เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 598-5 เป็นขั้นเป็นตอน บทสรุปตอนตน
สายตาของเฉิงเจวี้ยนจ้องไปที่ขวดยาสีขาว
“นี่คือของของเธอ” ศาสตราจารยแอันวางขวดไว้ตรงหน้า เฉิงเจวี้ยนแล้วนิ่งไปก่อนพูดขึ้น
“คุณหาฉันเจอได้ ก็น่าจะรู้จักสมาพันธแใต้ดินสินะ”
เฉิงเจวี้ยนพยักหน้า ไม่ละสายตาไปจากขวดยาสีขาว
“เธอได้ทําข้อตกลงกับสมาพันธแใต้ดิน ใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อ ต่อชีวิตให้คุณยายของเธอ เดิมทีคุณยายของเธอเสียชีวิตลง
หลังจากสามีของเธอเสียชีวิตก็ถ่วงเวลาเธอไปหลายปีอย่าง กะทันหัน” สายตาของศาสตราจารยแอันปล่อยวาง ไม่รู้ต้อง อยู่ในอารมณแแบบไหน “คุณน่าจะรู้จักพวกองคแกรสมาพันธแ ใต้ดิน ชีวิตแลกชีวิตใดๆ ก็ตาม เธอมักจะหลีกเลี่ยงคุณยาย ของเธอตอนอายุสิบสี่ปี”
มือของเฉิงเจวี้ยนที่วางอยู่เข่ากําแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เขาได้ปะติดต่อช่องว่างที่เหลืออย่างสมบูรณแแล้ว
แต่ไหนแต่ไรสุขภาพร่างกายของเฉินซูหลานไม่ดีอยู่แล้ว ฉินหร่านเปรียบเธอดั่งชีวิตตลอดที่ทําธุรกิจกับสมาพันธแใต้ดิน
เขาไม่รู้ว่าเธอทํางานเหล่านั้นอย่างไร แต่เธอต้องพึ่ง หน้าที่เหล่านั้นเพื่อนํามาซึ่งคุณงามความดี และนั่งอยู่ ตําแหน่งรองหัวหน้า
และกลายเป็น หนามยอกอก[1] ของใครหลายคน
เดิมทีที่สลัม ถึงจะไม่มีเขา…แม้ว่าฉินหร่านจะไม่เคยผ่าน เหตุการณแ 129 มาก่อน ก็ยากที่เธอจะหลุดพ้นจากแผนการ ของสมาพันธแใต้ดิน…
ไม่แปลกใจเลย…
ไม่แปลกใจเลยที่เดิมทีเธอแค่โทรศัพทแหากู้ซีฉือ ไม่แปลก ใจเลยที่อยากตายไป
เธออาจจะรับรู้ได้เอง
โชคดีที่ตั้งแต่ต้นจนจบเธอไม่เคยเปิดเผยตัวเองเลย ไม่อย่างนั้น ตามวิธีการของสมาพันธแใต้ดิน คนข้างกายเธอจะ ไม่ถูกทิ้งไว้ให้มีชีวิตอยู่
หยาง ซู เยี่ยน
เฉิงเจวี้ยนพูดสามตัวนี้แบบไร้เสียง
เขาเกือบจะเข้าใจแล้ว ตัวตนของฉินหร่านอาจถูกเฝูา สังเกตโดยหยางซูเยี่ยนเมื่อไม่นานมานี้ แล้วจึงเกิดการต่อ หยอกล้อขนาดใหญ่กับตระกูลสวี
“ในตอนแรกที่พบแกนกลางของภูเขาไฟ หนิงเอ่อรแกับ ภรรยาของเขา นายท่านฉิน ภรรยาฉิน อีกทั้งพ่อของคุณ ท่านสวี ต่างเสียชีวิตไปแล้ว เรื่องที่ศาสตราจารยแเฉินทดลอง ยา เดิมทีฉันพยายามหยุดการกระทําของพวกเขาแล้ว แต่คุณ ก็รู้ว่า ตอนนี้ฉันก็แค่ศาสตราจารยแคนหนึ่ง สิ่งที่ทําไปจึงไร้ ประโยชนแ” เสียงของศาสตราจารยแอันอ่อนแรงไร้พลัง “คุณ
