เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1700 ตัวตนของผมฟังผม!
ขึ้นชื่อว่าแผนกฉุกเฉินก็หมายความว่าต้องเจอกับสถานการณ์หลากหลายแล้วก็ต้องเตรียมตัวให้หลากหลาย
เรื่องที่เด็กคนหนึ่งกินไข่ดิบก็ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่เช่นนี้ขึ้นได้แต่ไหนแต่ไรชีวิตก็เป็นเช่นนี้เรื่องที่คุณคิดว่าไม่เป็นไรหลายครั้งไม่เป็นไรจริงๆแต่ก็กลัวว่าความเป็นไปได้น้อยนิดนั้นจะเกิดขึ้นเป้าหมายของการแพทย์ก็เป็นเช่นนี้
โรคไข้หวัดใหญ่ก็เช่นกันหลายคนผ่านพ้นไปได้บอกโรคไข้หวัดใหญ่เป็นเรื่องเล็กคุณไม่ต้องใส่ใจแต่ขณะเดียวกันทุกปีก็มีคนที่ตายด้วยโรคไข้หวัดใหญ่หลักหมื่น
ดังนั้นชีวิตก็เหมือนเนื้อเพลงท่อนนั้นมากว่าจุ้นกับความรักที่ไม่มีวันสมหวังเมื่อถูกรักกลับไม่สนใจ!
เฉินชางกับพวกจางหยวนนั่งรถพยาบาลไปถึงโรงพยาบาลตอนนี้ระดับไข้ของเสี่ยวเปยรุนแรงขึ้นแล้ว
เสี่ยวหนานเห็นน้องชายหมดสติก็แทบลืมว่าตัวเองเป็นคนป่วยเหมือนกันน้ำตาหยดเปาะแปะปากพูดไม่หยุดว่า “ขอโทษ! ขอโทษ!”
“ฉันผิดไปแล้ว!”
เสียงเจือความสะอื้นไห้ทั้งยังเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ถึงแม้ทั้งสองชอบทะเลาะกันแต่สายสัมพันธ์ของพี่น้องแท้ๆนั้นลึกซึ้งเขาที่ปวดท้องในตอนนี้แม้ยังไม่หายสมบูรณ์ดีแต่การโทษตัวเองในใจก็ทำให้เขาลุกขึ้นยืนไม่ได้ในใจของเด็กสิบเอ็ดขวบเข้าใจแล้วว่าอะไรที่เรียกว่าความรับผิดชอบเขารู้ว่าถ้าน้องชายป่วยก็เป็นความรับผิดชอบของเขาคำพูดของคุณลุงเฉินชางเขาได้ยินเต็มสองหู
ที่แท้ตัวเองกินไข่ดิบให้น้องชายกินไข่ดิบถึงกับทำให้น้องชายในตอนนี้เป็นไข้ไม่ได้สติคิดได้ดังนี้เสี่ยวหนานก็หวาดกลัวมาก
“คุณลุงเฉินขอร้องได้โปรดช่วยน้องชายผมด้วย”
“ผมผิดไปแล้วหลังจากนี้ผมไม่กล้าให้เขากินของมั่วซั่วแล้ว!”
“ช่วยเสี่ยวเปยด้วยเถอะครับ!”
พูดจบก็ลูบแขนที่ร้อนลวกของน้องชายอย่างระมัดระวัง “เสี่ยวเปยนายตื่นขึ้นมาเถอะหลังจากนี้มีของกินอะไรพี่ให้นายหมดไม่แย่งนายกินแล้วพี่จะเอาของอร่อยให้นายนายตื่นขึ้นมาเถอะนะ!”
“หลังจากนี้พี่ไม่รังแกนายแล้วโอเคไหม…แล้วก็จะไม่แย่งของเล่นนายด้วย…”
มองเสี่ยวหนานที่รู้ความพ่อแม่ของเด็กก็ถอนหายใจอย่างจนใจแล้วมองเฉินชาง “คุณหมอเฉิน…เสี่ยวเปยเขา…”
เฉินชางให้จางหยวนวัดอุณหภูมิได้ 38.6 องศาเซลเซียส!
