เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1711 สถานะในครอบครัว (1)
เฉินชางมองไอเท็มโอนย้ายสีรุ้งชิ้นนี้ ค่อนข้างเซอร์ไพรส์
จริงๆ!
พูดกันตามตรง เขาไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะได้รับรางวัล
อะไร
เพราะเขาสังเกตเห็นชัดเจนว่าระบบไม่ได้นับว่าครั้งนี้
เป็นการให้ความช่วยเหลือ แต่นับเป็นภารกิจอย่างหนึ่ง…
ทันใดนั้น เฉินชางพลันรู้สึกตัวขึ้นมา เขาอดถอนหายใจ
ไม่ได้!
บางที…
นับตั้งแต่นี้ไป ระบบคงรู้แล้วว่าต่อให้คุณมีทักษะมาก
ขนาดไหน มีความสามารถรอบด้านอย่างไร คนที่ช่วยไม่ได้
สุดท้ายก็ยังช่วยไม่ได้อยู่ดี
พอคิดอย่างละเอียดแล้ว เฉินชางอดยิ้มไม่ได้
ในมุมมองของระบบ การผ่าตัดครั้งนี้บริหารทรัพยากร
ไม่เหมาะสมที่สุดทำให้หัวใจและปอดที่บริจาคมาเสียเปล่า สิ้นเปลือง
ทรัพยากรทางการแพทย์มหาศาล สิ้นเปลืองเงินทองของ
ครอบครัวหลี่เสวี่ยเฟิงเป็นจำ นวนมาก แต่สิ่งที่ได้มา…มีเพียง
ผลลัพธ์ที่บรรยายไม่ได้แบบนี้!
ในมุมของกัวเสวี่ย ทั้งหมดนี้อาจจะคุ้มค่าแล้ว
แต่ในโรงพยาบาล มีประโยคหนึ่งที่ถ่ายทอดกันมาตลอด
เรื่องน่าเวทนาที่สุดของโรงพยาบาลไม่ใช่การช่วยชีวิต
คนไม่ได้
แต่คือการเสียเงินแล้วแต่กลับช่วยไว้ไม่ได้
บางทีเสียเงินก็แล้ว แต่คนกลับเหมือนอยู่ไม่สู้ตาย
พูดแล้วอาจจะดูไม่มีมนุษยธรรม แต่ทั้งหมดเป็น
ความจริง!
ครอบครัวของกัวเสวี่ยไม่นับว่าร่ำรวย แต่เพื่อการผ่าตัด
ครั้งนี้ ครอบครัวต้องเสียเงินอย่างต่ำก็หลักล้าน สำ หรับ
ครอบครัวธรรมดาจากเมืองระดับสิบแปดเมืองหนึ่งแล้ว
ต้องอยู่อย่างอดออมไปครึ่งชีวิต!กัวเสวี่ยจากไป แต่ลูกรอดชีวิต พ่อแม่ของเธออายุหกสิบ
เป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้ว!
สามีเธออายุสามสิบสาม เพิ่งจะเริ่มสร้างตัว แต่ต้อง
เลี้ยงลูกวัยแบเบาะคนหนึ่ง สถานการณ์ที่รออยู่จะเป็นแบบ
ไหน
ทั้ง
หมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเฉินชางเลย แต่เขาอดนึกถึง
ไม่ได้!
บางทีนี่อาจเป็นการเดิมพันของทั้งครอบครัว
เดิมพันกับอนาคตที่ไม่มีความหวัง
เฉินชางส่ายหน้า
แต่นี่คือความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรสินะ
เครื่องจักรจะใช้ข้อมูลและอัตราความสำ เร็จประเมิน
เรื่องทุกอย่าง ตัดสินว่าควรทำหรือไม่
แต่มนุษย์ สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น
พอผู้ป่วยตกอยู่ในขั้นวิกฤตแบบนั้น จะช่วยหรือไม่ช่วย
ใจคนคือสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดบนโลกนี้แต่เฉินชางยังคงรู้สึกดีใจอยู่บ้าง ถึงแม้กัวเสวี่ยจะตาย
แต่เฉินชางคิดว่าการถ่ายทอดสดผ่าตัดครั้งนี้ช่วยเตือนสติคน
จำ นวนมาก
ทำให้บรรดาคนส่วนใหญ่ที่ในใจหวังพึ่งโชค ล้วน
ใคร่ครวญปัญหาอย่างมีสติขึ้นมาบ้าง
ชั่วชีวิตมนุษย์เรา จะให้มีเหตุผลตลอดคงเป็นไปไม่ได้
จริงๆ แต่ว่า…ในช่วงเวลาส่วนใหญ่ พวกเราจำ เป็นต้องมีสติ
เข้าไว้
เมื่อเห็นแจ้งเตือนภารกิจสำ เร็จของระบบ
เฉินชางยังคงพอใจมาก
ถึงขั้นค่อนข้างรู้สึกเหนือความคาดหมาย
ได้รับไอเท็มโอนย้ายสีรุ้ง
นี่เป็นเรื่องที่เฉินชางไม่เคยคาดคิดมาก่อน ถึงขั้นไม่กล้า
คิดด้วยซ้ำ
เห็นทีความสำ เร็จหลักของเขาในครั้งนี้ก็คือการทอดถ่าย
สด เตือนใจแก่ทุกคน เฉินชางรู้สึกว่าการถ่ายทอดสดครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง
หมอและผู้ป่วยให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
เฉินชางหาสถานที่ปลอดคนแล้วเปิดดูไอเท็มโอนย้าย
สีรุ้งที่เปี่ยมความลึกลับชิ้นนี้
ในใจคาดหวังอย่างยิ่ง!
