เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1605 ข้อดีของโรงพยาบาลใหญ่!
เฉินชางขมวดคิ้ว เขาถาม “ผมมีคุณสมบัติเป็นผู้สืบทอดวิชาการเหรอ”
สวีจื่อหมิงยิ้มน้อยๆ
ดูต่ำต้อยเล็กน้อย!
“คุณพลิกแล้วอ่านดู!”
เฉินชางชะงักเล็กน้อย ตอนที่พลิกดูก็พบว่ายังมีเอกสารอีกฉบับหนึ่ง!
“หนังสือว่าจ้าง!”
“ว่าจ้างศาสตราจารย์เฉินชางเป็นการพิเศษในปี 2020-2025…เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาผู้สืบทอดวิชาการแพทย์ที่โด่งดังของประเทศ…”
หลังเฉินชางเห็นก็ตกตะลึงทันที!
อาจารย์ที่ปรึกษาผู้สืบทอดวิชาการแพทย์ที่โด่งดังของประเทศเหรอ
แถมยังเป็นการว่าจ้างพิเศษ
ทำไมฉันไม่รู้เลย!
เฉินชางมองสวีจื่อหมิงทันที “เรื่องตั้งแต่เมื่อไร ทำไมผมไม่รู้”
เวลานี้สวีจื่อหมิงไม่ได้ตอบ กลับยิ้มบางบอกว่า “คุณรอเดี๋ยว!”
หลังพูดจบก็วิ่งฉิวออกไป แล้วพูดกับคนที่ข้างนอก “เข้ามาเลย!”
ทันใดนั้น พวกหวังทง เหอจื้อเชียน โจวหงกวง หูฉวนปังก็เบียดเสียดกันเข้ามา!
“สวัสดีครับอาจารย์เฉิน!”
“สวัสดีครับศาสตราจารย์เฉิน!”
เฉินชางเบิกตาโตมองทุกคน “พวกคุณ…มากัน…หมดเลย?”
โจวหงกวงพยักหน้าระรัว “ใช่ครับ ศาสตราจารย์เฉิน พวกเรามากราบไหว้คุณเป็นอาจารย์”
หวังทงก็พยักหน้าอย่างจริงจัง “ศาสตราจารย์เฉินชี้แนะพวกเรา บุญคุณนี้ไม่มีวันลืม เพราะอย่างนั้น…พวกเราเลยอยากไหว้คุณเป็นอาจารย์!”
เฉินชางฉงนขึ้นมาแล้ว
ต้องพึงรู้ว่าของอย่างผู้สืบทอดวิชาการนี้มีคุณค่าสูงมาก
คนที่สืบทอดได้ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เปี่ยมประสบการณ์ทางคลินิกและมีชื่อเสียงระดับมณฑลไปจนถึงระดับประเทศ
ทั้งประเทศคนที่ได้ฉายาอาจารย์ที่ปรึกษาวิชาการก็มีไม่ถึงสองร้อยคน
คนเหล่านี้มีใครบ้างที่ไม่ใช่บุตรของสวรรค์
มิหนำซ้ำ!
ที่สำคัญที่สุดคือ อยู่ๆ ตัวเองก็กลายเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาระดับสุดยอดโดยไม่รู้ตัว!
เพราะถ้าหากหมอปริญญาโทที่มีประสบการณ์ทางคลินิกมากกว่าสิบปีไหว้อาจารย์สำเร็จ อีกสามปีต่อมา เมื่อทำวิทยานิพนธ์เสร็จก็จะได้วุฒิปริญญาเอก!
นี่ก็เท่ากับว่า…อยู่ ๆ ตัวเองก็กลายเป็นสุดยอดอาจารย์ที่ปรึกษาปริญญาเอกงั้นหรือ
เฉินชางในฐานะเจ้าหน้าที่ในระบบการแพทย์ เขาศึกษาเรื่องนี้มามาก
นี่น่าจะจัดเป็นทางลัด
คนไม่น้อยอาศัยเส้นทางนี้ก็เดินได้ราบรื่น!
แต่อาจารย์ที่ปรึกษาทั้งประเทศจะมีสักเท่าไรกัน…
ไม่สิ!
เฉินชางมองทุกคนในที่นี้ เหมือนว่า…ที่นี่ก็ครองโควต้าสี่คนแล้ว!