หยาง ถ้าเขาอยากให้ใครตายก็ไม่มีใครหนีพ้น ฉันคิดว่าเขาจะ ปล่อยหร่านหร่านไป ไม่คิดเลยว่า…”
คุณหยางถูกเฉิงเจวี้ยนจับกุมไว้แล้ว เรื่องนี้เขาไม่ได้บอก กับศาสตราจารยแอัน เขาเพียงลุกขึ้น โค้งคํานับศาสตราจารยแ อัน “ขอบคุณ”
ไม่ใช่ขอบคุณที่เขาบอกทั้งหมดนี้ แต่เป็นการขอบคุณที่ที่ ผ่านมาดูแลฉินหร่าน
เฉิงเจวี้ยนหันกลับแล้วจากไป
ด้านหลังเขา ศาสตราจารยแอันมองนอกหน้าต่าง
“ไม่เป็นไร ฉันก็มีธุรกิจกับเธอเช่นกัน” สักพักเมื่อ สํานักงานไม่มีคนแล้ว ศาสตราจารยแอันจึงหยิบบัตรทอง ออกมา เขาก้มหน้าพูดพึมพํา “หน้าที่ของเธอ นอกจากยา แล้ว เงินอื่นๆ ต่างโอนมาให้ฉัน…”
**
เฉิงเจวี้ยนออกจากตึกเรียนแล้ว
พระอาทิตยแส่องแสงเหนือศีรษะ แต่เฉิงเจวี้ยนกลับไม่ รู้สึกถึงความอบอุ่นใดๆ
เขาถือกุญแจรถ เพิ่งเดินมาถึงที่รถก็เห็นร่างสูงโปร่งพิง อยู่ข้างประตูรถ
ซ่งลี่วแถิง
เขายังสวมเสื้อโค้ตวิจัยสีขาว ทั้งร่างเคร่งขรึม ทั่วทั้ง ใบหน้าไม่ได้ประณีตเท่าเฉิงเจวี้ยน ที่มีความสุขุมในแบบของ ตัวเองตามแบบวัยหนุ่มสาวที่หาได้ยาก “คุณเฉิง เรื่องของห ร่านหร่านพวกเราต้องคุยกันหน่อย”
เฉิงเจวี้ยนรู้จักซ่งลี่วแถิง
เขาหยุดนิ่ง มองซ่งลี่วแถิงสักพัก จึงพูดไม่กี่ประโยค
ซ่งลี่วแถิงเงียบฟังด้วยใบหน้าไม่ขยับ สักพักเขาจึงพูดเสียง เบา
“พาฉันไปพบเธอได้ไหม”
เฉิงเจวี้ยนรู้ว่าฉินหร่านไม่อยากให้เพื่อนเหล่านี้รู้เรื่องของ เธอ แต่ซ่งลี่วแถิงฉลาดเกินไปจนปิดบังไม่มิด เฉิงเจวี้ยนจึงไม่ ปกปิด เขาพยักหน้า “ขึ้นรถ”
“ขอบคุณ” ซ่งลี่วแถิงพูด
เขานั่งอยู่เบาะหลัง ระหว่างทางทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไร กัน
ไม่นานนัก รถก็มาถึงสถาบันวิจัยทางการแพทยแ
แต่กลับพบกลุ่มนักข่าวประตูทางเข้าสถาบันวิจัย ส่ง เสียงดังโหวกเหวก
“ขออนุญาตถามค่ะ ทําไมสถาบันการแพทยแไม่ถูก แยกตัว แล้วถึงได้นําคนที่มีไวรัส Y3 มาอยู่ได้!”
“ขออนุญาตถาม ใครจะสามารถรับผิดชอบชีวิตของทุก คนในเมืองหลวงได้”
“ได้ยินว่าร่างกายของคุณฉินหร่านมีไวรัส Y3 ที่รุนแรง กว่าผู้ติดเชื้อทุกคนอยู่ ข่าวนี้จริงหรือไม่”
“…”
เฉิงเจวี้ยนขมวดคิ้ว เขาหันรถเข้าไปยังโรงรถใต้ดินแล้ว กดโทรศัพทแโทร.หาเฉิงสุ่ย “เกิดอะไรขึ้นที่สถาบัน การแพทยแ”
“นายท่าน ผมกําลังจะโทร.หาคุณพอดี ครึ่งชั่วโมงก่อน เรื่องของไวรัส Y3 แพร่ออกไปแล้ว” น้ําเสียงของเฉิงสุ่ย จริงจัง “ไม่รู้ว่าเรื่องของคุณหนูฉินถูกใครแพร่ออกไป ตอนนี้ สถาบันทางการแพทยแวุ่นวายแล้ว!”
