เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1772 รักษาหรือเอาตัวรอด (1)
ทำแท้งหรือ
หลังจากฟังซินเยี่ยน หัวหน้าคนใหม่ของห้องไอซียู
รายงานสถานการณ์ผู้ป่วย ทุกคนล้วนตะลึงเล็กน้อย!
ผู้ป่วยฉุกเฉินประเภทนี้มีไม่น้อยเลย
เนื่องจากเข้าทำแท้งในคลินิกเถื่อน ส่งผลให้มดลูกแตก
เส้นเลือดใหญ่เสียหาย เป็นเหตุให้เสียเลือดมากจน
เป็นอันตรายถึงชีวิต
อีกทั้งสภาพร่างกายของสตรีมีครรภ์ค่อนข้างพิเศษ
มีภาวะเลือดแข็งตัวเร็วผิดปกติ
ดังนั้นจึงเกิดภาวะผิดปกติทางการแข็งตัวของเลือด
ร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำได้ง่าย ส่งผลให้เลือดแข็งตัวอยู่ภายใน
จนอันตรายถึงชีวิต!
การทำแท้งในคลินิกเถื่อนแบบนี้เป็นเรื่องที่พบเห็นได้
ทั่วไปในเมืองใหญ่ระดับสามถึงห้า
เนื่องจากไม่ใช่เมืองขนาดใหญ่ โดยพื้นฐานแล้วคน
ส่วนใหญ่ที่เดินสัญจรไปมาล้วนรู้จักกันทั้งสิ้น
ดังนั้น ถ้ามีใครตั้งครรภ์ขึ้นมา ล้วนไม่อยากไปรับบริการ
ขับเลือดและทำแท้งที่โรงพยาบาลรัฐ แต่ชอบไปทำแท้งที่
คลินิกเถื่อนพวกนั้น
ถึงอย่างไรคนส่วนใหญ่ก็คิดว่าการทำแท้งเป็นแค่
เรื่องเล็กๆ เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา ไม่ใช่
เพราะอยากมีลูก เป็นแค่เรื่องเล็กๆ ที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
ของตนเท่านั้น
ถึงขั้นที่มองว่าเป็นเพียงการนำตัวอ่อนที่ยังไม่
เป็นรูปเป็นร่างออกมาก็เท่านั้น!
แต่เรื่องนี้ส่งผลให้มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเข้า
รับบริการทำแท้งในคลินิกเถื่อน ซึ่งหมอในคลินิกเหล่านี้ไม่มี
แม้แต่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้วยซ้ำ ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่
เลวร้ายขึ้น!
และเห็นได้ชัดว่าผู้ป่วยที่หัวหน้าซินเยี่ยนรายงานอยู่ใน
ตอนนี้ อาจจะตกอยู่ในสถานการณ์นี้
เวลานี้อาการของผู้ป่วยค่อนข้างอันตราย เสียเลือดมาก
เกิดภาวะผิดปกติทางการแข็งตัวของเลือดร่วมกับเกล็ดเลือด
ต่ำ หายใจด้วยตัวเองไม่ได้แล้ว แถมอัตราการเต้นของหัวใจก็
ผันผวนอย่างยิ่ง
สถานการณ์แบบนี้ จะช่วยได้หรือไม่…บอกได้ยากมาก
เฉินชางอดถามไม่ได้ “เป็นนานแค่ไหนแล้ว”
ซินเยี่ยนตอบ “สามสี่วันแล้วค่ะ แอดมิทเข้ามาเมื่อ
สามวันก่อน”
เฉินชางตอบรับ “แล้วเรื่องลงนามในหนังสือแจ้งโรค
ร้ายแรงกับข้อกำหนดเข้าพักรักษาพวกนี้…ทำหรือยัง”
ซินเยี่ยนส่ายหน้า “ยังค่ะ จัดการวันนี้ก็น่าจะไม่ใช่ปัญหา
ใหญ่”
เฉินชางฟังแล้วใจเต้นแรงขึ้นมาทันที “แอดมิทสามวัน
แล้ว สถานการณ์อันตรายขนาดนี้ ญาติผู้ป่วยยังไม่เซ็น
รับทราบอีกเหรอ”
ผู้ป่วยประเภทนี้ค่อนข้างอันตราย!
เฉินชางตื่นตัวขึ้นมาตามสัญชาตญาณ
ซินเยี่ยนอดกล่าวไม่ได้ “เพราะผู้ชายคนนั้นที่มาด้วย
ก่อนหน้านี้ไม่ใช่สามีของเธอ แต่เป็น…เพื่อนค่ะ!”
