เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1706 บนโลกนี้ มีความยุติธรรมเสียที่ไหน! (1)
หลังจากเฉินชางกลับมาที่อันหยาง เขาไปเยี่ยมผู้อาวุโส
ฝาง
ผู้อาวุโสฝางดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก แต่ยังพักในห้อง
ผู้ป่วยเฝ้าระวังพิเศษ ในห้องมีไม้ใบเขียวเพิ่มขึ้นหลายกระถาง
มีปลาน้อยเพิ่มขึ้นอีกหลายตัว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
มากขึ้นหลายเท่า
ฝางยงหลินมีความสุขมากที่เฉินชางกลับมา
ผู้อาวุโสฝางเคยกล่าวประโยคหนึ่งกับเฉินชาง เขาจำได้
ขึ้นใจ
เขากล่าวไว้ว่า บางครั้ง นายไม่จำเป็นต้องเลือกทางที่
ถูกต้องที่สุดหรอก เพราะถูกกับผิดวัดกันตรงไหนล่ะ
หลายปีมานี้ ผมถูกชักจูงความคิดจากความเห็นหรือ
คำแนะนำบางอย่างมาโดยตลอด
กลายเป็นทัศนคติสามมุมของพวกเราในปัจจุบัน
จนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ ผมก็พบว่า สิ่งที่ผมยืนหยัดและ
เชื่อมั่นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป แต่อาจจะเป็นสิ่งที่
ควรเป็นเท่านั้น
ถูกต้อง!
โลกก็เป็นแบบนี้ ไม่มีถูกผิดแน่ชัด มีแค่ควรทำหรือไม่
ควรทำ
แต่เรื่องควรทำหรือไม่ควรทำนี้ ไม่ใช่ข้อจำกัดของโลก
แน่นอน
….
ชีวิตของกัวเสวี่ยมีจุดเปลี่ยนอยู่สามครั้ง ด้วยเหตุนี้เธอ
จำเป็นต้องเลือกเส้นทางที่ต่างกันสามทาง
กว่าจะมาถึงจุดเดียวกับในวันนี้ เธอทำหลายเรื่องราวที่
เธอสมควรทำเพื่อตัวเองแล้ว
รวมถึงวันนี้ด้วย แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับเธอ
เธอก็ยังเลือกที่จะตั้งครรภ์
นี่อาจจะทางเลือกที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตนี้ของเธอ
ในมุมมองของทุกคน เธอทำผิดพลาดแล้ว
แต่ว่า…
ตัวเธอเองรู้สึกว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
บางทีระหว่างคนเราก็ไม่มีความเท่าเทียมอย่างแท้จริง
บางคนก็เกิดมาบนกองเงินกองทองนับหมื่นล้าน
บางคนก็เกิดมาพร้อมพรสวรรค์แสนพิเศษ
ส่วนบางคนอาจจะธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ แต่คุณโชค
ดีมากแล้ว เพราะคุณมีสุขภาพแข็งแรงมาก
ตอนคุณเล่นมือถือเห็นสาวสวย วิลล่าใหญ่ หรือรถหรู
บนโซเชียล ขณะที่คุณค่อนขอดว่าตัวเองเกิดมายากจน คุณ
เคยคิดบ้างไหมว่าบางคนอาจจะกำลังมองคุณด้วยแววตาที่
เต็มไปด้วยความอิจฉาเช่นกัน!
ถึงจนก็ยังยกระดับฐานะได้
แต่กับบางอย่าง คุณไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้
หลังค่อม พิการ อัปลักษณ์ หูหนวก ตาบอด…บางที
นับตั้งแต่คนเหล่านี้ถือกำเนิดก็ถูกกำหนดให้แพ้ตั้งแต่เริ่ม
อย่างแท้จริง
แต่พวกเขาไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาเลย!
เป้าหมายที่พวกเขาทุ่มเทให้เรียบง่ายมาก มีชีวิตต่อไป!
คุณอาจจะบอกว่าคนแบบนี้มีเยอะเสียที่ไหน
ทำไมผมไม่เคยพบเจอตามท้องถนนเลยล่ะ!