อุณหภูมินี้ไม่ใช่เรื่องดีจริงๆแต่ก็ยังไม่แน่นอนเสมอไปว่าจะเป็นภาวะมีแบคทีเรียในกระแสเลือดและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียอาจจะเป็นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของร่างกายจนทำให้มีไข้ก็เป็นได้
“ให้สารบำรุงก่อนแล้วกันหยอดสารละลายกลูโคส 5% กับน้ำเกลือเข้าหลอดเลือดดำ”
ตอนนี้เฉินชางไม่ได้รีบรักษาด้วยยาปฏิชีวนะถ้าเป็นแค่อาการอาหารเป็นพิษจากเชื้อซาลโมเนลลาชนิดทำให้กระเพาะและลำไส้อักเสบการใช้ยาปฏิชีวนะกลับเป็นตัวเลือกที่ผิดเพราะการใช้ยาปฏิชีวนะเปลี่ยนแปลงระยะของโรคไม่ได้แต่จะทำให้เกิดแบคทีเรียดื้อยาในลำไส้ได้ง่าย
ระว่างเวลาขับแบคทีเรียออกไปตอนนี้คนไข้ผ่านการคลื่นไส้อาเจียนแล้วท้องเสียขับถ่ายหลายครั้งสารอิเล็กโทรไลต์ปั่นป่วนหนักผนวกกับการเป็นไข้การรักษาประคองอาการจึงเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
ตอนนี้เสี่ยวหนานก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกันเฉินชางก้มมองเสี่ยวหนานที่น้ำตาคลอหางตารู้ว่าเด็กคนนี้กลัวจริงๆ!
บางครั้งเป็นพี่ชายก็ต้องมีใจรับผิดชอบจริงๆ
โชคดีที่เขตที่อยู่อาศัยอยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลมากหลังมาถึงเฉินชางก็จัดแจงเก็บเลือดไปตรวจผลแล็บอย่างรวดเร็วผลการตรวจความสมบูรณ์ของเลือดก็ออกมาค่อนข้างไวตอนที่ได้ผลแล็บมาเขาก็ถอนหายใจโล่งอก
โชคดีที่ไม่มีแบคทีเรียในกระแสเลือดและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในเมื่อเป็นแบบนี้รักษาตามปกติก็พอแล้วไม่ต้องห่วงมาก
พ่อแม่เด็กรออย่างร้อนใจนานมากหลังเห็นเฉินชางออกมาที่โถงใหญ่ก็รีบวิ่งเข้ามาหา “คุณหมอเฉินไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”
เฉินชางพยักหน้า “ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ครับ”
“แต่อาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งในการพยากรณ์โรค”
“จุลินทรีย์ในลำไส้ของเด็กเล็กยังมีภูมิต้านทานไม่มากถึงแม้ผ่านความทรมานครั้งนี้ไปจะโชคดีไม่เป็นไรแต่ช่วงนี้ต้องให้อาหารเหลวย่อยง่ายหรือไมก็อาหารเครื่องดื่มกึ่งเหลวรออาการดีขึ้นแล้วถึงค่อยๆกลับมากินอาหารปกติครับ”
“ได้ครับ/ค่ะ!” ในที่สุดจิตใจที่ระส่ำระสายของพ่อแม่เด็กก็สงบลง “ไม่เป็นไรก็ดีแล้วตกใจแทบแย่แนะ”
หลังพูดจบก็ปาดน้ำตาที่หางตาบอกตามตรงสำหรับพ่อแม่แล้วพวกเขาห่วงลูกมากกว่าเวลาตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วยเสียอีก
ทั้งสามคนเดินไปที่ห้องผู้ป่วยด้วยกันกลับเห็นว่าเสี่ยวหนานนั่งอยู่บนเตียงพูดเองเออเองกับเสี่ยวเปยเดี๋ยวก็ขอโทษเดี๋ยวก็รับประกันทุกคนเห็นฉากนี้พลันชื่นชมในใจ
ความจริงเฉินชางก็หวังว่าลูกคนแรกของตัวเองจะเป็นอย่างเด็กคนนี้คนที่สองจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้เพราะถ้าคนโตเป็นลูกชายลูกชายแบบนี้ก็น่าจะมีใจรับผิดชอบมากกว่ารู้หน้าที่
พ่อแม่เริ่มเข้าไปปลอบลูกๆเฉินชางกับฉินเยว่เห็นสถานการณ์ค่อยๆดีขึ้นแล้วก็เดินออกมาจากในห้องผู้ป่วยให้ครอบครัวได้อยู่ในห้องส่วนตัว
สำหรับเด็กมีความกลัดกลุ้มใจไม่หยุดหย่อนจริงๆคุณต้องสอนเขาให้เป็นคนทั้งยังต้องขยับขยายความรู้ในชีวิตต่างๆให้เขาเฉินชางยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าหน้าที่ของการรักษาทางการแพทย์ไม่ใช่แค่การรักษาพยาบาลแล้วแต่ยังรวมถึงการโฆษณาและสอนวิทยาศาสตร์ทั่วไปป้องกันเหตุที่ยังไม่เกิดย่อมต้องดีกว่าป่วยแล้วค่อยมารักษาเป็นไหนๆ!
