เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 632 ภาคการแตูนแห่งชาติ 32 ตามเทพฉิน มาชวยอัปเกรดแอป
พ่อบ้านมู่เป็นผู้สูงอายุ เวลาห้าทุ่มเขาก็เข้านอนแล้ว จึงไม่รู้เรื่องในอินเทอรแเน็ต เมื่อได้ยินมู่จื่อหนิงถาม เขาก็ได้สติขึ้นมาทันใด นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นมู่จื่อหนิงแสดงท่าทีแบบนี้
ดังนั้นนี่จึงบอกได้ว่าที่มู่หนานบอกเขาคราวก่อนเป็น ความจริง…
เมื่อคิดได้แบบนี้ พ่อบ้านมู่กลับไม่ได้พูดถึงมู่หนาน เขา เพียงแค่มองมู่จื่อหนิงแล้วบอกว่า “ผมได้ข่าวมาโดยบังเอิญ คุณหนูจื่อหนิงไม่เป็นไรนะครับ?”
มู่จื่อหนิงมองเขานิ่งๆ โดยไม่พูดอะไรอีก หมุนตัวเดิน กลับไป
พอเห็นมู่จื่อหนิงไปแล้ว พ่อบ้านมู่ก็ยืนอยู่หน้าประตู ไม่ได้รีบกลับห้องไปในทันที แต่ให้คนไปสืบเรื่องนี้มาด้วยสี หน้าเคร่งเครียด
**
ตลอดทั้งคืน ไม่ว่าจะเป็นในอินเทอรแเน็ตหรือในเซี่ยงไฮ้ ล้วนปใ่นปุวนกันไปหมด
มีเพียงฉินหร่านที่ยังคงอยู่อย่างสงบ
วันรุ่งขึ้น เธอตื่นเพราะวิดีโอคอลกับหลินซือหรานถึงได้รู้ เรื่องบนอินเทอรแเน็ต
เธอถือโทรศัพทแขณะที่แปรงฟในไปด้วย ตอบแค่ “อ้อ” แล้วพูดว่า “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันวางนะ แปรงฟใน”
แปรงฟในเสร็จก็เปิดดูวีแชท
ในวีแชท บรรณาธิการเสิ่นส่งเครื่องหมายจุดไข่ปลาให้ เธอเป็นชุด
ฉินหร่านจึงตอบกลับเป็นเครื่องหมายจุดไข่ปลากลับไป
เธอถือโทรศัพทแลงไปชั้นล่างพร้อมกับอ่านข้อความ จํานวน99+ในวีแชทไปด้วย มู่หนานก็ส่งข้อความมาหาเธอ— —
(วันนี้ผมกับแม่ผมจะไปดูมหาวิทยาลัยS)
ฉินหร่านอ่านดูสักพัก ก็นึกถึงเรื่องที่หนิงเวยพูดเมื่อสอง วันก่อน เธอดื่มนมพลางครุ่นคิด
ส่งข้อความให้มู่หนานหนึ่งประโยค มู่หนานไม่ได้ตอบ เรื่องมหาวิทยาลัยSไปตรงๆ
แค่ถามเธอว่า——
(นายท่านมู่จะเชิญพี่ทานข้าว)
“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับสถาบันวิจัยเซี่ยงไฮ้บ้าง?” เธอ หัวเราะ จากนั้นก็วางโทรศัพทแไว้อีกด้าน กัดหลอดแล้วมอง เฉิงเจวี้ยนที่อยู่ข้างๆ
การที่หนิงเวยมาเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ เธอมักจะรู้สึกว่ามี บางอย่างผิดปกติ
เฉิงเจวี้ยนวางขนมปใงไว้ข้างๆ เธอ การเคลื่อนไหวเป็นไป อย่างช้าๆ “ฉันให้เถ้าแก่หลิ่วหาข้อมูลสถาบันวิจัยทางเคมี ทางฝใ่งมหาวิทยาลัยSและวิศวกรรมเภสัชกรรมให้แล้ว”
แม้พวกเฉิงถู่กําลังจะมาเซี่ยงไฮ้กันแล้ว
แต่ตระกูลหลิ่วก็ยังรู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับความลับ เฉพาะถิ่นในเซี่ยงไฮ้ที่สุด เมื่อทําการสืบข้อมูลก็ย่อมสะดวก กว่าคนของเขาอยู่แล้ว
น่าจะใช้เวลาไม่นาน
“โอเค” ฉินหร่านกัดขนมปใงอย่างหมดห่วง
ตระกูลหลิ่วเป็นเจ้าถิ่น ไม่มีทางได้ความเท็จอย่าง แน่นอน
**
เอ็กซแตรีมคอมิกสแ
หลังจากที่คนในเวยปอขุดรายชื่อแฟนคลับสายเปยแของ ฉินหร่านออกมา คนนับแสนคนก็เข้ามาอ่านการแตูนที่เอ็กซแต รีมคอมิกสแพร้อมทั้งชื่นชมแฟนคลับสายเปยแของลูกพี่
แอปเอ็กซแตรีมคอมิกสแเพิ่งปรับปรุงจนเสถียรดีแล้วกลับ ต้องมาล่มอีกครั้ง
พนักงานเอ็กซแตรีมคอมิกสแต่างพากันร้องไห้วิงวอนขอ ความเมตตากับชาวเน็ต
ชาวเน็ตตอบกลับ——
(ใจเย็นๆ เธอดูเวยปอล่มไปตั้งเท่าไหร่แล้ว พวกเขาจะ พูดอะไรได้?)
