เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1699 ทุกอย่างเป็นความผิดของผม!
ช่วงนี้เฉินชางไม่ได้ยุ่งมากความรู้สึกของการชี้มือสั่งนั้นสบายมาก
จางมู่ที่มีประสบการณ์เป็นผู้อำนวยการมานานปีมุ่งหน้าไปอันหยางก่อนแล้วไปพบหน้าขงเสี่ยงหมิงหนึ่งครั้งงานหลังจากนั้นก็คืบหน้าอย่างช้าๆ
ช่วงนี้เขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงของอันหยางก็กำลังจัดการเรื่องต่างๆ สถานวิจัยยาใหม่เฉินชางทุกอย่างกำลังคืบหน้าอย่างเป็นลำดับขั้นตอน
หลังเฉินชางกลับบ้านก็เป็นฝ่ายทำอาหารส่วนช่วงนี้ฉินเยว่ยุ่งมากแต่ไม่ใช่เพราะเรื่องงานทว่าเพราะหลังจากนี้ต้องกลับอันหยางกับเฉินชางเลยจำเป็นต้องจัดการเรื่องบางอย่าง
เฉินชางมอบโปรเจกต์ความร่วมมือทางคลินิกให้ซุนกวางอวี่เพื่อให้ฉินเยว่ได้กลับมาอย่างถูกต้องเหมาะสม
หลังซุนกวางอวี่เห็นดังนั้นก็ตาลุกวาวทันทีเขาแสดงเจตนาให้ฉินเยว่ติดตามเฉินชางไปวิจัยทางคลินิกครั้งนี้อย่างรู้งานด้วยเหตุนี้เฉินชางย่อมตื่นเต้นอย่างยิ่งบางครั้งความจริงวิธีการก็มีมากกว่าปัญหา
หลังฉินเยว่เห็นอาหารบนโต๊ะก็ดีใจมากทั้งสองคนคาดหวังกับการย้ายไปอันหยางมากอย่างไรเสียพวกเขาก็มีบ้านแล้วกลับไปแล้วก็แยกกันอยู
บ้านทางนั้นย่อมกว้างใหญ่กว่าที่เมืองหลวงการตกแต่งก็ดีมากถึงอย่างไรนี่ก็เป็นบ้านของคนอื่นในตอนแรกเฉินชางกับฉินเยว่จึงไม่คิดจะลงทุนกับการตกแต่งมากนักแต่บ้านหลังนี้ไม่ใช่ถูกๆรอบๆก็เป็นโรงพยาบาลยังมีโรงเรียนประถมย่านการค้าแล้วก็สวนสาธารณะ
ราคาบ้านที่นี่จัดเป็นพื้นที่ราคาแพงในเมืองหลวงมาตลอดข้อเสียเดียวคือเด็กชั้นบนชั้นล่างวุ่นวายมากต่างก็เป็นเด็กวัยประถมตอนที่วุ่นวายจะวิ่งไปวิ่งมาบ่อยๆบางครั้งก็กระทบการพักผ่อนจริงๆ
ตอนกินข้าวฉินเยว่อดพูดไม่ได้ “เอ๊ะทำไมเด็กชั้นบนไม่เสียงดังแล้วล่ะ”
เฉินชางกลอกตา “คุณกำลังบอกว่าหลังกลับมาพอไม่ได้ยินเสียงหนวกหูจะนอนไม่หลับเหรอ”
ฉินเยว่หัวเราะคิกคัก “เปล่าฉันแค่คิดว่ามีลูกแล้วโหวกเหวกโวยวายมาก”
เฉินชางพยักหน้ายิ้มบอก “พอแล้วรอคุณกลับไปพวกเราก็จะมีลูกกัน!”
ฉินเยว่หัวเราะคิกคักขึ้นมาทันที “คุณคิดว่าคลอดลูกเหมือนเล่นเกมเหรอบอกจะตั้งท้องก็ตั้งท้องนะ!”
เฉินชางก็ดีใจขึ้นมาเขาดึงฉินเยว่มากอดจากนั้นชี้ท้องของเธอแล้วพูดว่า “ได้ยินไหมเจ้าตัวน้อยลูกต้องตั้งท้องแม่ลูกคิดถึงลูกแล้ว!”
ฉินเยว่กลอกตา “เป็นเด็กไปได้!”
หลังทั้งสองคนล้างหน้าแปรงฟันกำลังจะหลับจู่ๆได้ยินเสียงวุ่นวายดังขึ้นมาจากชั้นบนเฉินชางหัวเราะขึ้นมาทันที “เห็นไหมพูดอะไรได้อย่างนั้น! คุณนี่ปากพระร่วงจริงๆ!”
