เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1701 ใบรับรองโอนย้ายศัลยกรรมประสาท!
[ติ๊ง! ยินดีด้วย ภารกิจเสร็จสิ้น สร้างทีมหัวกะทิสำเร็จ
สร้างทีมศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินสำเร็จ หลังภารกิจเสร็จสิ้น
จะได้รับภารกิจโอนย้ายไปแผนกศัลยกรรมประสาท!]
เฉินชางตื่นเต้นดีใจขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น!
ถึงกับทำภารกิจสำเร็จโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
นึกถึงตรงนี้ เฉินชางค่อนข้างตื่นเต้น
ทีมศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินนี้เฉินชางค่อนข้างใส่ใจกับ
อู๋ฮุยและหวงปินไห่
นึกไม่ถึงว่าภารกิจจะสำเร็จเร็วขนาดนี้
ภารกิจต้องการให้เขาฝึกฝนคนห้าคนให้เชี่ยวชาญการ
ผ่าตัดศัลยกรรมประสาทพร้อมกัน หรือไม่ก็ทำให้คนสามคน
มีทักษะการผ่าตัดระดับปรมาจารย์
คิดดูดีๆ เฉินชางก็สงสัยเรื่องหนึ่งขึ้นมา
การผ่าตัดพาร์กินสันของอู๋ฮุยถึงระดับปรมาจารย์แล้ว
แถมการผ่าตัดกำจัดเนื้องอกในสมองก็เลื่อนถึงระดับ
ปรมาจารย์โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน
ส่วนหวงปินไห่ เขาอาจเป็นผู้ครอบครองทักษะระดับ
ปรมาจารย์ที่หนุ่มที่สุดในการผ่าตัดลิ่มเลือดในสมอง
และยังมีอีกคนหนึ่งชื่อหลิวเทา เขามีทักษะการผ่าตัด
เนื้องอกในหลอดเลือดดำระดับปรมาจารย์
ความจริงอีกสองคนก็เชี่ยวชาญการผ่าตัดศัลยกรรม
ภายนอก
เฉินชางพอใจในผลลัพธ์นี้มาก
[ติ๊ง! คุณทำภารกิจสำเร็จเหนือกว่าที่กำหนด
ในเวลาเดียวกันก็ครอบครองแพทย์ที่เชี่ยวชาญการผ่าตัดห้า
คน สามคนมีทักษะระดับปรมาจารย์ ได้รับใบรับรองโอนย้าย
ศัลยกรรมประสาทอันหายาก]
เฉินชางตื่นเต้นดีใจ หยิบรางวัลของภารกิจออกมา
กำไรที่ได้รับในหนึ่งปีมานี้ล้นหลามจริงๆ
จากนี้เขาเพียงต้องมี ‘ไอเทมโอนย้าย’ ก็จะโอนย้าย
สำเร็จสินะ
เฉินชางก็นับว่าค้นพบกฎหนึ่งแล้ว ปกติจะมี ‘ไอเทม
โอนย้าย’ โผล่ออกมาน้อยมาก อย่างไรเสียเฉินชางก็ฆ่าบอส
ระดับราชาไปไม่น้อยแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีโผล่ออกมาก่อน
ดูเหมือนว่ามีแต่ต้องได้ใบรับรองโอนย้ายก่อนจึงจะได้ไอเทม
โอนย้ายมา
นึกถึงตรงนี้ เฉินชางพลันคาดหวังขึ้นมา
ถึงอย่างไรหลังจากเปิดแผนผังทักษะศัลยกรรมประสาท
หลังเฉินชางกลับไปกลายเป็นหัวหน้าแผนกฉุกเฉินก็
จะควบคุมสถานการณ์ใหญ่ได้แล้ว
ความจริงการเป็นหัวหน้ากับเป็นแพทย์ที่เก่งกาจ
มีความต่างใหญ่หลวงอยู่
ถ้าเฉินชางไม่มีใบรับรองโอนย้าย ต่อให้ตัวเองมีทักษะ
ผ่าตัดศัลยกรรมประสาทที่ร้ายกาจขนาดไหน อย่างมากก็ได้
แค่ทำการผ่าตัดเดิม เจอที่ทำไม่ได้ก็ขอความช่วยเหลือได้
แต่คนไข้แผนกฉุกเฉินมีหลากหลายรูปแบบ คุณเลือก
คนไข้ไม่ได้หรอก!