คิ้วของเฉิงเจวี้ยนไม่ขยับ “ฉันเข้าใจแล้ว”
เขาจอดรถ
เดินตรงไปยังลิฟตแที่จอดรถใต้ดิน ไปยังตึก B5
ซ่งลี่วแถิงก็เคยได้ยินเสียงของเฉิงสุ่ย เขากังวลใจ ใบหน้าก็ กระสับกระส่าย แต่หากไม่ได้เห็นสถานการณแตอนนี้ของฉินห ร่าน เขาก็นิ่งเฉยอยู่ไม่ได้
B502
ทันทีที่เฉิงเจวี้ยนมาถึงก็เห็นเฉิงเวินหรูที่ยืนอยู่ประตู ทางเข้า
ตอนนี้เธอไม่มีออร่าของหญิงสาวผู้แข็งแกร่ง เพียงมอง เฉิงเจวี้ยนอย่างระงับอารมณแโกรธไว้ “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทําไม ไม่บอกฉัน!”
“ไม่จําเป็น” น้ําเสียงของเฉิงเจวี้ยนนิ่งไม่สั่นคลอน สี หน้าคงเดิม ราวกับไม่รู้เรื่องราวของฉินหร่านเลย
เฉิงเวินหรูยังอยากพูดอะไรต่อ เฉิงเจวี้ยนหยุดฝีเท้า เขา มองเฉิงเวินหรูและซ่งลี่วแถิงแล้วยิ้ม น้ําเสียงเบา “อย่าเอา อารมณแเข้าไปพบเธอ”
ฟังเสร็จ เฉิงเวินหรูมองเฉิงเจวี้ยนอย่างตกตะลึง
ดวงตาแดงขึ้น
ในวันธรรมดาแม้ฉินหร่านจะไอเพียงครั้งเดียว เขาก็ ขมวดคิ้วไปแล้วครึ่งวัน ในสถานการณแเช่นนี้ ไม่มีใครอึดอัดไป กว่าเฉิงเจวี้ยน
ซ่งลี่วแถิงยืนอยู่ที่ประตูแล้วสํารวจตัวเองสักพักจึงเข้าไป
ภายใน
เฉิงเจวี้ยนมองฉินหร่าน เธอยังเล่นเกมกับหลินซือหราน สภาพจิตใจไม่ต่างไปจากก่อนหน้า
เขาจึงมองไปรอบๆ แล้วขมวดคิ้ว “กู้ซีฉือล่ะ”
“นายท่านเจวี้ยน” เฉิงมู่มองไปทางฉินหร่านแล้วหรี่เสียง เบา “คุณชายใหญ่รู้เรื่องของคุณหนูฉินแล้ว ต้องส่งคุณหนูฉิน กลับไป”
เฉิงเจวี้ยนพยักหน้า เขาดึงคอเสื้อสีขาวหิมะ “ห้อง ประชุมไหน”
เฉิงมู่บอกที่อยู่
“โอเค” เฉิงเจวี้ยนยิ้ม เขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตรงไป ทางห้องประชุม
ห้องประชุม
เฉิงเหราฮั่นรวมถึงผู้ดูแลสถาบันวิจัยส่วนใหญ่ต่างอยู่ที่ นั่น
“ไม่ได้ คุณหมอกู้ บุคคลอันตรายอย่างฉินหร่านต้อง ส่งออกไป ไวรัสในตัวเธอรุนแรงกว่าผู้ติดเชื้อไวรัสทั้งหมด” เฉิงเหราฮั่นพูด “ตอนนี้สื่อต่างวิตก ในอินเทอรแเน็ตเวยปอ กําลังสนทนาเรื่องนี้กัน ทุกคนในเมืองหลวงตกอยู่ในอันตราย ไม่สามารถให้เธออยู่ที่นี่ได้ เธออยู่ที่สถาบันวิจัย ทุกคนจะตก อยู่ในอันตราย”
“ใช่แล้ว คุณหมอกู้”
“…”
เรื่องแบบนี้ กู้ซีฉือไม่ตอบ เขามองเฉิงเหราฮั่น
ยังไม่ทันพูด ก็ได้ยินเสียงเบาที่นอกประตู “รุ่นน้อง ไม่ ต้องพูดแล้ว พวกเราไปกัน”
