เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 604 ส่วนเสริมของเจวี้ยนหร่าน 4
เด็กที่ นายใหญ่แต่ละท่านคิดถึงคะนึงหาตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด
ต้นเดือนมิถุนายน บ่ายห้าโมงกว่าที่แสงแดดตอนบ่ายยัง แรงอยู่
ฉินหร่านกดหมวกปีกแหลมลง เหลือบมองมู่หนาน
“ไม่เป็นไรพี่” มู่หนานละสายตากลับ ท่าทีของเขาดูห่าง เหินและเย็นชา ไร้ซึ่งสีหน้าใด สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ฉินห ร่าน “พวกเราไปกันเถอะ”
ที่นี่คนเยอะ รถของเฉิงมู่จึงจอดอยู่ข้างถนน ทั้งสองคน เดินเข้ามา
ที่ด้านหลังของพวกเขา ชายชุดดําหลายคนมองหน้ากัน แล้วมองชายชรา “พ่อบ้าน…นี่…”
ชายชรามองตามหลังทั้งสองคนแล้วไตร่ตรองเล็กน้อย “ตามไป รายงานคุณชายใหญ่ตามความเป็นจริง”
ชายชุดดําสองคนรีบตามไป
ชายชราหันกลับไปขึ้นรถ เขาเพิ่งขึ้นไป ชายชุดดําที่ ตามมู่หนานไปก็กลับมาแล้ว
ได้ยินเหตุผล ชายชรานิ่งไป เขาเงยหน้า “ปล่อยให้ หายไปได้อย่างนั้นเหรอ”
ชายชุดดําก้มหน้าอย่างละอาย ในขณะเดียวกันยังรู้สึก แปลกใจ
นายน้อยมู่หนานท่านนี้…ทําไมไม่ค่อยเหมือนกับคุณมู่ หยิง…
**
ในเวลาเดียวกัน
เฉิงมู่ขับรถมาที่ถนนใหญ่ เขามองกระจกหลัง “นาย น้อยมู่หนาน เมื่อกี้คือใคร”
“ไม่ใช่คนสําคัญอะไร” มู่หนานก้มหน้าอ่านหนังสือ แบบฝึกหัดในโทรศัพทแ
เฉิงมู่ได้ยินดังนั้นจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ พูดกับฉินหร่าน “ผมจะไปส่งพวกคุณที่ร้านกาแฟก่อน จากนั้นจะไปที่บ้าน ของคุณอาฉิน อีกสักพักนายท่านเจวี้ยนจะมารับพวกคุณ”
“ได้” ฉินหร่านพิงหน้าต่างรถด้วยท่าทางเซื่องซึม เล็กน้อย
อีกสองวันมู่หนานต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว การ สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นปใญหาต่อมู่หนาน และเขาถูก นําส่งตัวไปที่มหาวิทยาลัยเมืองหลวงตั้งแต่แรกแล้ว
มู่หนานได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันฟิสิกสแ ระดับประเทศและระดับโลกเมื่อปีที่แล้ว และยังเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับเกียรติเช่นนี้ในทุกปี ครั้งล่าสุดซ่งลี่วแถิงได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันทุก รายการสําคัญ เพราะรู้จักกันหมด ตอนนี้นักวิชาการเลี่ยวยังไม่มีลูก ศิษยแสักคน หลังจากได้ยินซ่งลี่วแถิงพูดถึงเรื่องของมู่หนาน ก็ สนใจในลูกพี่ลูกน้องตัวเล็กของฉินหร่านทันที ส่วนฉินหร่าน… นักวิชาการเลี่ยวไม่กล้าและยอมรับได้เท่าไหร่นัก อาหารเย็นมื้อนี้เสนอโดยนักวิชาการเลี่ยวและฉินหร่าน
เพราะปีก่อนสถาบันวิจัยหลายแห่งได้ทําการ เปลี่ยนแปลงองคแกรครั้งใหญ่ การที่สถาบันวิจัยหลายแห่งได้ ทําการเปลี่ยนแปลงองคแกรครั้งใหญ่ทําให้มหาวิทยาลัยเมือง หลวงและมหาวิทยาลัย A ทําการร่วมมือกันดําเนินการเพื่อ เพิ่มการรับบุคคลที่มีความสามารถมากขึ้น ข้อสอบทั่ว ประเทศในปีนี้โดยเฉพาะด้านฟิสิกสแยากกว่าปีที่แล้ว
ภายในอุตสาหกรรมรู้ว่ามีคนอย่างมู่หนานอยู่ไม่มาก แต่ หลังจากการสอบครั้งนี้ ความโดดเด่นของมู่หนานคล้ายกัน กับฉินหร่านเมื่อปีที่แล้ว
นักวิชาการเลี่ยวครุ่นคิดเรื่องนี้แล้วตัดสินใจจองตัวมู่ หนานมาล่วงหน้าก่อนสอบ
ผ่านไปสักพัก
คนทานอาหารเย็นมากมาย ทั้งรุ่นพี่เยี่ยและหนานฮุ่ย เหยาที่เอาแต่ยุ่งอยู่กับการทดลองก็อยู่กันครบ
