เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1704 สิบปีข้างหน้า!
ดังนั้น!
ได้ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑล หาก
โชคดีได้รับความเอ็นดูจากศาสตราจารย์เฉิน อาจมีวาสนาได้
เข้าร่วมวิจัยตัวยาใหม่
อาจจับพลัดจับผลูได้ไปคว้ารางวัลโนเบลก็ได้!
แน่นอนว่าถ้าคุณมีผลงานโดดเด่น มีพรสวรรค์ทาง
คลินิกยอดเยี่ยม ศาสตราจารย์เฉินพบจุดเด่นของคุณเข้า ก็
มีโอกาสจะชุบเลี้ยงให้เติบโตเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์
กลายเป็นหนึ่งใน ‘ศิษย์ตระกูลเฉิน’ นี่คือโอกาสอย่างแน่นอน!
พอสวีจื่อหมิงกลายเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ สร้าง
แรงบันดาลใจให้มากมายในชั่วพริบตา
ต้องกล่าวเลยว่า เฉินชางควรขอบคุณสวีจื่อหมิงด้วยซ้ำ
ความสำเร็จทางวิชาการของเขาทำให้คนตระหนักมากขึ้น
เรื่อยๆ ว่าขอเพียงดวงดีก็มีโอกาสสำเร็จเป็นสมาชิกสภา
วิทยาศาสตร์!
ยิ่งคิดทุกคนก็ยิ่งหวั่นไหว
ช่วยไม่ได้แล้ว
ออกมาเสี่ยงดวงสักตั้ง เพื่อชีวิตที่ดี!
ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็เช็กชื่อเสร็จ!
ตอนนี้ เฉินชางมองทุกคน ผายมือไปทางเหล่า
ผู้อำนวยการโรงพยาบาล “ผู้อำนวยการหลี่ ผู้อำนวยการอู๋…
พวกคุณมีอะไรจะพูดไหมครับ”
เหล่าผู้อำนวยการสบตากัน
ต่างฝ่ายต่างมองเห็นประกายไฟในดวงตาของอีกคน
นี่คือสงครามที่ไร้ซึ่งควันไฟ!
พวกเขาจะต้องชนะ!
อู๋ถงฝู่เอ่ยกับคณะบุคลากรของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน
เมืองหลวง “พวกคุณฟังให้ดี ไปครั้งนี้ คำสั่งของศาสตราจารย์
เฉินก็เหมือนคำสั่งของผม ถ้าอยู่ทางนั้นแล้วทำงานไม่ได้เรื่อง
ก็เหมือนโรงพยาบาลไม่ได้เรื่องไปด้วย!”
“ทุกการกระทำทุกคำพูดของพวกคุณล้วนเป็นตัวแทน
ของโรงพยาบาลเรา จำเอาไว้ พวกคุณคือตัวแทนของศูนย์
ฉุกเฉิน พยายามเข้า!”
ทุกคนพยักหน้ารับทันที “สู้!”
คำพูดเหล่านี้ อู๋ถงฝู่พูดซ้ำหลายรอบแล้ว
หลี่ข่ายที่ปกติสุภาพอ่อนน้อมก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สายตา
ที่เขามองทุกคนเต็มไปด้วยความขึงขัง
“พวกคุณรู้ใช่ไหมว่าโควตาวันนี้ได้มายังไง ไปครั้งนี้
พวกคุณคือตัวแทนของมาตรฐานองค์การแพทย์ในประเทศ
ปักกิ่งยูเนี่ยน! พวกคุณไปพร้อมเกียรติยศ ก็จงกลับมาพร้อม
เกียรติยศ!”
“หลังจากไปถึง จะต้องเชื่อฟังการจัดสรรของ
ศาสตราจารย์เฉิน หากประเมินแล้วพบว่าไม่ได้มาตรฐาน
จะยกเลิกสิทธิ์ประเมินประจำปีทันที มีผลต่อการประเมินวิชา
ชีพด้วย!”
….
ผู้อำนวยการทยอยออกมาให้โอวาท!
ปลุกขวัญกำลังใจก่อนออกเดินทางด้วยวิธีการรูปแบบ
ต่างๆ ทั้งขู่เข็ญและสร้างแรงจูงใจ
ถึงแม้จะไม่ได้พูดอย่างชัดเจน แต่การแข่งขันกันอย่างลับ
ๆ นี้ปรากฏอย่างเด่นชัด
แน่นอน!
พวกเขาคำนึงถึงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากมองจาก
ฉากหน้า ดูเหมือนโรงพยาบาลเหล่านี้จะเป็นคู่ต่อสู้ที่ประชัน
ขันแข่งกัน
แต่ว่า!
มีความเป็นไปได้สูงมากว่าหลังจากฝึกงานครบหนึ่งปี
คู่ต่อสู้ตัวฉกาจที่สุดอาจกลายเป็นเฉินชาง
ถึงอย่างไร สิ่งที่เข้าปากราชาเฉินไปแล้ว เขายังจะยอม
คายออกมาอีกหรือ
หลังจากรวมพลเสร็จเรียบร้อย
รถบัสหลายคันค่อยๆ ขับเข้ามาในโรงพยาบาล
ทุกคนเริ่มขึ้นรถตามหมายเลขกำกับกลุ่ม
และในเวลาเดียวกันนี้!
ณ สนามบินนานาชาติเมืองหลวง เครื่องบินสองลำ
จอดเทียบมานานแล้ว
จางมู่และอวี๋ซวงหย่งกำลังเช็กชื่ออยู่เช่นกัน!
ในห้องโถงฝั่งผู้โดยสารขาออก ทีมงานนับพันรวมถึง
สมาชิกในครอบครัวกำลังทยอยขึ้นเครื่องผ่านช่องทางพิเศษ
หยางหลานและฉีข่ายก็สะท้อนใจอย่างยิ่ง
ทุกคนที่เข้าแถวอยู่ต่างสะท้อนใจมากเช่นกัน
“ฉันเคยเห็นคนเช่าเหมารถแล้วก็เช่าเหมาเรือ แต่เพิ่ง
เคยเห็นคนเหมาเครื่องบินทั้งลำเป็นครั้งแรก!”
“ฮ่าๆ ก็ใช่น่ะสิ”
“เรื่องนี้ไม่ใช่แค่มีเงินแล้วจะทำได้นะ”
“อืม ได้ยินว่าหลังจากพวกเราไปถึงเมืองอันหยางแล้ว
จะมีรถมารับพวกเราโดยเฉพาะ”
“จุ๊ๆ ไม่ได้รับการปฏิบัติระดับนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ”
“พอเป็นแบบนี้ ฉันคิดว่าไปอันหยางก็ดีเหมือนกัน!”
….
พอได้ยินบทสนทนาของทุกคน คณะผู้รับผิดชอบต่าง
ตื้นตันใจอย่างยิ่ง
ว่ากันตามจริง ครั้งนี้ พวกเขารับรู้แล้วจริงๆ ว่า
การปฏิบัติอย่างให้เกียรติเป็นอย่างไร!
สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่การเหมาลำเครื่องบินที่
ใหญ่โตหรูหรา ยิ่งไม่ใช่การมีรถรับส่งเฉพาะอันใด
สิ่งที่พวกเขาต้องการคือความรู้สึกที่ได้รับความสำคัญ
สถานภาพที่เป็นที่ต้องการและปฏิบัติอย่างให้เกียรติ
อันที่จริง หลายปีที่ผ่านมา คนในสายวิชาการเหล่านั้น
ต่างเป็นเช่นนี้มาตลอด ไม่อย่างนั้นจะมีคำพูดทำนองว่า
นักวิชาการไส้แห้ง ศาสตราจารย์จนกรอบอะไรพวกนั้นหรือ
ตอนนี้!
ทีมงานในสองลำนี้มุ่งหน้าสู่มณฑลตงหยางอย่างคึกคัก
เครื่องบินนี้ไม่ใช่เหล่าหม่าที่จัดหาให้ แต่เป็นข่งเสียงหมิง
ส่งมาให้เอง
ส่งมารับผู้เชี่ยวชาญกับนักวิชาการเหล่านี้ รวมถึง
ครอบครัวด้วย!
ครั้งนี้เทศบาลมณฑลตงหยางให้ความสำคัญกับการรับ
ตัวบุคลากรเข้ามาเป็นอย่างยิ่ง
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นโครงการที่ได้รับความสนใจจากท่าน
ผู้นำ
ใครจะเมินเฉยได้
ใครจะกล้าไม่ใส่ใจ!
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แม้แต่นักวิจัยเหล่านี้ต่าง
เต็มไปด้วยความฮึกเหิมทะเยอทะยาน ถึงอย่างไรท่านผู้นำก็
ไปเยี่ยมชมตึกใหม่ของพวกเขามาแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้กล่าวว่า
ไปเพื่อเยี่ยมชมโดยเฉพาะก็ตาม
แต่นี่หมายความว่าประเทศชาติให้ความสำคัญกับ
พวกเขา!
