เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 598-4 เป็นขั้นเป็นตอน บทสรุปตอนตน
แยกกับเว่ยจื่อหังแล้ว เฉิงเจวี้ยนไม่ได้ไปที่สถาบันวิจัย กลับไปอาบน้ําที่ถิงหลานก่อนแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า ให้กลิ่นควัน บนร่างกายและความเหนื่อยล้าหายไป
เขาจึงค่อยขับรถไปที่สถาบันวิจัยทางการแพทยแ
ตอนนี้ฉินหร่านยังอยู่ห้องพักที่ห้องปฏิบัติการของกู้ซีฉือ
ตอนนี้เธออยู่ในการดูแลหลักของกู้ซีฉือ
เฉิงเจวี้ยนยืนอยู่ที่ประตู จัดแจงท่าทีและอารมณแของ ตัวเองแล้วค่อยเดินมาทางฉินหร่าน ร่างกายของเขาสูงโปร่ง ท่วงท่างดงามถูกตรึงด้วยแสงไฟตอนเดินมา คิ้วเฉียบคมทําให้ ห้องปฏิบัติการอันหนาวเหน็บเหมือนมีสายรุ้งอยู่
“ฉันจะวิ่งไปหาข่าวก่อนแล้วจะกลับมาดูเธอทีหลัง” เหอ เฉินที่นั่งอยู่ตรงข้ามฉินหร่านเห็นเฉิงเจวี้ยนจึงเก็บของของ ตัวเองแล้วออกไป
เฉิงเจวี้ยนทักทายเหอเฉินแล้วนั่งตรงข้ามฉินหร่าน เรียว คิ้วเพิ่มความอบอุ่น นําอาหารเช้าจัดวางตรงหน้าเธอ “อาหารเช้าของเชฟที่บ้านทํา ต้องการให้ฉันเอามา”
เขาจัดอาหารเช้า ชามและตะเกียบเรียบร้อย ไม่ต่างจาก ก่อนหน้านี้ น้ําเสียงไม่เร่งรีบ “กินสิ”
“อือ” ฉินหร่านไขว่ห้างกวาดตามองอาหารบนโต฿ะ เยอะ ไปหน่อย
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เฉิงมู่ คุณพ่อหลินและกู้ซีฉือที่อยู่ด้านในออกมา “ขอบคุณนายท่านเจวี้ยน!”
เฉิงมู่มองเฉิงเจวี้ยนแล้วนั่งลงตรงข้ามฉินหร่าน หยิบ ตะเกียบคีบขนมปัง
คุณพ่อหลินกินพลางสนทนากับเฉิงมู่ถึงปัญหา ‘กิจวัตร’
ฉินหร่านกินเสร็จ เธอมองคนเหล่านี้และไม่ได้ปฏิบัติตัว ‘แบ่งแยก’ ตัวเองเลย เธอกดขมับอย่างปวดหัว
ยกขาขึ้นแล้วเตะที่เท้าของเฉิงเจวี้ยน “นายท่านเจวี้ยน คุณจะไม่…”
ปรามพวกเขาหน่อยเหรอ
เฉิงเจวี้ยนกําลังสนทนาปัญหาหัวข้องานวิจัยกับกู้ซีฉือ ได้ยินดังนั้น เขาหันหน้าไปหยิบอมยิ้มออกมาจากกระเปาเสื้อ แกะแล้วยื่นใส่ปากฉินหร่าน พูดอย่างสบายใจ “เชื่อฟังนิด หน่อย”
ฉินหร่านอดแตะที่จมูกไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีของเขานิ่งสงบ มาก กัดอมยิ้มแล้วไม่พูดอะไรอีก
“เอาคอมพิวเตอรแมาให้คุณแล้ว” เฉิงเจวี้ยนพูดต่อ
เอาเถอะ
ฉินหร่านมองคอมพิวเตอรแบนโต฿ะ ครุ่นคิดสักพัก เธอเป็น แบบนี้ไม่สามารถทําอันตรายใครได้แล้ว ทําได้เพียงช่วย หนานฮุ่ยเหยาและรุ่นพี่เยี่ยควบคุมข้อมูลจากระยะไกล
เธอคิดดูแล้วจึงเปิดวีแชทของซ่งลี่วแถิง ส่งข้อความหาซ่ง ลี่วแถิง…
[พี่ใหญ่ซ่ง สถาบันวิจัยและนักวิชาการเลี่ยวช่วงนี้ ช่วย ฉันดูแลหน่อย]
ซ่งลี่วแถิงรู้สึกกระตือรือร้น แรกเริ่มฉินหร่านไม่ยินยอม เข้าร่วมกับเขา ตอนนี้ฉินหร่านออกปากเอง
เขาไม่คิดเลยสักนิดแล้วโทรศัพทแหาฉินหร่าน
ฉินหร่านผ่านไปอย่างครุมเครือ “คุณรู้อยู่แล้วว่าช่วงนี้ ตระกูลเฉิงและอวิ๋นกวงกรุ฿ปมีปัญหา ฉันอยากจัดการตรงนี้”
ซ่งลี่วแถิงฉลาด เขารู้ว่ามีจุดไหนไม่ถูกต้อง แต่ก็รู้ว่าถาม ฉินหร่านไม่ได้ “ข่าวลือว่าช่วงนี้มีไข้หวัดระบาด ระวังตัวด้วย คุณยิ่งชอบสวมหน้ากาก ไม่จําเป็นต้องสวมหน้ากาก“