ถูกต้อง!
ทุกคนในที่นี้ต่างก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาทางการแพทย์ที่โด่งดังระดับประเทศ!
แต่…
คนเหล่านี้กลับมาไหว้ตัวเองเป็นอาจารย์!
นี่จะไม่กินโควตาหรอกเหรอ
พวกคุณแต่ละคนใกล้จะได้เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์แล้ว แต่กลับมาไหว้ผมเป็นอาจารย์เนี่ยนะ
เฉินชางถอนหายใจ
ช่างเถอะๆ!
“มาๆ ผมเซ็นให้!” เฉินชางพูดด้วยความจนปัญญา
แต่
นึกไม่ถึงว่าเขาเพิ่งตัดสินใจ คนเหล่านี้ก็ดันเริ่มโต้เถียงกัน!
“ผมจะเป็นศิษย์พี่ใหญ่!”
“ไม่ได้ ให้ผมเป็น ผมเข้าทำงานเร็วสุดนะ”
“ผมอายุมากสุด!”
“ผมเข้ามาก่อน!”
…
หลังคนมากมายโต้เถียงกันหนึ่งรอบ เฉินชางก็เซ็นชื่อแล้วไล่ทุกคนออกไป
หนวกหู!
เป็นอาจารย์ทำไมถึงยุ่งยากขนาดนี้
เมื่อก่อนเฉินชางไม่รู้ ถ้ารู้เร็วกว่านี้ เขาจะไม่เซ็นชื่อให้คนกลุ่มนี้แน่นอน
ตอนเย็น ทุกคนจัดงานเลี้ยงขอบคุณอาจารย์!
เฉินชางก็เรียกฉินเยว่มา!
ฟังทุกคนเรียกเธอว่าภรรยาอาจารย์
ฉินเยว่มีความสุขมาก
เฉินชางพลันตกอยู่ในห้วงความคิด เขาถามเหอจื้อเชียน “ทำไมหัวหน้าซุนถึงไม่มาเหรอครับ”
เหอจื้อเชียนรู้ว่าหัวหน้าซุนนี้ก็คือซุนกว่างอวี่ของวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยน
เหอจื้อเชียนหัวเราะฮ่าๆ “เขากลัวลำดับชั้นจะรวนน่ะ!”
ทุกคนได้ยินก็ขำขึ้นมาทันที
สองวันต่อมา ในที่สุดผลการคัดเลือกสุดท้ายของสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ก็ใกล้จะประกาศแล้ว!
ถึงแม้สวีจื่อหมิงกับโจวหงกวงรู้ว่าตัวเองมีโอกาสสูงมาก แต่ก็…ยังสงบใจไม่ลงอยู่บ้าง
อย่างไรเสีย จนกว่าจะประกาศ ทุกอย่างก็ยังไม่แน่นอน
ตอนที่ตึงเครียดกังวล เหล้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
แต่โจวหงกวงไม่กล้าดื่มเหล้า
คนทั้งกลุ่มพูดคุยสนุกสนานจนถึงสี่ทุ่มกว่า
อิ่มเหล้าอิ่มข้าว ต่างคนต่างกลับบ้าน
เช้าวันถัดมา
เฉินชางมาถึงโรงพยาบาลแต่เช้า
ช่วงนี้ในห้องทำงานของเฉินชางกองพะเนินไปด้วยเอกสารเพื่อศึกษาวิจัยพาร์กินสัน
ทุกวันก็นับว่าออกเช้ากลับเย็น
แผนกฉุกเฉินใหญ่มาก จากแผนกผู้ป่วยนอกไปยังแผนกผู้ป่วยใน และต่อไปยังห้องรอตรวจ คนส่วนใหญ่อ้อมออกมาไม่ได้
ตอนมีคนหาห้องตรวจก็มักจะหลงทางบ่อยๆ
เฉินชางไปที่แผนกรังสีวิทยาเพื่อหาเอกสาร
ที่นั่นมีผลตรวจคนไข้พาร์กินสันมากมาย
เฉินชางหวังว่าจะเจอเบาะแสบนแผ่นฟิล์ม
เดินไปเดินมา เฉินชางพลันพบว่ามีชายคนหนึ่งเดินมาอย่างรีบร้อน อายุสี่สิบกว่าปี แต่งตัวล้ำสมัยมาก
เฉินชางมองอย่างละเอียด นั่นไม่ใช่คนไข้บาดเจ็บภายนอกที่รับมาเมื่อคืนก่อนหรอกหรือ
ชายคนนั้นร้องเพลงในคลับจนถูกต่อยตอนกลางคืน จากนั้นสมองกระทบกระเทือนร่วมกับมีบาดแผลภายนอกที่กะโหลก จึงแอดมิทมารักษา
ชายคนนั้นสวมหมวก ยิ่งเดินก็ยิ่งดูร้อนรน
เห็นเฉินชางสวมชุดกาวน์เข้ามา ชายคนนั้นก็รีบเดินเข้ามาหา
“ขอโทษครับ ขอรบกวนหน่อย!”
