญาณสื่อสารจากส่วนเทคตัม (tectum) เพื่อตอบสนองในการปรับเปลี่ยนความเคลื่อนไหวรวมถึงโฟกัสสายตา