เขากําชับตั้งแต่พานหมิงเย่วแ เว่ยจื่อหัง ฉินหร่านไป จนถึงมู่หนาน
ฉินหร่านนั่งอยู่ที่โต฿ะ แกว่งขาเรียวยาว สายตามองไป ทางเฉิงเจวี้ยนแล้วหัวเราะเบาๆ “โอเค พี่ใหญ่ซ่ง พวกคุณก็ ต้องระวังตัวด้วยเช่นกัน”
เธอวางสาย
แล้วมองไปที่เฉิงเจวี้ยนและขมวดคิ้วเล็กน้อย “เรื่อง ไวรัสไปถึงเซวียนหยางแล้ว เมื่อกี้พี่ใหญ่ซ่งบอกฉัน”
“คนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีมากมาย ควบคุมไว้ไม่อยู่” เฉิง เจวี้ยนไม่ค่อยใส่ใจ พูดอย่างสบายๆ “พวกเราทําได้เพียง ควบคุมความเร็วของการแพร่กระจาย ควบคุมข่าวทั้งหมดไว้ ไม่ได้หรอก”
ท้ายที่สุด ทุกโรงพยาบาลจะต้องมีผู้ปุวยที่ถูกแยกตัว แพทยแและพยาบาลเหล่านั้นจะต้องบอกครอบครัวเสมอ
บนโลกนี้ไม่มีกําแพงที่ไม่รั่วไหล
ข่าวรั่วไหลออกไปไม่ช้าก็เร็ว
โทรศัพทแอีกฝั่ง ซ่งลี่วแถิงวางสาย ขนตาลู่ลงแล้วโทรศัพทแ หาเว่ยจื่อหังต่ออีก
**
สถาบันวิจัยวิจัยที่มีองคแกรทางการแพทยแและคนของ ตระกูลหลินเข้าร่วมได้มีการริเริ่มแนวทางการวิจัยใหม่ หัวข้อ นี้ได้รวบรวมผู้มีความสามารถชั้นนําเกือบทั่วโลกมาไว้ด้วยกัน
ภายในนั้นยังรวมถึงพืช ‘ดอกไม้จีน’ อันแปลกประหลาด ของตระกูลหลินด้วย
ระบุวัคซีนแล้วแน่ชัด
ตระกูลเฉิงที่ผ่านช่วงเวลาพลิกผันก่อนหน้านี้ ก็ได้ฟื้นคืน จากความเจ็บปวด ช่วงที่กําลังฟื้นฟูจู่ๆ ก็มีองคแกรทาง การแพทยแที่ตามมาด้วยพืชลึกลับ ที่เมื่อเผยแพร่ออกไป หุ้น และทุนก็พุ่งสูงขึ้น
บุคคลระดับผู้บริหารของสถาบันวิจัยตระกูลเฉิงทั้งหมด นั่งอยู่ที่โต฿ะประชุม เริ่มการประชุมใหญ่
เฉิงเหราฮั่นเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน อุดมการณแ แน่วแน่ “แม้ว่าครั้งนี้พวกเราตระกูลเฉิงจะผ่านไปได้สําเร็จ แต่ต้องควบคุมไวรัสที่เมืองหลวงไว้ให้ดี มีองคแกรทาง
การแพทยแและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ‘ดอกไม้จีน’ อยู่ ครั้งนี้ สถาบันวิจัยของพวกเราต้องเป็นที่รู้จักของโลก! อีกไม่กี่เอื้อม ก็จะเหนือกว่ารัฐ M”
“คุณชายใหญ่จัดการอย่างมีชั้นเชิง” ผู้ดูแลของ สถาบันวิจัยพูดชมเชย “แค่มีท่านอยู่ก็สามารถดึงดูดผู้คนได้ มากมาย”
เดิมทีเฉิงเหราฮั่นมีความสัมพันธแที่ดีกับโอวหยางเวย หลังจากตรวจสอบเรื่องราวเบื้องหลังของ ‘ดอกไม้จีน’ ทุกคน ต่างรู้ว่าเขามุ่งมั่นตั้งใจ
ซึ่งที่ผ่านมาเฉิงเวินหรูไม่ได้ส่งเสริมเรื่องนี้
ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงต่างชื่นชมเฉิงเหราฮั่น
“คุณชายใหญ่ ช่วงนี้อวิ๋นกวงกรุ฿ปและหมิงไห่ไม่มีการ เคลื่อนไหว ยิ่งมีข่าวลือว่าพวกเขาถูกจับกุม ทําไมพวกเราไม่ ใช้โอกาสนี้ทุ่มสุดตัว ให้ตระกูลเนี่ยนั่นมองดูล่ะ…” ใครบาง คนพูดขึ้น
มีอุดมการณแ ใครจะไม่อยากทุ่มสุดตัว โดยเฉพาะเฉิง เหราฮั่นที่สุขสมหวังในช่วงนี้ เขาได้ยินคําพูดของคนด้านข้าง จึงครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วพยักหน้า “โอเค!”