“จากนี้ไปเป็นห้องปฏิบัติการเดียวกัน” สิงไคไม่ค่อยใส่ ใจนัก ทักทายมู่หนานตามมารยาท “รุ่นน้อง มาเร็ว นั่งลง”
ที่นั่งถูกจองไว้ล่วงหน้าแล้ว
ฉินหร่านนั่งที่นั่งด้านข้างซ่งลี่วแถิง ใครบางคนรินชาถ้วย หนึ่งไว้บนโต฿ะให้เธอแล้ว
มือข้างหนึ่งของฉินหร่านถือถ้วยชาพลางมองกับข้าวบน โต฿ะ
หมูตุเนอยู่ใกล้เธอที่สุด
เธอมองดูแต่ยังไม่ได้ขยับตะเกียบ เพียงดื่มชาไปสองถ้วย
นักวิชาการเลี่ยวและคนอื่นๆ พูดคุยกับมู่หนาน
ซ่งลี่วแถิงสังเกตเห็นความแตกต่างของเธอ เขาวาง ตะเกียบ “ทําไมไม่กิน”
“ไม่หิว” มือข้างหนึ่งของฉินหร่านถือตะเกียบ มืออีกข้าง หนึ่งเท้าคางมองมู่หนาน น้ําเสียงสบายๆ เพียงแต่สภาพ อารมณแไม่ดี
ซ่งลี่วแถิงมองดูเธอแล้วขมวดคิ้ว
แต่ไม่ได้พูดอะไร
แม้ว่าห้องปฏิบัติการเมืองหลวงจะวิจัยเอนไซมแที่สามารถ ต่อต้านไวรัส Y3 ออกมาได้ และก่อนหน้านี้ฉินหร่านก็บอก เขาว่าไม่มีปใญหาอะไร แต่ที่ผ่านมาฉินหร่านพูดแต่เรื่องดีๆ ไม่ พูดเรื่องแย่ๆ เขาจึงกังวลเสียจริง
ข้าวหนึ่งมื้อใช้เวลาไม่นานมาก แค่ครึ่งชั่วโมง
ซ่งลี่วแถิงแนะนําให้จัดการให้เสร็จตั้งแต่ล่วงหน้า
เขาให้สิงไคขับรถของเขาไปส่งมู่หนานกลับ ส่วนเขาพา ฉินหร่านไปรอเฉิงเจวี้ยนที่ประตู
เฉิงเจวี้ยนอยู่ที่ห้องปฏิบัติการทางการแพทยแเพื่อจัดการ ปใญหาที่ตามมา และมาอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ทุ่มกว่าแล้วหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ท้องฟูาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดํา ไฟนีออนข้างถนนสว่างขึ้น เฉิง เจวี้ยนนั่งลงที่คนขับ ใบหน้าสง่างาม
ซ่งลี่วแถิงล้วงมือข้างหนึ่งที่กระเปากางเกงยืนอยู่ที่ประตู เก้านาฬิกา รอฉินหร่านขึ้นรถแล้วจึงมองที่เฉิงเจวี้ยน
เฉิงเจวี้ยนปิดประตูข้างคนขับและไม่ได้ขึ้นรถ แต่เดินไป ทางซ่งลี่วแถิง
“Y3 มีผลข้างเคียงภายหลังไหม” ซ่งลี่วแถิงละสายตาที่ มองดูรถอยู่กลับมาแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ตอนเย็นเธอไม่กิน ข้าว”
คิดดูแล้ว ซ่งลี่วแถิงจึงพูดเสริม “หมูตุเน”
ได้ยินดังนั้น เฉิงเจวี้ยนนิ่งไปชั่วขณะ เขาเงยหน้า ภายใต้ แสงไฟสลัวของโรงแรม ทั่วทั้งใบหน้าอันเฉียบแหลมและ ชัดเจนอ่อนโยนลงไปมาก เขาและกู้ซีฉือได้สํารวจผู้ปุวยทาง คลินิกมาแล้วจํานวนมาก
แม้ว่าผลข้างเคียงภายหลังจะมีไม่มาก ร่างกายของฉินห ร่านยังดีอยู่ และก่อนหน้านี้ยังกินยาที่ทดลองไปจํานวนมาก
ได้ยินซ่งลี่วแถิงพูดเช่นนี้ เขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วมอง ตรง “ฉันพอจะรู้แล้ว ขอบคุณ”
**
กลับมาที่คฤหาสนแ
ฉินหร่านตรงขึ้นไปด้านบน ไปห้องหนังสือเพื่อเริ่มยุ่งกับ ข้อมูล
เฉิงเจวี้ยนเดินไปห้องครัวพูดบางอย่างกับเชฟ เชฟนิ่งไป ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเดินไปรอบๆ อยู่ที่เดิมหลายครั้ง
เฉิงเจวี้ยนกลับมาที่ห้องหนังสือ ฉินหร่านกําลังนั่งอยู่ ด้านหน้าโต฿ะหนังสือของเขา วิเคราะหแข้อมูลของ ห้องปฏิบัติการในวันนี้อย่างจริงจังเข้มงวด
เขาจึงไม่ได้รบกวนเธอและปิดประตูเบาๆ รอเธอเสร็จ ธุระ จึงเอื้อมมือกอดเธอจากด้านหลัง
ฉินหร่านคํานวณเสร็จจึงเอียงหน้าเล็กน้อย “อะไร เหรอ”
“เจ฿หร่าน พรุ่งนี้พวกเราลาพักร้อนไหม” เฉิงเจวี้ยนไม่ ปล่อยมือ ลดใบหน้าลงเล็กน้อยพิงบนไหล่ของเธอ “ตรวจ ซ้ํา”
ตรวจซ้ํา Y3?