ตอนนี้ตนมีภารกิจเปลี่ยนอาชีพสาขาศัลยกรรมประสาท
สีทอง แถมยังได้ไอเท็มโอนย้ายสีรุ้งเปี่ยมสีสันชวนฝันชิ้นนี้
มาอีก
ระหว่างทั้งสองอย่าง มีปฏิกิริยาสัมพันธ์กันอย่างไรกัน
แน่
เฉินชางพิจารณาเล็กน้อย
เลือกเปิดใช้ไอเท็มทันที
เสียงแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาทันที
[ติ๊ง! กระตุ้นการโอนย้ายพิเศษ ยกระดับการโอนย้าย
…โอนย้ายเป็นหัวหน้าแพทย์สาขาประสาทวิทยาสำ เร็จ!]
เฉินชางชะงักไปทันที
อะไรคือยกระดับการโอนย้ายกลายเป็นหัวหน้าแพทย์สาขาประสาทวิทยาทันทีเลย
เหรอ
อีกอย่าง สาขาประสาทวิทยา หรือว่าจะ…ผสาน
สมรรถนะของสาขาอายุรศาสตร์ด้วย
ยิ่งคิดเฉินชางก็ยิ่งค่อนข้างตื่นเต้น
เขาเปิดดูข้อมูลเฉพาะอย่างอดใจรอไม่ไหว
[อาชีพขั้นสูง: หัวหน้าแพทย์สาขาประสาทวิทยา เปิด
ใช้อัตโนมัติ: แผนผังทักษะสาขาประสาทวิทยา สาขา
ศัลยกรรมประสาท สาขาจิตเวชศาสตร์!]
[หัวหน้าแผนกประสาทวิทยา มีฐานะเป็นผู้อำนวยการ
ใหญ่ของแผนกประสาทวิทยา จำ เป็นต้องมีความสามารถใน
การวินิจฉัยระดับสมบูรณ์แบบ วิเคราะห์โรคอย่างแม่นยำ!
ทักษะเสริม: การวินิจฉัยสาขาประสาทวิทยา สาขาศัลยกรรม
ประสาทและสาขาจิตเวชศาสตร์ระดับสมบูรณ์แบบ!]
เมื่อเห็นรางวัลจากระบบ เฉินชางรู้สึกว่าตัวเองหูคอ
แดงก่ำไปหมดแล้ว ลมหายใจถี่กระชั้น ตื่นเต้นไปทั้งตัว!
ได้รับรางวัลแบบนี้น่าตื่นเต้นเกินไปแล้วจริงๆ!ยกระดับการโอนย้ายเป็นหัวหน้าแพทย์สาขาประสาท
วิทยา วินิจฉัยโรคทางประสาทวิทยา ศัลยกรรมประสาทและ
จิตเวชศาสตร์ได้พร้อมกัน
อันที่จริง ในฐานะหมอคนหนึ่ง ทักษะที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็
คือการวินิจฉัย!
มีดวงตาเฉียบแหลมประจักษ์ถึงความจริง
มีสองมือช่วยขจัดโรคภัยให้ผู้ป่วย
มีทักษะแบบนี้ เฉินชางคิดว่าตนยืนอยู่ในตำแหน่ง
ผู้อำนวยการศูนย์ได้มั่นคงแล้ว!
ผ่าตัดให้กัวเสวี่ยครั้งนี้ไม่ขาดทุนเลยจริงๆ!
เฉินชางคิดว่านี่อาจะเป็นรางวัลชดเชยที่ระบบมอบให้ตน
!
ถึงอย่างไรการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจและปอดควบคู่กัน
ครั้งนี้ อย่างน้อยก็เทียบได้กับบอสระดับราชา lv.100
ซึ่งอันที่จริงการผ่าตัดของตนก็นับว่าสมบูรณ์แบบแล้ว
แต่ว่าการผ่าตัดที่สมบูรณ์กับการช่วยชีวิตผู้ป่วย เป็น
คนละเรื่องกันเลยจริงๆเฉินชางเปิดแผนผังทักษะอย่างมีความสุข อยากเห็นว่า
มีผลประกอบการอะไรในผังทักษะสามสาขานี้บ้างหรือไม่
อาจจะมีผลสำ เร็จที่สุกงอมอะไรให้เก็บเกี่ยวแล้วก็ได้ เท่ากับ
ตนจะได้กำไร!