แต่ฉินเยว่กลับขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นยืน “ไม่ใช่สิเหมือนจะเกิดเรื่อง!”
ได้ยินฉินเยว่พูดแบบนั้นเฉินชางก็ตั้งใจฟังขึ้นมาก็เจอเสียงฝีเท้าวันนี้ดูวุ่นวายแปลกๆเกิดอะไรขึ้นนะจากนั้นตอนที่ทั้งสองยังไม่ได้ตอบสนองเสียงเคาะประตูปังๆก็ดังขึ้นมาเฉินชางหน้าเปลี่ยนสีรีบลุกขึ้นคลุมเสื้อแล้วเดินออกไป
หลังเปิดประตูก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูเขาพูดด้วยสีหน้าร้อนรนและตึงเครียด “คุณหมอเฉินคุณช่วยดูทีว่าลูกชายบ้านผมเป็นอะไรไป!”
ภายในตึกเฉินชางนับว่ารู้จักเพื่อนบ้านชั้นบนชั้นล่างขึ้นลงลิฟต์บังเอิญเจอกันก็ทักทายกันบ่อยๆแถมตัวเฉินชางก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงคนมากมายต่างรู้จักและเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วถามทันที “เกิดอะไรขึ้น”
ชายคนนั้นมีสีหน้าตื่นตระหนก “ท้องเสียเป็นเลือดครับ!”
ได้ยินดังนั้นเฉินชางก็จริงจังขึ้นมา “โทรหา 120 หรือยัง”
ชายคนนั้นพยักหน้า “เพิ่งโทรไปครับ! ผมคิดว่าคุณก็อยู่ใกล้ๆเลยมาถามคุณดูด้วย”
เฉินชางเห็นชายคนนั้นตกใจกลัวจนหน้าถอดสีจึงรีบพยักหน้ารับคำ “ผมจะขึ้นไปดูกับคุณ”
ชายคนนี้เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนกวดวิชานิวออเรนทอลภรรยาทำงานด้านไอทีทุกวันทั้งสองคนยุ่งมากเฉินชางกำลังจะไปฉินเยว่ที่สวมเสื้อเสร็จแล้วก็รีบเดินเข้ามาหา “ฉันไปกับคุณด้วย”
ระหว่างที่พูดทั้งสองก็ตามชายคนนี้ขึ้นตึกไป
หลังเปิดประตูเข้ามาเฉินชางก็เห็นเด็กคนหนึ่งนอนอยู่บนโซฟาสวมแจ็กเกตขนเป็ดทั้งยังห่มผ้าห่มหนานอนอยู่ตรงนั้นตัวสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัดอีกคนหนึ่งก็กำลังคลื่นไส้อาเจียนอยู่ที่ถังขยะ!
แม่ของพวกเขาร้อนใจมากเหงื่อท่วมหัวหยิบของในตู้เย็นมาโปะหน้าผากเด็กเพื่อลดอุณหภูมิแต่เห็นชัดว่าเธอดูสับสนมากนอกจากลดอุณหภูมิแล้วก็ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้นเห็นเฉินชางกับฉินเยว่เข้ามาก็รีบบอก “คุณหมอเฉินคุณรีบช่วยมาดูทีค่ะเด็กสองคนนี้เป็นอะไรไป!”
เฉินชางพยักหน้าเดินเข้ามาหาเห็นชัดว่าสีหน้าของคุณแม่ที่ยังสาวเพิ่งผ่านการร้องไห้มา
เด็กทั้งสองห่างกันสี่ปีต่างก็เป็นเด็กผู้ชายคนโตอายุสิบเอ็ดขวบคนเล็กอายุเจ็ดขวบในวันปกติชอบเล่นโหวกเหวกโวยวายกันในบ้านพ่อแม่ก็ดูแลแต่เด็กชายโดยเฉพาะสองคนเมื่ออยู่ด้วยกันก็โหวกเหวกเสียงดังได้ง่ายจริงๆ
เด็กชายทั้งสองต่างรู้ความแล้วเห็นเฉินชางกับฉินเยว่ก็เรียกคุณลุงคุณป้าเด็กชายคนโตอายุสิบเอ็ดขวบเกาะถังขยะอ้วกหนักมากปากร้องครวญคราง ”ผมทรมานจังคุณแม่ช่วยผมด้วย”
อ้วกส่วนน้องชายตัวร้อนจนมึนหัวพูดไม่ได้เฉินชางอดถามไม่ได้ “มีปรอทวัดไข้ในบ้านไหมครับ”
ชายผู้เป็นพ่อส่ายหน้า “ไม่มีครับในบ้านมียาลดไข้แต่ผมไม่กล้าให้พวกเขากิน”
เฉินชางจึงวางมือสัมผัสอุณหภูมิโดยตรงผ่านถุงมือรับสัมผัสเฉินชางประเมินว่ามีอุณหภูมิเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียสแต่ละเอียดกว่านี้เขาก็ไม่รู้แล้ว
เห็นชัดว่าสถานการณ์ของเด็กทั้งสองคนไม่คล้ายกันนักแต่ภายใต้สถานการณ์ที่ป่วยพร้อมกันยังคงพิจารณาว่าป่วยด้วยโรคเดียวกันก่อนเป็นอันดับแรก
คิดได้ดังนั้นเฉินชางถามขึ้น “ผมจะไปดูอุจจาระหน่อยกดหรือยัง”
แม่ของเด็กชายรีบพูด “ฝั่งนี้ค่ะยังทิ้งไว้อยู่รอคุณหมอมาดูค่ะ”
เฉินชางพยักหน้าเดินตามเขาไปในห้องน้ำเฉินชางมีความสามารถในการแยกแยะสารคัดหลั่งสูงมากหลังเห็นก็แทบไม่ลังเลเขาพูดอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม “ถ่ายเป็นมูกปนเลือด!”