ถึงแม้จะโดนลอยแพ แต่ไม่ได้แปลว่าทอดทิ้งพวกเขา
แล้ว กลับตรงกันข้ามด้วยซ้ำ นี่คือเส้นทางกู้ชาติอย่างอ้อมๆ
บนเครื่องบิน ทุกคนมองเมืองหลวงที่ทิ้งห่างจาก
เครื่องบินไปเรื่อยๆ หดเล็กลงเรื่อยๆ แต่ความทะเยอทะยานใน
ใจกลับไม่ดับมอดลงแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม แต่ละคนฮึกเหิมมุ่งมั่น ต้องการสู้เพื่อ
วันพรุ่งนี้ที่ดียิ่งกว่าเดิม!
ตลอดการเดินทางนี้ พวกเขาโอบกอดอุดมการณ์ของ
ตนเองไว้เพื่อเป้าหมายแบบเดียวกัน!
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมอุดมการ์รอบข้าง เห็นภรรยาข้างกาย
คนเหล่านี้เปี่ยมความฮึกเหิมอย่างแท้จริง!
ในเวลาเดียวกันนี้!
ณ สนามบินนานาชาติอันหยาง!
ผู้ว่าการมณฑลและทีมบริหารระดับท้องถิ่นล้วนมาถึง
สนามบินแล้ว มาเพื่อต้อนรับคณะบุคลากรในครั้งนี้
ข่งเสียงหมิงยืนนำอยู่ด้านหน้าสุด
เขาเงยหน้ามองฟ้า รู้สึกกระวนกระวายใจ!
ครั้งนี้ เขาทุ่มหมดหน้าตักแล้ว เป็นความทุ่มเทครั้ง
ยิ่งใหญ่ที่สุดและความพยายามอย่างถึงที่สุดของตนให้กับ
มณฑลตงหยาง
มีโอกาสดำรงตำแหน่งทั้งที ย่อมต้องสร้างคุณประโยชน์
สักทาง!
เขาอยู่ตงหยางมานานแค่ไหนแล้ว
เดิมทีคิดว่ารักษาตัวให้อยู่รอดไปอีกไม่กี่ปีสุดท้ายก็ต้อง
ลงจากตำแหน่ง แต่เขากลับได้พบเฉินชางเข้า
ในสายตาของเฉินชาง ตนอาจเป็นผู้มีอำนาจเกื้อหนุน!
แต่แท้จริงแล้ว ครั้งนี้ข่งเสียงหมิงมองเห็นอย่างแจ่ม
แจ้งว่า
ไม่ใช่เฉินชางหรอกหรือที่เป็นผู้มีอำนาจเกื้อหนุนตน
ถ้าไม่มีเฉินชาง เขาจะได้รับการยอมรับจากท่านผู้นำสูง
สุดหรือ
ถ้าไม่มีเฉินชาง แผนพัฒนามณฑลตงหยางจะถูกนำมา
ใช้งานจริงอย่างมั่นคงหรือ
เวลานี้!
บนเครื่องบิน ด้านล่างเครื่องบิน บนรถบัส…ไม่รู้ว่า
มีความฝันของคนมากมายเพียงใดที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่าง
แน่นแฟ้น!
ไม่ว่าอนาคตจะห่างไกลสักแค่ไหน
แต่พรุ่งนี้ย่อมใกล้เข้ามาอีกก้าวแน่นอน!
เพราะพวกเขามองเห็นแสงสว่างแล้ว!
….
ภายในวันนั้น เจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นของมณฑล
ตงหยางพาทุกคนไปยังที่พักค่าเช่าต่ำ
ถึงจะบอกว่าเป็นที่พักค่าเช่าต่ำ แต่ความจริงแล้วมีชื่อ
เรียกที่ไพเราะยิ่ง
นี่คือโครงการที่การปกครองส่วนท้องถิ่นและเจิ้งกั๋วถาน
ร่วมมือกันก่อสร้างขึ้น ชื่อของชุมชนนี้คือ ‘กว่างซ่า!’
เป็นชื่อที่เพิ่งถูกตั้งขึ้น ก่อนหน้านี้ยังไม่มีชื่อ
ที่มาก็เรียบง่ายมาก หลังจากเฉินชางหารือกับข่งเสียง
หมิง ชื่อก็ถูกตั้งขึ้น
‘เป็นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเหล่าผู้คน แผ่กิ่งป้องปราชญ์
ยากจนให้พ้นโศก!’
