เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1707 ใช้ความรักเป็นตัวประกัน (2)
ตอนที่ 1707 ใช้ความรักเป็นตัวประกัน (2)
“ไม่ว่าเมื่อไร หมอก็หวังให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยสุขภาพ
แข็งแรงทั้งนั้น! คุณนึกว่าผมไม่คิดหรือไง
แต่ต่อให้ลงนามในหนังสือสงวนความรับผิดชอบแล้ว
ไม่ว่าผลลัพธ์หลังผ่าตัดจะเป็นยังไง ก็ไม่ได้หมายความว่าหมอ
จะต้องยอมให้คุณเลือกโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา
ภาระหนักอึ้งที่หมอต้องแบกรับอยู่เหนือขอบเขต
ความเข้าใจของคนทั่วไป!
คุณอาจจะไม่กลัวตาย แต่คนเป็นหมอไม่มีทางอยู่เฉยๆ
เฝ้ามองคุณฝ่าข้อห้ามก้าวเข้าหาความตาย จากนั้นค่อยยอม
เสี่ยงในแง่มโนธรรมเข้าไปลากคุณกลับมาจากขอบหน้าผา
การสร้างปาฏิหาริย์ทางการแพทย์จะเกิดขึ้นบนพื้นฐานที่
ไม่เหลือทางเลือกอื่นๆ แล้ว แต่การ ‘ใช้ความตายของตัวเอง’
มาทดสอบการช่วยชีวิตด้วยวิธีทางการแพทย์ หรือถึงขั้นที่อ้าง
‘ความรักและความเป็นแม่’ มาเป็นตัวประกันเพื่อให้ได้รับ
การรักษา เป็นความไม่สมเหตุสมผลและขัดต่อเจตนารมณ์
เดิมของการแพทย์”
เฉินชางกล่าวประโยคนี้อย่างหนักแน่นทรงพลัง ทุก
คนฟังแล้วตาสว่างขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว!
ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการช่วยชีวิต ช่วยกอบกู้ความรัก
อันยิ่งใหญ่ของมารดา
แต่พอมองให้ดีๆ นี่คือการเดิมพันประเภทหนึ่งไม่ใช่หรือ
หลังเฉินชางเอ่ยจบ ก็เอ่ยเสียงเรียบว่า “พวกคุณต่างกับ
ผู้ป่วยนะครับ”
“ต้องทบทวนปัญหาอย่างมีสติ เพราะเรื่อง
ทำนองเดียวกันไม่เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวแน่! ในจีนมีผู้ป่วยโร
ความดันปอดสูงนับสิบล้านคน พวกเขาจะคิดยังไงกับการ
ผ่าตัดเคสนี้ พวกคุณเคยคิดบ้างไหม”
“ถ้ามีผู้ป่วยกรณีเดียวกันพิจารณาถึงเรื่องตั้งครรภ์ สิ่ง
แรกที่เธอจะนึกถึงคือโศกนาฏกรรมของกัวเสวี่ย ไม่ใช่ความสุข
ที่ได้ให้กำเนิดลูก
ถ้ามีคนต้องการใช้ความตายมาเรียกร้องให้สร้าง
ปาฏิหาริย์ สิ่งแรกที่เธอจะนึกถึงคือได้ไม่คุ้มเสีย ไม่ใช่การหา
ข้ออ้างมาเป็นตัวประกัน!”
ถูกต้อง!
การผ่าตัดเคสนี้ ผู้ป่วยเริ่มต้นจากโรงพยาบาลอันดับ
สองของเขตหนึ่งทางภาคใต้แล้วย้ายมาที่โรงพยาบาลระดับ
เมืองเอกของภูมิภาค จากนั้นก็มาที่โรงพยาบาลปักกิ่งยูเนี่ยน
เทียนตันและจีสุ่ยถานในเขตเมืองหลวงรวมถึงศูนย์ฉุกเฉิน
เมืองหลวง
เธอกำลังตามหาอะไรอยู่
เคยพิจารณาดูบ้างไหม
พูดให้น่าฟังคือตามหาความหวัง
แต่ถ้าพูดกันตามตรงคือหวังโชคช่วย
หากกัวเสวี่ยทำสำเร็จ แบบนั้นจะมีผลกระทบตามมา
อย่างไร
ต้องมีคนพยายามฝ่าฝืนคำสั่งแพทย์แน่นอน จะมีคนที่
พยายามตั้งครรภ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
หากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นในตอนที่เฉินชางยังไม่มีหนทาง
พิชิตการผ่าตัดนี้ได้จะทำอย่างไร
จะทำให้มีคนตายมากขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น!
กรณีโชคช่วย ใช้เป็นบรรทัดฐานไม่ได้
อุบัติเหตุคือสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้!