ได้ยินเฉินชางพูดแบบนี้ฉินเยว่ก็ขมวดคิ้วทันทีต้องรู้ว่าโดยปกติการถ่ายเป็นมูกปนเลือดพบเห็นไม่บ่อยมากนักโดยเฉพาะกับเด็กสองคนที่ยังอายุไม่มากโดยทั่วไปเมื่อเกิดสถานการณ์อย่างขับถ่ายเป็นมูกปนเลือดหรือขับถ่ายเป็นเลือดไม่มีมูกหลายครั้งต้องพิจารณาถึงโรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผลหรือไม่ก็โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
นึกถึงตรงนี้เฉินชางพูดฉับไว “เก็บพวกนี้หน่อยเดี๋ยวเอาไปตรวจที่โรงพยาบาลด้วย”
ชายคนนั้นรีบพยักหน้าลุกขึ้นไปเก็บอุจจาระส่วนทางเฉินชางเดินออกมาถึงข้างเด็กแล้วถามขึ้น
“เสี่ยวหนานนายรู้สึกไม่สบายตรงไหน”
เด็กชายคนโตชื่อเสี่ยวหนานส่วนคนเล็กชื่อเสี่ยวเปยเสี่ยวหนานเช็ดน้ำตาอย่างทรมาน “คุณลุงเฉินผมปวดท้องมากคลื่นไส้อยากอ้วกมากแต่อ้วกไม่ออกนั่นจากนั้นก็เวียนหัวปวดท้องมากครับ”
เฉินชางพยักหน้าพูดกับเสี่ยวหนาน “เอาล่ะนอนก่อนให้ลุงลูบท้อง”
พูดจบแม่ของเสี่ยวหนานก็ให้เขานอนบนโซฟาจากนั้นเฉินชางก็วางมือลงบนท้องแล้วลูบเบาๆอย่างระมัดระวังหลังตรวจสอบหนึ่งรอบเฉินชางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“วันนี้เธอได้กินอะไรไหม”
เสี่ยวหนานส่ายหน้า “พวกเรากินข้าวที่บ้านไม่ได้กินของมั่วซั่วครับ…”
เฉินชางก็หาสาเหตุไม่เจอแล้วการแสดงออกของทางเดินอาหารของเด็กชายในตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนแต่ของเสี่ยวเปยหลักๆกลับเป็นไข้
เฉินชางพยายามจำกัดการคาดเดาให้แคบลงอย่างต่อเนื่องพยายามวิเคราะห์สิ่งที่ตัวเองนึกออกสุดความสามารถ
แม่ของเด็กชายก็บอก “ฉันก็ไม่ให้พวกเขาออกไปกินของสุ่มสี่สุ่มห้าที่ข้างนอกน้อยมากปกติจะกินที่บ้านค่ะ”
“เพราะโรงเรียนก็อยู่ในเขตที่อยู่อาศัยพวกเขาเลิกเรียนกลับบ้านด้วยกันในบ้านฉันก็วางอาหารที่ทำเสร็จแล้วในตู้เย็นเสี่ยวหนานเขารู้ความใช้ไมโครเวฟอุ่นหน่อยก็กินได้แล้ว ”
ไม่นานเฉินชางบอก “ไปโรงพยาบาลก่อนเก็บเลือดตรวจดูความสมบูรณ์ของเลือดจากนั้นก็ตรวจแล็บอุจจาระผมสงสัยว่าอาจเป็นกระเพาะและลำไส้อักเสบ…ไม่งั้นก็เป็นโรคบิดชนิดไม่มีตัวแน่นอนว่าตัดความเป็นไปได้ที่อาหารเป็นพิษออกไปไม่ได้”
“วันนี้พวกคุณกินอะไรหรือ” เฉินชางพลันถาม
