เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 633 ภาคการแตูนแหงชาติ 33 ความลับ เปิดเผย คุณชายเจวี้ยนเดือด
- Home
- เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
- ตอนที่ 633 ภาคการแตูนแหงชาติ 33 ความลับ เปิดเผย คุณชายเจวี้ยนเดือด
หนึ่งนาทีต่อมา พ่อบ้านมู่ก็เข้ามาในบ้าน
มั่วจือไหวที่อยู่ข้างๆ ยังทักทายเขาอย่างสุภาพ พ่อบ้านมู่ แอบช็อกในใจแต่กลับไม่ได้พูดไปตามอารมณแ แค่คุยกับมั่วจือ ไหวด้วยความระมัดระวัง
ไม่จําเป็นต้องพูดถึงตระกูลหลิ่วหรือตระกูลมั่วที่เป็น สัญลักษณแของเมืองเซี่ยงไฮ้ แม้จะไม่มีการสืบทอดยาวนาน เท่าสี่ตระกูลหลักแห่งเมืองหลวง แต่สถานะในเซี่ยงไฮ้ก็เทียบ ได้กับสี่ตระกูลหลักแห่งเมืองหลวง
รากฐานเดิมของตระกูลมู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนก็ยังเทียบ ไม่ได้กับตระกูลมั่ว พวกเขายังถือว่าเป็นตระกูลระดับกลางที่
ยังเทียบกับตระกูลชนชั้นสูงอย่างพวกตระกูลมั่วไม่ได้เลยด้วย ซ้ํา
เหตุผลที่มู่จื่อหนิงมีชื่อเสียงในตระกูลมู่และในเซี่ยงไฮ้ได้ นั้น ไม่ได้เป็นเพียงเพราะเธอเป็นนักเขียนการแตูนเท่านั้น แต่ ยังเป็นเพราะเธอสนิทสนมกับคุณชายสามตระกูลมั่วอีกด้วย
ดังนั้นเมื่อเห็นมั่วจือไหวอยู่ที่นี่กับฉินหร่านและอีกฝุายยัง ทักทายเขาอย่างสุภาพแบบนี้
พ่อบ้านมู่จึงอดนึกถึงตอนที่พบฉินหร่านที่เซี่ยงไฮ้เป็น ครั้งแรกไม่ได้ เขาให้คนขับรถไปส่งฉินหร่านแต่ฉินหร่าน ปฏิเสธ โดยบอกว่ามีคนรู้จักในเซี่ยงไฮ้ คนรู้จักที่เธอ หมายถึง…
ก็คือคุณชายสามตระกูลมั่ว?
ขณะที่พ่อบ้านมู่ยังคงขบคิดอยู่ในหัว เฉิงมู่ก็ยื่นถ้วยน้ํา ชาให้เขา
“ทั้งสองท่านนั่งรอไปก่อนนะครับ คุณนายกําลังคุยกับ คุณหม่าอยู่ รบกวนรอสักครู่” เฉิงมู่ส่งน้ําชาสองถ้วยให้ พ่อบ้านมู่และมั่วจือไหว จากนั้นก็หยิบโทรศัพทแที่เพิ่งวางเล่น เกมต่อ
คุณหม่า?
มั่วจือไหวกับพ่อบ้านมู่ไม่เคยได้ยินชื่อคุณหม่ามาก่อน เพียงแค่มองตามสายตาเฉิงมู่ไปที่ระเบียง
ฉินหร่านหันหลังให้พวกเขา เธอกําลังถือโทรศัพทแคุยอยู่ ไม่ได้ยินเสียงและมองไม่เห็นอารมณแที่แสดงออกมา
ทั้งสองก็ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นอีก แค่นั่งถือถ้วยชาอย่าง ระมัดระวัง พ่อบ้านมู่ไม่กล้านั่งเคียงมั่วจือไหว เขาจึงนั่งฝใ่ง ตรงข้ามเฉิงมู่
มั่วจือไหวอยู่ใกล้เฉิงมู่ เขาถนัดในการเข้าสังคมและรู้ว่า คนที่สามารถติดตามฉินหร่านได้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดา เขา จึงคุยกับเฉิงมู่
พ่อบ้านมู่ไม่ได้เข้าร่วมวงสนทนาด้วย แต่สายตาเขาถูก ดึงดูดด้วยเกมแฟนซีในโทรศัพทแของเฉิงมู่ “เกมที่คุณเล่นดูน่า สนุกดีนะครับ เป็นเกมอะไรเหรอ?”