เพื่อสร้างโลกที่รุ่งเรืองเช่นนี้ขึ้น!
สภาพแวดล้อมของชุมชนไม่เลวเลย เจ้าหน้าที่ให้ทุกคน
เข้าที่พักก่อน
มีงานเลี้ยงจัดขึ้นในช่วงค่ำ
และภายในวันเดียวกัน เฉินชางก็พาคณะบุคลากร
การแพทย์เหล่านั้นกลับมาถึงโรงพยาบาลอันดับสองของ
มณฑลตงหยางแล้วเช่นกัน
ฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลมาต้อนรับทุกคนด้วยตัวเอง
ตกค่ำ เฉินชางพาทุกคนไปร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้นโดย
เทศบาลมณฑลด้วย
เรื่องในครั้งนี้ กลายเป็นข่าวถ่ายทอดสดของช่องตง
หยางทีวี
ชาวเมืองอันหยางล้วนตื่นเต้นกับการกลับมาของเฉินชา
งมาก
อย่างไรก็ตาม หลังจากเฉินชางมีชื่อเสียงขึ้นมา มณฑล
ตงหยางก็ทำการประชาสัมพันธ์อยู่บ่อยครั้ง
รวมถึงการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ของสมาคมศัลยกรรม
ทางเดินอาหารโลก ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญ
ปัจจุบันเป็นรูปเป็นร่างแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จอย่าง
เป็นทางการภายในเดือนมิถุนายนปี 2021
ตามมาด้วยการก่อตั้ง ‘สถานวิจัยยาใหม่เฉินชาง’
ดูเหมือนจะทำให้ชาวเมืองอันหยางวางใจได้ในทันที
ความรู้สึกนี้ไม่ต่างจากความรู้สึกตอนมีคนในครอบครัว
โดดเด่นขึ้นมา
การกลับมาของเฉินชางทำให้ทุกคนตื่นเต้นมานานแล้ว!
เช้าวันแรกหลังหมดเทศกาลปีใหม่!
เฉินชางเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ!
และวันนี้อาคารศูนย์ฉุกเฉินจะเปิดใช้งานอย่าง
เป็นทางการ
เพื่อเพิ่มความเป็นทางการ ถานลี่กั๋วและคณะผู้บริหาร
โรงพยาบาลได้จัดพิธีเปิดอาคารศูนย์ฉุกเฉินอย่างยิ่งใหญ่
วันนี้มีผู้ชมมาร่วมชมพิธีมากมาย!
ทุกคนรวมตัวกันในโรงพยาบาล มองผ้าไหมแดงถูกปลด
ลงมาจากป้ายอาคารศูนย์ฉุกเฉิน ขณะที่คิดจะปรบมืออย่าง
ร้อนแรง
ฉากที่ตามมากลับทำให้ทุกคนตะลึงงัน!
สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ มีป้ายมากมายติดอยู่บนผนังอาคาร
ศูนย์ฉุกเฉิน!
‘โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์ตงหยาง!’
ชื่อนี้อาจจะดูธรรมดามาก
แต่กลับแขวนอยู่ในลำดับแรก!
หลังจากทุกคนอ่านป้ายต่อๆ มาก็ตะลึงตาค้างไปทันที!
‘สถานฝึกประสบการณ์ดุษฎีบัณฑิตวิทยาลัยการแพทย์
ปักกิ่งยูเนี่ยน’
‘โรงพยาบาลพันธมิตรของโรงพยาบาลปักกิ่งยูเนี่ยน’
‘สถานฝึกประสบการณ์มหาบัณฑิตมหาวิทยาลัย
การแพทย์แห่งเมืองหลวง’
‘โรงพยาบาลพันธมิตรของโรงพยาบาลเทียนตัน’
‘โรงพยาบาลพันธมิตรของศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวง’
….
บนผนังอาคารศูนย์ฉุกเฉินมีป้ายเจ็ดแปดแผ่นติดเอาไว้
นี่เป็นการโน้มน้าวใจ!
แน่นอนว่าคนที่ได้หน้าที่สุดยังคงเป็นฉินเสี้ยวยวน
ถึงอย่างไร ป้ายแรกที่อยู่ถัดจากป้ายโรงพยาบาลอันดับ
สองของมณฑลก็คือโรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัย
การแพทย์ตงหยาง!