อืม คำว่าเพื่อนช่วยวิเคราะห์ความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้
ได้เป็นอย่างดี
เฉินชางพยักหน้ารับ “อืม หัวหน้าซิน ผู้ป่วยคนนี้ยกให้
คุณดูแลนะครับ คุณต้องใส่ใจให้มากหน่อย”
ซินเยี่ยนพยักหน้า “ได้ค่ะ ผู้อำนวยการเฉินวางใจได้เลย
พวกเราลงทะเบียนกับฝ่ายกิจการแพทย์ไว้เรียบร้อยแล้ว”
เฉินชางถึงได้โล่งใจ
ระยะนี้ จูเฉียนที่เข้ามาเริ่มจะคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม
ของโรงพยาบาลแล้ว ถ้าประสานการพัฒนาแผนกต่างๆ
เข้ากับแผนการองค์รวมของโรงพยาบาลได้จะดีที่สุด
ก่อนที่จูเฉียนจะกำหนดแผนการที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้น
มาได้ บังเอิญว่าไม่นานมานี้เฉินชางไขปัญหาในการวิจัยตัวยา
ใหม่สำหรับโรคพาร์กินสันได้พอดี
อีกอย่างคือ!
ตอนนี้เฉินชางจะต้องทดลองใช้ [เสน่ห์แห่งเอนไซม์]
และ [วิธีแยกองค์ประกอบเอนไซม์] แล้ว
แถบความคืบหน้าของโรคอัลไซเมอร์ที่ได้รับมาทำให้
เฉินชางค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างโปรตีน tau และนิวคลีโอ
โปรตีนที่ม้วนพับ
อาจจะทำให้ได้รับข้อสรุปจริงๆ ก็ได้
ดังนั้น ช่วงที่งานในโรงพยาบาลไม่ยุ่งมาก เฉินชางอยาก
ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด
พอเฉินชางออกไปได้ไม่นาน ซินเยี่ยนกลับมาที่ห้องไอซียู
อันที่จริง ซินเยี่ยนอายุยังไม่มาก ถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นคน
มีไหวพริบมากคนหนึ่ง แต่มีจุดด้อยเพียงอย่างเดียวคือ
อ่อนไหวทางอารมณ์มากไป
ในฐานะผู้หญิง ความอ่อนไหวทางอารมณ์อาจจะ
เป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ในฐานะหมอ แบบนี้ออกจะมาก
ไปหน่อย
โดยเฉพาะกับหมอไอซียูคนหนึ่ง
ช่วงสายซินเยี่ยนมองเวลาอย่างร้อนใจเล็กน้อย ปาก
พึมพำว่า “ทำไมยังไม่มาอีกนะ”
เวลานี้ เล่อเล่อมาที่ห้องไอซียู เมื่อได้ยินซินเยี่ยนเอ่ย
เช่นนี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย “มาแล้วค่ะ หัวหน้าซิน คุณดูสิคะ นั่น
ไม่ใช่ลูกของผู้ป่วยหรอกเหรอคะ”
ซินเยี่ยนผงะไปเล็กน้อย “มานานแค่ไหนแล้ว”
เล่อเล่ออดพูดไม่ได้ “มาได้สักพักแล้วค่ะ แต่ว่า
…ดูเหมือนอีกฝ่ายยังไม่พร้อมจะเข้ามาพบเธอ”
ซินเยี่ยนได้ยินเล่อเล่อพูดแบบนี้ พลันตกใจเล็กน้อย “นี่
คือแม่ของเขานะ สามีของผู้ป่วยล่ะ”
เล่อเล่อชี้ไปทางคนสองคนที่อยู่ด้านหน้า “นั่นค่ะ หมอดู
สิคะ น่าจะเป็นผู้ชายชุดดำร่างผอมซูบคนนั้น คนที่เดิน
กะเผลกนิดหน่อย ดูเหมือน…เอ่อ ค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือน
เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงครึ่งซีกนิดหน่อย”
เล่อเล่อร่างอวบท้วม นิสัยร่าเริง พูดจาโผงผาง
แม้ว่าซินเยี่ยนจะเป็นหัวหน้าแผนก แต่กับเรื่องบางอย่าง
ส่วนใหญ่ล้วนต้องให้เล่อเล่อออกหน้าให้!
ดังนั้น พอได้ยินเล่อเล่อแนะนำแบบนี้ ซินเยี่ยนค่อนข้าง
ตะลึงงัน
“คนนั้นคือผู้ชายที่มาด้วยเมื่อสามวันก่อนไม่ใช่เหรอ
ไม่ใช่ว่าคนนี้เป็น…คนรักของผู้ป่วยเหรอ ทำไมถึงอยู่กับ
สามีตามกฎหมายล่ะ” ซินเยี่ยนเห็นฉากนี้แล้วปวดหัวอย่างยิ่ง
ถึงแม้เธอจะเคยเห็นเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อน แต่การ
ที่สามีตามกฎหมายกับชายชู้รักยืนคุยกัน มันค่อนข้างน่า
เหลือเชื่อจริงๆ!
