เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1711 สถานะในครอบครัว (2)
ปีนี้ทุกคนในครอบครัวจะฉลองตรุษจีนที่เมืองอันหยาง
ก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปเมืองจิ้นหยาง แต่เนื่องจากเฉินชา
งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ หากเกิดเรื่องใดขึ้นระหว่าง
ตรุษจีน เขาจำ เป็นต้องดูแลภาพรวมทั้งหมด
เมื่อพิจารณาถึงจุดนี้ ครอบครัวเฉินเข้าใจเป็นอย่างดี ทั้ง
ครอบครัวจึงนัดหมายว่าจะมารวมตัวกันที่เมืองอันหยางในวัน
ที่สามตามปฏิทินจันทรคติ
ทว่าหลังจากพ่อแม่มาถึง สถานะในครอบครัวของเฉิน
ชางก็สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง
แม้แต่ต้าหวงก็ยังกล้าหันก้นใส่เฉินชางอย่างเหิมเกริม
เฉินชางอยากจะไปหยิบมีดในครัวมาตอนไอ้หมาตัวนี้ที่
ตนคิดว่าเป็นพันธุ์ผสมระหว่างคอลลี่กับโกลเด้นรีทรีฟเวอร์
ปล่อยให้แกได้ใจไปก่อนแล้วกัน!
พอได้ยินหยางจยาฮุ่ยบ่นเฉินชาง จู่ๆ ต้าหวงก็หัน
กลับมา แสยะยิ้มใส่เฉินชางใช่แล้ว!
เจ้านี่กำลังยิ้มเยาะตน!
เฉินชางหัวร้อนขึ้นมา เขากำมีดปอกผลไม้บนโต๊ะแน่น
อยากจะลอง [ผ่าตัดทำหมัน] ดู!
ต้าหวงเห็นก็หันหลังไปอย่างสง่า เมินเฉินชาง
หยางจยาฮุ่ยเอ่ยเร่งอีกครั้ง “รีบไปสิ”
“ไปแล้วครับๆ” ถึงเฉินชางจะโมโหแต่ก็ไม่กล้าพาลใส่
มารดา
แต่ในขณะที่เดินผ่านไอ้หมาโง่ตัวนี้ เขาจงใจเตะมันที
หนึ่ง อืม ออกแรงแบบไม่หนักไม่เบา
พอทำให้ไอ้หมาโง่ตัวนี้ร้องโหยหวนออกมาสองที
พอได้ยินเสียงหอนของไอ้หมาโง่ ในใจของเฉิน
ชางผ่อนคลายขึ้นหลายส่วน
ใช่แล้ว สถานะฉันยังอยู่ในห้าลำดับแรกของบ้าน
หยางจยาฮุ่ยเห็นเหตุการณ์ก็ดุเฉินชางทันที “ลูกเลิก
รังแกต้าหวงแบบนี้ทุกวันจะได้ไหม! ตอนเย็นลูกก็ว่างนี่ พา
หมาไปเดินเล่น ออกกำลังซะบ้าง!”หลังพูดจบ หยางจยาฮุ่ยเดินเข้าไปในห้องครัว มีเสียงบ่น
เบาๆ ว่า ลูกทำตัวขี้เกียจแบบนี้ หลานคงเกิดมาขี้เกียจไปด้วย!
เฉินชางได้ยิน ย่อมไม่ได้ถือสาอะไร เอ่ยยิ้มๆ ว่า
“แม่ครับ แม่รู้ไหมว่าพรสวรรค์ก็ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
ได้ ลูกผมต้องเป็นหมอที่เก่งกาจแน่นอน!”
หยางจยาฮุ่ยกลอกตาใส่เฉินชางทีหนึ่ง “ลูกรู้ได้ยังไงว่า
หลานคนโตของแม่จะอยากเป็นหมอ”
เฉินชางพูดไม่ออกแล้ว!
“แม่ครับ ถ้าแม่ว่างไม่สู้ไปดูแลพ่อผมเถอะ เขาลง
ไปเต้นรำกับพวกป้าๆ น้าๆ ที่ลานข้างล่างทุกวันไม่ใช่เหรอ!”
เฉินชางตัดสินใจเปลี่ยนประเด็นของผู้เป็นแม่
ได้ผลจริงๆ พอหยางจยาฮุ่ยที่ยุ่งกับการเตรียมงาน
ตรุษจีนอยู่ในครัวได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที วางมีดที่สืบทอดกัน
มาในตระกูลเฉินลงบนเขียง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบขึ้น
มาอีกครั้ง กำแน่น!