มีตัวละครตัวจิ๋ว เป็นเกมจําพวกตะลุยด่าน ลายภาพ แปลกตา และดึงดูดใจพ่อบ้านมู่ได้มาก “เรียกว่าอะไรนะครับ ผมกลับไปจะได้ให้หลานสาวผมเล่นบ้าง”
พ่อบ้านมู่ดันแว่นสายตา
เฉิงมู่ส่ายหน้า เขาเหลือบมองพ่อบ้านมู่พร้อมกับอธิบาย “นี่เป็นเกมที่น้องชายคุณนายเขียน มันได้รับรางวัลพิเศษใน กลุ่มเยาวชนระดับนานาชาติ แต่เขาไม่ขายลิขสิทธิ์ ก็เลยไม่มี ในตลาด ถ้าคุณชอบเดี๋ยวเรามาเพิ่มวีแชทกันแล้วผมจะส่งให้ คุณ”
พ่อบ้านมู่หยิบโทรศัพทแออกมาด้วยท่าทางเกร็งๆ “…”
มั่วจือไหวไม่ได้แปลกใจ เขาหัวเราะและถามด้วยความ สงสัย “น้องชายคุณฉินอายุเท่าไหร่แล้ว?”
ด้วยความสามารถทางด้านไอที การที่น้องชายของเธอ เขียนเกมได้ยังถือว่าเป็นเรื่องปกติ
“ปีนี้น่าจะสิบสองมั้งครับ” เฉิงมู่ตอบไปส่งๆ
ฉินหลิงเรียนกับถังจวินที่ต่างประเทศอยู่ตลอด ช่วงสอง ปีที่ผ่านไม่ค่อยได้กลับประเทศ ฉินหลิงติดต่อกับเขาค่อนข้าง
บ่อยเพราะเขาเป็นผู้ติดตามฉินหร่าน แต่พักหลังๆ ฉินหลิง ติดต่อกับเขาน้อยมาก เหมือนกับกําลังยุ่งอยู่กับการอบรม ของถังจวิน
ส่วนรายละเอียดนั้น เฉิงมู่เองก็ไม่แน่ชัด
ขณะที่เฉิงมู่กําลังคิด ก็เห็นสายตาสองคู่กําลังจับจ้องมาที่ ตัวเอง เขาผงะไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น พบว่าพ่อบ้านมู่กับมั่วจือไหวมอง เขาตาไม่กะพริบ
“มีอะไรครับ?” เขาลูบหัวตัวเอง พ่อบ้านมู่ “…..” มั่วจือไหว “…..”
หลังจากนั้นไม่นานเฉิงมู่ก็นึกขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว สองคนนี้ น่าจะตกใจกับอายุฉินหลิง…
เขาเพิ่มวีแชทพ่อบ้านมู่และส่งเกมที่ฉินหลิงเขียนให้เขา
พ่อบ้านมู่อยู่บ้านฉินหร่านเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว พอเขา โน้มน้าวฉินหร่านให้ไปบ้านตระกูลมู่เสร็จก็ออกไป
ระหว่างทางกลับ เขานั่งในรถพลางทบทวนเรื่องราวใน ชีวิต เงียบขรึมจนคนขับรถอดมองเขาไม่ได้
เมื่อกลับมาถึงบ้านตระกูลมู่ก็บังเอิญเห็นนายท่านมู่กําลัง คุยกับมู่จื่อหนิงอยู่
ตั้งแต่เกิดเรื่องรูปแบบอํานวยการอ่านสี่มิติ มู่จื่อหนิงก็ ไม่ได้ทําตัวหยิ่งยโสเหมือนแต่ก่อน เธอเริ่มเป็นฝุายติดต่อกับ คนอื่น เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นผู้เขียนบทเรื่องดินแดนแห่ง
เทพ และยังมีความสัมพันธแกับมั่วเวิ่นแห่งท้องนภา คนส่วน ใหญ่ยังเห็นแก่หน้าเธอ
“ทางด้านคุณชายสามตระกูลมั่ว เธอไปขอโทษด้วย ความจริงใจ เขาน่าจะยกโทษให้เธอได้” นายท่านมู่ไอ เขาพูด กับมู่จื่อหนิงอย่างจริงจัง “นักธุรกิจย่อมเห็นผลประโยชนแมา ก่อน ส่วนเรื่องในโซเชียลแกก็เพลาๆ ลงบ้าง รอให้กระแสมัน ผ่านไปก็พอแล้ว ในมือเรายังมีโปรเจกตแทํายาโปรเจกตแใหญ่ ถึงตระกูลมั่วจะไม่สนก็ยังมีคนอื่นอีก”
“ตอนนี้คุณชายมั่วไม่ยอมพบหนู” มู่จื่อหนิงถอนหายใจ เธอเหลือบไปเห็นพ่อบ้านมู่ “พ่อบ้านมู่ คุณไปไหนมา?”