ฉินหร่านส่งเสียง “อา คุณจะยังมีเวลาเหรอ ฉันลาได้แค่ ครึ่งวัน ช่วงนี้ห้องปฏิบัติการยุ่งๆ”
สถาบันวิจัยของพวกเขาทั้งสองกําลังอยู่ในช่วงวุ่นวาย ช่วงเวลานี้ค่อนข้างยุ่ง
แผนงาน B ใกล้ถึงจุดจบแล้ว เธอไม่ค่อยสบายใจ
เฉิงเจวี้ยน…ยิ้มบาง “เธอเต็มใจ”
คืนนี้ฉินหร่านไม่ได้กินข้าวตอนสามทุ่มและกินอย่างเอื่อย เฉื่อย หลังจากลงมาก็พบพ่อครัวต้มโจ฿กไว้กับเครื่องเคียงสอง อย่าง เธอกินไปเพียงชามเดียว
พ่อครัวถือสมุด ยืนอยู่ข้างเธออย่างเคร่งขรึม
มองดูเธอเป็นครั้งคราว
เฉิงเจวี้ยนนั่งอยู่ข้างเธอแต่ไม่กิน เพียงมองดูเธอกิน
สักพักเขาจึงหยิบโทรศัพทแออกมา ส่งข้อความหากู้ซีฉืออ ย่างไม่รีบร้อน
ไม่นานนัก
การโทร.ต่อเนื่องของกู้ซีฉือกลับมาแล้ว
“รุ่นพี่ คุณไม่ได้บอกว่าจะรับหร่านเอเอรแกลับไปแล้วมาที่ ห้องปฏิบัติการหรอกเหรอ” โทรศัพทแอีกฝใ่ง กู้ซีฉือหัวเสีย
เฉิงเจวี้ยนมองด้านบนแล้วพูดอย่างเอื่อยเฉื่อย “ไม่แล้ว ที่ห้องปฏิบัติการคุณและอาจารยแสู้ๆ นะ ช่วงนี้ฉันคงไม่ได้ไป บ่อย”
เขาพูดเน้นย้ํารายการของห้องปฏิบัติการอีกเล็กน้อยแล้ว จึงค่อยตัดสาย
**
วันถัดมา
ในตอนเช้าตรู่ของโรงพยาบาล แพทยแหลายคนจัดเตรียม ห้องตรวจเรียบร้อย
เฉิงเจวี้ยนบอกว่าฉินหร่านต้องตรวจซ้ํา พวกคณบดีเฉิง เว่ยผิงกําลังเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างเข้มงวดสุดๆ
เฉิงเจวี้ยนรออยู่ด้านนอกกับฉินหร่าน ผลลัพธแออกมา เหมือนกันทุกประการ
เฉิงเว่ยผิงสังเกตการณแอยู่แนวหน้า เขารับเอาผลลัพธแที่ พยาบาลถือมาเป็นคนแรก เห็นสีหน้าพยาบาลแปลกไป “เป็นยังไง คุณฉินไม่เป็นไรใช่ไหม”
เฉิงเจวี้ยนก็มองพยาบาลเช่นกัน
“เอเ?” ถูกนายใหญ่สองคนจ้องมอง พยาบาลจึงค่อนข้าง ประหม่า แต่ก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว เธอยื่นใบรายการ ฉบับหนึ่งให้เฉิงเว่ยผิงแล้วพูดเบาๆ “สองท่านนี้…น่าจะมาผิด แผนกแล้ว”
เฉิงเว่ยผิงที่ยืนอยู่หน้าสุดรับเอาใบรายการมาคนแรก
ทุกคนเป็นแพทยแ เห็นเนื้อหาที่ปรากฏในใบสั่ง เขานิ่งไป ชั่วขณะ
เป็นไปไม่ได้ที่เครื่องตรวจสอบของที่นี่จะผิดพลาด
“นายน้อยสาม คุณดู” เฉิงเว่ยผิงระงับความประหลาด ใจ แสร้งทําเป็นยื่นใบรายการให้เฉิงเจวี้ยน
เฉิงเจวี้ยนรับใบรายการมาดู
