เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีต...ไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 2 ตามล่าหาของปั่า
“ท่านแม่เจ้าขา” ข้าหันไปเห็นท่านแม่กำลังเดินมา
พร้อมกับข้าวของที่สะพายเต็มกลางแผ่นหลังเล็กนั้น
พอดี จึงรีบตะโกนออกไปเพื่อชี้จุดที่ข้าและท่านพ่อใช้
นั่งพักยามว่างเมื่อสังเกตใกล้ๆ ดีๆ ท่านแม่คนงามของ
ข้าดูสีหน้าเหนื่อยล้าเต็มที
แน่นอนว่าตอนนี้เลยเวลาอาหารเที่ยงมาพอสมควร
แล้วท่านแม่ของข้า จึงได้มีโอกาสนำอาหารมาส่งท่าน
พ่อที่แปลงนา
ถามว่าทำไมนะหรือ ก็เพราะว่าที่บ้านของข้า ท่าน
ย่าและท่านปูั่ ให้คนในครอบครัว ทานอาหารได้ครบ
สามมื้อนะสิ คิดว่าดีมากใช่หรือไม่ก็ดีแหละ อืม…ดีสิ
ถึงแม้ว่ามื้อเที่ยงจะไม่ได้มากมาย แต่ก็พอสำหรับ
การดับความอยากอาหารก่อนจะถึงมื้อเย็น ดังนั้นท่าน
แม่ของข้าจึงมีหน้าที่ทำอาหารให้คนในบ้านใหญ่ทาน
ก่อนจะออกมาส่งข้าวให้พ่อข้าทุกวัน
แต่ที่สำคัญ ท่านย่าไม่เคยให้ท่านแม่และครอบครัว
ของข้านั่งทานอาหารด้วยเลยสักมื้อ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า
ที่ท่านย่าของข้าอ้างว่า ท่านพ่อและท่านแม่ต้องรีบ
ออกไปเก็บของปั่าและหาบน้ำเข้าบ้าน กว่าจะเสร็จก็
เลยเวลาอาหารเช้า คนที่บ้านใหญ่รอไม่ไหวแน่นอน
อย่างเช่นประโยคที่ว่า
“เจ้าจะให้ข้าหิ้วท้องรอเจ้าหรือ”
“ข้ารอเจ้าข้าต้องไม่สบายแน่”
หรือจะเป็น
“ดีเสียจริง บิดามารดาเช่นพวกข้าต้องมานั่งรอ
บุตรชายเพียงคนเดียว ช่างประเสริฐเสียจริง”
ท่านพ่อท่านแม่ของข้าจึงไม่สามารถทำอันใด ก็ได้
แต่ยอมไปละนะ แต่ถึงกระนั้น ท่านพ่อก็ยังขอให้ท่าน
ย่ายกเว้นข้าไว้สักหนึ่งคน เพราะข้ายังเด็กต้องทานข้าว
เช้าจะได้เติบโต แข็งแรง เช่นหลานๆ คนอื่น ๆ
แต่คนเช่นท่านย่านะหรือจะยินดี เพียงแต่ก็ยินยอม
ด้วยความไม่เต็มใจนักอย่างไรเล่า แต่เพราะความ
เกรงใจในตัวท่านพ่อของข้ามากกว่า หืม… ไม่สิ ต้องพูด
ว่ากลัวจะไม่มีคนทำงานให้มากกว่า
ในแรกๆ ข้าก็ยินยอมไปทานอาหารเช้าตามที่ท่าน
พ่อบอกเพื่อความสบายใจของท่านพ่อและท่านแม่ แต่
พอถึงเวลาที่ข้าไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย ปั้าสะใภ้ใหญ่ กับ
ท่านย่าก็เอาแต่คีบอาหารที่มีเนื้อและมีผักปั่าเพียงน้อย
นิดนั้น แถมท่านแม่ของข้าต่างหากที่ออกไปเก็บ ให้แก่
บุตรของตนเอง
ส่วนข้านั้น…อย่าให้ข้าต้องพูดเลย แต่พูดแล้วก็พูด
เถอะนะ ตัวของข้ายังเล็กแถมแคระแกรน แขนของข้าก็
สั้นปั้อม ไม่มีเรี่ยวแรงไปแย่งกับคนอื่นๆ จนอาหารบน
โต๊ะหมดทุกครั้งเสมอไป ข้าจึงได้แต่นั่งทานข้าวต้มใสๆ
ไป คนเดียว
รอจนท่านพ่อท่านแม่กลับมา ก็ได้กินแค่ของเหลือ
ๆ จากบนโต๊ะอาหารเท่านั้น ในเมื่อท่านพ่อสามารถ