“เขาไปเชิญลูกพี่ลูกน้องเสี่ยวหนานมาที่บ้านน่ะ” นาย ท่านมู่ก็ส่งสายตามองไปทางพ่อบ้านมู่ “พ่อบ้านมู่ ลูกพี่ลูกน้องเขาตกลงไหม?”
เมื่อได้ยินที่ทั้งสองคุยกัน พ่อบ้านมู่ก็เงยหน้าขึ้น “เธอ…”
“คุณปูุ หนูยังมีนัดกับคุณสวี พวกคุณคุยกันไปก่อน” เมื่อได้ยินพวกเขาสองคนพูดถึงมู่หนานกับลูกพี่ลูกน้องของ เขา มู่จื่อหนิงก็หยิบกระเปาขึ้นมา เธอผงกหัวให้นายท่านมู่ แล้วเดินออกไป
ตอนนี้เธอยุ่งอยู่กับการรื้อฟื้นความสัมพันธแกับตระกูลมั่ว มองหาความสัมพันธแไปทั่วทุกที่จนหัวหมุน
สําหรับลูกพี่ลูกน้องมู่หนาน เธอไม่ได้สนใจ
คําพูดพ่อบ้านมู่หยุดอยู่ที่ริมฝีปากไปโดยธรรมชาติ
เขามองมู่จื่อหนิงจนกระทั่งเธอไปไม่เหลือเงาแล้วถึงจะ มองมาที่นายท่านมู่
“ลูกพี่ลูกน้องเขาไม่ตกลงเหรอ?” นายท่านมู่เห็นท่าที พ่อบ้านมู่ก็กังวลเล็กน้อย
“ไม่ใช่หรอกครับ เธอบอกว่าจะมา” พ่อบ้านมู่ส่ายหน้า เขามองนายท่านมู่พร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างเงียบๆ “ที่ผม อยากจะบอกเมื่อกี้ก็คือ ผมเจอคุณชายสามตระกูลมั่วที่บ้าน ลูกพี่ลูกน้องเขาครับ…”
“แค่ก แค่ก…” เมื่อได้ยินประโยคนี้ นายท่านมู่ที่กําลัง ดื่มน้ําอุ่นก็ทําเอาสําลัก
พ่อบ้านมู่อธิบายตั้งแต่ต้นจนจบ
นักวางแผนตระกูลมู่ที่ยืนอยู่อีกด้านได้ยินก็ตกใจมาก “ไม่รู้ว่าลูกพี่ลูกน้องคุณชายมู่หนานเป็นใคร แต่…คุณหนูจื่อห นิงกําลังติดต่อคุณชายมั่วไม่ใช่เหรอครับ…”
“เรื่องนี้พอแค่นี้” นายท่านมู่ส่ายหน้า เขากระแทกถ้วย ชาลงบนเก้าอี้ “อย่าพูดถึงเรื่องลูกพี่ลูกน้องเสี่ยวหนานอีก”
ที่เขาต้องการรื้อฟื้นความสัมพันธแกับมู่หนาน ไม่ได้ เพื่อให้เขากับลูกพี่ลูกน้องของเขารู้สึกว่าตระกูลมู่ของพวกเขา แสวงหาผลประโยชนแ
พ่อบ้านมู่กับนักวางแผนตระกูลมู่รู้ว่านายท่านกําลังคิด อะไรอยู่ พวกเขาสบตากัน วางตัวอย่างเหมาะสมโดยไม่พูด อะไรต่อ
**
อีกสองวันต่อมา
วันเกิดนายท่านมู่ ครั้งนี้ไม่ได้เป็นงานแซยิดอะไร เขาจึง ไม่ได้จัดใหญ่โต เพียงแค่เตรียมต้อนรับคนใกล้ชิดไม่กี่คนมาที่ บ้านตระกูลมู่
เวลาแปดโมงเช้า ลูกหลานตระกูลมู่ต่างก็มาสร้างความ โปรดปรานกันที่นี่
แม้กระทั่งมู่จื่อหนิงที่ยุ่งตลอดเวลากับมู่จงซีก็ไม่ได้ ออกไปไหน
นายท่านมู่แต่งตัวเป็นอย่างดี หลังจากรับคําอวยพรจาก ลูกหลานตระกูลมู่เสร็จก็มานั่งอยู่ที่สวนด้านล่าง เขาถาม พ่อบ้านมู่ “ทําไมเสี่ยวหนานยังไม่มาล่ะ?”
