เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 598-1 เป็นขั้นเป็นตอน บทสรุปตอนตน
“คุณจระเข้ยักษแ ทําไมคุณถึงอยู่กับพวกเขา…” ในใจ ของหมิงไห่ยังคาดหวังเล็กน้อย
เขามองจระเข้ยักษแ
กระนั้นตอนนี้จระเข้ยักษแก็ไม่ได้มีอารมณแมาสนใจเขา
ด้านข้าง นายท่านหยางที่ได้ยินคําพูดของหมิงไห่ได้ใจ สลายอย่างสมบูรณแ
เขาก้าวถอยหลังอย่างเสียไม่ได้ จนแทบอยากนั่งลงที่พื้น
กระนั้นเฉิงเจวี้ยนไม่แม้แต่จะมองเขา
ตระกูลสวีอะไรกัน สมาพันธแใต้ดินอะไร…
ตอนนี้เฉิงเจวี้ยนไม่อยากรับรู้เลย!
เขาเพียงมองฉินหร่านอย่างสับสน มือพยุงใบหน้าของ เธอ “พวกเราไปหารุ่นน้องกันก่อนไหม”
ฉินหร่านยังอยากจัดการเรื่องของตระกูลสวีให้เสร็จ
แต่เมื่อมองเห็นท่าทีของเฉิงเจวี้ยน เธอที่ทระนงตัวอยู่ เสมอ ที่ไม่ว่าจะเจอเรื่องใดต่างไม่มีผลต่อความสง่างามนี้ของ เธอเลย
ตอนนี้กลับประหม่าอย่างปกปิดไม่มิด
ฉินหร่านมองเขา สักพักจึงพูดขึ้นอย่างจําใจ “โอเค ฉัน ไปกับคุณ ไม่ต้องกังวล”
มือของเฉิงเจวี้ยนไม่อยู่เฉย ติดกระดุมสองเม็ดด้านบน เสื้อคลุมของฉินหร่าน
เขาเร่งรีบพาฉินหร่านออกไป
ทั้งสองคนจากไป
หมิงไห่และนายท่านหยางถูกพาตัวไป นายท่านหยางอยู่ ในแวดวงธุรกิจที่มักขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเนื้อใจเสือ แต่ตอนนี้ กลับยิ้มไม่ออก ทําได้เพียงมองไปยังเฉิงหั่วที่จับกุมเขาอย่าง ไม่เต็มใจสุดๆ
“ พวกคุณโน้มน้าวจระเข้ยักษแได้ยังไง” ไม่เต็มใจ ไม่เต็ม ใจเลย หมิงไห่ก็ไม่เต็มใจ ให้ตายเขาก็นึกไม่ถึงจุดนี้ของจระเข้ ยักษแ
เห็นๆ กันอยู่ว่าเขาติดต่อโอวหยางเวยได้ผ่านทางจระเข้ ยักษแ
สายตาของเฉิงหั่วมองหมิงไห่อย่างซับซ้อนและเห็นอก เห็นใจเล็กน้อย “คุณรู้ไหมว่าหมาปุาเดียวดายที่เป็นสหาย ของเขาคือใคร”
หมาปุาเดียวดายงั้นเหรอ
หมิงไห่เงยหน้า มุมปากขยับ “ใคร?”
“ฉินหร่าน” เฉิงหั่วพูดเบา
“หาาา”
ดวงตาทั้งสองข้างของหมิงไห่ว่างเปล่าโดยสมบูรณแ หลงลืมความคิดไป
ไม่มีใครรู้ว่าคืนที่ดูสงบสุขนี้ ท้องฟูาได้ถล่มลงมาแล้ว ครึ่งหนึ่ง
**
ไม่ไกลนัก ทีมห่าวและเฉิงจินกําลังจัดการธุระที่เหลือ
เฉิงถู่มองตามฉินหร่านและเฉิงเจวี้ยนที่จากไป สักพักจึง ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ไม่แปลกเลยที่ฉันคิดว่าคุณหนูฉิน เป็นคนแปลกอยู่เสมอ เดิมทีผู้มีอํานาจหลักในสมาพันธแใต้ดิน ก็คือเธอ…”
จระเข้ยักษแและเฉิงถู่ที่เป็นศัตรูกันมาตลอด ตอนนี้ไม่มี เวลาจะมาสนใจเขา จึงใช้เพียงภาษาจีนกลางที่ไม่ค่อยได้ มาตรฐานถามเฉิงสุ่ย “เมื่อกี้พวกเขาบอกว่าในร่างกายของ สหายมีไวรัสเหรอ”
สีหน้าของเฉิงสุ่ยก็ไม่ค่อยดีนัก เขาส่ายหน้า “ฉันก็ไม่ ค่อยรู้เรื่อง ตอนนี้พวกนายท่านน่าจะอยู่ที่สถาบันวิจัย ทางการแพทยแ”
กู้ซีฉืออยู่ที่สถาบันวิจัยทางการแพทยแ
“ขอบคุณ” จระเข้ยักษแไม่พูดต่อ ได้รับคําตอบจึงหัน หลังจากไปทันที
ไปที่สถาบันวิจัยทางการแพทยแ
เฉิงสุ่ยหยุดอยู่ที่เดิม เขาเองก็อยากไปดูสถานการณแของ ฉินหร่าน แต่พวกเขายังต้องประจําการอยู่ที่นี่
ในสมองยังคงแล่นไม่หยุด สักพักหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้น ทันที “ไม่ถูกต้อง!”
