เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1583 เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
เมื่อเฉินชางเห็นเหอจื้อเชียนก็ชะงักไปทันที
“ผู้อำนวยการเหอ มีอะไรเหรอครับ”
เหอจื้อเชียนสูดหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่ง มองคนทั้งห้อง อดเงียบไปครู่หนึ่งไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉิน ขอเวลาคุณสักครู่ ผมมีธุระจะคุยกับคุณ!”
เฉินชางพยักหน้า ถอดถุงมือทิ้ง แล้วเดินออกมา
เขาล้างมือพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “มีอะไรครับ หรือคุณก็อยากแนะนำลูกศิษย์ให้ผมด้วย”
เหอจื้อเชียนผงะไปเล็กน้อย “ลูกศิษย์เหรอ เฮ้อ ไม่ใช่!”
ระหว่างที่พูด เหอจื้อเชียนเห็นว่ารอบข้างไม่มีคนอยู่ จึงขยับเข้าไปใกล้หูของเฉินชาง เอ่ยกระซิบว่า “โจวหงกวงเป็นพาร์กินสัน[1]!”
แค่ประโยคเดียว!
เฉินชางก็ตะลึงงันอยู่ที่เดิมทันที!
โจวหงกวงเพิ่งอายุเท่าไรกัน
ห้าสิบต้นๆ
ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมตับและถุงน้ำดีโรงพยาบาล 301 ที่กำลังอยู่ในจุดสูงสุด บุคคลชั้นแนวหน้าของวงการปลูกถ่ายตับ จู่ๆ ก็เป็นพาร์กินสันงั้นเหรอ
นี่…
เฉินชางตะลึงงันอยู่ที่เดิม แม้แต่สมองก็สูญเสียความสามารถในการประมวลผลไปแล้ว!
น่าเสียดายเหลือเกิน!
โจวหงกวงดีต่อเฉินชางมากจริงๆ เคยติดต่อกันตั้งแต่สมัยอยู่โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลตงหยาง หารือเคสผู้ป่วยด้วยกัน แลกเปลี่ยนเทคนิคผ่าตัดกันอยู่บ่อยครั้ง
ทำไมอยู่ดีๆ ก็เป็นพาร์กินสันได้ล่ะ!
ในใจเฉินชางรู้สึกเศร้าสร้อย
เขาหันไปมองเหอจื้อเชียน “เรื่องเกิดขึ้นนานหรือยัง”
“แล้วคุณรู้ได้ยังไง อีกอย่าง…ครั้งนี้เป็นอาการครั้งแรกหรือเปล่า”
เหอจื้อเชียนส่ายหน้า “ผมทราบสถานการณ์คร่าวๆ บางส่วนเท่านั้น แต่ว่า…สถานการณ์อย่างละเอียดเป็นยังไงตอนนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน!”
เฉินชางรีบถามต่อ “สถานการณ์คร่าวๆ เป็นยังไงครับ”
“หนังสือเขียนเสร็จแล้วใช่ไหมล่ะ ขาดแค่ตรวจทานครั้งสุดท้าย เขาส่งมาให้ผมอาทิตย์ก่อน อาทิตย์นี้ผมไม่ได้ติดต่อกับเขาเลย!”
“พอไปหาที่โรงพยาบาลก็ไม่เจอเขา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกว่าเขาขอลาหยุด”
“ผมโทรหาเขาหลายสายแต่ไม่มีคนรับ”
“ผมก็ไม่ได้คิดว่ามีเรื่องอะไร”
“ปรากฏว่า…ตอนผมไปตามหาที่แผนกของพวกเขา บังเอิญได้ยินเพื่อนร่วมงานเก่าผมคนหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้!”
“อาทิตย์ก่อนมีผ่าตัดซ่อมแซมตับเสียหายเคสหนึ่ง ในช่วงสำคัญที่สุดของการผ่าตัด ผู้อำนวยการโจวเลือกผ่าตัดซ่อมแซมความเสียหายของเส้นเลือดดำใกล้ตับที่มีความยากสูงสุด”
“คุณเองก็รู้ถึงความยากของการผ่าตัดนี้ดี”
เฉินชางพยักหน้ารับ
สมัยก่อนทั่วมณฑลตงหยางมีคนที่ซ่อมแซมความเสียหายของเส้นเลือดดำใกล้ตับไม่ถึงสามคนด้วยซ้ำ คนที่ทำได้ดีก็มีแค่เฉินชางเท่านั้น!
ส่วนผู้อำนวยการโจวหงกวงย่อมเป็นอันดับต้นๆ ในวงการ!
เหอจื้อเชียนเล่าต่อ “ผลคือในช่วงสำคัญที่สุด ผู้อำนวยการโจวเตรียมเย็บเชื่อม จู่ๆ มือเขาก็เริ่มสั่น เวลานั้นผู้อำนวยการโจวตกใจมาก!”