พอลองคิดดูดีๆ
มหาวิทยาลัยการแพทย์ตงหยางยังคงเก่งกาจที่สุด
อันที่จริง ป้ายเหล่านี้ที่เหมือนจะไม่มีประโยชน์มากนัก
แต่ในมุมมองของประชาชนแล้วกลับเปรียบเสมือนหลักประกัน
อย่างหนึ่งที่สลักลงในใจของพวกเขา
ทุกคนล้วนไว้วางใจโรงพยาบาลใหญ่ๆ ในเมืองหลวง
โดยเฉพาะปักกิ่งยูเนี่ยน เทียนตันและมหาวิทยาลัย
การแพทย์แห่งเมืองหลวง สถานพยาบาลเหล่านี้ล้วนได้รับ
ความไว้วางใจในระดับเดียวกันจากชาวบ้าน
แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องถ่อไปตรวจถึง
เมืองหลวงแล้ว มาตรวจรักษาในท้องถิ่นก็ได้!
โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลเราเป็นพันธมิตรกับ
โรงพยาบาลชั้นนำพวกนี้นะ แค่พูดออกไปชาวบ้านก็รู้สึก
มีหน้ามีตาเช่นกัน
และวันนี้ทั้งวัน
มีคนมากมายทยอยเดินทางมายังโรงพยาบาลอันดับ
สองของมณฑลไม่ขาดสาย
เจิ้งกั๋วถานมาถึงแล้ว นำรถพยาบาลระดับ B มามอบให้
สามคัน!
มีมูลค่าหลายล้านหยวน!
แต่ในเวลาเดียวกันนี้ ฉีเซี่ยงเจิ้งก็มาถึงแล้วเช่นกัน มอบ
รถ MPV[1] เมอร์เซเดส เบนซ์ วีคลาสให้เป็นรถรับรองของทาง
โรงพยาบาล
ครั้งนี้เสี้ยวเถียนฮวาหัวหน้ากลุ่มเศรษฐีนีก็มาด้วย!
ทุกคนล้วนตื่นเต้นกับการกลับมาของเฉินชางมาก!
แต่ละคนยิ้มหน้าบาน นำของขวัญมามอบให้อาคารศูนย์
ฉุกเฉินมากมาย
บางอย่างก็แพง บางอย่างก็ไม่แพง แต่เป็นน้ำใจของ
ทุกคนทั้งสิ้น
เป็นฉากที่ครึกครื้นอย่างยิ่ง
ถานลี่กั๋วเอ่ยอย่างสะท้อนใจ “นี่อาจเป็นงานเปิด
สถานพยาบาลที่รื่นเริงที่สุดในประเทศเลย!”
ก็จริง!
เทียบกับศูนย์ฉุกเฉินแห่งมณฑลตงหยางที่เปิดตัวอย่าง
อึกทึกแล้ว
สถานวิจัยยาใหม่เฉินชางก็จัดพิธีเปิดในวันเดียวกัน
เทียบกันดูแล้วเจ้าหน้าที่ของทางนี้จัดกันเงียบเชียบมาก
ดูเหมือนพวกเขาจะเปิดโหมดทำงานกันทันที
เริ่มทดสอบเครื่องจักร เริ่มทดลองรันงานและเริ่มประชุม
แบ่งหน้าที่
ตกเย็น เฉินชางและฉินเยว่ก็ย้ายเข้าบ้านใหม่อย่าง
เป็นทางการ นับว่าเป็นพิธีขึ้นบ้านใหม่ไปในตัว
หน้าต่างบานใหญ่จรดพื้น ทั้งสองมองออกไปด้านนอก
เฉินชางลุกขึ้นยืน ยิ้มแล้วเอ่ยกับฉินเยว่ว่า
“อีกสิบปี ที่นี่จะกลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของ
ทั่วประเทศ ถึงขั้นที่ว่าอาจจะเป็นศูนย์กลางของทั่วโลกด้วย!”
[1] MPV (Multi-Purpose Vehicle) หมายถึง รถที่มีลักษณะ
คล้ายรถตู้ มีจุดเด่นอยู่ที่ความกว้างของห้องโดยสาร หรูหรา
รองรับการใช้งานหลายรูปแบบ และมีสิ่งอำนวยความสะดวก
ครบครันมีที่นั่งตั้งแต่ 6-11 ที่นั่ง ไม่รวมที่นั่งข้างคนขับ