(ฮ่าฮ่าฮ่า ให้เทพฉินช่วยพวกคุณอัปเกรดแอปเสียหน่อย สิ ยังต้องเป็นแบบนี้อีกนาน อะช่วย @ตะเกียงวิเศษ @QR)
พนักงานเอ็กซแตรีมคอมิกสแ : (…..)
ห้องทํางานมั่วจือไหว
เขากําลังขยายระยะเวลาสัญญากับบรรณาธิการเสิ่นอีก ครั้ง
สัญญานี้ฉินหร่านไม่ได้เป็นคนร่าง แต่เป็นสัญญาที่บริษัท ตระกูลฉินช่วยเธอร่างโดยตรง
ในห้องประชุม ผู้นําตระกูลมั่วและผู้บริหารระดับสูงของ ตระกูลมั่วผ่อนคลายได้ในที่สุด
เมื่อแน่ใจแล้วว่าทางฝใ่งตะเกียงวิเศษไม่ได้มีปใญหาอะไร ผู้นําตระกูลมั่วก็เตรียมจะออกไป
เลขาเคาะประตูเดินเข้ามาพร้อมกับพาคนคนหนึ่งเข้ามา ด้วย “คุณชายมั่ว เถ้าแก่หลิ่วส่งการแดเชิญมาให้คุณครับ”
มั่วจือไหวผงะ ปากกาที่ถืออยู่ในมือสั่นเล็กน้อย “เถ้าแก่ หลิ่ว?”
เถ้าแก่หลิ่วสถานะสูงกว่าปูุของเขาระดับหนึ่ง
ยักษแใหญ่ตัวจริงเสียงจริงของเซี่ยงไฮ้…จะส่งการแดเชิญมา ให้เขาได้อย่างไร?
อย่าว่าแต่มั่วจือไหวเลย เพราะแม้แต่ผู้นําตระกูลมั่วก็ยัง ตกตะลึง เมื่อเร็วๆ นี้ตระกูลหลิ่วเพิ่งเชื่อมเส้นสายกับรัฐใหญ่ สองรัฐ เป็นดั่งพระอาทิตยแกลางฟากฟูาในเซี่ยงไฮ้ พลัง อํานาจของพวกเขาได้บดบังตระกูลมั่วมานานแล้ว “หลิ่ว เจวี๋ย?”
