เทพยุทธ์เจ้าโลกา - บทที่ 264 ลงมือทันที
บทที่ 264 ลงมือทันที
แรงกดดันอันทรงพลังแผ่ออกมาราวกับเป็นรูปธรรม แม้แต่ร้านตัดเสื้อด้านหลังหลี่ลี่ก็ทนไม่ไหว ป้ายร้านหล่นลงมา ประตูและกรอบหน้าต่างแตกในพริบตา ทั้งร้านยับเยินไปหมด
“อาศัยอำนาจรังแก สมควรตาย!”
หลี่ลี่แค่นเสียง ก้าวเท้าออกไปอีกครั้ง แรงกดดันอันทรงพลังทำให้ศิษย์สำนักไม้ใหญ่สิบกว่าคนไม่เพียงหยุดชะงัก แต่ยังถอยหลังพร้อมกันหนึ่งก้าว
สายลมหลิวเขียว!
ในตอนนั้นหลี่ลี่ลงมือทันที สองมือราวกับไร้กระดูก อ่อนนุ่มปัดออกไป ทันใดนั้นปราณยุทธ์เย็นเยียบหลายสายพุ่งออกจากนิ้วทั้งสิบของหลี่ลี่อุณหภูมิทั้งถนนลดลงหลายองศาในทันที ราวกับเปลี่ยนจากกลางฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง ผักบนแผงขายของก็เหี่ยวเฉาเหลืองในพริบตา
เมื่อรู้สึกถึงการโจมตีของหลี่ลี่ศิษย์สำนักไม้ใหญ่พวกนี้สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เมื่อเห็นหลี่ลี่ลงมือ ทุกคนต่างใช้ความสามารถที่มี
บางคนหนี บางคนหลบ บางคนถึงกับกลิ้งไปกับพื้น แต่ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็หนีการโจมตีหนาแน่นราวสายฝนของหลี่ลี่ไม่พ้น
เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที แม้ส่วนใหญ่จะไม่โดนจุดยุทธ์ แต่พลังต่อสู้ที่เข้าสู่เส้นลมปราณ แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะทำให้เส้นลมปราณของพวกเขาปวดร้าวทนไม่ไหว
เฉินอี้คุนที่เมื่อครู่ยังองอาจน่าเกรงขามกลับซีดเผือดในทันที ขาทั้งสองสั่นไม่หยุด
แม้จะเป็นผู้ดูแลภายในสำนัก แต่เฉินอี้คุนก็ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตพลังจะกล้าต่อกรกับยอดฝีมือระดับขอบเขตรูปลักษณ์ได้อย่างไร
“อย่าเข้ามา อย่าเข้ามานะ ที่นี่เป็นเขตปกครองของสำนักไม้ยักษ์ ข้าเป็นผู้ดูแลภายในสำนักไม้ยักษ์ ข้า…”
เพี๊ยะ!
เพียงไม่กี่ก้าวก็เดินมาถึงตรงหน้าเฉินอี้คุน แค่นเสียงเย็นชาแล้วยกมือตบไปหนึ่งที
“ท่านผู้อาวุโส ครั้งนี้เป็นความเข้าใจผิด ขอให้ลบเรื่องนี้ทิ้งไปเถิด ข้าน้อยขอกราบขออภัยท่าน”
เพี๊ยะ!
เสียงตบดังขึ้นอีกครั้ง เฉินอี้คุนหน้าเบี้ยว ฟันหลุดออกมาสองซี่ทันที
“ท่านปู่ ท่านปู่ อย่าตีเลย อย่าตีเลย ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว ข้าขอโทษท่าน ขอโทษท่าน”
เพี๊ยะ!
“ท่านปู่ ได้โปรดละเว้นชีวิตสุนัขของข้าด้วย ข้ารู้ผิดแล้ว ข้าไม่กล้าอีกแล้ว ไม่กล้าอีกเด็ดขาด หากข้าทำตามใจชอบอีก ท่านค่อยฆ่าข้าก็ไม่สาย”
เพี๊ยะ!
“ท่านปู่ ท่านปู่ ท่านปู่…”
เฉินอี้คุนคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหัวคำนับขอความเมตตา น้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับน้ำพุ
“อืม! ถ้าทำผิดอีก ข้าจะฆ่าเจ้าไม่ปรานี”
หลี่ลี่แค่นเสียงเย็นชา
เพี๊ยะ!
“ท่านปู่ ท่านก็ละเว้นข้าแล้ว ทำไมยังตีอีกล่ะ!”
เฉินอี้คุนได้ยินหลี่ลี่ละเว้นเขา ไม่ฆ่าเขา ในใจก็โล่งอก แต่ทันใดนั้นก็โดนตบอีกหนึ่งที จนตาเห็นดาวระยิบระยับ
“อ้อ! มือมันชิน”
หลี่ลี่หัวเราะเบา ๆ แล้วหมุนตัวจากไป
สำหรับคนขี้ขลาดแบบนี้ หลี่ลี่รู้ดีว่าทำให้กลัวถึงจะได้ผล
จริงดังคาด พอหลี่ลี่จากไป เฉินอี้คุนก็ร้องไห้โฮ คลานกลิ้งหนีไปอีกฝั่งถนน ราวกับว่าอยู่ที่นี่ต่อจะถูกผีสิง
“ดี!”
