เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1771 รับสมัครผู้อำนวยการ (2)
ทุกคนมองจูเฉียนอย่างไม่ค่อยเข้าใจ
เฉินชางมีอะไรบกพร่องกัน
ฉินเสี้ยวยวนถามด้วยความฉงน “ผู้อำนวยการจู เฉิน
ชางบกพร่องตรงไหน พูดอีกนัยคือ คุณคิดว่าเฉินชางขาดอะไร
ไป”
จูเฉียนตอบทันควัน “ผู้นำครับ! พรสวรรค์ของ
ศาสตราจารย์เฉินยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมา ถึงขั้น
ที่ว่าในบรรดาคนทั้งหมดที่ผมเคยพบมาเขาเป็นคนเดียวที่
ไม่มีอคติต่อวิทยาศาสตร์ อันที่จริง สายการแพทย์ไม่ควร
มีอคติต่อวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว แต่กำลังของพวกเรามีจำกัด
จึงไม่อาจศึกษาวิจัยอย่างครอบคลุมทั่วถึงได้
ถึงขนาดที่กล่าวได้ว่า ความก้าวหน้าทางการการแพทย์
ควรริเริ่มจากความคิดองค์รวมอย่างหนึ่ง! ในจุดนี้ พวกเรา
น่าจะศึกษาและอ้างอิงแนวคิดการรักษาและความเข้าใจต่อ
โรคของศาสตร์แพทย์แผนจีนได้
ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในยุคนี้ก็เป็นแบบนี้
เหมือนกัน พวกเราควรทำความเข้าใจโรคชนิดหนึ่งจาก
มุมมองภาพรวม ทำความเข้าใจโรคชนิดหนึ่งจากด้าน
สรีรวิทยา พยาธิวิทยา ไปจนถึงชีวเคมี รวมถึงระบบ
ทางเดินอาหาร ระบบประสาท ระบบโลหิตและหลายๆ ระบบ
ในเชิงปฏิบัติการทางคลินิก แบบนี้ถึงจะแก้ไขปัญหาอย่าง
มีแบบแผนเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น!
ทว่าความสามารถส่วนตัวและศักยภาพในการพัฒนา
ของพวกเราได้ควบคุมจุดนี้ของพวกเราไว้ ทำให้พวกเรา
ไม่เคยก้าวข้ามไปได้ แต่ศาสตราจารย์เฉินอายุยังไม่ถึงสามสิบ
ปีก็แตกฉานในหลากหลายสาขาขนาดนี้ ผมคิดว่าเขาจำ
เป็นต้องได้รับการชี้นำและวางแผนให้อย่างถูกต้อง ผมคิดว่า
ตัวผมเหมาะจะเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาชนอันดับ
สองของมณฑลตงหยางครับ”
“เพราะสิ่งที่โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลตงหยาง
ขาดแคลนไม่ใช่แค่บุคลากรที่มีความสามารถด้านการบริหาร
สักคน ยิ่งไม่ใช่หัวกะทิด้านปฏิบัติการเชิงคลินิก ถึงขั้นที่
ไม่ใช่อัจฉริยะด้านวิจัยวิทยาศาสตร์ด้วย สิ่งที่จำเป็นต้องมีคือ
ผู้ชี้ทางสักคน! บังเอิญว่าเส้นทางอนาคตของโรงพยาบาล
อันดับสองของมณฑลและศาสตราจารย์เฉินชาง คือเส้นทาง
อนาคตที่ไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน แถมยังเป็นเส้นทางที่
บุกเบิกขึ้นใหม่ด้วย”
พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ จูเฉียนถึงเอ่ยอย่างจริงจังขึ้นมา
“การศึกษาที่ผ่านมาของศาสตราจารย์เฉิน อันที่จริงนับว่า
เตรียมพร้อมความรู้เบื้องต้นให้เขาเรียบร้อยแล้ว แต่เห็นได้ชัด
เจนมากว่าจุดบกพร่องของเขาก็ได้เผยออกมาตั้งแต่ช่วงที่อยู่
ศูนย์ฉุกเฉินแห่งเมืองหลวงแล้ว
สิ่งที่ขาดก็คือการวางแผน! อาจเป็นเพราะศาสตราจารย์
เฉินศึกษาศาสตร์แขนงต่างๆ ได้ค่อนข้างเร็ว ซึ่งแท้จริงแล้วมัน
ส่งผลให้เขาขาดเป้าหมายและการวางแผนที่ชัดเจนต่อศาสตร์
แขนงต่างๆ ไป ผมคิดว่าอันที่จริงแล้ว ศาสตราจารย์เฉิน
ก้าวหน้าไปได้เร็วกว่านี้ พูดอีกนัยคือ เดิมทีความสำเร็จของ
ศาสตราจารย์เฉินยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้! ผมมั่นใจว่าผมจัดการ
เรื่องพวกนี้ได้ดี!”