ด้านนอก เฉิงเจวี้ยนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวหิมะ กางเกงขา ยาวสีดํา พูดด้วยคิ้วขมวด
ในห้องประชุม ผู้ดูแลสถาบันวิจัยทุกคนต่างรู้จักเฉิง เจวี้ยน
และรู้ว่าเฉิงเจวี้ยนช่วยเหลือตระกูลเฉิงมากมาย
แต่ตอนนี้ ความสําคัญของชีวิตต้องมาก่อน ถึงจะรู้ว่ามีกู้ ซีฉือและเฉิงเจวี้ยนอยู่ แต่ฉินหร่านจะต้องไม่มีผลต่อคนใน สถาบันวิจัย พวกเขายังกลัวอยู่
ตอนนี้กําลังร่วมมือกับองคแกรทางการแพทยแอยู่ ความมั่ง คั่งอยู่ด้านหน้า พวกเขาไม่ต้องการให้ผิดพลาดสักนิด
ดังนั้น ส่วนใหญ่จึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับเฉิงเจวี้ยนและไม่ พูดอะไร
เฉิงเหราฮั่นอ้าปาก เขามองเฉิงเจวี้ยนแล้วพูด “นายไม่รู้ ล่ะสิ เกี่ยวกับความคิดเห็นสาธารณะในเวยปอ รวมถึงคน
หลายตระกูลเพิ่งโทรศัพทแหาฉันเมื่อกี้ พวกเราไม่มี ทางเลือก…”
ตระกูลในเมืองหลวงมากมาย ยิ่งมีเงินยิ่งรักชีวิต
พวกเขายังอยากมารับวัคซีนที่สถาบันวิจัย และจะไม่ทน กับฉินหร่าน
เฉิงเจวี้ยนไม่พูดจา เพียงมองเขาแล้วหันจากไป
กู้ซีฉือมองเฉิงเจวี้ยน สักพักเขาจึงขมวดคิ้ว “เอาเถอะ”
ทันทีที่เห็นเฉิงเจวี้ยน เฉิงเหราฮั่นห่อไหล่โดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เขายังกลัวเฉิงเจวี้ยนอยู่เล็กน้อย
แต่เฉิงเจวี้ยนไม่พูดอะไร ยอมจํานนพาฉินหร่านจากไป เฉิงเหราฮั่นถอนหายใจโล่งอก
เขามองตามหลังเฉิงเจวี้ยนที่จากไป
ตอนนี้สถาบันวิจัยและองคแกรทางการแพทยแรวมถึง ‘ดอกไม้จีน’ อันลึกลับมีทีมวิจัยแล้วสองทีม วันที่ดีอยู่ หลังจากนี้ไป เฉิงเจวี้ยนจากไปแล้ว สําหรับเขาแล้วเป็นเรื่อง ดีเป็นอย่างยิ่ง
เฉิงเหราฮั่นหัวเราะ
ทันใดนั้นจึงเห็นเฉิงเวินหรูที่ประตูทางเข้า เฉิงเวินหรู เพียงมองเขา “หลังจากนี้คุณอย่าเสียใจไปล่ะ”
**
เฉิงเจวี้ยนกลับไปห้องปฏิบัติการพลางเปิดเวยปอ
เรื่องนี้ปุาวประกาศโดยบล็อกเกอรแด้านความบันเทิง
ความคิดเห็นด้านล่างสุดเอนเอียง
[แม้ว่าฉันจะเป็นแฟนคลับฉินหร่าน แต่ฉันต้องบอกว่า เธอเห็นแก่ตัวขนาดนี้เลยเหรอ ไม่สนใจชีวิตของคนอื่นเลย เหรอ]
[ยังอยู่สถาบันวิจัย ตอนนี้ทุกคนตกอยู่ในอันตรายไวรัส Y3 ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกําลังทําการศึกษาที่สถาบันวิจัย ถ้า หากเธอแพร่เชื้อให้คนเหล่านี้จะทํายังไง]
[…]
บางครั้งในความเห็นก็มีเพียงสองคํา ความเป็นไปได้ที่ ไวรัสนี้แพร่กระจายทางอากาศมีไม่มาก