อดทนได้ ท่านแม่และข้าก็ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้
เช่นกัน นอกจากนี้หลังจากทานกันเสร็จแล้ว ท่านแม่
ของข้ายังต้องทำความสะอาดจานชามและเก็บโต๊ะ
ทั้งหมดอีกด้วย
ส่วนท่านพ่อของข้านะหรือ ต้องรีบเข้านาไปดูแปลง
นาอีกหลายหมู่ ที่ท่านปูั่ท่านย่า กำชับไว้ว่าเป็นสมบัติ
ของตระกูล ที่เลี้ยงดูท่านพ่อมาตั้งแต่เด็ก ข้าก็แอบ
สงสัยนะ ทำไมคนอื่นๆ ถึงไม่ลงมาช่วยท่านพ่อของข้า
เลย ทำอย่างกับท่านพ่อของข้าเป็นคนนอกตระกูล ใช้
งานยิ่งกว่าทาสเสียอีก
แม้กระทั่งมื้อเย็น ท่านแม่ก็ต้องทำอาหารทิ้งไว้
สำหรับมื้อเย็นให้คนที่บ้านก่อนจะออกจากบ้านไปเพื่อ
นำอาหารเที่ยงไปให้ท่านพ่อ เพราะอันใดงั้นหรือ ก็
เพราะว่าหลังจากกินข้าวเที่ยงที่แปลงนาเรียบร้อยแล้ว
ยามเซินครอบครัวของข้าก็ต้องเข้าปั่า ไปหาเก็บผักปั่า
หรือแม้กระทั่งไปดูกับดักที่ท่านพ่อของข้าล่ามาได้
จากนั้นก็นำไปทำอาหารหรือนำไปขาย เงินที่ได้ก็
ต้องเอาเข้ากองกลางบ้านจนหมด เพื่อแสดงถึงความ
กตัญูต่อครอบครัวตามที่ท่านย่าของข้าพูดกรอกหู
ท่านพ่อทุกครั้งที่นำเงินไปให้
แม้แต่อีแปะเดียว ยังไม่สามารถเก็บไว้ได้ กว่าจะ
กลับมากินข้าวได้ก็เลยเวลาอาหารไปแล้ว
“ว่ายังไงหืม จินเออร์ตัวน้อยของแม่” ยามที่ข้ามอง
ไปที่บุตรสาวตัวน้อย ในใจของข้ารู้สึกเสียใจยิ่งนัก ที่ไม่
สามารถดูแลนางได้ดีกว่านี้ แม้ตอนนี้นางจะอายุห้าขวบ
หนาวแล้วก็ตาม แต่ร่างกายของนางนั้นดูผอมแห้ง
แกระแกร็น พร้อมที่จะปลิวตามลมได้เสมอ
“คิดถึงท่านแม่เจ้าค่ะ” ข้าเห็นสีหน้าและสายตา
ท่านแม่แล้ว ก็พอจะเดาได้ว่าท่านแม่รู้สึกเช่นไร สิ่งที่ข้า
ทำได้ในตอนนี้คือ การออดอ้อนท่านแม่ให้ยิ้มได้ ท่าน
แม่อดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ ข้าจะพาท่านแม่ออกไป
จากบ้านหลังนี้ให้ได้
หลังจากนั่งรอได้มินาน ท่านพ่อก็มาถึง จึงมานั่งพัก
และล้อมวงกินข้าวพร้อมข้าและท่านแม่ เหมือนเช่นทุก
ครั้ง กินไปได้สักพัก ข้าจึงเอ่ยสิ่งที่ต้องการออกมา
“ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ วันนี้จินเออร์ว่าเราไปหา
ผักปั่า นอกเส้นทางกันดีบ้างมั้ยเจ้าคะ”
“ทำไมละ หืม ไหนเจ้าลองบอกเหตุผลพ่อมาดู
หน่อย” วันนี้ท่าทางจินเออร์น้อยของเค้าตั้งใจพูดเป็น
พิเศษ
“ท่านพี่เจ้าคะ ข้าว่ามันอันตรายนะเจ้าคะ อย่าได้
ตามใจจินเออร์เลยเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ อืออ” ท่านแม่ของข้านี้ ไม่ไหวเลยย ขัด
มุกข้าได้ยังไงกัน
“อ๊ะ ไหนเจ้าว่ามาจินเออร์ พ่อรอฟังเจ้าอยู่”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าคิดว่า ทางเก่ามันคนเยอะแล้วว
เจ้าค่า ทางใหม่คนน้อย” ทำไมเกิดเป็นเด็กมันลำบาก
ขนาดนี้กันเนี่ยย หึยยย ข้าพูดชัดบ้างไม่ชัดบ้างหงุดหงิด