ที่คุณทำได้ก็คือการเตรียมพร้อมให้ดีที่สุดเพื่อรับมือกับ
โรคภัยต่างๆ
บอกตามตรง มีใบรับรองโอนย้าย ก็ยิ่งวางใจขึ้น
เดินอยู่บนทางไปทำงาน เฉินชางรู้สึกว่าตัวเองจากไป
ตอนนี้ก็นับว่าไม่ผิดจากเส้นทางเดิมแล้ว
อย่างไรเสียตัวเองก็ถือว่าสร้างทีมที่มีความเป็นหัวกะทิ
ออกมาแล้ว
ศัลยกรรมประสาทฉุกเฉิน ความสามารถของทีมนี้ไม่เลว
เลยทีเดียว
นึกได้ดังนี้ เฉินชางก็รู้สึกว่าไม่เลว
รอกลับไปแล้วมีอู๋ฮุยอยู่ ประกอบกับคนที่รับมาใหม่
เหล่านั้นก็นับว่าเปิดทำการได้แล้ว จากนั้นปรับปรุงให้ดีขึ้นก็
พอ
อย่างไรเสียอันหยางไม่ใช่เมืองหลวง ไม่มีคนไข้ป่วยหนัก
มาก แล้วก็ไม่ถึงขั้นมีแรงกดดันมาก
…
วันนี้เฉินชางมาโรงพยาบาลแต่เช้า ถือโอกาสไปดูเสี่ยว
หนานกับเสี่ยวเป่ย
อาการของเสี่ยวหนานดีขึ้นมากแล้ว นอนเบียดอยู่บน
เตียงของเสี่ยวเป่ย อยู่เป็นเพื่อนน้องชาย
ตอนนี้เสี่ยวเป่ยยังไม่ดีขึ้น แต่อุณหภูมิร่างกายลดลงแล้ว
จำเป็นต้องอยู่ในโรงพยาบาลอีกสักระยะ
เด็กสองคนไม่เป็นไร เฉินชางก็ไม่กังวลอีก
หลังมอบหมายงานช่วงเช้า อวี๋หย่งกังก็เรียกเฉินชางไปที่
ห้องทำงาน
หลังมาถึงเหล่าอวี๋พลันยิ้มขึ้นมา
ถูกต้อง!
เหล่าอวี๋ยิ้มน้อยมาก แต่วันนี้เหล่าอวี๋อารมณ์ดีไม่เลวจน
ถึงกับยิ้มออกมา
เฉินชางก็ยิ้มตาม
เหล่าอวี๋งุนงงทันที
“คุณยิ้มอะไร”
เฉินชางก็ชะงักทันที “คือว่า…เห็นหัวหน้าอวี๋ยิ้มดีใจ
ขนาดนี้ จะต้องมีข่าวดีแน่นอน”
เหล่าอวี๋พยักหน้ายิ้มบอก “อืม ถูกแล้ว มีข่าวดีให้คุณ
จริงๆ”
“นั่งคุยกัน”
เฉินชางพยักหน้านั่งลงข้างเหล่าอวี๋
ความจริงหนึ่งปีมานี้ เหล่าอวี๋มีผลกระทบต่อเฉิน
ชางเงียบๆ
แผนกฉุกเฉินไม่เหมือนกับแผนกศัลยกรรมและ
อายุรกรรมอื่นๆ
คุณลักษณะของงานตัดสินบรรยากาศของงาน
ที่นี่ไม่อาจยกโทษให้ความประมาทเลินเล่อ เหล่าอวี๋
จึงดูแลแพทย์แบบกึ่งกองทัพ เข้มงวดมาก แบ่งงานชัดเจน
รับผิดชอบไปถึงคน
เฉินชางก็รับรู้ถึงบรรยากาศนั้น สำหรับแพทย์แผนก
ฉุกเฉินแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
มีบางครั้งที่แทนที่จะพูดว่าแผนกฉุกเฉินเป็นกลุ่มของ
แพทย์ ไม่สู้พูดว่าแผนกฉุกเฉินเป็นทหารที่มีการฝึกฝนทางวิ
ชาชีพพร้อมปฏิบัติงานทุกเมื่อ