ไม่ว่ากัวเสวี่ยจะพูดอย่างไร ล้วนไม่ควรให้กำลังใจหรือ
คล้อยตามทั้งนั้น
เพราะถ้าคุณฝ่าฝืนคำสั่งของแพทย์ก็เหมือนคุณเลือกใช้
เซฟาโลสปอรินร่วมกับเหล้าเอง จากนั้นคุณค่อยมาบอกหมอ
ว่า “หมอ ฉันกินเซฟาโลสปอรินร่วมกับเหล้าไปแล้ว รีบช่วยฉัน
ที!”
จะให้หมอคิดอย่างไรล่ะ
เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่ารนหาที่ตายเอง แต่กลับนึกถึงหมอ
จะช่วยหรือไม่ช่วยดี
สมควรช่วยแน่อยู่แล้ว ใครใช้ให้คุณเป็นหมอล่ะ
แต่ถ้ามีคนเลียนแบบและทำตามมากขึ้นเรื่อยๆ แบบนั้น
จะมีการให้ความรู้ทางการแพทย์ไปทำไม
จะป่าวประกาศความรู้ทางการแพทย์ไปทำไม
พูดอีกอย่างคือ จะมีหมอไว้ทำไม
สิ่งที่เฉินชางคาดหวังคือเวลาที่พบกับเรื่องทำนองนี้ สิ่ง
แรกที่ผู้ป่วยควรคำนึงถึงคือความพยายามของหมอ
ไม่ใช่ทำตัวเอาหูไปนาเอาตาไปไร่…แบบนั้น การผ่าตัดในวันนี้
ถึงจะมีความหมาย
คำพูดของเฉินชางมีความหมายลึกซึ้งมาก!
คนที่ฟังรู้เรื่องย่อมเข้าใจ
คนที่ฟังไม่รู้เรื่อง เฉินชางก็ไม่อธิบายอีกต่อไป
เฉินชางเห็นทุกคนล้วนเงียบงันกันหมดแล้ว ถึงได้เอ่ย
อย่างเฉยเมยว่า
“หมอไม่ใช่ตัวตนที่จะคิดตัดสินตามสัญชาตญาณทาง
อารมณ์
การวิเคราะห์และตัดสินตามหลักเหตุผลเท่านั้นที่
รักษาโรคได้
ในฐานะของผู้ป่วย การปฏิบัติตามคำสั่งหมอและ
ไว้วางใจในตัวหมอคือหลักการและบรรทัดฐานที่ควรทำเมื่อ
เข้ารับการรักษา รวมถึงเป็นฉันทามติพื้นฐานในสังคมด้วย!”
พอเขาเอ่ยมาแบบนี้ ทุกคนในห้องทำงานล้วนรู้สึกได้รับ
ความรู้มหาศาล
หลี่เป่าซานปรบมือให้อย่างค่อนข้างดีใจ
ว่ากันตามตรง เขากังวลจริงๆ ว่าเฉินชางจะยังเป็นแบบ
เมื่อก่อน ยังมีจิตใจทะเยอทะยานใฝ่ก้าวหน้า
แต่ตอนนี้เขาโตขึ้นมากแล้ว รู้จักคิดแล้ว
พัฒนาการในด้านนี้สำคัญกว่ายิ่งพัฒนาการด้านทักษะ
ผ่าตัด!
พูดง่ายๆ คือ เฉินชางโตเต็มที่แล้ว สมเป็นผู้อำนวยการ
คนหนึ่ง
เมิ่งซีก็เข้าใจแล้วเช่นกัน
เธอหน้าแดงทันที แต่ก็ไม่อายที่จะขอโทษ อาจารย์เมิ่งก็
คืออาจารย์เมิ่ง กล้าทำกล้ารับ เธอเอ่ยกับเฉินชางว่า
“ผู้อำนวยการเฉิน ฉันผิดไปแล้วค่ะ!”
เฉินชางเห็นก็อดกล่าวไม่ได้ “ครับ ไปเชิญผู้อำนวยการ
แผนกโรคหัวใจกับแผนกวิสัญญีมาที่ตึกฉุกเฉินที”
เมิ่งซีผงะไป “ทำไมล่ะคะ”
เฉินชางเอ่ยเสียงเรียบ “ยังจะทำอะไรได้ล่ะครับ ต้อง
ปรึกษารายละเอียดการผ่าตัดแน่อยู่แล้ว!”
พูดจบก็ถลึงตาใส่เมิ่งซีไม่ได้ บ่นเสียงเบาว่า “ซื่อบื้อ!”
พอเมิ่งซีได้ยิน ในใจพลันตื่นเต้นขึ้นมา เธอมองเฉินชาง
กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ “ได้ค่ะ ฉันจะไปเชิญมาเดี๋ยวนี้”
ผู้ป่วยมาแล้ว จะไม่ช่วยก็ไม่ได้
แต่ต้องไม่ให้กำลังใจผู้ป่วยแบบนี้
ไม่เห็นค่าการรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม จากนั้นก็ใช้ศีลธรรม
มาอ้างเพื่อบังคับหมอ
การผ่าตัดนี้ที่ดูเหมือนจะทำเพื่อความรักและคุณธรรม
แต่ความจริงแล้วเป็นการผ่าตัดที่เกิดจาการใช้ ‘ตัวประกัน’
เฉินชางคิดมาดีแล้ว!