ได้ ผมจะบอกคำตอบให้คุณรู้ เพราะพวกเขาไม่กล้า
ออกมา
พวกเขาก็น้อยเนื้อต่ำใจในความทุกข์และโรคภัยของ
ตัวเอง เหมือนที่พวกคุณน้อยเนื้อต่ำใจในความจนของตัวเอง
อีกอย่าง รถเข็นจะไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว
เส้นทางความพิการในชีวิตคนเรา ไม่ว่าจะมากหรือน้อย
ล้วนเป็นโครงการที่ถูกกำหนดรูปแบบไว้แล้ว
คนตาบอดเดินพุ่งชนกำแพง จะผ่านไปสู่นรกไหม
เบื้องหน้ารถเข็นคือบันไดสูงชันที่จะเดินหน้าหรือ
ถอยกลับก็ยากทั้งคู่
ทุกๆ ปีมีคนเสียชีวิตด้วยเรื่องประเภทนี้มากขนาดไหน
กัน
คงไม่มีใครเคยนับสถิติใช่ไหม
เพราะไม่มีใครสนใจความเป็นอยู่ของพวกเขา
ส่วนเสียงของคนที่ให้ความสนใจก็ไม่ดังมากพอ
คุณอาจจะบอกว่าคนแบบนี้มีน้อยมาก
แต่ว่า!
ความจริงไม่ได้มีน้อยหรอก คนแบบพวกเขามีมากกว่า
เศรษฐีบนโลกนี้เสียอีก!
ก็เหมือนที่ในชีวิตนี้คุณพบเห็นอภิมหาเศรษฐีแค่ไม่กี่คน
นั่นแหละ
มีตัวตน!
มีอยู่แน่นอน!
แต่จะมีมากมายขนาดนั้นจริงๆ น่ะหรือ
กัวเสวี่ยเองก็เคยบ่นเช่นกันว่าทำไมตัวเองถึงไม่เหมือน
คนอื่น ทำไมถึงมีริมฝีปากสีฟ้า
ออกกำลังกายหนักๆ ไม่ได้ ร่วมแข่งขันกีฬาไม่ได้ วิ่ง
ไม่ได้ ทำไม่ได้….ถึงขั้นที่แม้แต่…เซ็กส์ก็ยังต้องทำอย่าง
ค่อยเป็นค่อยไป!
แต่เธอไม่เคยคิดจะละทิ้งชีวิตอย่างจริงจังเลย
ทว่าโรคความดันโลหิตในปอดสูง ถูกขนานนามว่า
‘มะเร็งแห่งวงการหลอดเลือดหัวใจ!’
เนื่องจากปอดไหลเวียนไม่เต็มประสิทธิภาพและขาด
ออกซิเจน ริมฝีปากจึงกลายเป็นสีม่วงอมฟ้า ดังนั้นผู้ป่วยจึง
ถูกเรียกว่า ผู้ป่วย ‘ริมฝีปากสีฟ้า’
โรคประเภทนี้นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ หากไม่ได้รับ
การรักษาที่มีประสิทธิภาพ อัตราการอยู่รอดของผู้ป่วย
โดยเฉลี่ยคือ 2.8 ปี
แต่ทั่วประเทศมีผู้ป่วยภาวะความดันปอดสูงอยู่นับสิบ
ล้านราย แต่เข้าถึงการรักษาเพียงสองสามหมื่นรายเท่านั้น
เรื่องสำคัญที่สุดคือ!
ปัจจุบันยังรักษาโรคความดันปอดสูงให้หายขาดไม่ได้
ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยารักษาไปชั่วชีวิต!
ด้วยประสิทธิภาพของยา กัวเสวี่ยดูเหมือนคนปกติทั่วไป
ไปเรียน เข้ามหาลัย พบรัก ทำงาน แต่งงาน!
แต่ว่า!
สุดท้ายก็ยังมีอุปสรรคที่ฝ่าข้ามไปไม่ได้
นั่นคือการตั้งครรภ์!
หากไม่ตั้งครรภ์ แค่ผู้ป่วยภาวะความดันปอดสูงกินยาก็
ไม่ต่างจากคนทั่วไปมากนัก
เนื่องจากการตั้งครรภ์คือข้อห้ามร้ายแรงสำหรับ
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ควบคู่มากับภาวะความดันปอดสูง
ทันทีที่ตั้งครรภ์ ร่างกายจะเสียสมดุลแน่นอน เมื่ออยู่
ระหว่างตั้งครรภ์จะเป็นช่วงที่ชดเชยการทำงานของหัวใจไม่ได้
เนื่องจากปอดขาดออกซิเจน ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น หัวใจ
จะเต้นเร็วขึ้นเพื่อชดเชย หัวใจสูบฉีดโลหิตเพิ่มมากขึ้น เพิ่ม
ภาระให้กับหัวใจ!