พอต้าหวงเห็นก็เปลี่ยนท่าทีในทันใด กลัวตน
จะติดร่างแหไปด้วยคนบ้านนี้ ทำไมชอบเล่นของมีคมอยู่เรื่อย ไม่สงบสุข
เกินไปแล้ว
เวลานี้ ประตูบ้านเปิดออกพอดี เฉินต้าไห่เดินฮัมเพลง
เข้ามา
หยางจยาฮุ่ยซ่อนมีดไว้ใต้รอยยิ้ม มองเฉินต้าไห่แล้วยิ้ม
ให้ ซ่อนมือที่ถือมีดไว้ด้านหลัง “ไปไหนมาเหรอ”
เฉินต้าไห่ตอบยิ้มๆ “ฉันไปเดินเล่นแถวนี้มา วนดูสักรอบ
น่ะ”
หยางจยาฮุ่ยยิ้ม “พี่เหอคนนั้นเต้นลีลาศเก่งมากเลยนี่
คุณเรียนถึงไหนแล้วล่ะ”
เฉินต้าไห่พลันตื่นเต้นขึ้นมา กำลังจะเล่าไปตามจริง จู่ๆ
ก็เห็นว่าหยางจยาฮุ่ยยกมือขึ้นมาด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แค่เห็นก็
รู้ว่าท่าจะไม่ดีแล้ว มีดอีโต้ขนาดเท่าหน้าคนชูอยู่ระดับอก มอง
เฉินต้าไห่อย่างอ่อนโยน
เฉินต้าไห่ตกใจกลัวทันที!
เฉินชางพบว่า เรื่องความขี้กลัว…อันที่จริงไม่ควรโทษ
ตัวเองเลย นี่คือนิสัยที่ถ่ายทอดกันมาในตระกูลเฉิน!ความฉลาดของตนถ่ายทอดผ่านพันธุกรรมได้
ความขี้ขลาดก็ถ่ายทอดผ่านพันธุกรรมได้เช่นกัน
“เรื่องนี้ เมียจ๋า เธออย่าโกรธเลย ฉันไม่ได้…อ่า!”
เฉินต้าไห่ลนลานแล้ว!
เขาอธิบายด้วยความร้อนรน
แต่พอเห็น ‘มีดประจำ ตระกูล’ ที่ส่งต่อกันมาในตระกูล
เฉินถูกกำไว้แน่น เขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะทำอย่างไรดี
หลังจากเห็นเฉินชาง เขาพลันมีสีหน้าฉุนเฉียว รีบเอ่ยว่า
“ไอ้ลูกหมา แกไปใส่สีตีไข่ใช่ไหม”
เฉินชางรีบลุกขึ้นมา หยิบข้าวของที่หยางจยาฮุ่ยเตรียม
ไว้แล้วคิดจะปลีกตัวไป
“แม่ ผมไปก่อนนะ ทั้งคู่…ดูแลตัวเองด้วยละ”
หลังพูดจบ เฉินชางก็รีบออกไป
ส่วนเฉินต้าไห่ตกที่นั่งลำบาก มองเฉินชางพลางเอ่ยว่า
“ไอ้ลูกหมา ที่ฉันทะเลาะกับแม่แก แกมีเอี่ยวเต็มๆ สินะ!
ถ้าพวกเราผัวเมียขัดแย้งกันขึ้นมา แกคือตัวการสำ คัญ!”
เฉินชางแสร้งทำหูทวนลม รีบหยิบกุญแจรถออกมาด้านต้าหวงก็รู้ความมาก รู้ดีว่าสถานะของตนคือ
ปัจจัยเสี่ยง
ดังนั้นจึงรีบวิ่งตามเฉินชางออกมา
ถึงอย่างไรตามเฉินชางไปอย่างมากก็แค่ถูกตอน แต่อยู่
ที่นี่แย่แน่ ตกเย็นอาจมีเมนูเนื้อสุนัขเพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง
เฉินชางเห็นต้าหวงแสนรู้ ก็คิดทันทีว่าเจ้าหมาตัวนี้เบิก
ปัญญาแล้ว
พอลงมาถึงด้านล่าง เจ้าต้าหวงตัวนี้เชิดหน้าอย่างสง่า
งาม ท่าทางขณะที่เดินก็มั่นคงขึ้นมาก
เฉินชางรู้สึกว่าพอเจ้านี่เข้าเมือง กิริยาของมันก็
เปลี่ยนไปมาก
ดูเหมือนตอนนี้จะกลายเป็นหมาในเมืองไปเสียแล้ว
ช่วงที่ครอบครัวเฉินชางมาเมืองอันหยาง พวกเขาทิ้งต้า
หวงไว้ที่บ้านได้ ถ้าทิ้งไว้ที่บ้านแค่ไม่กี่วันก็คงไม่เป็นไร แต่
ครั้งนี้มาเกือบเดือน ปล่อยไว้คงอดตาย!
