เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1785 ใครควบคุมรังสีรักษาร่วม คนนั้นควบคุมอีก
สามสิบปีข้างหน้า…
เหลียงสยงก็แขวะหนึ่งประโยค “ยังมีคนที่โอเวอร์ยิ่งกว่า
นี้อีกนะ!”
“มีครั้งหนึ่ง ผมผ่าตัดหลอดเลือดตีบแคบให้คนไข้ ผล
คือถึงครึ่งทางแล้วมีโทรศัพท์มา จู่ๆ ผู้นำก็ดึงดันจะให้ผม
ผ่าตัดวิธีรังสีรักษาร่วมให้ได้ ตอนนั้นผมติดผ่าตัดอยู่ เขาก็ยัง
ยืนกรานจะให้ผมไปผ่าตัด เดิมทีก็เป็นภาวะหลอดเลือดคาโร
ติดอุดกั้นธรรมดา ใครก็ทำได้ แต่ดันอยากให้ผมทำ! ต่อมา
หลังจากผมปฏิเสธ ผมก็ถูกถอดคุณสมบัติการคัดเลือกสอง
ปีซ้อน หัวข้อสองปีนั้นของผมไม่ผ่านสักหัวข้อ!”
เหลียงสยงพูดจบก็ยิ้มด่าหนึ่งประโยค “มารดาเถอะ
กลัวแทบแย่แน่ะ! บางครั้งเป็นหมอยากที่สุดไม่ใช่การผ่าตัด
แต่เป็นเรื่องทางโลก! คุณคิดดูสิคนไข้คนหนึ่งกำลังใกล้ตาย
แต่คนไข้อีกคนกลับจะเสพสุขการปฏิบัติที่ดีที่สุด… ตอนนี้ฉัน
เรียนรู้แล้ว ไม่สิ…กลัวแล้ว!”
พูดจบเหลียงสยงก็หัวเราะก่อน เสียงหัวเราะเจือแวว
เหยียดหยัน
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณมีตรวจไม่ใช่หรือ รีบไปเถอะ!
หลังผ่าตัดเคสนี้เสร็จ ผมจะไปต้อนรับนักวาดท่านนี้เอง คุณ
ไม่ต้องห่วง”
หลังเฉินชางฟังจบ ในใจกลับสะท้อนใจมาก
หัวหน้าเหลียงก็นับว่าเป็นตัวของตัวเอง
ตอนตัวเองยังอยู่ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ อยากพูด
อะไรก็พูด
หัวหน้าที่อยู่ด้านข้างพลันพูดขึ้น
“เหอฮุยคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นปรมาจารย์ระดับ
พระราชวังด้านภาพวาดน้ำหมึกในตอนนี้ ว่ากันว่าปีที่แล้ว
ภาพเดียวของเขาประมูลได้ราคาหลายล้าน จนถึงสิบกว่าล้าน
ที่ลอนดอน!”
“อีกทั้ง ปัจจุบันชายชราคนนี้ผลิตผลงานน้อยลงแล้ว
บางครั้งวาดได้หนึ่งภาพก็ให้กระทรวงการต่างประเทศส่งให้
ผู้นำต่างประเทศในฐานะของขวัญ!”
“บอกตามตรง ตอนนี้คนเขาเป็นบุคคลสำคัญระดับชาติ!
สมบัติของมณฑลเหอหนาน ไม่แปลกที่จะมีคนทักทายขนาดนี้
!”
หลังทุกคนได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก
เรื่องแบบนี้…
ไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ
เฉินชางก็ไม่คิดแล้ว ไม่ว่าใคร เข้าโรงพยาบาลก็เป็น
คนไข้ธรรมดาคนหนึ่ง
ความจริงจะทำจุดนี้ให้ได้ย่อมยากมาก…
แต่ไหนแต่ไรสายสัมพันธ์คนก็เป็นแนวคิดที่หยั่งรากลึก
อยากเปลี่ยนเป็นเรื่องยากเกินไป!