ถึงแม้ซินเยี่ยนจะค่อนข้างเชี่ยวชาญกับสถานการณ์ทาง
คลินิก แต่เธอไม่สันทัดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่
ซับซ้อนแบบนี้เลย!
ด้วยเหตุนี้ ซินเยี่ยนจึงมองเล่อเล่ออีกครั้ง “เล่อเล่อ เธอ
ลองไปถามสถานการณ์ดูสิ ให้พวกเขามาเซ็นชื่อ ไม่ว่าคน
ไหนจะเป็นสามีก็ให้มาเซ็นชื่อตามสมควร!”
“จริงสิ…ตอนที่เธอเข้าไปคุย ระวังหน่อยละ อย่าให้
โจ่งแจ้งไป เด็กก็ไม่ใช่เล็กๆ แล้ว อย่าให้ส่งผลกระทบต่อเด็ก!”
ซินเยี่ยนยังคงพิจารณาได้ถี่ถ้วนมาก
เล่อเล่อหน้ามุ่ย “หัวหน้าคะ พอมีเรื่องวุ่นวายแบบนี้ก็ส่ง
ฉันไปจัดการทุกทีเลย ดีร้ายยังไงฉันก็เป็นคนเก่าคนแก่ของ
แผนกฉุกเฉินนะคะ เฉินชางเจอฉันก็ยังต้องเรียกพี่เล่อเล่อ
ด้วยซ้ำ!”
ซินเยี่ยนยิ้มเจื่อน “เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเธอเลย! หม้อไฟ
ปิ้งย่าง แมคโดนัลด์!”
เล่อเล่อได้ยินก็พยักหน้าอย่างมีความสุข “เพิ่มชานมอีก
สองแก้วด้วยค่ะ!”
พูดจบเธอก็เดินออกไปด้านนอก
ซินเยี่ยนมองรูปร่างของเล่อเล่อ อดกล่าวไม่ได้ “เธอควร
ลดน้ำหนักได้แล้วนะ ถ้าอ้วนมากกว่านี้ คงเบียดตัวผ่านประตู
ใหญ่ของศูนย์ฉุกเฉินไม่ได้!”
เล่อเล่อได้ยินก็กระทืบเท้าด้วยความโมโห
อืม พยาบาลหลายคนเห็นเหตุการณ์ก็แกล้งทำตัว
เหมือนเกิดแผ่นดินไหว ทำให้เล่อเล่อค่อนข้างไม่สบอารมณ์
พอเล่อเล่อออกมาถึง เธอก็มองชายร่างผอมที่ยืน
เอนหลังพิงกำแพง มือหนึ่งเท้าเก้าอี้ไว้ เอ่ยถามตรงๆ “คุณคือ
สามีของฮั่วจินเย่ใช่ไหม”
เมื่อได้ยินคำถามของเล่อเล่อ ชายผิวขาวร่างท้วมที่อยู่
ด้านข้างตอบว่า “ใช่ นี่คือสามีของเสี่ยวฮั่ว”
ชายชุดดำร่างผอมมองชายร่างท้วมแวบหนึ่ง ตอบอืมคำ
หนึ่ง พยักหน้ารับอย่างซึมกระทือ เอ่ยตอบอย่างไม่ค่อย
คล่องปากนัก “อืม ใช่ครับ ผมชื่อกัวเป่าไท่”
“ตอนนี้สถานการณ์ของฮั่วจินเย่ค่อนข้างเสี่ยง
เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ทุกเมื่อ คุณจะต้องเตรียมใจเอาไว้
ตลอดนะคะ”
“คุณเซ็นตรงนี้เลยค่ะ พอเซ็นเสร็จก็ไปที่ฝ่ายการเงิน
จ่ายเงินที่ค้างชำระในหลายวันมานี้”
เล่อเล่อยื่นข้อกำหนดเข้าพักรักษากับหนังสือแจ้งโรค
ร้ายแรงให้ฝ่ายชาย
เมื่อชายคนนั้นได้ยิน ไม่เพียงแต่ไม่ตกใจเท่านั้น กลับ
ขมวดคิ้วถามอย่างค่อนข้างกังวล “จ่ายเงินเหรอ”
“ต้อง…จ่ายเท่าไร”
เล่อเล่อเตรียมรายการค่าใช้จ่ายมาเรียบร้อยแล้ว
“สามวันที่ผ่านมามีค่าใช้จ่ายทั้งหมดสี่หมื่นกว่าหยวน
คุณคงต้องจ่ายห้าหมื่นหยวนค่ะ”
พอชายร่างผอมได้ยินก็สะดุ้งโหยง เบิกตากว้างรีบ
ปฏิเสธ “ไม่มี…ไม่มีเงินหรอก หยวนเดียวก็ไม่มีแล้ว ตอนนี้ผม
ใช้ชีวิตด้วยเบี้ยยังชีพด้วยซ้ำ!”