จางหยวนกับหยางฮุยเข้าเวรปกติพร้อมกันกับเฉินชางมาหนึ่งปีแล้วทั้งสองยังไม่เคยเดินด้วยกันกับอีกฝ่ายคนทั้งแผนกรู้ว่าทั้งสองคนมีความรู้สึกลับๆต่อกันแต่เหมือนไม่มีใครยอมพูดออกมาก่อนเห็นทั้งสองคนทะเลาะกันเรื่องไข่อยู่ตรงนั้นเหมือนว่า…พวกเขาจะทะเลาะกันได้ทุกเรื่องแน่นอนว่าอาจเพราะชอบความรู้สึกแบบนี้ใครจะรู้ล่ะ
เฉินชางเห็นดังนั้นก็พลันยิ้มบอก “จางหยวนคุณยอมติดตามผมไปอันหยางไหม”
สิ้นประโยคนี้ห้องทำงานเงียบลงทันทีบอกตามตรงนี่เป็นครั้งแรกที่เฉินชางพูดแบบนี้ในแผนกชั่วขณะนั้นทุกคนมองจางหยวนด้วยความอิจฉาเฉินชางเป็นฝ่ายดึงตัวคนด้วยตัวเองหมายความว่าอย่างไรก็ชัดเจนมากนั่นหมายความว่าเป็นเส้นทางที่มีอนาคตที่สดใสรออยู่
จางหย่วนได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นในใจเป็นอันดับแรกเขาอยากไป! ใครไม่อยากไปก็บ้าแล้ว!
แต่เวลาต่อมาปฏิกิริยาแรกของเขากลับมองหยางฮุยเหมือน…เขากำลังสังเกตปฏิกิริยาของฝ่ายตรงข้าม
หยางฮุยได้ยินดังนั้นย่อมดีใจมากขอแค่จางหยวนติดตามเฉินชางไปเส้นทางการพัฒนานับจากนี้ย่อมอยู่บนทางด่วนสายการแพทย์แต่…แววตาของเธอกลับพลันอ้างว้างขึ้นมา
ชีวิตก็เป็นแบบนี้ตอนที่ชีวิตดำเนินไปตามครรลองเดิมยากที่จะทะลวงทุกอย่างแต่ตอนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเลือกก็จะปรากฏขึ้นมาและจะเลือกอย่างไรก็ชัดเจนมากหยางฮุยมองจางหยวนดีใจแต่ก็อาลัยอาวรณ์ทว่าความรักของคนหนุ่มสาวก็เป็นเช่นนี้หวังให้อีกฝ่ายได้ดี
เห็นจางหยวนมองตัวเองหยางฮุยก็หัวเราะด่าว่า “มองฉันทำไมอวดดี!”
จางหยวนหัวเราะเก้อ “ผมไม่ได้อวดดีผมหมายถึง…ผมกลัวว่าพอผมไปแล้วคุณจะกลายเป็นไก่อ่อนที่อ่อนที่สุดในแผนกฉุกเฉินก็เท่านั้น”
จางหยวนลังเลแล้วจริงๆ!
หยางฮุยพลันหัวเราะว่า “รีบไปเลยยะเห็นคุณแล้วรำคาญชะมัด”
“ฉันรอหัวหน้าสวีจัดคู่หูสุดหล่อให้ใช้อยู่เลยกับคุณซุ่มซ่ามจะตาย”
จางหยวนมีแววตาเศร้าสร้อยเล็กน้อยเขาอยากไปแต่ก็ไม่อยากเหมือนการงานกับครอบครัวเป็นสิ่งที่ยากจะมีพร้อมกันบางคนพูดว่าก็ไม่ใช่แค่ระยะทางหรือแต่สำหรับแพทย์รักษาแล้วการต่างสถานที่อาจหมายถึงว่าจะไม่ได้เจอกันอีกเดิมทีงานก็ยุ่งมากอยู่แล้วภาระหนักอึ้งในชีวิตทำให้พวกเราเหนื่อยสายตัวแทบขาดแถมยังไม่มีคนอยู่ข้างกายคอยห่วงใยคุณความรู้สึกนี้ทรมานมาก
ระยะทางอาจดูสวยงามแต่ความสวยงามนี้เป็นของคนที่เริ่มก่อนไม่ใช่คุณอย่างแน่นอนดังนั้นอย่าเชื่อเรื่องอบอุ่นสวยหรูแบบนั้นเด็ดขาดโลกนี้นอกจากพ่อแม่แล้วก็มีอีกไม่กี่คนที่เต็มใจรอคุณ
ตอนเฉินชางมาแผนกฉุกเฉินเขาก็เห็นจางหยวนกับหยางฮุยเป็นคนแรกทั้งสองคนต่างพากันเรียกเขาว่าท่านเทพจนมาถึงตอนนี้ตอนนั้นเฉินชางสัมผัสถึงความไม่ธรรมดาของทั้งสองคน
เฉินชางก็ตั้งใจฝึกฝนจางหยวนอย่างไรเสียนี่ก็คือคนหนุ่มที่มีความพยายามมากแล้วก็ช่วยเฉินชางไว้ไม่น้อยเขาจึงเต็มใจฝึกฝนจางหยวนแต่จางหยวนลังเลแล้วจริงๆเขามองเฉินชางสีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ศาสตราจารย์เฉินชางผม…”
เฉินชางมีสายตาสงบนิ่งขณะมองจางหยวนไม่เปล่งเสียงใดๆจางหยวนพลันสูดหายใจลึก “ผมเต็มใจครับ!”