ชายคนนั้นเหมือนจะจำเฉินชางไม่ได้ อย่างไรเสียเฉินชางก็จำเขาได้เพราะความจำดี ประกอบกับมอบหมายให้หวงปินไห่จัดการ
“มีอะไรเหรอครับ” เฉินชางถาม
ชายคนนั้นรีบถาม “คือว่า…โถงใหญ่อยู่ไหนเหรอครับ”
เฉินชางชะงักทันที พลันนึกถึงปัญหาหนึ่ง!
เจ้าหมอนี่คงไม่ได้ชักดาบหนีหรอกนะ
เฉินชางยิ้มบอก “ตามผมมาครับ!”
ชายคนนั้นได้ยินก็รีบยิ้มบอก “ขอบคุณมาก ขอบคุณมากครับ!”
เฉินชางโบกมือ “ไม่เป็นไร!”
ระหว่างที่พูด ก็เดินราวสามนาที เฉินชางพาชายคนนั้นกลับมาถึงแผนกแอดมิทฉุกเฉินของแผนกฉุกเฉินที่หก
ทางนี้ พยาบาลหลายคนก็รีบร้อนวิ่งเข้ามา!
“ศาสตราจารย์เฉินคะ! คนไข้ที่รับแอดมิทมาเมื่อวันก่อนหนีไปแล้วค่ะ!”
“ใช่ เขายังไม่จ่ายเงินเลย ต้องชักดาบอีกแน่ๆ!”
…
มองท่าทางร้อนใจของพยาบาลน้อย เฉินชางยิ้มบอก “พวกคุณหาเขาอยู่ใช่ไหม”
ชายคนนั้นตกตะลึงทันที!
นี่…บัดซบ ทำไมกลับมาที่นี่ล่ะ
ผม…ผมเชื่อคุณได้ไงเนี่ย คุณมันปีศาจชั่วร้าย!
ผมอยากไปโถงใหญ่นะ แต่คุณดันพาผมกลับมาที่แผนกแอดมิท
ก็ว่าทำไมถึงคุ้นๆ!
ที่แท้ก็กลับมาที่เดิม!
เฉินชางชี้ประตูใหญ่ของแผนกแอดมิท “เห็นนั่นไหม นั่นก็คือประตูโถงใหญ่ครับ!”
ชายคนนั้นอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา เขาหาประตูอีกที่หนึ่งต่างหาก
พยาบาลน้อยเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามา พูดอย่างดุร้ายว่า “คุณหนีไปได้ยังไง!”
ชายคนนั้นก็พูดอย่างกระมิดกระเมี้ยนเก้อเขิน “ไม่ใช่…ผมไม่ได้หนี ผมแค่…ใช่ ผมแค่ไปกินข้าวเช้ามา!”
พยาบาลน้อยบอก “ไปกินข้าวเช้าคุณต้องเอาของไปด้วยเหรอ”
ชายคนนั้นกระอักกระอ่วนขึ้นมา
“เอ่อ ผม…ผม…ผมไม่ได้ตั้งใจ”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าด้วยความจนใจ
เรื่องนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ในโรงพยาบาล
ชายคนนั้นถอนหายใจอย่างน้อยใจ ตอนที่กลับห้องคนไข้ ในปากยังงึมงำว่า “บัดซบ โรงพยาบาลต้องจงใจแน่ๆ ออกแบบยังกับเขาวงกตเพื่อป้องกันไม่ให้ชักดาบ!”
คนไข้ที่อยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจ “ครั้งก่อนผมหาห้องน้ำอยู่หนึ่งชั่วโมงจนหลงทาง!”