แต่ก็ถูกผู้คนละเลย
แม้ว่าไวรัส Y3 น่ากลัว แต่มีองคแกรทางการแพทยแและ ตระกูลหลิน รวมถึงวัคซีนตัวใหม่ที่กําลังจะออกมา ไฮโซใน เมืองหลวงและชาวอินเทอรแเน็ตมากมายจึงไม่กังวล แต่กลับ พูดจาเหน็บแนม
เฉิงเจวี้ยนยิ้มเยาะเมื่ออ่านจบ
เขาถือบุหรี่แล้วงับมัน เดินไปทางห้องปฏิบัติการช้าๆ “เตรียมตัวสักพัก เอาของทุกอย่างไปด้วย”
“เกิดอะไรขึ้น” เฉิงมู่มองกู้ซีฉือที่ตามหลังเฉิงเจวี้ยนมา
กู้ซีฉือยักไหล่แล้วเยาะเย้ย “พวกคนงี่เง่า เดาว่าที่ผ่านมา คนพวกนั้นไม่รู้ว่านายท่านเจวี้ยนของพวกคุณนั้นไม่รักยุทธ ภพ รักเพียงคนงาม”
“เอเ?” เฉิงมู่ไม่เข้าใจ
กู้ซีฉือเหลือบมองเขาแล้วไม่พูดต่อ ถือคอมพิวเตอรแและ อุปกรณแทดลองที่จําเป็นของเขาแล้วออกไปกับเฉิงเจวี้ยน
ออกไปด้วยกัน
ทุกคนกลับไปที่คฤหาสนแ
“ไม่ถูกต้อง…” ประตูจอดที่ประตูทางเข้า เฉิงมู่ที่ขับรถ รับรู้ความไม่ชอบมาพากล เขาหรี่ตา “นายท่านเจวี้ยน ที่ คฤหาสนแมีคนบุกเข้าไปแล้ว!”
ในขณะเดียวกัน
หัวหน้ากลุ่มวิจัยไวรัส Y3 ทั้งสองกลุ่มในสถาบันวิจัยต่าง พบว่าติดต่อองคแกรทางการแพทยแไม่ได้แล้ว “เป็นแบบนี้ได้ ยังไง เมื่อกี้เพิ่งส่งข้อมูลมาไม่ใช่เหรอ!”
“คุณกู้และคุณหลินไปแล้วเหรอ เกิดอะไรขึ้น!”
หลายคนมองหน้ากัน บางคนยังติดต่อโทรศัพทแ บางคน ตามหาเฉิงเว่ยผิง เฉิงเหราฮั่นและกู้ซีฉือ
เฉิงเหราฮั่นกําลังรับมือกับนักข่าว “ฉันรู้ว่าทุกคนให้ ความสนใจกับวัคซีนตัวใหม่ แต่อย่ากังวลไป…”
เขารับมือนักข่าวเสร็จจึงรับสายสถาบันวิจัย
ได้ยินเสียงของอีกฝุาย สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
รีบกลับไปที่สถาบันวิจัย B502
บังเอิญเจอกับคุณพ่อหลินที่ลากกระเปาเดินทางออกมา
“คุณหลิน กรุณาหยุดก่อนคุณหลิน!” เฉิงเหราฮั่นรีบพูด กับคนเหล่านั้น “สถาบันวิจัยของพวกเรามีอะไรละเลยขาด หายไปรึเปล่า…”
คุณพ่อหลินกําลังติดต่อเฉิงเจวี้ยน ได้ยินดังนั้น เขาเงย หน้า น้ําเสียงจริงจัง ด้วยใบหน้าที่คาดเดาไม่ได้ “ฉันมา เพราะหร่านหร่าน รู้จักหร่านหร่านรึเปล่า เพื่อนสนิทของลูก สาวฉัน ทั้งยังช่วยลูกสาวฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัย A เธอจะ ไปที่ไหนฉันก็ต้องไปที่นั่นอยู่แล้ว เอเ คุณไม่เป็นไรนะ?”
——————————————-
[1] หนามยอกอก คน หรืออุปสรรคที่ขจัดไม่ได้ กลายเป็นสิ่งที่ทิ่มแทงใจอยู่