แน่นอนว่าเขาย่อมรู้จักหลิ่วเจวี๋ยซึ่งเป็นลูกน้องมือหนึ่งผู้ ที่คอยติดตามเถ้าแก่หลิ่วอยู่แล้ว
หลิ่วเจวี๋ยฝากกล่องของขวัญไว้ เขาทอดถอนใจมองมา ทางมั่วจือไหว คนคนนี้เกินคาดจริงๆ และยังโชคดีมากอีก ด้วย “คุณชายมั่ว เถ้าแก่ของเราเรียนเชิญคุณด้วยใจ”
เขามอบการแดเชิญให้มั่วจือไหวแล้วบอกลาก่อนจะ ออกไป
ภายในห้องทํางาน คนอื่นๆ ต่างมองหน้ากัน หลังจากนั้น ไม่นานผู้นําตระกูลมั่วก็ถามขึ้นมาว่า “จือไหว แกไปรู้จักเถ้า แก่หลิ่วได้ยังไง? หลิ่วเจวี๋ยนั่นเป็นลูกน้องคนสนิทของเถ้าแก่ หลิ่ว”
มั่วจือไหวส่ายหน้า
เขาเพียงมองไปที่แผ่นหลังหลิ่วเจวี๋ย
พลางครุ่นคิด
จนกระทั่งผู้นําตระกูลมั่วไปแล้ว บรรณาธิการเสิ่นจึงมอง มาที่มั่วจือไหว “คุณชายมั่ว คุณหลิ่วเจวี๋ยนั่น…”
มั่วจือไหวมองบรรณาธิการเสิ่นอย่างเงียบๆ “ผมจําเขา ได้ เขาเคยวิ่งเต้นส่งของมาที่บริษัท เหมือนจะเป็นวันที่ 14 เดือนมิถุนา” บรรณาธิการเสิ่นใจเต้นแรง นี่เป็นวันที่ตะเกียงวิเศษเซ็น สัญญา เขาก้มหน้าดูข้อความที่ตะเกียงวิเศษเคยส่งมา—— (ท่านเทพ เอกสารสัญญาครั้งนั้นส่งมายังไง?) อีกฝุายตอบกลับภายในเวลาไม่กี่วินาที—— (ไม่ได้ส่งไปรษณียแ ให้คนไปส่งที่สํานักงานของพวกคุณ) มั่วจือไหวก็เห็นข้อความนี้เช่นกัน เขากับบรรณาธิการเสิ่นสบตากัน ต่างฝุายต่างเห็น สายตา ‘บ้าชิบ’ ของอีกฝุายอย่างชัดเจน
ให้ลูกน้องมือขวาของเถ้าแก่หลิ่วมาส่งของ…
หลังจากผ่านไปนานสักพัก มั่วจือไหวก็มองบรรณาธิการ เสิ่น “ผมอยากไปเยี่ยมเยียนท่านเทพตะเกียงวิเศษเสียหน่อย คุณช่วยผมคุยได้ไหม?”
บรรณาธิการเสิ่นผงกหัว “ผมจะลองถามดู”
**
ทางฝใ่งตระกูลมู่
ทันทีที่พ่อบ้านมู่ตื่นแต่เช้าก็ได้รับรู้เรื่องราวที่มู่จื่อหนิง และตระกูลมั่วประสบมาทั้งหมด
มู่จื่อหนิงเป็นจุดสนใจมาโดยตลอด จึงปิดเรื่องบนเวยปอ ไม่มิดและยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้เป็นข่าวดังมาก
ในเซี่ยงไฮ้มีสุภาพสตรีที่มีชื่อเสียงเพียงไม่กี่คน โดยเฉพาะตระกูลหลิ่วรุ่นที่หนึ่งไม่มีผู้หญิงเลย แม้มู่จื่อหนิง จะเป็นสุภาพสตรีอันดับหนึ่งในเซี่ยงไฮ้มาก่อน แต่เมื่อเทียบ กับเฉิงเวินหรูหรือฉินหร่านแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นภูมิ หลังหรือความสามารถก็ราวกับถูกลากออกมาตบหน้ากลางที่ สาธารณะ
หลังจากพ่อบ้านมู่สืบต้นสายปลายเหตุเรียบร้อยแล้ว เขา ก็ไปปรึกษานายท่านมู่และพวกนักวางแผนคนอื่นๆ ด้วย อาการตื่นตกใจ
พวกเขาต่างมองหน้ากัน ซึ่งจะเห็นได้ถึงความตื่น ตระหนกในแววตาของอีกฝุาย
ทุกคนล้วนนึกถึงคําเตือนของมู่หนานก่อนหน้านี้โดยไม่มี ข้อยกเว้น