พอคิดมาถึงตรงนี้ หลังจากเฉินชางเปิดดูก็ตะลึงงันทันที!
เขาพบว่า…
แผนผังทักษะทั้งแผง ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสีเทา!
เมื่อเห็นฉากนี้ เฉินชางตาค้างไปในทันใด
ทักษะไม่กี่อย่างที่เปล่งแสงยังคงเป็นทักษะที่ตนใช้อยู่
อย่างเช่น [ผ่าตัดกำจัดเลือดคั่งในกะโหลก] [ผ่าตัด
กำจัดเนื้องอกในกะโหลก]…[ผ่าตัดพาร์กินสัน] เป็นต้น
พวกนี้คือทักษะที่ตนครอบครองอยู่ไม่ใช่หรือ
หมายความว่าอย่างไร
ในใจของเฉินชางเปี่ยมความสงสัย แม่งเอ๊ย คงไม่ใช่ว่า
เจอหนังสือทักษะถูกล็อกไว้ใช่ไหม
เฉินชางลองเลือกการผ่าตัดที่ซับซ้อนอย่างหนึ่ง [ผ่าตัด
หลอดเลือดดวงตาโป่งพอง]จากนั้นพลันมีข้อความหนึ่งเด้งเข้ามา
[ติ๊ง! ยังไม่ถูกกระตุ้นจากผู้ป่วย เปิดใช้ทักษะไม่ได้!]
เมื่อเห็นแจ้งเตือน เฉินชางตาลุกวาวทันที เขาตระหนัก
เรื่องบางอย่างได้ในชั่วพริบตา
นั่นก็คือ…
หรือว่า…
ทักษะบนแผนผังทักษะนี้ไม่จำ เป็นต้องใช้อะไร
มาแลกเปลี่ยน
แต่ขอแค่ตนได้พบเคสผู้ป่วยก็เรียนรู้ได้งั้นหรือ
คิดแล้วเฉินชางพลันมีสีหน้าตกตะลึง
ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ สิ่งที่ตนได้รับวันนี้บรรยายด้วยคำว่า
อู้ฟู่ไม่ได้แล้ว
แบบนี้ต้องเรียกว่าอลังการแล้ว!
นี่สิเปิดสูตรโกงของแท้!
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางคิดจะไปทดลองกับผู้ป่วยสัก
คนเสียเดี๋ยวนี้เลยน่าเสียดาย คิดยังไม่ทันจบดี พลันมีเสียงเร่งเร้าดังเข้าหู
มา
“เฉินชาง เลิกเล่นมือถือได้แล้ว ออกไปข้างนอกสักรอบสิ
เอาของพวกนี้ไปส่งให้แม่เยว่เยว่ที ในนี้มีโจ๊กล่าปา[1]อยู่ ลูก
อย่าทำของแม่หกเชียวละ แม่เคี่ยวมาทั้งเช้าเลยนะ!”
“วันๆ กลับบ้านมาก็เอาแต่เล่นมือถือ ดูลูกสิ เหมือน
ผู้อำนวยการศูนย์ที่ไหน ลูกหัดดูผู้อำนวยการที่อื่นบ้าง
แต่ละคนสง่าภูมิฐาน ใส่เสื้อผ้าดูดี ส่วนลูกวันๆ ใส่แต่ชุดวอร์ม
แถมไม่เห็นลูกจะออกกำลังกายเลย!”
“แม่ว่า…”
ใช่แล้ว!
ไม่มีใครบ่นจู้จี้คุณได้ขนาดนี้แล้ว นอกจากแม่คุณ
ใกล้เข้าตรุษจีนแล้ว บรรยากาศครึกครื้นขึ้นเรื่อยๆ!
เฉินต้าไห่และหยางจยาฮุ่ยมาเมืองอันหยางตั้งแต่วันที่ยี่
สิบสองเดือนธันวาตามปฏิทินจันทรคติ จากนั้นก็เริ่ม
ง่วนอยู่กับการเตรียมโจ๊กล่าปา[1] โจ๊กล่าปา คือ โจ๊กที่รับประทานกันเป็นประเพณีในวัน
เทศกาลล่าปาซึ่งตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทิน
จันทรคติ โดยเทศกาลมีจุดเริ่มต้นในสมัยราชวงศ์ซ่งจัดเพื่อ
บูชาบรรพบุรุษและเทพเจ้า เพื่อขอให้มีโชคมีลาภชีวิตยืนยาว
หลีกเลี่ยงภัยพิบัติและได้รับความเป็นสิริมงคลในโจ๊กมีการ
ผสมธัญพืชต่างๆ เข้าไป มีรสหวาน คล้ายคลึงกับเมนู
ข้าวเหนียวเปียกของไทย