**
เฉิงเจวี้ยนไม่รู้สถานการณแของฝั่งเฉิงเหราฮั่น และไม่ได้ สนใจด้วย
เขาได้ทําการศึกษาเบาะแสกับกู้ซีฉือ คุณพ่อหลินและคน ขององคแกรทางการแพทยแ
ที่ห้องปฏิบัติการ
เฉิงเจวี้ยนถือหลอดทดลอง มองฉินหร่านที่กําลังไขว่ห้าง เล่นเกมอยู่ด้านนอก เขาก้มหน้าจัดการการทดลองในมือใหม่ อีก
โทรศัพทแในกระเปาเสื้อดังขึ้น เขาก้มหน้ามอง จากเฉิง จิน
“ฉันหาศาสตราจารยแอันเจอแล้ว” เฉิงสุ่ยกําลังอยู่ที่ สนามบิน ช่วงนี้สนามบินมีการจํากัดการจราจร สามารถเข้า ได้แต่ออกไม่ได้ เขาเดินมายังที่เงียบ “เขากลับไปที่ ห้องปฏิบัติการทางการแพทยแของมหาวิทยาลัยแล้ว”
“โอเค” เฉิงเจวี้ยนถอดเสื้อคลุมสีขาวบนตัวออกอย่างใจ เย็นแล้วเดินออกไปข้างนอก
หยุดนิ่งอยู่ด้านหลังฉินหร่านที่กําลังเล่นเกมอยู่
ฉินหร่านกําลังเล่นเกมท่องยุทธภพอยู่ เข้าสู่บัญชีของเขา แล้วเปิดเสียง จึงได้ยินเสียงของหลินซือหราน “หร่านหร่าน จับ จับไว้ ให้ฉันจัดการ ฉันจะฆ่าเขาเอง!”
“ไม่ต้องห่วง” ฉินหร่านกัดอมยิ้ม ตั้งแต่มาเมืองหลวงเธอ ยุ่งอยู่เสมอ นานแล้วที่ไม่ได้ว่างแบบนี้ เธอควบคุมตัวละคร อย่างใจเย็น ตอบอย่างสบายๆ “มีพ่อแบกอยู่ทั้งคน”
“บ้าจริงหลินซือหราน เธอไม่ใช่มนุษยแ เธอให้เจ฿หร่านส่ง ต่อความเสียหายให้เธอ!” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น
เฉิงเจวี้ยนเงยหน้า จําได้ว่าเสียงผู้ชายนี้คือเหอเหวิน เพื่อนร่วมชั้นเรียนมัธยมปลายของฉินหร่าน
เดิมทีเขาอยากบอกให้ฉินหร่านออกไป เห็นฉินหร่านเล่น อย่างมีความสุขแบบนี้จึงไม่ได้รบกวนเธอ
เขาย่องออกไปอย่างแผ่วเบา
ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเมืองหลวง
เฉิงเจวี้ยนขับรถออกไป
ไม่นานก็ถึงมหาวิทยาลัยเมืองหลวง
ในตอนนี้แต่ละโรงพยาบาลและคนในอุตสาหกรรม การแพทยแของเมืองหลวงต่างรู้ข่าวของไวรัสแล้ว ผู้คนตื่น ตระหนก ห้องปฏิบัติการทางการแพทยแของมหาวิทยาลัย เมืองหลวงก็ได้กลายเป็นทีมแพทยแที่กําลังศึกษาเรื่องเหล่านี้
ที่แผนกวิชาแพทยศาสตรแของมหาวิทยาลัยเมืองหลวง ตอนนี้ เฉิงเจวี้ยนมีสถานะหน้าที่ไม่น้อยไปกว่าฉินหร่าน
โดยเฉพาะออร่าของเขาที่มักปกคลุมอยู่ภายในสมองของ คนในสาขาแพทยศาสตรแ คนรู้จักเขามีอยู่มากมาย
“รุ่นพี่เฉิง ทําไมคุณถึงมาที่นี่ คุณมาหาใคร” เขาจอดรถ ที่ประตูห้องปฏิบัติการและมีคนจําเขาได้ พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น เป็นอย่างมาก
เฉิงเจวี้ยนปิดประตูรถ มองไปทางคนที่พูด “ฉันมาหา ศาสตราจารยแอัน คุณรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน”
ศาสตราจารยแของสาขาแพทยศาสตรแมีอยู่ตั้งมากมาย ชื่อศาสตราจารยแอันมีอยู่ไม่กี่คน
โดยเฉพาะศาสตราจารยแอันผู้ใจบุญ ศาสตราจารยแเก่าแก่ ที่ช่วยเหลือเด็กกําพร้าผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือมากใน แพทยศาสตรแ
นักเรียนชายรีบพูดขึ้น “ฉันรู้จักศาสตราจารยแอัน เขา กําลังช่วยสอนแทนอยู่ที่สาขาแพทยศาสตรแ เดี๋ยวฉันพาคุณไป หา!”