พ่อบ้านมู่ยืนอยู่ข้างๆ เขา คอยช่วยเขาชงชา “ช่วงนี้ คุณชายมู่หนานดูเหมือนจะยุ่งมาก ลูกพี่ลูกน้องของเขาก็ไม่มี ข่าวอะไรเลย”
นายท่านมู่ทอดถอนใจ “ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้กําลังยุ่งเรื่อง อะไรอยู่”
ขณะที่ทั้งสองกําลังพูดคุยกันอยู่ โทรศัพทแพ่อบ้านมู่ก็ส่ง เสียงดังขึ้น
เขาก้มหน้าดูก็พบว่าเป็นเบอรแโทรศัพทแไม่ทราบชื่อ มอง ครู่หนึ่งก็รับสาย
ทางฝใ่งนั้นพูดมาหนึ่งประโยค
เพล้ง——
ถ้วยชาในมือพ่อบ้านมู่หล่นลงพื้น สีหน้าเปลี่ยนไปมาก ร่างโงนเงนจนเกือบจะล้ม “อะไรนะ ? !”
“มีอะไร?” นายท่านมู่ใจกระเพื่อม รู้สึกลางสังหรณแไม่ดี
พ่อบ้านมู่ตัวสั่นเทา แม้แต่โทรศัพทแยังถือไม่นิ่ง เขาเพียง ใช้มือจับเก้าอี้ข้างๆ พยุงตัวพลางมองนายท่านมู่ด้วยความ ตกใจ “คุณ คุณชายมู่หนาน…”
เนื่องจากเขาตกใจมากไป จึงพูดไม่ออกแม้แต่ประโยค เดียว
“มู่หนานเป็นอะไร ? !” หัวใจนายท่านมู่ปใ่นปุวน
พ่อบ้านมู่หน้าซีดเผือด “คุณชายมู่หนานเขา…ถูก ถูก ลักพาตัวไปแล้ว…คนลักพาตัวเพิ่งโทรมาเมื่อกี้ ต้องการเงินห้า สิบล้าน…”
เงินจํานวนห้าสิบล้านไม่ใช่เรื่องยากสําหรับตระกูลมู่ แต่ การจะเอาเงินทุนหมุนเวียนออกมากลับไม่ใช่เรื่องง่าย
นายท่านมู่เอามันออกมาได้ ความวิตกกังวลสะเทือน มาถึงหัวใจ เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าปิดปากและไออยู่หลายครั้ง พลันนึกถึงมู่จงหยวนลูกชายที่โดดเด่นที่สุดของเขาเมื่อสิบ กว่าปีที่แล้ว เขาพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “ไป! ไป เตรียมการ! ไปธนาคาร!”
เงินทุนหมุนเวียนเอามาได้ยาก แต่เงินกู้จากธนาคารเป็น เรื่องง่าย
ทรัพยแสินส่วนตัวภายใต้ชื่อนายท่านมู่มีจํานวนไม่น้อย เขานํามาค้ําประกันเอาเงินห้าสิบล้านได้
เพื่อที่จะรวบรวมเงินจํานวนห้าสิบล้านให้ได้เร็วที่สุด เขา ถึงกับเปิดตู้เซฟ ติดต่อธนาคารและแจ้งตํารวจ…
นายท่านมู่ไม่กล้าเอาทายาทเพียงคนเดียวของมู่จงหยวน มาเดิมพัน เขาถึงขนาดไม่กล้าบอกเรื่องนี้ให้คนรู้มาก จนเกินไป
เงินจํานวนห้าสิบล้านถูกรวบรวมอย่างรวดเร็วและถูก นําส่งออกไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา โทรศัพทแพ่อบ้านมู่ก็ได้รับมาหนึ่ง ข้อความ เป็นสถานที่ก่อสร้างที่ถูกทิ้งร้างไว้
เนื่องจากเป็นช่วงการประชุมสุดยอด ในเซี่ยงไฮ้จึงรถติด ระหว่างที่นายท่านมู่กับพวกพ่อบ้านมู่กุลีกุจอออกไป อีกสอง ชั่วโมงต่อมาก็เป็นเวลาบ่ายสองโมงแล้ว
ที่นั่นมีมู่หนานคนเดียว ไม่เจอหนิงเวย แต่สภาพมู่หนาน ดูไม่ค่อยดีนัก เขาพิงกับกําแพงโดยที่ในมือยังกุมแฟลชไดรฟ เห็นสีหน้าไม่ค่อยชัด
สวมเสื้อเชิ้ตสีดํา เห็นเพียงรอยเลือดที่ไหลไปตามนิ้วมือ
วินาทีที่เจอเขา ร่างกายนายท่านมู่ที่พยายามยื้อมาตลอด ทางกลับหน้ามืดในที่สุด เขาล้มลงไปทันที
มู่หนานก็พยายามยืนหยัด
เขาเช็ดเลือดตรงมุมปากแล้วยื่นแฟลชไดรฟให้พ่อบ้านมู่ “ให้ตํารวจ และยังมี…แม่ผม…ไปหาพี่สาวผม”
เขาฝืนพูดจนถึงประโยคสุดท้าย จากนั้นก็ทรุดตัวลงบน พื้น
ตระกูลมู่ตกอยู่ในความวุ่นวาย!