เดิมทีก็มีภาระหนักมากอยู่แล้ว ตอนนี้พอมีเพิ่มมา ย่อม
สาหัสขึ้นกว่าเดิม นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว ถึงขั้นที่เพิ่ม
ความเสี่ยงต่อการคลอดบุตรด้วย
แถมยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของตัวอ่อนในครรภ์
อย่างร้ายแรง
ดังนั้น!
ในมุมมองของทุกคน การตั้งครรภ์คือโชคมงคล
หมายถึงการถือกำเนิดของชีวิตใหม่
แต่สำหรับพวกเธอแล้ว การตั้งครรภ์คือความทุกข์
เพราะเปรียบเสมือนหนังสือแจ้งโรคร้ายแรง!
….
นอกห้องทำงาน ครอบครัวของกัวเสวี่ยเงียบงันไม่พูดจา
เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร!
เวลานี้หลี่เสวี่ยเฟิงสามีของกัวเสวี่ยมองเพดานอย่าง
เงียบขรึม
ตอนนี้กัวเสวี่ยยังอยู่ในห้องผู้ป่วย สถานการณ์ทรงตัวดี
แต่ว่า…อาการหนักขึ้นทุกวัน
พวกเขาไปโรงพยาบาลปักกิ่งยูเนี่ยน ไปโรงพยาบาลจีน
ตะวันตก จากนั้นก็มาศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวงเพราะชื่อเสียงที่
เลื่องลือ
แต่ตอนนั้น เป็นช่วงที่เฉินชางเพิ่งออกพอดี
หลังจากสวีจื่อหมิงตรวจอาการกัวเสวี่ย เขาปฏิ
เสธแนวทางรักษาด้วยการผ่าตัดตามหลักเหตุผลอัน
ชอบธรรม
เพราะถ้าเข้ารับการผ่าตัด จะถูกกำหนดให้กลายเป็น
เส้นทางที่ย้อนกลับมาไม่ได้อีก
บนโลกนี้ ยังไม่เคยมีผู้ป่วยเคสไหนที่เข้ารับการผ่าตัด
ปลูกถ่ายปอดและหัวใจควบคู่กันระหว่างตั้งครรภ์แล้วอาการ
มั่นคงเลย
สวีจื่อหมิงไม่เคยยกหางตัวเองว่าจะผ่าตัดเคสนี้ให้
ประสบความสำเร็จได้!
แต่ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่การผ่าตัดจะประสบความ
สำเร็จหรือไม่
แต่การผ่าตัดนี้อยู่ที่ว่าควรหรือไม่ควรทำกันแน่!
เนื่องจากภรรยาตั้งครรภ์ หลี่เสวี่ยเฟิงจึงกลายเป็นไอ้
ชาติชั่วตัวพ่อ!
กลายเป็นเป้าโจมตีของเหล่านักสิทธิสตรี!
ในขณะเดียวกัน พ่อแม่ของหลี่เสวี่ยเฟิงก็กลายเป็น
เป้าของพวกอนุรักษ์นิยมด้วย
ดูเหมือนครอบครัวของหลี่เสวี่ยเฟิงจะกลายเป็น
แบบอย่างของผู้กระทำผิดไปในชั่วพริบตา
ไม่ควรบังคับให้ลูกสะใภ้ท้องเลย!
อันที่จริงไปรับเด็กมาเลี้ยงก็ได้ไม่ใช่หรือไง
บอกว่าครอบครัวของหลี่เสวี่ยเฟิงไร้ความรับผิดชอบ
เพื่อทายาทแล้วถึงขั้นไม่ไยดีความเป็นความตายของกัวเสวี่ย
เลย!
ถึงขั้นที่มีคนเริ่มแจ้งความให้ทางตำรวจและสมาคม
สิทธิสตรีเข้ามาตรวจสอบเรื่องในครั้งนี้ด้วย!
แต่ว่า!
พวกเขาประเมินความมุ่งมั่นและยึดติดของเหล่านัก
สิทธิสตรีต่ำไป
พวกนักสิทธิสตรีแค่อยากบีบให้ผู้หญิงเป็นไปตาม
ต้องการ อยากทำลายครอบครัวพวกเขา ถึงขั้นอยากเห็นโลก
เป็นไปตามความต้องการของพวกเธอ!
พวกเธอไม่เข้าใจเลยว่าบนโลกนี้มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า
‘ความรัก’ อยู่
ด้วยเหตุนี้ ตอนนี้ครอบครัวของหลี่เสวี่ยเฟิงล้วนตกอยู่
ในสถานการณ์ที่ถูกคนทั้งโลกเข้าใจผิดไปเช่นนี้