เพราะเหมือนมีแค่แผนกฉุกเฉินที่ปฏิเสธคนไข้ไม่ได้
110 119 ทั้งยังมี 120
เดาว่าสามหมายเลขนี้คงซึมลึกอยู่ในใจของชาวจีน
ทุกคน
ขอแค่คุณโทรไป ไม่ว่าจ่ายเงินหรือไม่จ่ายเงิน จะต้อง
มีคนมาแน่นอน นี่ปฏิเสธไม่ได้
ดังนั้นแผนกฉุกเฉินฝึกแบบทหารจึงไม่เกินจริง
แม้แต่น้อย
หนึ่งปีมานี้ อวี๋หย่งกังจึงยังคงมีผลกระทบอย่างมากต่อ
เฉินชาง
เหล่าอวี๋ยิ้มมองเฉินชาง “ความจริง นิสัยดีเป็นเรื่องดี แต่
เป็นหัวหน้าก็ต้องเว้นระยะห่างกับแพทย์เบื้องล่าง”
“เพราะถ้าใกล้ชิดกันเกินไป บางคนจะรู้สึกว่าคำพูดของ
คุณไม่มีผล”
“แต่การช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวโยงถึงชีวิต
บางครั้งคำพูดของคุณก็คือคำสั่ง ต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
ฉะนั้น…เฉินชาง คุณต้องจำจุดนี้ไว้”
เฉินชางพยักหน้า “ขอบคุณครับหัวหน้า ผมเข้าใจแล้ว”
อวี๋หย่งกังพยักหน้า รู้สึกสะท้อนใจอยู่บ้าง
หนึ่งปีก่อน เฉินชางที่ใช้เทคนิคแทรกแซงง่ายๆ เพื่อ
ช่วยเหลือคนไข้ ตอนนี้กลับ…อยู่สูงขนาดนี้แล้ว
บอกตามตรง ตัวอวี๋หย่งกังค่อนข้างสะท้อนใจ
ความจริงทำแผนกฉุกเฉิน ถูกกำหนดให้ชาตินี้ไม่อาจอยู่
บนจุดสูงสุดของวิชาการ
เพราะคุณไม่มีความเข้าใจในสาขาไหนๆ ลึกพอ
อวี๋หย่งกังก็เข้าใจดี เขาเหมือนไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้
รวมไปถึงเหล่าหม่าก็เช่นกัน
เขากับอวี๋หย่งกังเหมือนกันในบางเรื่อง
จิตวิญญาณเหมือนออกมาจากพิมพ์เดียวกัน
ใช้คำพูดของเหล่าอวี๋ก็คือ เหล่าหม่าก็คือทหารที่เขา
ฝึกฝนออกมา
อวี๋หย่งกังพูดไปพลางดึงลิ้นชักหยิบจดหมายออกมาและ
ยื่นให้เฉินชาง “ลองเปิดดู”
เฉินชางสงสัยเล็กน้อย “อะไรเหรอครับ”
พูดพลางเปิดซองจดหมาย
เขาพบว่านั่นเป็นใบรับรองการฝึกงาน
หลังเห็นเฉินชางก็ตกใจทันที!
เขาพบว่าหนึ่งใบในนั้นถึงกับมีเหล่าหม่า
จากนั้นเขาก็พลิกไปดูด้านหลังต่อ
หวงปินไห่!
หลิวเทา!
…
เฉินชางยิ่งมองยิ่งตกตะลึง!
ทั้งทีมแผนกศัลยกรรมประสาทฉุกเฉิน สมาชิกทีมที่เฉิน
ชางฝึกฝนล้วนอยู่
มีแผนกศัลยกรรมกระดูกสามคน
หม่าเยว่ฮุยคนดังก็อยู่ในนี้
ยังมีสมาชิกทีมที่สามอีกสองคน
รวมทั้งหมดแปดคน!