ตัวเอง จะพูดยาวๆ ก็ไม่ได้ เดี่ยวท่านพ่อท่านแม่สงสัย
ข้าอีก เห่อ
“ฮ่า ๆ เจ้าฉลาดนักจินเออร์ ได้ๆ พ่อเชื่อเจ้า”
“ท่านพี่เจ้าคะ”
“เอาหน่าฮูหยิน ข้าก็เคยคิด เพียงแต่ยังไม่มีโอกาส
ครั้งนี้จินเออร์น้อยเสนอมาก็ดีแล้ว ข้าคิดว่าพวกเราควร
ลองดู”
“ก็ได้เจ้าค่ะท่านพี่”
“เย่ ๆ เข้าปั่าๆ กัน ท่านพ่อ ท่านแม่” เห่ออ ข้าก็
คิดว่าท่านพ่อจะเชื่อฟังท่านแม่ซะแล้ว ข้าอยากเข้าปั่า
จริงๆ นะเจ้าคะท่านแม่ ยกโทษให้บุตรสาวตัวน้อยๆ
คนนี้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ
“ได้สิ จินเออร์รีบทานข้าวเถอะจะได้เข้าปั่าไวๆ นะ
ลูก” เจียหลินตอบรับบุตรสาวตัวน้อยของนาง ที่มัวแต่ดี
ใจจนไม่ยอมกินข้าวต่อสักที
“เจ้าค่ะ” คนมันดีใจอ่ะ อืออ หนทางรวยของข้า
ต้องมาแล้วปั๊ะล่ะ
หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ท่านพ่อและท่านแม่ก็พา
ข้าเข้าปั่า มุ่งตรงไปยังปั่าหลังหมู่บ้าน ที่ปกติชาวบ้านจะ
เข้าปั่า ไปหาของมาขาย หรือทำกับดักสัตว์น้อยใหญ่
เพื่อนำไปขายในตลาด
“อ้าว เจียซาน สะใภ้รองเจีย พวกเจ้าเข้าปั่าไวจัง
เลยวันนี้” เสียงดังของท่านยายชุนหลีเอ่ยออกมาเมื่อ
เห็นกลุ่มของครอบครัวเจียซานกำลังจะเข้าปั่
“สวัสดีขอรับท่านยายชุนหลี” ท่านพ่อของข้าเอ่ย
ตอบออกไปโดยยืนอุ้มข้าอยู่ข้างๆ ท่านแม่
“สวัสดีเจ้าค่ะท่านยาย วันนี้จินเออร์นางอยากเข้า
มาเล่นด้วยเจ้าค่ะ ข้าเลยรีบพานางเข้ามากลัวฟั้าจะมืด
เสียก่อน”
“สวัสดีท่านยายเจ้าค่ะ” ข้ารีบเอ่ยเสียงใสออกไป
ท่านยายชุนหลีเป็นคนที่ดีคนหนึ่ง เพียงแต่ว่า
ครอบครัวของท่านยายนั้นยากจนพอๆ กับครอบครัว
ของข้า จึงไม่ได้ไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ แต่เวลาข้าเข้าปั่าที
ไร ท่านยายจะคอยช่วยดูแลข้าเสมอมา คอยสอดส่องมิ
ให้ข้าเดินออกไปไหนไกลสายตาคนเสมอ
นอกจากนี้ท่านยายชุนหลียังคอยแอบนำของกิน
เล็กๆ น้อยๆ มาเผื่อข้าทุกครั้ง แต่อย่างที่ข้าบอกไป
ตั้งแต่ต้น นั้นแหละ ของกินที่ว่าคือแผ่นแปั้งหยาบที่
ผ่านการอุ่นร้อนมาแล้วก่อนเข้าปั่า ที่ท่านยายแบ่งส่วน
หนึ่งมาให้ข้ายามเห็นหน้า หรือเป็นมันเทศต้มสักหนึ่ง
หัวเล็กๆ ที่นำมาเผื่อตนเองหิวระหว่างการหาของปั่า
“จ้าๆ จินเออร์น้อยก็มาด้วยหรือ” ท่านยายชุนหลี
เอ่ยถามออกมา
“เจ้าค่ะ ไปด้วยกันมั้ยเจ้าคะ” นางตอบออกไป
“ไม่เป็นไรๆ พวกเจ้าไปเถอะ จะได้รีบไปรีบมา
เดี๋ยวจะอันตราย” ยายชุนหลีเองก็เวทนาครอบครัวนี้นัก
ทำงานหามรุ่งหามกันตลอดเวลา
“ได้เจ้าค่ะท่านยายชุน” มารดาของจินเออร์ตอบ
กลับท่านยายชุนด้วยรู้ว่าอีกฝั่ายมิอยากมาเป็นภาระให้
พวกตน หากกลับบ้านมืดๆ คนที่กำลังรออยู่อาจจะ
อาละวาดใส่
“บ๊าย บาย เจ้าค่ะ ท่านยาย” อุ๊บส์ เผลอหลุดคำพูด
โลกก่อนไปเสียแล้วเรา