“ขอบคุณ” เฉิงเจวี้ยนพูดอย่างสุภาพ
ตึกเรียนสาขาแพทยศาสตรแห่างจากที่นี่ไม่ไกล
ไม่นานชายหนุ่มก็พาเฉิงเจวี้ยนมายังห้องเรียน
ศาสตราจารยแอันยังสอนอยู่
เฉิงเจวี้ยนไม่ได้โพล่งเรียกออกไป แค่เข้าไปทางบันได ด้านหลังห้องนั่งอยู่แถวหลังสุด
ออร่าของเขาพิเศษเกินไป แค่เข้าไปจากบันไดด้านหลัง ห้องเรียน ด้วยใบหน้าที่งดงาม ทันทีที่เข้ามาจึงดึงดูดความ สนใจจากทุกคน ในไม่ช้าก็มีคนจําเขาได้
ศาสตราจารยแอันคือคนชราผมหงอก เขาค่อยๆ บรรยาย การสอน เห็นว่าคนส่วนใหญ่ในชั้นเรียนมองไปทางเฉิงเจวี้ยน เขายิ้มเล็กน้อย ที่อุตสาหกรรมการแพทยแ เฉิงเจวี้ยนเป็น แพทยแศัลยกรรมผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ล้มเหลวที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ
“ในเมื่อทุกคนไม่อยากฟังบรรยายการสอน พวกเราให้ รุ่นพี่เฉิงของพวกคุณสอนสักบทเรียนดีไหม”
เฉิงเจวี้ยนถูกบังคับให้สอนครึ่งคาบ
หลังจากเลิกเรียน ศาสตราจารยแอันจึงดันแว่นมองไปทาง เฉิงเจวี้ยน “มาหาฉันเพราะหลานสาวของท่านหนิงสินะ มา คุยกันที่สํานักงานของฉัน”
เรื่องของเฉิงเจวี้ยนและฉินหร่านไม่ใช่ความลับอะไรใน วงการนี้ของเมืองหลวง
“นั่งลง” ศาสตราจารยแอันรินชาให้เฉิงเจวี้ยนแล้วมองที่ เขา “อยากถามอะไร”
“ฉันอยากรู้ทุกอย่าง รวมทั้งเธอแล้วคุณยายของเธอ” เฉิงเจวี้ยนหยิบถ้วยชาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ไม่รีบร้อน
เขาและฉังหนิงตรวจสอบภูมิหลังของศาสตราจารยแอัน แล้ว
“ร้ายกาจมาก ฉันถูกพวกคุณหาจนเจอ” ศาสตราจารยแ อันดันแว่นสายตาลง เขาประคองถ้วยชาร้อนและบ่ายเบี่ยง
“รู้จักไวรัส Y3 ที่เมืองหลวงรึเปล่า” เฉิงเจวี้ยนพูดเบาๆ
ศาสตราจารยแอันไม่ใส่ใจนัก “ได้ยินมาบ้าง”
“มีอยู่ในร่างกายของเธอ” เฉิงเจวี้ยนมองศาสตราจารยแ อันด้วยท่าทีเรียบนิ่ง
พลั่ก
ชาร้อนในมือของศาสตราจารยแอันร่วงลงบนพื้นหินอ่อน สายตาของเขามองนิ่งไปที่เฉิงเจวี้ยน มุมปากสั่น
เฉิงเจวี้ยนเงียบรอศาสตราจารยแอันได้สติกลับมา
สักพักศาสตราจารยแอันจึงยืนขึ้น เขาเดินไปเอากุญแจ พวงหนึ่งออกมาเปิดล็อกที่ตู้ นําขวดสีขาวออกมาจากด้านใน
บนนั้นมีตัวอักษรเขียนทับไว้ว่า ‘Q’