“อะไร” ฉินหร่านโผล่เข้ามา เฉิงเจวี้ยนเก็บใบรายการเข้ากระเปาเสื้อตัวเอง เอื้อมไป คว้าฉินหร่านมา คล้ายจะนิ่งไปสักพักจึงพูดขึ้น “เจ฿หร่าน พวกเราไปอีกด้านหนึ่งก่อน” ครั้งนี้ เฉิงเว่ยผิงไม่ได้ตามพวกเขาออกไป รอทั้งสองคนขึ้นลิฟตแ เขาจึงรีบเอาโทรศัพทแออกมา โทรศัพทแหาเฉิงเวินหรูพูดจาโหวกเหวก “คุณหนูใหญ่ เกิด เรื่องดีแล้ว!” เฉิงเวินหรูที่กําลังจัดการเอกสารฉบับหนึ่งให้เสร็จ ถูก เสียงนี้ของเฉิงเว่ยผิงตะโกนใส่เกือบจะโยนโทรศัพทแทิ้ง เธอยังไม่ทันได้ถามว่ามีเรื่องดีอะไร คําพูดต่อไปของเฉิงเว่ยผิงตามมาทันที
“จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในบ้านแล้ว” เฉิงเวินหรูวางสายโทรศัพทแ ปใง แล้วรีบไปที่คฤหาสนแ เฉิงเว่ยผิงวางสายแล้วยิ้มอย่างร่าเริง
ด้านข้าง พยาบาลตัวน้อยมองเฉิงเว่ยผิง “ท่านคณบดี สองท่านเมื่อกี้…”
พยาบาลตัวน้อยเพียงได้ยินเฉิงเว่ยผิงเรียกว่านายน้อย สามก็ราวกับเดาได้ในใจ
“นายน้อยสาม” เฉิงเว่ยผิงเก็บโทรศัพทแแล้วยิ้ม อุทาน ออกมา “ในเมืองหลวง จะเกิดเจ้าชายที่มีพลังมากกว่านาย ท่านเจวี้ยนขึ้น”
**
ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วชนชั้นบนของเมืองหลวงราวกับ พายุ
ปีนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย สําหรับพวกตระกูลฉิน ตระกูล เฉิงและตระกูลสวีแล้วข่าวนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สองนอกจาก เรื่องการแต่งงานของพวกเขา
ไม่ต้องพูดถึงพวกฉินซิวเฉินและเหยียนซีที่กําลังถ่ายทํา อยู่
แม้แต่จิน-มู่-สุ่ย-หั่ว-ถู่ที่ออกไปข้างนอกต่างรีบกลับมา
ตอนที่เฉิงหั่วยืนรออยู่ที่ประตู มือของเขาไพล่หลังแล้ว พูดขึ้น “ต้องสืบทอดทักษะคอมพิวเตอรแของคุณผู้หญิงตัว น้อยมาแน่ๆ คุณผู้หญิงตัวน้อยจะต้องเบื่อหน่ายสอนเด็กแน่ๆ จากนั้นฉันจะสอนคณิตศาสตรแให้เขา”
“ถ้าอย่างนั้นฉันต้องสอนเขาขายเสื้อเหรอ” เฉิงจินครุ่น คิด “นายท่านเจวี้ยนคงไม่สนใจหรอก”
“ฉันสอนเขาได้แค่การต่อสู้…” เฉิงมู่พูดเงียบๆ คงไม่ สอนเขาปลูกต้นไม้แน่
เฉิงสุ่ย “…”
มีคนอย่างกู้ซีฉือ ถังจวิน จระเข้ยักษแและฉังหนิงอยู่…จะ วนมาถึงพวกคุณเหรอ
คิดถึงตรงนี้ เฉิงสุ่ยอดไม่ได้ที่จะกังวลในอนาคตลูกของ ฉินหร่าน
เด็กที่ยังไม่ทันได้เกิดก็ถูกนายใหญ่แต่ละคนคิดถึงคะนึง หา