แม่ของเด็กชายรีบบอก “ในหม้อหุงข้าวมีข้าวที่ฉันหุงเองจากนั้นกับข้าวเป็นของที่ฉันผัดไว้เมื่อเช้าแล้วเอาใส่ตู้เย็นตอนเย็นกินข้าวต้มซาลาเปาพวกเราก็ไม่เป็นอะไรนะคะ…”
เสี่ยวหนานพลันพูด “แม่ครับตอนเที่ยงผมกินข้าวโปะไข่”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็รูม่านตาหดเล็กลง “ข้าวโปะไข่เหรอ”
แม่ของเด็กชายถามด้วยความสงสัย “ข้าวโปะไข่เหรอใครทำให้ลูกกินนะ”
เสี่ยวหนานบอก “ผมทำกินเองฮะ…เมื่อวานก็กินข้าวโปะไข่เพื่อนๆในชั้นเคยกินกันเยอะมากผมเลยกลับบ้านทำกินเอง!”
พ่อแม่ของเด็กชายไม่ค่อยเข้าใจอยู่บ้าง “แล้วไอ้ข้าวโปะไข่ทำยังไงเหรอใครสอนลูก”
เสี่ยวหนานทนปวดท้องพูดต่อ “แม่…ผมทำเป็นเองครับง่ายๆมากเป็นข้าวโปะไข่ที่อยู่ในการ์ตูนญี่ปุ่น”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นเขาอดถอนหายใจไม่ได้เรื่องแบบนี้ไม่ได้เจอในแผนกฉุกเฉินแค่ครั้งเดียวโดยเฉพาะปีนี้!
ช่วงปีนี้เมื่อละครญี่ปุ่นกับการ์ตูนญี่ปุ่นเข้ามาคนมากมายก็เริ่มเลียนแบบชีวิตประจำวันและอาหารในการ์ตูนญี่ปุ่นมากขึ้นข้าวโปะไข่ก็คือหนึ่งในนั้น!
วิธีทำก็ง่ายมาก! ตอกไข่ไก่ดิบลงไปบนข้าวสวยร้อนๆเติมโชยุจากนั้นคลุกเคล้าเข้าด้วยกันแล้วกินมองแล้วมีรสชาติกับความน่ากินไม่เลวเลยทีเดียว
เด็กผู้ชายมักจะตามเพื่อนๆนี่สำหรับพวกเขาแล้วเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดและน่าสนใจต่างก็อยากจะลองดูสักครั้งส่วนผลลัพธ์ก็เป็นฉากเช่นนี้!
เสี่ยวหนานอยากเลียนแบบต้องเป็นเพราะคนรอบข้างทำแน่นอนแต่…ความจริงข้าวโปะไข่ไม่ได้ผิดแต่ผิดที่ไข่ที่พวกเขาเลือก
เฉินชางอดถามไม่ได้ “นายไปเอาไข่มาจากไหนเหรอ”
เสี่ยวหนานบอกตามตรง “ในตู้เย็นครับ”
เฉินชางพูดกับแม่ของเด็ก “พาผมไปดูตู้เย็นหน่อย”
เหมือนแม่ของเด็กชายก็เจอเบาะแสแล้วรีบลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นเห็นไข่อยูไม่น้อยจริงๆ
เฉินชางถาม “ไข่พวกนี้เป็นไข่ธรรมดาไม่ใช่ไข่ฆ่าเชื้อใช่ไหมครับ”
แม่ของเด็กชายพยักหน้า “ใช่ค่ะเป็นไข่ธรรมดาทั้งหมด”
เวลานี้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นชายวัยกลางคนรีบไปเปิดประตูหลังคนของศูนย์ฉุกเฉินสองคนเข้ามาก็รีบถาม “ตอนนี้เด็กเป็นยังไงบ้าง”
เพิ่งพูดจบก็เงยหน้าเห็นเฉินชาง “ศาสตราจารย์เฉินคุณก็อยู่เหรอ!”