หลังกลับมาถึงแผนกผู้ป่วยนอก เวลาก็ล่าช้าไปไม่น้อย
เป็นเวลาราวห้าโมงแล้ว
ตอนบ่าย โรงพยาบาลก็ไม่ผ่อนคลาย มีเวลาทำงานสาม
ชั่วโมงครึ่ง ตอนนี้เพิ่งเห็นหมายเลข 45 คาดว่าตรวจเสร็จก็
หนึ่งทุ่มกว่าแล้ว
แต่เฉินชางตรวจอย่างจริงจังมาก
ตอนหกโมงครึ่ง เฉินชางยังคงอยู่ที่แผนกผู้ป่วยนอก
แต่เวลานี้ เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งมาจอดที่โรงพยาบาล
อันดับสอง
ชายชราอายุราวแปดสิบคนหนึ่งถูกคุ้มกันและเข็นเตียง
มาถึงโรงพยาบาล
โรงพยาบาลอันดับสองก็ทยอยกันมีผู้นำมาไม่น้อย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่านนี้ก็คือจิตกรเหอฮุย
ปีนี้เหอฮุยอายุแปดสิบกว่าแล้ว เทียบกับความตึงเครียด
ของทุกคน เขากลับดู…สงบนิ่ง
นอนอยู่บนเตียง หลับตา ไม่รู้ว่ากำลังสัมผัสอะไร!
คนรอบข้างต่างร้อนใจ ตึงเครียด กระสับกระส่าย
อย่างยิ่ง
ต่างกำลังปลอบเหอฮุย
ลูกสาวและหลานของเหอฮุยก็เช่นเดียวกัน!
เหมือน…เหอฮุยจะเป็นสมบัติของประเทศจริงๆ
ความจริงการปลอบโยนของพวกเขาเป็นการปลอบตัว
พวกเขาเอง เหอฮุยไม่ต้องการการปลอบของพวกเขา
แม้แต่น้อย
เขาสงบมาก นิ่งมาก
ความจริงความเจ็บป่วยอาจทรมานมาก!
แขนสีขาวซีดของเขาบวมเป่ง! ความเจ็บปวดรุน
แรงกระตุ้นประสาทของเขาตลอดเวลา ขยายไปทั่วลำแขน
เริ่มต้นจากแขนท่อนบน
สีของแขนนี้กำลังบอกทุกคน…ถ้ามาไม่ทันเวลาละก็
แขนคู่นี้…อาจเป็นอัมพาตแล้ว!
อุณหภูมิของแขนลดต่ำมาก เย็นมาก…
เหอฮุยอดถอนหายใจไม่ได้
เขานอนพลางย้อนรำลึกถึงชีวิตของตัวเอง
คิดๆ ดู ชีวิตของเขาไม่มีอะไรที่เจิดจรัส
ลำบากกว่าครึ่งชีวิต ตอนที่อายุเจ็บสิบถึงค่อยมีชื่อเสียง
อย่างแท้จริง
ตลอดเจ็ดสิบปีที่ผ่านมา วิธีทำมาหากินของเขาก็คือการ
สร้างบ้านให้คุณ สองมือหยาบกร้าน แทบไม่เหมือนมือของ
จิตรกร
มีคนในชนบทเหอหนานเดินทางไปทั่วประเทศ
ลูกชายของเขาก็เช่นกัน ตามเขาไปทำงานทุกแห่งหน
หลานชายก็ไม่มีการศึกษามากนัก
ครอบครัวแบบนี้ กลับพลิกผันเมื่อโอลิมปิกปี 2008
เหอฮุยที่วาดภาพตลอดปีโด่งดังขึ้นมา
ภาพของเขาเข้าสู่สายตาของใครบางคน แล้วราคาก็พุ่ง
ทะยาน!
ความจริง เหตุผลหลักๆ ที่เหอฮุยชอบภาพวาดสีน้ำหมึก
เป็นเพราะเขาจน ไม่มีปัญญาซื้อแปรงและหมึกพิมพ์…
แต่เหอฮุยกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของจีนแล้ว!
ลูกชายไม่ทำงานแล้ว เขาก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน
ตัวเองเสียใหญ่โต
หลานไม่ทำงานแล้ว มุ่งมั่นทำธุรกิจ พูดคุยสรวลเฮฮากับ
เศรษฐีรุ่นที่สองรุ่นที่สาม
ภาษาถิ่นที่เมื่อก่อนผู้คนดูถูกก็หยอกล้อบอกว่านี่ถึง
จะเหมือนจิตรกร
ทั้งครอบครัวเปลี่ยนไป
ยกเว้นเหอฮุย!