“โชคดีที่เขาตัดสินใจเด็ดขาด รีบชักมือออกมา ระงับการผ่าตัดของตัวเอง จึงไม่สร้างความเสียหายต่อตับ!”
“แต่ว่า… เวลานั้นผู้อำนวยการโจวหน้าเขียวไปหมดแล้ว!”
“ตอนนั้นผู้อำนวยการโจวคิดว่าเป็นเพียเหตุสุดวิสัย แต่ว่า… ในเวลาต่อมา อาการมือสั่นของเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ”
“อีกเรื่องที่สำคัญมากคือตอนเข้าผ่าตัดเคสนั้น มีคนเห็นหลายคน แต่ว่า… ทุกคนเก็บเงียบไว้ ผู้อำนวยการโจวได้รับความนับถือจากคนในแผนกมาก ดังนั้นเรื่องนี้จึงยังไม่แพร่กระจายออกไป”
“แต่ว่า… ฉันเดาว่าคงยืดเวลาได้อีกไม่นานนัก ไม่ช้าก็เร็วคงมีคนรู้เข้า!”
หลังจากได้ยินประโยคนี้ เฉินชางเงียบอยู่นานถึงได้เอ่ยขึ้นว่า “เคยคิดบ้างไหมว่าอาจจะวินิจฉัยผิด ถึงยังไง…ก็ไม่ใช่แค่โรคพาร์กินสันที่ทำให้เกิดอาการมือสั่นได้!”
เหอจื้อเชียนส่ายหน้า “ฉันได้ยินว่า…ตรวจสอบแล้ว น่าจะไม่ผิดพลาดหรอก!”
พอได้ยินประโยคนี้ ทั้งสองต่างเงียบไป
น้ำจากก๊อกไหลผ่านมือเฉินชางลงสู่อ่างล้างมือ
แต่ว่าจิตใจของเฉินชางกลับละล้าละลังวางไม่ลง!
เมื่อทั้งสองออกจากห้องผ่าตัด เฉินชางพาเหอจื้อเชียนมาที่ห้องทำงานของตนในแผนกฉุกเฉิน
เฉินชางอดส่ายหน้าไม่ได้
“อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ จู่ๆ ก็เป็นพาร์กินสัน แบบนี้…น่าเสียดายเกินไปแล้วจริงๆ!”
เหอจื้อเชียนก็อดถอนหายใจไม่ได้
เฉินชางผงกหัว “ใช่แล้ว ผู้อาวุโสท่านนี้ เป็นช้ากว่านี้อีกหน่อยไม่ได้หรือไง”
เดิมทีสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์อย่างเหอจื้อเชียนพุ่งเป้าไปยังผู้เชี่ยวชาญการปลูกถ่ายตับที่มีตำแหน่งและทักษะทางคลินิกเหล่านั้นเป็นหลัก
แต่ตอนนี้กลับดีนัก
โจวหงกวงยังหนุ่มแน่นไหมน่ะหรือ
เรื่องความหนุ่มไม่สำคัญเลย!
พอเป็นพาร์กินสัน พรสวรรค์ของคุณก็ไร้ประโยชน์ไปด้วย
โดยพื้นฐานแล้ว ต่อไปนี้คุณหมดวาสนากับการผ่าตัดแล้ว
สองมือของศัลยแพทย์มีค่ามาก ทักษะทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับมือคู่นี้
ย้ายไปอยู่อายุกรรมหรือ
แบบนั้นไม่ใช่การสละเวลาทั้งชีวิตเพื่อตั้งต้นใหม่หรอกหรือ
ที่สำคัญ คุณจะเทียบชั้นกับผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์เหล่านั้นได้หรือ
ห่างชั้นกันมาก!
กล่าวกันโดยพื้นฐานคือ ทันทีที่เรื่องนี้แพร่ออกไป ตามหลักแล้วเส้นทางอาชีพสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ของโจวหงกวงก็ไม่เหลือแล้ว!
เฉินชางรู้สึกเสียใจแทนเขาจริงๆ
เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าความสามารถยอดเยี่ยมขนาดนี้
แถมยังทุ่มเทขนาดนั้น
แต่ทำไมเส้นทางสายนี้ถึงเดินยากขนาดนี้ล่ะ
อีกอย่าง…
เฉินชางยังมีภารกิจอย่างหนึ่งกับผู้อำนวยการโจวอยู่นะ
บ่มเพาะผู้อำนวยการโจวหงกวงให้เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์!