หลังประโยคนี้ออกมาน้ำเสียงของเขาแน่วแน่ขึ้นมากหยางฮุยกลับมีสีหน้าจนปัญญายิ้มบอก “ค่อยสมกับเป็นลูกผู้ชาย!”
จางหยวนไม่พูดอะไรหันตัวมาดึงหยางฮุย “ผมยังเป็นลูกผู้ชายได้ยิ่งกว่านี้อีกนะ!”
พูดจบจางหยวนก็ดึงหยางฮุยเข้ามากอดแล้วประทับจูบทันที!
ฉากนี้ทำเอาทุกคนพลันตกตะลึงแม้แต่เฉินชางก็นึกไม่ถึงจางหยวนเจ้าเด็กนี่…จะใจเด็ดขนาดนี้!
ภายในห้องทำงานเงียบกริบได้ยินแค่เสียงหายใจถี่กระชั้นของทั้งจางหย่วนกับหยางฮุยเหมือนเวลาถูกแช่แข็งหยางฮุยก็อึ้งไปแล้วเธอนึกไม่ถึงจางหยวนจะ…จะ…จูบตัวเอง?
วินาทีนี้หยางฮุยไม่รู้ควรจะตอบสนองอย่างไร! ซับซ้อน! สับสน!
ถ้าบอกว่าไม่ชอบจางหยวนก็เป็นเรื่องโกหกชอบแต่ทั้งสองกลับไม่มีใครพูดออกมานี่ก็เหมือนการพนันใครพูดก่อนคนนั้นแพแต่ความรู้สึกเอามาพนันได้จริงหรือบางทีทั้งหมดล้วนต้องการแค่โอกาสเดียวเพื่อทะลวงความในใจ
แต่ตอนที่จางหยวนเป็นฝ่ายจู่โจมก่อนหยางฮุยพลันเสียดายแล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาเคลื่อนไหวก่อนหะตอนที่หยางฮุยตัดสินใจตอบกลับจางหยวนพลันปล่อยเธอแล้ว
เวลานี้ในใจเขาสับสนอย่างยิ่งยุ่งเหยิงไปหมดใจเต้นไม่เป็นสับเขาเตรียมตัวไว้นานแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ต้องบอกความในใจของตัวเองออกไปอย่างไรเสียก็จะไปแล้วถ้าหยางฮุยไม่ตอบกลับเขาจะปฏิเสธเฉินชางไม่ไปแล้ว!
แต่ว่า! ถ้าหยางฮุยตบเขาหนึ่งฉาดเขาจะไป…อืม…สองฉาดก็ไป ไปก็ต้องไปแล้วคิดเสียว่าสารภาพเพื่อตัวเองต่อให้ต้องเป็นพวกลวนลาม…ก็เอา!
จางหย่วนมองหยางฮุยด้วยสีหน้าจริงจัง “หยางฮุยผมชอบคุณผมชอบคุณจริงๆคุณเต็มใจไปอันหยางกับผมไหม”
“ถ้าคุณชอบผมผมก็ไม่ไปแล้วไม่งั้นคุณก็ไปอันหยางกับผมผมเลี้ยงคุณเอง!”
หยางฮุยมองจางหยวนยกมือขึ้นด้วยความโมโหจางหยวนเห็นดังนั้นก็อดถอนหายใจไม่ได้
ตัวเองยังถูกมองเป็นพวกลวนลามจริงๆจางหยวนหลับตาตอนรอฝ่ามือนี้ลงมาพลันรู้สึกว่ามีคนรัดลำคอจากนั้น…ปากชุ่มชื่นก็ประกบเข้ามา!