“อะไรไม่ถูกต้อง?” ทีมห่าวจับกุมทุกคนไว้แล้ว ได้ยิน เสียงของเฉิงสุ่ยจึงเดินมา “วันนี้พวกเราได้รับชัยชนะยิ่งใหญ่ ง่ายดายกว่าที่ฉันคิดไว้มาก”
“ง่าย?” ได้ยินทีมห่าวพูดเช่นนี้ เฉิงจินก็คิดว่าไม่ถูกต้อง
ในบรรดาจิน-มู่-สุ่ย-หั่ว-ถู่ เฉิงสุ่ยและเฉิงจินคือที่ปรึกษา ของเฉิงเจวี้ยน ไม่ว่าด้านกลยุทธแหรือความคิดอื่นๆ ล้วน ใกล้เคียงเฉิงเจวี้ยน
“พวกคุณอย่าลืมสิ ทําไมสมาพันธแใต้ดินถึงได้เงียบไป สองปีแล้วเพิ่งมาฟื้นคืนช่วงนี้” เฉิงสุ่ยมองหลายคนด้านข้าง พูดอย่างเคร่งขรึม เขาปะปนอยู่ในรัฐ M มาโดยตลอด เข้าใจ ในสถานการณแของรัฐ M ดี “ตอนนั้นที่รัฐ M มีข้อมูลภายใน แพร่ออกมาว่าสมาพันธแใต้ดินมีความขัดแย้งภายใน ต่อมาจึง พบข่าวการเสียชีวิตของรองหัวหน้าระดับสูงสุดที่สาม…”
ฉินหร่านไม่ได้เสียชีวิต พูดได้เลยว่าเธอแกล้งตาย
ตามความเข้าใจของเฉิงสุ่ยที่มีต่อฉินหร่าน ตอนนั้น ภายในสมาพันธแใต้ดินจะต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น เป็นไปได้ สูงว่าเป็นการทรยศหรือเรื่องอื่น…
ไม่อย่างนั้นสมาพันธแใต้ดินไม่น่าแตกแยกได้
ด้วยเทคนิคของเธอ หากต้องการจะหลบซ่อนก็ไม่น่าถูก ใครพบ
ตอนนี้ที่เธอออกมาล้วนเป็นเพราะตระกูลสวีและความ ขัดแย้งภายในเมืองหลวง…
เฉิงสุ่ยและเฉิงจินต่างมองกัน ต่างนึกถึงความเป็นไปได้ “มีคนวางแผนบังคับให้คุณหนูฉินเผยตัวตน!”