“สะใจจริง ๆ ต้องมีวีรบุรุษแบบนี้มาลงโทษพวกมันนี่แหละ”
“สะใจจัง ห้าฝ่ามือนั่น ระบายความแค้นที่พวกเราเก็บกดมาได้หมดแล้ว”
“ดื่มเหล้า ดื่มเหล้า ดื่มเหล้า วันนี้ข้าจะกลับไปดื่มเหล้าฉลอง”
พอหลี่ลี่จากไป ผู้คนจากร้านค้าต่าง ๆ ก็ทยอยออกมา ปรบมือเฮฮากันครู่หนึ่ง แล้วทุกคนก็กลับบ้าน ถนนที่คึกคักก็กลับไม่มีผู้คนอีกครั้ง
แต่หลังจากหลี่ลี่จากไป เหล้าในโรงเตี๊ยมทั้งหมดในเมืองไม้ยักษ์ก็ขายหมด เนื้อสัตว์ขายหมด แม้แต่ของดองที่ปกติชาวบ้านแทบไม่ซื้อ วันนี้ก็ขายหมดเกลี้ยง ทั้งเมืองไม้ยักษ์คึกคักราวกับวันปีใหม่
หลายชั่วยามต่อมา หลี่ลี่เดินตรงไปที่สำนักไม้ยักษ์ พร้อมกับเปลี่ยนโฉมหน้าให้เหมือนหลินอวี้
ตอนนี้การรักษาความปลอดภัยของสำนักไม้ยักษ์เข้มงวดมาก แค่ทหารยามที่ประตูก็เพิ่มเป็นยี่สิบนาย และบนต้นไม้สองข้างยังซ่อนองครักษ์ลับอีกไม่ต่ำกว่ายี่สิบนาย กำลังขนาดนี้ แม้แต่ยอดฝีมือระดับขอบเขตรูปลักษณ์จะบุกเข้ามาก็คงยาก
หลี่ลี่ยังไม่ทันก้าวเข้าไปด้านหน้า ยามที่ประตูเขาก็เตรียมพร้อมรับมือทั้งร่างแล้ว
หลี่ลี่รีบหยิบป้ายประจำตัวออกมา เมื่อเห็นป้ายประจำตัว พวกศิษย์เหล่านั้นก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“เจ้าเป็นคนตามหาหลงเสี่ยวเทียนหรือ? ทำไมมาคนเดียว?”
ยามมองดูหลี่ลี่แล้วก้าวเข้ามาซักถาม
“ถูกต้อง ถูกต้อง ข้าเป็นคนตามหาหลงเสี่ยวเทียน แต่ค้นหามาสี่วันแล้วก็ยังไม่มีร่องรอยใด ๆ พวกข้าแยกย้ายกันค้นหากันหมดแล้ว”
หลี่ลี่ได้ยินคำถามก็ตาเป็นประกาย รีบตอบทันที
“เฮ้อ! ยังหาไม่พบอีกหรือ! การเฝ้าระวังทั่วเขานี้จะต้องทำไปถึงเมื่อไหรกัน!”
หัวหน้ายามผู้หนึ่งบ่นเบา ๆ แล้วโบกมือให้หลี่ลี่เข้าไป
เมื่อเข้าไปในตำหนักจวี้มู่ ที่นี่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แม้แต่ต้นไม้สูงสองข้างทางก็มียามลับคอยเฝ้า ไม่ถึงกับทุกก้าวมียาม แต่อย่างน้อยก็ทุกห้าก้าวมียามหนึ่งนาย
หลี่ลี่กลับมาถึงเขตด้านใน ยังไม่ทันเข้าลานเรือนของตน ก็มีคนเห็นการกลับมาของเขา จึงตะโกนเสียงดังขึ้นมาทันที
“พี่ใหญ่หลินอวี้กลับมาแล้ว พี่ใหญ่หลินอวี้กลับมาแล้ว”
เสียงตะโกนนี้ทำให้เหล่าผู้ดูแลน้อยและคนรับใช้ต่างพากันเดินออกมาจากเรือน
“พี่ใหญ่หลินอวี้ไปไล่ล่าด้วยหรือ? พวกข้ากลัวแทบตายแล้ว”
“พี่ใหญ่หลินอวี้ พี่ใหญ่หลินอวี้ ขอบคุณท่านมาก หินวิญญาณที่พวกข้าถูกรีดไถส่วนใหญ่ได้คืนมาแล้ว ขอบคุณท่านมาก”
“พี่หลินอวี้ มาดื่มสุราที่ที่พักข้าเถิด หาก็ไม่มีท่าน หินวิญญาณพวกนี้พวกข้าก็ไม่มีทางได้คืน พวกข้าต้องตอบแทนบุญคุณท่านให้ดี”
หลี่ลี่กลับมาทำให้ทั้งลานเรือนวุ่นวายขึ้นมาทันที เสียงดังกระจายออกไป ผู้ดูแลน้อยและคนรับใช้ยิ่งมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลี่ลี่ถึงได้รู้ว่าเมื่อได้ยินข่าวการตายของท่านอ้วนและคนอื่น ๆ เสิ่นหรงเซิงก็ไม่มีที่พึ่งพิง ยิ่งเกรงกลัวหลี่ลี่มากขึ้น จึงมอบทรัพย์สินส่วนใหญ่ออกมา ตามคำสั่งของหลี่ลี่ให้คืนแก่ผู้ดูแลน้อยและคนรับใช้คนอื่น ๆ แม้จะคืนไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ทำให้ผู้ดูแลน้อยและคนรับใช้ดีใจเกินคาด ใครบ้างจะไม่ระลึกถึงบุญคุณของหลี่ลี่?