หลังเฉินชางอ่านจบ บอกตามตรง เขาตื่นเต้นดีใจมาก
อวี๋หย่งกังยิ้มบอก “คุณคุ้นชินกับคนเหล่านี้มากที่สุด
แล้ว”
“แผนกฉุกเฉินของพวกคุณเพิ่งเริ่มต้น ผมก็เป็น
หัวหน้าแผนกฉุกเฉินธรรมดา…เลยช่วยอะไรไม่ได้มาก”
“การทำงานให้สำเร็จนั้นยาก การเริ่มต้นไม่ง่ายเลยจริงๆ
”
“ทีมศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินเป็นทีมที่คุณปั้นมากับมือ
คุณเอาคนพวกนี้ไปใช้ก่อน ใช้คล่องมือก็เก็บไว้ได้ ใช้ไม่คล่อง
ก็ส่งกลับคืนได้”
“หม่าเยว่ฮุย…ถึงแม้จะมึนไปหน่อย แต่ก็ไม่เลวเลย
พวกคุณสนิทกัน เขาก็เก่งกาจในศัลยกรรมกระดูกมาก ครั้งนี้
ผมส่งเขาไป เขายังไม่รู้ คุณไปพูดกับเขาดูก็ได้”
“ความจริง หม่าเยว่ฮุยมีพรสวรรค์ในสาขาศัลยกรรม
ไม่เลว โดยเฉพาะศัลยกรรมกระดูก แต่น่าเสียดาย ครอบครัว
…จำกัดการพัฒนาของเขา ประกอบกับเขาติดตามผมใน
แผนกฉุกเฉิน เลยไม่ได้ก้าวหน้ามาก!”
พูดถึงตรงนี้ เหล่าอวี๋ค่อนข้างรู้สึกผิด
“นี่ เฉินชาง ผมมีเรื่องไหว้วานคุณ ก็เกี่ยวกับหม่าเยว่ฮุย
นี่แหละ”
“เขามีโอกาสเป็นแพทย์ศัลยกรรมกระดูกชั้นนำ แต่
หลายปีมานี้เขาติดตามผมมานานเกินไปแล้ว ทำงานยากเข็ญ
ลำบากในแผนกฉุกเฉินมามากมาย บอกตามตรง…ในใจผม
บางครั้งก็รู้สึกผิดมากจริงๆ”
“ตอนนั้นผมอยู่แผนกศัลยกรรมกระดูก คุณก็เคยได้ยิน
หม่าเยว่ฮุยก็ด้วย แต่หลังผมออกมาอยู่แผนกฉุกเฉิน เขาก็ตรง
มาด้วย”
“คุณว่าไหม คนอายุสี่สิบแล้ว คงเป็นอย่างนี้ไปตลอด
ไม่ได้หรอกมั้ง!”
“เขาน่ะ คุณก็เข้าใจ มักจะคิดว่าทุกอย่างไม่เป็นไร แต่
ความจริง…ในตัวเขายังมีไฟอยู่”
“คุณช่วยเขาได้ก็ช่วยเขาที”
เฉินชางนึกถึงเหล่าหม่าที่จะติดตามตัวเองไปอันหยาง
ในใจเขามีความยินดีไม่น้อย
เขาคิดว่าเหล่าหม่ากับเหล่าเฉินดูเข้าคู่กันมาก
อืม!
อย่างน้อยทั้งสองคนก็เป็นเจ้าแห่งการกินข้าวนิ่ม
[1]เหมือนกัน!
ตอนนี้เหล่าเฉินสบายใจมาก ทุกวันผ่าตัด ไม่ต้องห่วง
เรื่องเงินแล้วแม้แต่น้อย
อย่างไรเสียก็มีภรรยาที่หาเงินเป็น หน้าตาดี ทั้งยัง
เพียบพร้อม ใครจะมีประสบการณ์แบบนี้บ้าง
จุดนี้เหล่าหม่ากับเหล่าเฉินต่างมีประสบการณ์มาก
พวกเขาจะต้องมีหัวข้อสนทนาร่วมกันแน่นอน
เฉินชางยิ้มบอก “อืม ตกลงครับ”
“หัวหน้าอวี๋ เรื่องอื่นผมไม่กล้ารับประกัน แต่…รอตอน
เขากลับมาแล้ว ผมจะส่งสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์กับหนึ่งใน
สามรางวัลมาให้คุณ!”
หลังเหล่าอวี๋ได้ยินดังนั้นก็หยุดหายใจทันที
เขาลังเลอยู่นานก็สบถออกมา “คุณพูดจนผมก็อยาก
ไปด้วยแล้ว!”
“เจ้าบ้านี่…เต็มไปด้วยดวงจริงๆ!”