เฉิงจินกําหมัดแน่น “พวกเราต้องคิดในแง่ดี แล้วจะ เข้าใจแผนการของคุณหนูฉิน แต่ไม่จําเป็นต้องใช้ความ พยายามมากในการวางแผนในตระกูลสวี…”
เฉิงสุ่ยส่ายหน้า เขาหันไปมองเฉิงถู่ “เฉิงถู่ คุณหยุดห ยางซูเยี่ยนได้ยังไง”
“จระเข้ยักษแจะหยุดยั้งใครบางคนที่ชายแดน ไม่ จําเป็นต้องใช้กําลังมากมาย…” แม้ว่าเฉิงถู่จะเป็นพวกชอบ
ประมาท แต่ก็ค่อนข้างมีสมอง ได้ยินเฉิงสุ่ยพูดแบบนี้ก็เห็นว่า ไม่ถูกต้อง
หยางซูเยี่ยนคือคนที่เฉิงเจวี้ยนหวาดกลัว ทําไมถึงได้ถูก จระเข้ยักษแจับกุมได้อย่างง่ายดายนัก
ถึงจะมีเซี่ยจิ่วช่วยเหลืออยู่ก็เป็นไปไม่ได้
“เฉิงจิน พวกเราจําเป็นต้องวางแผนอย่างเลวร้ายที่สุด ฉันกลัวว่าเบื้องหลังเรื่องนี้…จะมีกลอุบายมากกว่านี้” ได้ยิน เฉิงถู่พูดแบบนี้ เฉิงสุ่ยดันแว่น ครุ่นคิดถึงคําสั่งก่อนหน้านี้ของ เฉิงเจวี้ยนแล้วหรี่ตา “ถึงจะมีจระเข้ยักษแอยู่พวกเขาก็ชะล่าใจ ไม่ได้”
เขาก้มหน้า พูดเสียงเบาไม่กี่คํากับเฉิงถู่
เฉิงถู่ฟังจบจึงมองเฉิงสุ่ยอย่างประหลาดใจ
**
สถาบันวิจัยทางการแพทยแ
“ขอประทานโทษ คุณ…” คนเฝูาประตูหลายคนหยุด จระเข้ยักษแผู้แปลกหน้าไว้
จระเข้ยักษแไม่มองเขาและไม่หยุดฝีเท้าลง
ลูกน้องข้างกายเขาคว้าตัวคนเฝูาประตูด้วยรอยยิ้มบาง แล้วกดสวิตชแประตู กดรหัสหลายชุดที่คอมพิวเตอรแจนพบ ห้องปฏิบัติการของกู้ซีฉือ จึงโยนบัตรผ่านให้จระเข้ยักษแแล้ว พูด “นายท่าน ตึกทิศตะวันตก B502”
จระเข้ยักษแก้าวเข้าไป
“สหายท่านนี้ ไม่ต้องกังวล นายท่านของพวกเราแค่ไป หาคุณหมอกู้ซีฉือ” ลูกน้องของจระเข้ยักษแรอจนไม่เห็นร่าง ของจระเข้ยักษแแล้วจึงปล่อยคนเฝูาประตู ตบที่แขนเสื้อของ เขา ยิ้มพูดปลอบขวัญ จากนั้นจึงพาคนเข้าไป
หลังจากรอคนของจระเข้ยักษแไปแล้ว
คนเฝูาประตูหลายคนมองหน้ากัน “ท่านที่สาม พวกเรา ต้องแจ้งตํารวจไหม คนพวกนี้ดูแล้วไม่ธรรมดา เมื่อกี้นาย น้อยเฉิงเพิ่งไปหาคุณกู้…”
“ไม่ต้อง” ท่านที่สามมองพวกคนที่ไปไกลแล้วด้วย สายตาวิตก “วันนี้ให้ทําเป็นไม่เห็นเหตุการณแนี้ เกรงว่าที่ เมืองหลวงจะไม่ปลอดภัยแล้วจริงๆ…”
คนเฝูาประตูที่เหลือจึงพยักหน้า “การต่อสู้ของเทพเจ้า คนธรรมดาอย่างพวกเราอย่าไปยุ่ง ดีแล้วที่ทําเป็นไม่เห็น”
หลายคนเห็นพ้องกันว่าทําเป็นไม่เห็นเรื่องนี้
ห้องปฏิบัติการกู้ซีฉือ
ฉินหร่านพิงอุปกรณแทดลอง หนีบเครื่องทดสอบ อิเล็กทรอนิกสแไว้ในมือ
“เครื่องเป็นบ้าอะไรเนี่ย!” กู้ซีฉือเตะเครื่องจักรของเขา หนึ่งทีด้วยความหงุดหงิด
วันก่อน เฉิงเจวี้ยนบอกเรื่องฉินหร่านกับเขาแล้ว
เลือดของฉินหร่านมีความผิดปกติ
“ฉันวิเคราะหแข้อมูลของเสี่ยวหร่านเอเอรแที่คุณให้มาแล้ว เมื่อวาน ตรวจพบสิบกรณีตัวอย่างที่ฐานข้อมูลหลักของ โรงพยาบาล พวกเรายังได้รวบรวมข้อมูลจากโรงพยาบาลอื่น ที่ใกล้เคียงมากกับไวรัสอัพเกรดภายในร่างกายของนายท่าน เฉิงด้วย ซึ่งคล้ายคลึงกับเชื้อโรคที่แพร่ระบาดในช่วงนี้ ไวรัส Y3 ที่ยังไม่รู้จัก” กู้ซีฉือขมวดคิ้ว “น่าจะยังไม่แพร่กระจายไป มาก รุ่นพี่ ก่อนหน้าที่ยังไม่มีผลการวิจัยออกมา ฝากคุณ ควบคุมคนในเมืองหลวงด้วย”