วินาทีนี้! จางหยวนอึ้งงันเขานึกไม่ถึงว่าจะเกิดฉากแบบนี้เขาคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆแต่ไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน
เนิ่นนานหลังทั้งสองคนผละออกจากกันหยางฮุยภูมิใจมาก “คุณเป็นคนของฉันแล้ว!”
“ไปอันหยางก็ทำตัวดีๆระวังฉันจะบินไปผ่าตัดให้คุณ!”
จางหยวนตื่นเต้นมาก! นี่มัน…พริบตาที่หยางฮุยจูบเขาเขาก็คิดชื่อของลูกไว้แล้ว
“คุณรอผม!”
เฉินชางเห็นดังนั้นก็ยิ้มบอก “พอแล้วพวกคุณอย่าทำแบบนี้สิ”
“ผมให้ตัวเลือกพวกคุณพวกคุณมาอันหยางด้วยกันไม่ใช่หรือไม่อย่างนั้น…ผมก็ไม่พาจางหยวนไปแล้ว”
หยางฮุยหน้าเปลี่ยนสี “อย่าสิคะศาสตราจารย์เฉินพาเขาไปเถอะ!”
เฉินชางยิ้มบอก “ความหมายของผมคือผมเซ็นสัญญาพาร์ทเนอร์ร่วมมือกับโรงพยาบาลพวกคุณแล้วแพทย์ไปฝึกงานเรียนรู้ระหว่างโรงพยาบาลได้”
“พวกคุณก็…จัดเวลาเอาเองละกัน”
จางหยวนกับหยางฮุยได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารีบโค้งตัว “ขอบคุณครับศาสตราจารย์เฉิน!”
“ขอบคุณค่ะ!”
เฉินชางพยักหน้ายิ้มบอก “เอาละพวกคุณไปเข้าเวรกลางคืนเถอะผมไปแล้ว”
พูดจบเฉินชางก็พาฉินเยว่ออกจากห้องทำงานหลังออกมาจากตึกฉุกเฉินฉินเยว่ก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ “คุณจงใจใช่ไหม”
เฉินชางงุนงงเล็กน้อยทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วยิ้มบอก “จงใจอะไร”
ฉินเยว่กระโดดไปข้างหน้าเฉินชางยกมือชี้หน้าทำท่าทางเหมือนฉันมองคุณออกยะ “อย่ามาทำไขสือ!”
“บอกมาตามตรงคุณเชี่ยวชาญความรักใช่ไหม!”
“กระบวนท่าแล้วท่าเล่า!”
“ตอนนั้นก็ใช้แผนเจ้าเล่ห์มาหลอกลวงฉันใช่หรือเปล่า!”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็สนุกสนานขึ้นมาทันที “แหงอยู่แล้ว”
“ผมแซ่เฉินเวลาลงมือย่อมง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก!”
ฉินเยว่โกรธจนกระทืบเท้า “น่าโมโหชะมัดฉัน…ฉัน…”
เฉินชางดีใจขึ้นมาเขาไปกอดฉินเยว่ทันที “ถูกหลอกจนมาอยู่ในฝ่ามือผมแล้วยังคิดจะหนีอีกเหรอ”
“รีบกลับบ้านมาเป็นภรรยาโจรภูเขาเสียดีๆ!”
พูดจบก็ตบก้นของฉินเยว่หนึ่งรอบ!
ฉินเยว่ทั้งฉุนทั้งขำ “คุณปล่อยฉันนะฉันจะแจ้งตำรวจ!”
เฉินชางยิ้มเย็น “นี่คือถิ่นของผมคุณร้องจนคอแหบก็เปล่าประโยชน์!”
สิ้นเสียงของเฉินชางยามคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา!
“ถิ่นของคุณอะไรกัน! กลางวันแสกๆ…คุณหนูอย่ากลัวไปเดี๋ยวผม…!”
ยามถือกระบองตำรวจวิ่งเข้ามาดุดันทันทีที่เห็นว่าเป็นเฉินชางก็ยิ้มเกาหัวอย่างกระดาก
“ศาสตราจารย์เฉินนี่เองคุณ…ระหว่างทางเดินทางปลอดภัยหน่อยนะครับ!”
พูดจบก็แสร้งทำเป็นไม่เห็นลุกจากไปฉินเยว่เห็นดังนั้นก็ตาค้างทันทีเฉินชางหัวเราะร่าขึ้นมา
“แกะน้อยเห็นหรือยัง! คนที่นี่ล้วนเป็นคนของผม!”