เฉินชางก็จำต้องยอมรับในจุดนี้
ฐานะทางบ้านดี!
ภรรยาดี!
แถมยังได้เจอคนสูงส่ง!
ยังมีอะไรน่าพูดอีกล่ะ!
ถึงแม้อวี๋หย่งกังจะเรียกอีกฝ่ายว่าเจ้าบ้า แต่ในใจยังคง
ดีใจมาก “คุณตั้งใจแล้วสินะ”
…
…
ออกมาจากห้องทำงานของเหล่าอวี๋
เฉินชางก็ดีใจมากจริงๆ
พาทีมแผนกศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินไปด้วย
บวกกับเหล่าหม่าก็ยังมีกระดูกสันหลังของศัลยกรรม
ประสาทอีกสองคน เป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบมาก
เหล่าอวี๋ยังใส่ใจฉันอยู่
กลับมาถึงห้องทำงาน เหล่าหม่าก็ตามเฉินชาง
แจเหมือนกับแม่เหล็ก เดินกระดกก้นเข้ามา
เขาใช้ศอกกระทุ้งแขนของเฉินชาง เบิกตาโตถาม “เหล่า
อวี๋พูดอะไรกับคุณหรือ”
เฉินชางยิ้มบอก “บอกว่าเจ้าบ้าอย่างคุณนี่โชคดีจริงๆ!”
เหล่าหม่าไม่ได้ถือสา กลับยิ้มเย็นบอก “เขาก็แค่อิจฉา!
อิจฉาล้วนๆ!”
เฉินชางพลันพูดด้วยความสงสัย “เหล่าหม่า ผมมีเรื่อง
สงสัยอยากจะถามคุณ”
เหล่าหม่างุนงง “พูดมาเลย!”
เฉินชางยิ้มบอก “คุณว่า ถ้าสักวันหนึ่งผมเป็นหัวหน้า
ของคุณ คุณจะเรียกผมว่าอะไร!”
เหล่าหม่ายิ้มหยัน “ถุย คุณเนี่ยนะจะมาเป็นหัวหน้าผม
ผมหม่าเยว่ฮุยต่อให้อดตายก็…”
ยังไม่ทันพูด เหล่าอวี๋ก็ปรากฏตัวขึ้น “หม่าเยว่ฮุย มาที่
ห้องทำงานของผมหน่อย”
เหล่าหม่ามองเฉินชาง “รอฉันกลับมา ผมจะพูดกับคุณ
ให้ชัดๆ!”
เฉินชางพลันยิ้มทันที
เพราะ…
สิบนาทีให้หลัง
เหล่าหม่ามองเฉินชางอย่างเซื่องซึม “เจ้าเฉิน รับปากฉัน
เรื่องหนึ่ง ผมไม่เรียกคุณว่าหัวหน้าเฉินได้ไหม”
สวีอ้ายชิงกำลังนั่งอ่านประวัติคนไข้อยู่ตรงนั้น ได้ยิน
ประโยคนี้ก็เกือบหัวเราะพรืดออกมา
“ฮ่าๆๆ …ขำชะมัด!” หลี่เยว่ก็หัวเราะขึ้นมาทันที
เฉินชางยิ้มตาหยีบอก “คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าต่อให้
อดตายก็…”
“ตราบใดที่ติดตามคุณได้เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์
ผมเหล่าหม่า…หลักๆ เลยนะ ผมคิดว่าเรียกคุณว่าหัวหน้ามัน
ออกจะแปลกๆ”
ได้ยินคำพูดของเหล่าหม่า ทุกคนพลันตกตะลึงทันที
หมายความว่าอย่างไร
เรียกว่าหัวหน้าก็กลายเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ได้
แล้วงั้นเหรอ
ใต้หล้านี้ยังมีข้าวนิ่มที่อร่อยขนาดนี้อยู่ด้วยหรือ
โหวเลี่ยงเห็นดังนั้นก็รีบมองเฉินชาง “หัวหน้าเฉิน คุณว่า
ผมเป็นยังไงบ้าง ผมเรียกคุณว่าหัวหน้าได้!”