การผ่าตัดนี้ต้องเกิดขึ้นแน่นอน
และเขาจะทุ่มเทอย่างสุดกำลัง
แต่เขายังคงหวังให้ผู้ป่วยเข้าใจว่าการผ่าตัดคือการ
ช่วยชีวิตผู้ป่วย ไม่ใช่การเดิมพัน
เนื่องจากถึงแม้คุณจะลงเดิมพันไหว แต่หมออย่างเรา
แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
พวกเรายอมรับว่าพวกเรากลัว
เพราะยังมีคนหลายหมื่นหลายพันชีวิตที่รอ
ความช่วยเหลือจากพวกเราอยู่
พวกเราจะปล่อยให้ถูกสังคมวิจารณ์ ถูกผูกมัดด้วย
ศีลธรรม หรือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นเพราะคุณไม่ได้
เฉินชางหวังว่าการผ่าตัดนี้จะเป็นเพียงกรณีเดียวเท่านั้น
ต่อไปจะไม่เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด!
ใช้ความคิดผิดๆ มาทดสอบหมอ
เป็นเรื่องที่เกินจะทนรับไหวจริงๆ
….
เวลานี้ ผู้สื่อข่าวภายนอกก็เริ่มโหมข่าวแล้ว
ถึงอย่างไรทักษะศัลยกรรมหัวใจของเฉินชางก็มีชื่อเสียง
โด่งดังระดับนานาชาติ
ดังนั้นคนนับไม่ถ้วนจึงเริ่มจับตามองการรักษาของกัว
เสวี่ย
ภายในเวลาเดียวกัน มีสื่อมากมายนำเสนอข่าวอย่าง
ต่อเนื่อง แน่นอนว่าเนื้อหาแทบจะไม่ต่างกันเลย!
หวังให้เฉินชางช่วยคนได้เท่านั้น!
หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีไม่มีข้อผิดพลาด
‘ศาสตราจารย์เฉินมีฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม
หัวใจ เชื่อว่าเขาจะพิชิตโรคได้แน่นอน ให้คำตอบที่น่าพอใจแก่
ผู้ป่วยได้!’
ตอนนี้ ด้านนอกมีเสียงวิจารณ์เซ็งแซ่มาก
ดูเหมือนกำลังยกย่องเฉินชางกันแทบทั้งสิ้น คล้ายว่าถ้า
เฉินชางผ่าตัดล้มเหลว จะไม่สมกับชื่อเสียงที่มี
ถูกต้อง!
แต่ในสถานการณ์นี้ เกิดเรื่องที่ทำให้ทุกคนฉงนขึ้นมา
เฉินชางยอมให้เข้าสัมภาษณ์!
เฉินชางกล่าวกับสื่อมวลชนอย่างสุขุม “ที่ผมมาพบปะ
ทุกท่านในวันนี้ เนื่องจากความห่วงใยที่ทุกท่านมีต่อผู้ป่วยและ
ทางเรา”
“ผมจะตอบคำถามสองสามข้อให้ในที่แห่งนี้!”
“เริ่มจากข้อแรก ในปัจจุบันการปลูกถ่ายหัวใจและปอด
ควบคู่กันในเคสผู้ป่วยแบบคุณกัวเสวี่ยมีอัตราการเสียชีวิต
100%”
“ข้อที่สอง เมื่อได้รับคำสั่งจากหมอ จำเป็นต้องปฏิบัติ
ตามอย่างเคร่งครัด ผมขอพูดตรงนี้สักประโยค ในผู้ป่วยโรค
ความดันปอดสูงขั้นรุนแรง การตั้งครรภ์คือเรื่องต้องห้าม อย่า
เห็นการผ่าตัดเป็นเรื่องล้อเล่น ความจริงแล้วทุกเคสผ่าตัดคือ
ความเสี่ยงที่ทำนายอนาคตไม่ได้”
“ข้อสุดท้าย การผ่าตัดนี้เกิดขึ้นในตอนที่ผมยังหาทาง
พิชิตโรคความดันปอดสูงไม่ได้ ผมจึงทำได้เพียงผ่าตัด
ไปแบบนี้!”
“ผมหวังว่าผู้ป่วยทุกท่านจะไม่เลียนแบบการกระทำของ
คุณกัวเสวี่ย ใช้ความรักเป็นตัวประกัน ไม่คุ้มกันเลย!”
“ผมไม่ได้พูดขู่นะครับ ผมจะถ่ายทอดสดการผ่าตัดด้วย
ผมหวังให้ทุกท่านได้เห็นว่าการผ่าตัดเคสนี้อันตรายมากขนาด
ไหน”