ชีวิตของเขายังคงเป็นเช่นนี้ ตื่นเช้ามาดื่มซุปหูล่าทัง[1]
จากนั้นก็อุ่นแผ่นแป้งที่ทำไว้แล้ว อายุเพิ่มมากขึ้น กินเนื้อติด
ฟัน กินอาหารทะเลเป็นเกาต์ กินของหรูหราหายากไม่ถูกปาก
เหอฮุยเดินทางไปทั่วเมื่อหลายปีก่อนจึงเป็นโรคหนึ่ง
ที่ร้ายแรงที่สุดคือโรคหัวใจรูมาติกและภาวะหัวใจห้อง
บนสั่นพลิ้ว
รวมถึงหลอดเลือดแดงอุดกั้นเฉียบพลันในครั้งนี้ก็เป็น
เพราะโรคหัวใจรูมาติกทำลายลิ้นหัวใจ จากนั้นหลอด
เลือดแดงแขนอุดตันเนื่องจากหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว แล้วก็
ทำให้เกิดหลอดเลือดแดงอุดตันเฉียบพลัน!
โรคหัวใจรูมาติกร่วมกับโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว
เป็นสาเหตุหลากที่สุดของโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน
เฉียบพลัน มีอัตราส่วนถึง 42.4%!
ความจริงอัตราการเกิดหลอดเลือดแดงอุดตันที่
หลอดเลือดแขนมีต่ำมาก
เทียบกับหลอดเลือดอุดตันที่ขาแล้วมีอัตราการเกิดไม่
ถึงหนึ่งในห้า
แต่ตัวชายชราเหอฮุย มือขวาเขาก็หลอดเลือดพิการ
ผิดรูป นี่ทำให้อัตราส่วนหนึ่งในห้าเพิ่มมากขึ้นอีก
ในเวลาเดียวกัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นปัญหายากที่รบกวน
การผ่าตัดร่วมรักษา!
จัดการหลอดเลือดผิดรูป สำหรับแพทย์แผนก ITD แล้ว
เป็นดั่งฝันร้าย
อะไรคือรังสีรักษาร่วม
พูดง่ายๆ ก็คือการนำท่อสอดเข้าไปในหลอดเลือดหรือ
ท่อน้ำดี จากนั้นไปถึงรอยโรคโดยตรง ไม่ว่าเอาลิ่มเลือดอุดตัน
หรือใส่ยาในบริเวณเป้าหมาย ทั้งหมดล้วนจำเป็นต้องถึงรอย
โรค!
แต่หลอดเลือดอุดตันแบบฉับพลัน อย่างน้อยคุณต้อง
ถึงบริเวณที่มันอุดตันจึงจะเอาลิ่มเลือดอุดตันออกมาผ่าน
บอลลูนได้
ความจริงแผนก ITD ควรเป็นแผนกใหญ่ที่สามเคียงกับ
แผนกอายุรกรรมและแผนกศัลยกรรม
การพัฒนาของรังสีรักษาร่วมจะเป็นแนวโน้มในอนาคต
แต่พูดได้แค่ว่าเส้นทางยังอีกยาวไกล!
การรักษาแบบแทรกแซงเพิ่งเริ่มปรากฏในประเทศของ
เราในช่วงทศวรรษที่ 70 และยังคงเป็นในเมืองใหญ่
ในช่วงทศวรรษที่ 90 กระทรวงสาธารณสุขได้ออก
แถลงการณ์จัดตั้งแผนกรังสีร่วมรักษาขึ้นในสถาบัน
แต่ถึงแม้เริ่มต้นช้า แต่กลับพัฒนาไวมาก
ประโยชน์ก็ชัดเจน!
เทียบกับการผ่าตัดร่วมรักษาขนาดเล็ก ไม่ผ่าตัด
บาดแผลเล็ก ฟื้นฟูไว ผลลัพธ์ดี!
แน่นอนว่าจุดอ่อนก็ชัดเจน!
ราคาสูง ขอบเขตที่ปรับใช้กับโรคได้มีน้อย
พูดง่ายๆ คือ รังสีร่วมรักษาเหมือนเจ้าหญิงสูงศักดิ์ ดีก็
ดีแต่แพง แถมยังใช้ได้ไม่กี่ที่!
ดังนั้นเป็นที่แน่นอนว่าใครควบคุมรังสีรักษาร่วมได้ คน
นั้นก็ควบคุมเครือข่ายการพัฒนาในอีกสามสิบปีข้างหน้า!
[1] หูล่าทัง ซุปพริกไทยดำอาหารดั้งเดิมของจีนที่มีต้นกำเนิด
มาจากมณฑลเหอหนาน