แววตาของจูเฉียนเต็มไปด้วยความมุ่งหวัง!
เวลานี้ กรรมการทุกคนก็ไม่ปริปากเช่นกัน พวกเขาล้วน
มองไปที่เฉินชาง ปัญหาข้อนี้ คนอื่นตัดสินไม่ได้ มีเพียงตัวเฉิน
ชางที่ตัดสินใจได้!
เฉินชางก็ตะลึงไปเล็กน้อยเช่นกัน
เขาเคยพิจารณาเรื่องพวกนี้มาก่อน แต่ไม่เคยวิเคราะห์
อย่างถ่องแท้เลย
แต่ช่วงที่ผ่านมา เฉินชางก็ตระหนักถึงความไร้กำลัง
บางอย่างได้ชัดเจนเช่นกัน
อันที่จริง เรื่องนี้ไม่ต่างจากการอัพเลเวลเลย
จากเลเวลหนึ่งขึ้นไปถึงเลเวลยี่สิบสามสิบค่อนข้างง่าย
แต่ยิ่งไต่สูงขึ้นไปเท่าไรก็ยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น!
ตอนนี้เฉินชางกำลังเผชิญสถานการณ์แบบนี้อยู่
ถ้าเขาอยากก้าวหน้าขึ้นไปอีก จำเป็นต้องมีตะเกียง
ส่องสว่างสักดวงคอยช่วยชี้ทางวางแผนให้เขาจริงๆ!
ในชั่วพริบตานี้ ดูเหมือนเฉินชางแทบจะรู้แจ้งเห็นทาง
สว่างในทันใด
อุปสรรคขวางความก้าวหน้าในช่วงที่ผ่านมาก็ดูเหมือน
จะมองเห็นทิศทางฝ่าทะลวงแล้ว
เป็นอย่างที่จูเฉียนว่ามา บางทีสิ่งที่ตนต้องการจริงๆ ก็
คือใครสักคนที่ช่วยวางแผนให้แบบนี้!
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางพลันเบิกบานขึ้นมากอย่าง
ไม่อาจควบคุมได้!
เขาไม่คิดเลยว่าการรับสมัครผู้อำนวยการโรงพยาบาล
จะทำให้ได้เจอเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้
ความรู้สึกนี้จะเทียบกับอะไรดีล่ะ
ใช่แล้ว!
เรื่องนี้เปรียบเสมือนระบบส่ง NPC ดำเนินเคสหลักคน
หนึ่งมาให้ตน ช่วยป้องกันไม่ให้ตนหลงเดินไปผิดทาง
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ เฉินชางพอใจมากจริงๆ
ในขณะที่ทุกคนกำลังจ้องมองตนอยู่ เฉินชางพยักหน้า
อย่างชื่นชม เริ่มปรบมือให้!
“ผู้อำนวยการจู สิ่งที่คุณพูดมีเหตุผลมากครับ ปัญหา
พวกนี้แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่สังเกตเห็นเลย ขอบคุณมากครับ
ที่ช่วยชี้แนะ!”
เฉินชางเอ่ยอย่างจริงจัง
จูเฉียนยิ้มนิดๆ “ถึงผมไม่พูดออกมา อันที่จริงอีกไม่นาน
คุณก็คงสังเกตเห็นเหมือนกัน ผมแค่…หวังว่าจะได้ร่วม
พยายามไปกับศาสตราจารย์เฉิน นำพาความเจริญบางอย่าง
มาให้การแพทย์ของประเทศชาติ”
หลังจากจูเฉียนออกไป ทุกคนต่างหันมองเฉินชาง
ถึงจะบอกว่าจงหรานเป็นผู้ตัดสินหลัก
แต่สุดท้ายเสาหลักของโรงพยาบาลนี้ก็คือเฉินชาง
ความเห็นของเฉินชางมีค่ามาก!
ครั้งนี้ เฉินชางพยักหน้าให้ทุกคนโดยไม่ลังเล
ทุกคนก็เข้าใจทุกอย่างโดยปริยายเช่นกัน
การสอบสัมภาษณ์ช่วงต่อจากนั้น ถึงแม้จะมีคนที่น่า
ประหลาดใจบ้าง
แต่เพราะตัวตนของจูเฉียน ทำให้คำตอบของคนเหล่านี้
ดูค่อนข้างธรรมดา
การสอบสัมภาษณ์ดำเนินต่อไปทั้งวัน
หลังจากสิ้นสุดลง เฉินชางเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร
ทุกคนที่มาร่วมสอบสัมภาษณ์
ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นคนแวดวงเดียวกันทั้งนั้น ในอนาคตก็
อาจต้องร่วมงานกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างที่ภาษิตว่าไว้กิจการ
จะขาดคุณธรรมน้ำใจไปไม่ได้
การสอบสัมภาษณ์แบบนี้ เดิมทีก็มีเพียงคนเดียวที่จะได้
ตำแหน่งอยู่แล้ว ใครจะได้ไปกลับไม่ค่อยสำคัญนัก
แต่ในมุมมองของคนส่วนใหญ่ การได้มาผูกมิตรกับเฉิน
ชางที่นี่ก็น่าพอใจมากแล้ว!