อีกทั้งต้าหวงค่อนข้างเป็นมิตรกับคน ดังนั้นจึงถูกพาที่
เมืองอันหยางด้วยจากนั้นก็พาเจ้าหมาโง่ตัวนี้ไปตรวจโรคขอใบรับรอง
ฉีดวัคซีน อาบน้ำ…
กระบวนการทั้งหมดนี้ทำเฉินชางเสียเงินไม่น้อยเลย
จริงๆ
สิ่งที่เขารู้สึกได้คือ วัคซีนของไอ้หมาโง่ตัวนี้แพงกว่าของ
มนุษย์ ค่าอาบน้ำตั้งร้อยกว่าหยวน จริงๆ เลย…
หมดคำจะพูด!
แต่พูดก็พูดเถอะ หลังจากต้าหวงอาบน้ำตัดขนเสร็จ มัน
ดูดีมีสง่าขึ้นมากจริงๆ
ตอนนี้พอเดินอยู่ในชุมชน ดูเหมือนจะเป็น ‘ดาวเด่น’
ไปแล้วจริงๆ
แน่นอน สิ่งที่เจ้าตัวนี้ไม่รู้ก็คือ พวกเขามองเฉิน
ชางต่างหาก
ถึงอย่างไรเวลาเฉินชางออกมาเดินในชุมชน ทุกคนก็
จะพากันทักทาย
ถึงขั้นที่มีคนเลี้ยงหมาจูงหมามาเดินแกร่วไปแกร่ว
มาด้วย!เรื่องนี้ทำให้เฉินชางตระหนักได้ว่า หลังจากตนโด่งดัง
คนที่ได้อานิสงส์ที่สุดก็คือไอ้หมาตัวนี้!
มักจะมีซามอยด์พันธุ์แท้ที่อยากเข้ามาผสมพันธุ์กับต้า
หวงเป็นระยะ
พอได้เห็นชีวิตคาวโลกีย์ของเจ้าตัวนี้ เฉินชางหงุดหงิด
ขึ้นมา เตะไอ้หมาโง่ตัวนี้ไปทีหนึ่ง แอบด่าว่า “ไอ้หมาอาศัย
บารมีคน!”
ต้าหวงไม่ถือสา เพียงเกาส่วนที่คัน
เจ้าทาสชั่วร้ายคนนี้ ยังไม่หาโฉมงามมาปรนนิบัติฉันอีก
เหรอ
จากที่นี่ไปถึงโรงพยาบาลขับรถยี่สิบนาที
หลังจากเฉินชางเปิดประตูรถ ต้าหวงแสนรู้มาก มันรู้ดี
ว่าที่นั่งข้างคนขับเป็นของนายหญิง ไม่ใช่ของตัวเอง ตำแหน่ง
ของตนอยู่ที่…ท้ายรถ
เฉินชางขับรถมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลอย่างชำ นาญ
บนท้องถนน บรรยากาศเทศกาลตรุษจีนครึกครื้นขึ้น
เรื่อยๆ แล้ว มีโคมไฟและธงสีสดใสแขวนไว้มากมาย ประดับตกแต่งเต็มที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านเสื้อผ้าข้างทางตั้งป้าย
ลดราคาเพื่อส่งเสริมการขาย
เฉินชางมองกล่องอาหารด้านข้าง
พอเปิดกระจกก็ได้กลิ่นควันจากประทัด จู่ๆ ก็รู้สึกขึ้น
มาว่าหลังกลับมาที่เมืองอันหยางก็รู้สึกถึงความเป็นบ้าน
มากขึ้น
ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่ตนใช้ชีวิตมาเกือบสิบปี
คิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางรู้สึกสะท้อนใจอยู่บ้าง
รถขับเข้ามาถึงแหล่งที่พักแล้ว
สองวันมานี้ ฉินเยว่ก็ยุ่งกับการทำความสะอาดบ้าน
เช่นกัน ขนเครื่องเรือนออกมาทำความสะอาด
จี้หรูอวิ๋นและฉินเสี้ยวยวนต้องทำงานทุกวัน ไม่มีเวลา
เลย
โดยเฉพาะจี้หรูอวิ๋นที่ได้เลื่อนตำแหน่งอีกครั้ง
ตอนนี้เธอกำลังปรับตัวกับงานใหม่ ค่อนข้างยุ่งวุ่นวาย
หลังจากฉินเยว่มาเปิดประตู ต้าหวงพุ่งเข้าไปหาทันที
เลียเท้าฉินเยว่ไปหลายทีเฉินชางถอนหายใจอย่างจนปัญญา สุนัขจอมเลียขา
ของแท้!
ไม่เปลี่ยนเลยสักนิด!
ในแง่ของสถานะในครอบครัว เขาต้องยึดตำแหน่งไว้ให้
มั่น!