เฉินชางพบว่าเป็นจางหยวนก็พยักหน้า “อืมคุมเด็กขึ้นรถไปก่อนกลับไปค่อยว่ากัน”
จางหย่วนเห็นเฉินชางอยู่ก็มีความมั่นใจขึ้นมา! อย่างไรเสียเฉินชางก็เป็นตัวแทนของความสามารถ
จางหย่วนเดินไปด้วยพูดไปด้วย “ศาสตราจารย์เฉินพวกเขาเป็นยังไงบ้างครับ”
เฉินชางบอก “ผมสงสัยว่าเป็นการติดเชื้อซาลโมเนลลา [1] จากอาหารเป็นพิษ!”
พ่อแม่ของเด็กชายที่อยู่ด้านหลังร้อนใจถาม “คุณหมอเฉินอาหารเป็นพิษอะไรเหรอครับ”
เฉินชางอธิบาย “ความจริงในไข่ดิบมีเชื้อโรคอยู่มากมายตัวอย่างเช่นแบคทีเรียซาลโมเนลลาถ้าไม่ผ่านความร้อนสูงล่ะก็เชื้อโรคนี้จะอยู่ในไข่ต่อไปแล้วเข้าไปในร่างกายคน”
“นี่อาจทำให้เกิดโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบเฉียบพลันและยังอาจเกิดอาการอาหารเป็นพิษจากเชื้อซาลโมเนลลาเมื่อเชื้อโรคเข้าไปในร่างกายแล้วจะทำให้ปวดท้องอาเจียนและท้องเสียมีไข้หนาวสั่น”
“อีกทั้งจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้ของพวกเด็กๆยังไม่พัฒนาดีมีภูมิต้านทานต่ำเมื่อเจอกับของแบบนี้ทำให้ป้องกันไม่ได้ผลเพียงพอจึงทำให้เป็นไข้!”
ฟังคำพูดของเฉินชางพ่อแม่ของเสี่ยวหนานเครียดขึ้นมาทันที!
“คุณหมอเฉินร้ายแรงไหมคะ”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “พูดยากจริงๆอย่าคิดว่านี่เป็นแคอาหารเป็นพิษธรรมดาเด็ดขาด”
“ตอนนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่าติดเชื้อปรสิตด้วยจริงหรือเปล่าเพราะไข่ดิบอาจเพิ่มอัตราการติดเชื้อพยาธิทอกโซพลาสมากอนดิไอ [2]”
“พยาธิทอกโซพลาสมากอนดิไอเข้าสู่ไข่ไก่ผ่านเปลือกไข่ได้ง่ายถ้าไม่ต้มไข่ไก่จนสุกหญิงตั้งครรภ์กับเด็กทารกที่มีภูมิต้านทานต่ำรับประทานไข่ไก่ที่มีพยาธินี้เข้าไปจะเกิดอาการอาเจียนท้องร่วงคลื่นไส้และเป็นไข้ได้”
“ตอนนี้สถานการณ์ของเสี่ยวหนานดูไม่ร้ายแรงมาก”
“แต่เสี่ยวเปยไม่แน่แล้วเสี่ยวเปยอุจจาระเป็นมูกปนเลือดต้องมีเลือดออกในลำไส้อย่างแน่นอน”
“และถ้าแบคทีเรียซาลโมเนลลาเข้าไปในกระแสเลือดเขาจะติดเชื้อรุนแรงได้ง่ายส่งผลให้อาการรุนแรงขึ้นเช่นติดเชื้อในกระแสเลือด!”
ตอนนี้เฉินชางดูเสี่ยวเปยที่เป็นไข้สูงอย่างกังวลเล็กน้อย!
ทันทีที่พูดออกไปพ่อแม่เด็กก็หน้าเปลี่ยนสีทันทีอย่างไรเสียการติดเชื้อในกระแสเลือดแค่ฟังก็ถึงชีวิตแล้วใครจะไม่กลัวบ้าง
“พวกคุณอย่าเพิ่งกังวลผมก็แค่พูดถึงสถานการณ์อันตรายเท่านั้นรายละเอียดยังต้องรอผลตรวจ” เฉินชางพูดปลอบใจ
[1] ซาลโมเนลลา (Salmonella) เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคมักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระซึ่งที่มีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเป็นไข้ถ่ายเหลวหรืออาเจียนจะพบเชื้อชนิดนี้ได้บ่อยในเนื้อดิบไข่ดิบรวมถึงผักและผลไม้
[2] พยาธิทอกโซพลาสมากอนดิไอ (Toxoplasma gondii) เป็นพยาธิที่ก่อให้เกิดโรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) หรือโรคขี้แมวพบได้ในมูลแมวหรือเนื้อสัตว์ดิบหรือปรุงสุกๆดิบๆปกติมักจะไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆแต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดและเชื้อยังแพร่จากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้