ทันใดนั้นภายในห้องก็วุ่นวายแล้ว
ต้องรู้ว่าถ้าเฉินชางบอกว่าคุณเป็นสมาชิกสภา
วิทยาศาสตร์ โดยทั่วไปก็มั่นใจได้ครึ่งหนึ่งแล้ว
ที่เหลือก็ต้องดูโชค
เหล่าหม่าถลึงตาใส่โหวเลี่ยง “เหล่าโหว ไม่จริงใจเลยนะ
มาก่อนได้ก่อน ฉันไปก่อน ไม่นาน อย่างมากสองปี อีกสอง
ปีคุณค่อยไป!”
เหล่าโหวงุนงง “ไปไหน”
เหล่าหม่าพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ “ไปฐานฝึกเป็นสมา
ชิกสภาวิทยาศาสตร์ไง!”
“อ้อ ก็คือศูนย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลอันดับสองของ
มณฑลตงหยาง!”
“โรงพยาบาลของพวกเรากับโรงพยาบาลอันดับสองของ
มณฑลตงหยางร่วมมือกัน ส่งหมอบางส่วนไปแลกเปลี่ยน
ฝึกฝนตามระยะเวลาที่กำหนด ผมก็คือกลุ่มแรก!”
ทุกคนได้ยินดังนี้ก็พลันเข้าใจขึ้นมา!
อย่างไรเสียนี่ก็เป็นข่าวดี!
“เจ้าเฉิน ตกลงตามนี้!” เหล่าหม่ามองเฉินชาง พูดอย่าง
จริงจัง
เฉินชางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
บอกตามตรง ฝีมือศัลยกรรมกระดูกของเขาธรรมดานะ
เทคนิคจัดกระดูกงั้นๆ หัวหน้าแผนกฉุกเฉินของ
โรงพยาบาลตงต้าหวังเซี่ยงจวินถึงจะมีฝีมือจัดกระดูกระดับ
ปรมาจารย์
เห็นชัดว่าฝีมือระดับนี้อยากควบคุมเหล่าหม่าได้ไม่ค่อย
สมจริงนัก
แต่…
เขาลังเลชั่วครู่ก่อนบอก
“ต้องดูการแสดงออกของคุณ!”
เหล่าหม่าได้ยินดังนั้นก็ดีใจขึ้นมาทันที “พอดีเลย ภรรยา
ผมตั้งท้องอยู่ พาไปบำรุงดีๆ ที่อันหยาง ผมได้ยินว่าที่พวกคุณ
มีโรงแรมบ้านพักตากอากาศอะไรสักอย่าง แพงไหม”
เฉินชางพยักหน้าบอก “อืม โรงแรมบ้านพักต่างอากาศ
จิ่งหมิงใช่ไหม อยู่ใกล้บ้านพักตากอากาศจิ่งหมิง หนึ่งวันน่าจะ
พันกว่าหยวนล่ะมั้ง อาจจะถูกกว่าหน่อย”
เฉินชางคิดว่า เศรษฐีท้องที่แตกต่างออกไป พวกเขาพัก
โรงแรมหรูเป็นปี
เหล่าหม่าส่ายหน้า “ไม่ใช่! เจ้าเฉิน คุณเข้าใจผิดแล้ว
ผมหมายถึงโรงแรมราคาเท่าไร ผมตั้งใจจะซื้อ”
“ถึงตอนนั้นผมให้ห้องคุณเลย คุณมาอยู่ห้องข้างๆ ผม!”
“เยว่เยว่ก็ใกล้จะตั้งท้องแล้วไม่ใช่หรือ”
“ถึงตอนนั้นก็อยู่ด้วยกัน ถ้าไม่ได้ละก็ ผมจะสร้างศูนย์
ดูแลหลังคลอดระดับสูงที่นั่นโดยเฉพาะ!”
“ใช่ ผมว่าคุ้มค่านะ!”
“เจ้าเฉิน สนใจลงทุนไหม”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง!
เขาประเมินระดับความรวยของเหล่าหม่าต่ำไปจริงๆ!
แต่ว่า!
เขาชอบ
ครั้งนี้เฉินชางคิดว่าพาเหล่าหม่าไปยังคงมีข้อดีอยู่
“ไม่มีเงิน!” เฉินชางตอบเสียงเรียบ
[1] กินข้าวนิ่ม หมายถึงผู้ชายที่เกาะผู้หญิงกิน