“นายท่าน แม้แต่ตระกูลมั่วก็โดนหางเลขไปด้วย ตระกูล เหล่านั้นในเมืองหลวงล่วงเกินไม่ได้เลยจริงๆ ว่าแต่… คุณชายมู่หนานรู้ได้ยังไงว่าเรื่องนี้เป็นแผนของตระกูลฉิน…” นักวางแผนพูดเสียงอ่อย
เขายังคงหวาดผวาอยู่ในใจกับข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน โชคดีที่เขาฟใงคําพูดของพ่อบ้านมู่ จึงไม่ได้เข้าไปร่วมวงด้วย ในตอนที่บริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแมีกระแส ตระกูลฉินจึงไม่ได้ นับตระกูลมู่เข้าไปด้วย ไม่อย่างนั้น…
พ่อบ้านมู่ก็กระสับกระส่ายทั้งคืน หลังจากนั้นไม่นานก็ พูดขึ้นมาว่า “แล้วทางคุณหนูจื่อหนิง…”
คนในห้องไม่พูดอะไร เพียงมองหน้ากัน
เป็นการยากที่มู่จื่อหนิงจะอยู่ในวงการการแตูนต่อไป เธอ ยังไปล่วงเกินมั่วจือไหวและคุณใหญ่ตระกูลฉินท่านนั้นอีก ด้วย
สถานะเธอในเซี่ยงไฮ้ส่วนใหญ่เป็นเพราะคุณชายสาม ตระกูลมั่ว
ตระกูลมั่วยังสู้ตระกูลหลิ่วไม่ได้ แต่ก็ถือว่าเป็นเจ้าพ่อใน เซี่ยงไฮ้ ไม่ใช่ตระกูลที่ตระกูลมู่จะเทียบได้
ความได้เปรียบก่อนหน้านี้หมดเกลี้ยงไปหมดแล้ว เวลานี้ ยังมีการปรากฏตัวที่ยอดเยี่ยมของมู่หนาน เกรงว่าคนส่วน ใหญ่ในตระกูลมู่จะหวั่นใจเข้าแล้ว
นายท่านมู่ส่ายหน้า เขาได้สั่งให้คนไปเตือนสติมู่จื่อหนิง แล้ว ตอนนี้คงได้แต่บอกว่ามู่จื่อหนิงได้รับผลกรรมที่ตัวเองก่อ ไว้แล้ว เขาสูดหายใจแล้วพูดว่า “พ่อบ้าน คุณถามเสี่ยวหนาน
หรือยัง งานเลี้ยงวันเกิดฉันให้ลูกพี่ลูกน้องของเขาและแม่ของ เขามาที่บ้านตระกูลมู่ด้วย…ช่างเถอะ ถามเขาก็ไม่มีประโยชนแ ไปหาลูกพี่ลูกน้องเขาโดยตรงดีกว่า”
ตอนนี้มู่หนานมีท่าทีแข็งข้อ
คุยกับลูกพี่ลูกน้องเขาจึงเป็นเรื่องง่ายที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาทดลองขวดนั้นของลูกพี่ลูกน้อง เขา นายท่านมู่รู้สึกละอายแก่ใจอยู่เสมอ เขาเอาแต่คิดว่าจะ ให้ของขวัญอะไรเป็นการตอบแทน
“ครับ” พ่อบ้านมู่พยักหน้า สองวันที่ผ่านมาเขาพอจะรู้ แล้วว่าหนิงเวยกับมู่หนานดูเหมือนจะไว้เนื้อเชื่อใจ ลูกพี่ลูกน้องคนนั้น “ผมจะลองติดต่อคุณเฉิงมู่ท่านนั้นดูครับ ไม่รู้ว่าเธอพักที่ไหน…”
เรื่องนี้ควรกระทําการอย่างรอบคอบ พ่อบ้านมู่คิดว่าไป เรียนเชิญถึงหน้าประตูด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า
ขณะที่พวกเขากําลังคุยกันอยู่นั้น นอกห้องหนังสือก็มี ร่างหนึ่งจากไปอย่างเงียบๆ
ห้องมู่จื่อหนิง
เมื่อได้ยินลูกน้องคนสนิทรายงานบทสนทนาพวกนั้น สายตามู่จื่อหนิงก็แน่นิ่งไป “มู่หนาน…ฉันเข้าใจแล้ว เขา กลับมาคราวนี้ต้องมีเจตนาไม่ดีแน่ๆ!”
ดวงตามู่จงซีเข้มขึ้น เขาถือบุหรี่ด้วยแววตามืดมน หลังจากนั้นไม่นานก็พูดขึ้นมาว่า “จื่อหนิง จะปล่อยมู่หนาน ไปไม่ได้แล้วนะ พ่อยังอยู่ทั้งคน แต่เขายังไปประจบมู่หนาน ไม่รู้ว่ายังเห็นพวกเราอยู่ในสายตาไหม ? !”