กู้ซีฉือทําการวิจัยอยู่ที่ห้องปฏิบัติการสองวันไม่หลับไม่ นอน
โมเลกุลกรดนิวคลีอิกได้รับการแก้ไขแล้ว แต่กู้ซีฉือยังไม่ มีเบาะแสของโครงสร้างโปรตีน
ฐานข้อมูลกว้างเกินไป เดิมที่แค่เฉินซูหลานกู้ซีฉือคน เดียวก็ศึกษาอยู่เป็นเวลานาน เพิ่มการวิจัยที่เพิ่งสําเร็จของ เฉิงเจวี้ยนเข้ามา ตอนนี้มีแค่สองวัน กู้ซีฉือเลยยังไม่ได้แม้แต่ จะตรวจสอบหนูทดลองเลยสักตัว
ไวรัส ทางการแพทยแโดยพื้นฐานแล้วทําได้เพียงยับยั้ง แต่ ไม่สามารถทําลายได้อย่างสมบูรณแ
น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าไวรัสอีโบลา
นี่ไม่ใช่โปรเจกตแง่ายๆ
“โอเค” เฉิงเจวี้ยนมองไปทางฉินหร่านที่คั่นด้วยกระจก แล้วพูดเบา “ฉันให้คนไปจัดการ”
กู้ซีฉือขมวดคิ้ว “นี่มันแพร่กระจายไปได้ยังไง”
เขาเม้มปากแล้วมองฉินหร่าน มือข้างหนึ่งของอีกฝุายจับ อุปกรณแไว้ มืออีกข้างเล่นโทรศัพทแราวกับไม่ค่อยใส่ใจนัก “เธอ…รู้ไหม”
“รู้” เฉิงเจวี้ยนไม่เงยหน้า น้ําเสียงยังคงนิ่งอยู่ “นําข้อ วินิจฉัยการเสียชีวิตของท่านสวีมาให้ฉัน”
เขาละสายตากลับ ถือหลอดทดลอง มองดูข้อมูลที่ไหล ผ่านอย่างสุขุม
ที่ด้านข้างยังมีหนังสือไวรัสวิทยาเล่มหน้าเล่มหนึ่งวางไว้ ด้วย
“สถานการณแวุ่นวายรึเปล่า” จระเข้ยักษแปรากฏตัวขึ้น ไม่ให้สุ้มให้เสียงด้านหลังทั้งสองคน “ต้องการความช่วยเหลือ จากฉันไหม”
“คุณคือ…” กู้ซีฉือตกใจกับการปรากฏตัวของจระเข้ยักษแ
B502 มีรังสีอินฟราเรดและกลไกต่างๆ ที่ฉินหร่าน ออกแบบให้เขา คนทั่วไปต้องได้รับการยอมรับจากกู้ซีฉือเพื่อ เข้ามา ทําไมคนนี้ถึงได้เข้ามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงได้ล่ะ
“โหลวเย่วแ” จระเข้ยักษแมองเขา จากนั้นชี้ไปข้างนอก “คนที่อยู่ด้านนอกเป็นลูกพี่ฉัน”
เพื่อนของฉินหร่านสินะ
เพื่อนแปลกๆ ของฉินหร่านมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กู้ซีฉือคลาย ความสงสัย เดิมทีกลไกนี้จัดหาโดยฉินหร่าน
เห็นว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่เฉิงเจวี้ยนพบคนที่มากะทันหัน กู้ ซีฉือจึงไม่ได้สุภาพกับจระเข้ยักษแ “คุณมีคนอยู่ไหม”
จระเข้ยักษแพยักหน้า
“ได้ ช่วยฉันรักษาเสถียรภาพสถาบันวิจัย” กู้ซีฉือถือ รายงานหนึ่งฉบับ เดินไปพลางมองจระเข้ยักษแ “ขอสองคน ฉันต้องการจัดการประชุมฉุกเฉิน”
“ชิงหลิน ไปกับเขา” จระเข้ยักษแหันหน้าสั่งชิงหลิน
ชิงหลินทําความเคารพกู้ซีฉือ “คุณกู้ ผมคือชิงหลิน โปรดสั่งการหากมีธุระ!”
กู้ซีฉือขมวดคิ้ว ชิงหลินคนนี้เต็มไปด้วยพลัง มองแวบ แรกก็ไม่ใช่คนธรรมดา
แต่เรื่องไวรัสในตอนนี้ค่อนข้างสําคัญ กู้ซีฉือจึงไม่ได้ สนใจคนเหล่านี้อีก
**