วันต่อมา!
โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลประกาศคะแนนทันที
จูเฉียนครองอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 93.8 คะแนน
ส่วนคะแนนของคนในลำดับหลังจากนั้น ตอนนี้
เห็นได้ชัดว่าไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
เพื่อให้ดูไม่น่าเกลียด คะแนนของทุกคนล้วนสูงมาก อีก
ทั้งไม่ทิ้งห่างกันมากนัก
ถึงอย่างไรก็ล้วนเป็นคนมีหน้ามีตาทั้งสิ้น หากว่าคะแนน
ในการแข่งขันสอบสัมภาษณ์ตำแหน่งเดียวทิ้งห่างกันมาก
จริงๆ ไม่ว่าใครก็คงมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
สรุปคือ นอกจากห้าอันดับแรกแล้วก็ไม่มีประกาศ
คะแนนลำดับอื่นๆ อีก
เมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่สร้างความลำบากใจให้มากขนาดนั้น
แล้ว
หลังจากสื่อเผยแพร่ข่าวที่จูเฉียนได้รับตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาชนอันดับสองของมณฑล
อย่างเป็นทางการออกไป พลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที!
ถึงอย่างไรจูเฉียนก็เป็นคนดังอยู่แล้ว
เรื่องราวเมื่อห้าปีก่อนยังคงอยู่ในความทรงจำของคน
ส่วนใหญ่ แต่ในมุมมองของพวกเขา จูเฉียนคือฮีโร่คนหนึ่ง
เป็นหมอดีเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ยอดเยี่ยมกล้า
ต่อกรกับอำนาจมืดอย่างกล้าหาญ
การจับคู่ระหว่างจูเฉียนและเฉินชางย่อมดึงดูด
ความสนใจคนจำนวนมาก
ด้านกระทรวงสาธารณสุข เมื่อทราบข่าวว่าจูเฉียนได้
ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลก็ไม่
แปลกใจสักนิดเช่นกัน พวกเขาทราบดีว่าจูเฉียนมีความสา
มารถคู่ควร
ถึงแม้ว่าห้าปีก่อนจะถูกจำคุก แต่จูเฉียนไม่เคยละทิ้ง
การเรียนรู้และพัฒนาทางการแพทย์เลย ยิ่งไปกว่านั้นคือ
ไปขลุกอยู่ที่ศูนย์วิจัยมะเร็งบ่อยๆ ด้วย
แต่สำหรับคนบางส่วน ข่าวที่จูเฉียนเคยถูกจำคุกย่อม
สร้างความฮือฮาให้เป็นธรรมดา
เดิมทีคิดว่าเรื่องนี้จะสร้างความล้มเหลวและ
จุดด่างพร้อยให้แก่ทุกคนในโรงพยาบาลอันดับสองของ
มณฑล แต่กลับประหลาดใจเมื่อพบว่า เรื่องนี้กลับเพิ่มตำนาน
อภินิหารให้จูเฉียนมากขึ้นอีกหลายเท่า!
การเข้ารับตำแหน่งของจูเฉียน ทำให้การพัฒนาของ
โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลอยู่ในช่วงที่ก้าวหน้า
ไปอย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลาต่อมา เมื่อจูเฉียนเริ่มคุ้นเคยกับกระบวน
การทำงานแล้ว สิ่งที่จะทำหลังจากนั้นก็คือการปฏิรูป!
แต่ในตอนนี้เอง ผู้ป่วยหญิงคนหนึ่งถูกส่งตัวมายังแผนก
ฉุกเฉินด้วยกรณีพิเศษ
“เพศหญิง อายุ 38 ปี อายุครรภ์ 5 เดือน มดลูกแตก
ขณะเข้ารับการทำแท้งที่คลินิกเอกชน เสียเลือดมาก มีภาวะ
โลหิตแข็งตัวในหลอดเลือด
ตอนนี้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้เลือดทุกชนิดไป 400
ml. อัตราการเต้นของหัวใจคงที่ แต่หายใจด้วยตัวเองไม่ได้ค่ะ
!”
ช่วงส่งเวรตอนเช้า หัวหน้าคนใหม่ของห้องไอซียูรายงาน
เคสผู้ป่วยที่เพิ่งรับเข้ามา