มู่จื่อหนิงไม่ได้พูดในทันที
ที่เอ็กซแตรีมคอมิกสแ เธอจะต้องมีปใญหากับมั่วจือไหวแน่ๆ เมื่อไม่มีชื่อเสียงของตระกูลมั่ว ต่อไปสถานะเธอในตระกูลมู่ ย่อมไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะที่มู่จงซีบอกว่าช่วงนี้มีหลายคน ให้ความสําคัญกับมู่หนาน พินัยกรรมของนายท่านมู่…
ในที่สุดมู่จื่อหนิงก็เงยหน้าขึ้น “พ่อ ลงมือซะ”
ในแง่ของความโหดเหี้ยมและกลอุบาย มู่จื่อหนิงก็ไม่ ต่างกัน มิฉะนั้นเธอคงไม่มาถึงตําแหน่งนี้มาจนถึงทุกวันนี้ได้
**
พ่อบ้านมู่ติดต่อเฉิงมู่เป็นการด่วน เฉิงมู่ถามฉินหร่าน เสร็จก็ส่งที่อยู่ให้พ่อบ้านมู่
พ่อบ้านมู่ได้ที่อยู่มาก็ตกใจไปพักหนึ่ง คนที่อาศัยอยู่ใน สถานที่แห่งนี้ต้องเป็นคนที่รวยอภิมหารวย
แต่พอนึกถึงยาทดลองที่เธอเอามาแล้ว เขาก็ไม่ได้แปลก ใจอะไร
นายท่านมู่ยังปุวยอยู่ เขาจึงสั่งการให้พ่อบ้านมู่ไปเชิญ ลูกพี่ลูกน้องมู่หนาน
พ่อบ้านมู่รับปาก หลังจากแต่งตัวเสร็จก็ถือการแดเชิญที่ นายท่านมู่เขียนไปหาฉินหร่านด้วยตัวเอง
คนขับรถขับพาพ่อบ้านมู่มาส่ง พอถึงที่หมายก็มองไปยัง ตึกสูงระฟูา อดสูดหายใจไม่ได้ “ลูกพี่ลูกน้องคุณชายไม่ ธรรมดาจริงๆ”
เรื่องลูกพี่ลูกน้องของมู่หนาน ที่ฝี่งตระกูลมู่มีคนรู้ไม่กี่คน
พ่อบ้านมู่จึงปรายตามองคนขับรถด้วยความสงสัย “นาย รู้ได้ยังไง?”
คนขับรถพูดอย่างลึกลับ “คราวที่แล้วคุณชายมู่หนานไป หาลูกพี่ลูกน้องเขาน่ะครับ ไปคฤหาสนแส่วนตัวที่ถนนสาย ตะวันตก ที่นั่นเป็นฐานที่มั่นที่กองทัพประจําการอยู่”
เขาหมายถึงคฤหาสนแของกู้ซีฉือ มีแค่เงินยังพักที่นั่นไม่ได้
พอได้ยินประโยคนี้ พ่อบ้านมู่ก็ตกใจอย่างเห็นได้ชัด
เขานั่งใจลอยมาตลอดทาง ถือการแดเชิญไปที่ปูายหน้า ประตูหมายเลข1201ที่เฉิงมู่ให้ไว้ จัดแจงเสื้อผ้าเรียบร้อยดี แล้วก็ยื่นมือกดกระดิ่ง
เพิ่งส่งเสียงได้ครั้งเดียว ประตูก็เปิดออก
คนที่เปิดประตูไม่ใช่เฉิงมู่ที่พ่อบ้านมู่รู้จัก แต่เป็นชาย หนุ่มหน้าตาคมคายรูปงามคนหนึ่ง
เจ้าของใบหน้านี้พ่อบ้านมู่ก็รู้จัก เขาถึงกับตะลึงงัน จากนั้นก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว พูดด้วยความตกใจ “ประ
ประทานโทษครับ ค..คุณชายมั่ว ผมขึ้นผิดชั้นแล้ว ผมจะไป ชั้น12” ทันทีที่เขาพูดจบ เฉิงมู่ก็โผล่หัวออกมาจากด้านหลัง มั่วจือไหว “พ่อบ้านมู่ มาเร็วจัง? เข้ามาสิครับ” มั่วจือไหวก็เอียงตัวให้อย่างสุภาพ “เชิญเข้ามาครับ” พ่อบ้านมู่นิ่งไปไม่ขยับเขยื้อน