ตอนนี้…จะบ่มเพาะอะไรได้ล่ะ
ต่อให้หนังสือเล่มนี้ของตนถูกเผยแพร่ครั้งแรกในงานประชุมศัลยกรรมทางเดินอาหารโลกไปแล้ว โจวหงกวงมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว
แต่ว่า…
แบบนี้ก็ต่างไปจากปณิธานแรกเริ่มของโจวหงกวงอยู่ดี
คู่ต่อสู้ตัวฉกาจของโจวหงกวงมีแค่สองคนเท่านั้น!
คนหนึ่งคือหลี่เจี้ยนเย่ อีกคนคือถานเฟยเยว่
หลี่เจี้ยนเย่เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์อาวุโสแล้ว แต่กลับไม่ยอมลงจากตำแหน่ง เนื่องจากบอสใหญ่รายนี้คือผู้ก่อตั้งบริษัทเจี้ยนเย่ฟาร์มา
ถ้าเขาลงจากตำแหน่ง แบบนี้บริษัทเจี้ยนเย่ฟาร์มาจะเสียหายไปเท่าไร
รองลงมาคือถานเฟยเยว่
เทียบกับหลี่เจี้ยนเย่แล้ว ถานเฟยเยว่นับว่าซื่อตรงกว่าจริงๆ ถึงอย่างไรในด้านการผ่าตัดศัลยกรรมตับและถุงน้ำดีของศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ อีกฝ่ายก็เป็นบุคคลในระดับเดียวกับโจวหงกวงเช่นกัน
มีข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือถานเฟยเยว่อายุเกือบหกสิบแล้ว
ดังนั้นโจวหงกวงจึงมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งมากกว่า
แต่ตอนนี้จบเห่แล้ว
ทันทีที่โจวหงกวงมีจุดอ่อนอย่าง ‘พาร์กินสัน’ ปรากฏขึ้น โดยพื้นฐานแล้วต้องโดนทั้งสองขยี้ให้ตายแน่
มีแค่สวีจื่อหมิงที่ไม่สนใจสภาวิทยาศาสตร์
คนอื่นล้วนให้ความสนใจกันทั้งนั้น!
เฉินชางอดถอนหายใจไม่ได้ บางคนเห็นกันอยู่ชัดๆ ว่ามีโอกาสแต่ดันไม่ไปแก่งแย่ง บางคนเห็นกันชัดเจนว่ามีโอกาสไม่มาก ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้โอกาสมา กลับต้องล้มเหลวเพราะปัจจัยภายนอก
พอคิดมาถึงตอนนี้
เฉินชางกระจ่างแล้ว!
หากตนทำภารกิจนี้ให้ประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง ของรางวัลในครั้งนี้ต้องอู้ฟู่แน่นอน!
คิดแล้วเชียวว่าไม่ง่ายเหมือนที่จินตนาการไว้แน่
เหอจื้อเชียนมองเฉินชาง เอ่ยถามว่า “ศาสตราจารย์เฉิน…ควรทำยังไงดี”
เฉินชางนั่งพิงเก้าอี้ จ้องมองเพดาน
ผ่านไปนานพักใหญ่ เขาถอนหายใจ เขายังจะทำอะไรได้อีก
ปิดข่าวเหรอ
ข่าวแบบนี้ปิดไม่อยู่หรอก!
ในเมื่อเหอจื้อเชียนทราบข่าวได้ แค่คิดดูก็รู้แล้วว่าในโรงพยาบาลตอนนี้ใครบ้างจะไม่รู้!
คู่ต่อสู้คงรู้แล้ว โจวหงกวงก็หมดโอกาสแล้ว
เฉินชางเอ่ยกับเหอจื้อเชียนว่า “คุณกลับไปก่อนเถอะ ผมจะคุยกับเขาให้ดีเอง”
เหอจื้อเชียนพยักหน้ารับ “โอเค ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนศาสตราจารย์เฉินด้วย”
เฉินชางส่ายหน้า “ไม่เป็นไรครับ!”
ก่อนเหอจื้อเชียนจะออกไป เขาย้อนกลับมาอีกรอบ เอ่ยกับเฉินชางว่า “ศาสตราจารย์เฉิน…ถ้าได้พบผู้อำนวยการโจว คุณก็อย่าว่าเขาเลยนะ”
“ผมเดาว่าตอนนี้เขาคงเสียใจสุดๆ ไปเลย!”
“ถึงยังไงความหวังทั้งชีวิตก็หลุดลอยออกไปตอนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม”
เฉินชางพยักหน้า
[1] พาร์กินสัน คือโรคที่เกิดจากความเสื่อมของบริเวณสมองส่วนกลางและระบบประสาท มักพบในผู้ป่วยที่มีอายุเกิน 65 ปี อาการที่ปรากฏเด่นชัดคือสั่น เกร็ง เคลื่อนไหวเชื่องช้า เป็นโรคที่รักษาให้หายขาดไม่ได้ ทำได้เพียงบรรเทาอาการไม่ให้ลุกลามไปยังส่วนอื่น