“โรงพยาบาล!” พ่อบ้านมู่สงบสติอารมณแ “พานายท่าน กับคุณชายไปส่งโรงพยาบาล!”
**
โรงพยาบาล
พ่อบ้านมู่เดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ในห้องฉุกเฉิน มีมู่หนานกับนายท่านมู่อยู่
มู่จงซีที่อยู่ถัดไปออกมาจากบ้านอย่างเร่งรีบ เขาทําหน้า ร้อนใจและไม่ได้แสดงความผิดปกติผ่านทางสีหน้า “พ่อ บ้านมู่ พวกคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง? ทําไมออกไปไม่นานก็เข้า โรงพยาบาลแล้วล่ะ ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
พ่อบ้านมู่มองโทรศัพทแ พูดเสียงฝืดเคือง “คุณชายมู่ หนานถูกลักพาตัว ส่วนคุณนายหนิงก็หายตัวไป…”
“แจ้งตํารวจหรือยัง?” ดวงตามู่จงซีมีแสงกะพริบ
พ่อบ้านมู่ไม่ทันได้สังเกตแววตามู่จงซี เขาพิงกําแพงแล้ว ทรุดตัวลงบนพื้น “ไม่ แจ้งตํารวจไม่ได้ เราให้เงินไปแล้วห้า สิบล้าน…”
ตระกูลมู่ก็มีเส้นสายและเส้นสายในเซี่ยงไฮ้ก็ไม่ได้ อ่อนแอ แต่ยังไม่พบข่าวที่เกี่ยวข้องกับคนที่ลักพาตัวไปเลย
เขาได้ติดต่อกับคนรู้จักแล้ว แต่ก็ยังสืบไม่เจอแม้แต่กล้อง วงจรปิด
สถานการณแประเภทนี้แสดงให้เห็นว่าคนที่ลักพาตัวไป… มีคนคอยหนุนหลัง
พ่อบ้านมู่ไม่กล้าแจ้งตํารวจจริงๆ เพราะกลัวว่าคนลักพา ตัวจะโมโห
ตอนนี้ในหัวพ่อบ้านมู่ยุ่งเหยิงไปหมด เพียงแต่เขานึกถึง คําพูดของมู่หนานได้จึงรีบควักโทรศัพทแโทรหาลูกพี่ลูกน้องมู่ หนาน
ขณะกําลังจะต่อสาย โทรศัพทแก็ดังขึ้น
เป็นเบอรแของเฉิงมู่ผู้ติดตามฉินหร่าน เขาจึงรับสาย ในทันที
“พ่อบ้านมู่” ปลายสายคือเฉิงมู่ “พวกคุณอยู่ไหน คนรับ ใช้บอกว่าพวกคุณไม่อยู่บ้าน?”
พ่อบ้านมู่กําลังจะพูด ในขณะเดียวกันประตูห้องฉุกเฉินก็ เปิดออก
มีพยาบาลคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน เธอดึงผ้าปิด จมูกลงแล้วพูดด้วยน้ําเสียงเคร่งเครียด “ขอโทษนะคะ ระบบ ในร่างกายของผู้ปุวยหยุดทํางานโดยไม่ทราบสาเหตุ เราจะ จัดเตรียมรถฉุกเฉินไปเมืองหลวง โรงพยาบาลแห่งที่หนึ่งใน เมืองหลวงน่าจะมีหนทางรักษา พวกคุณควรรีบตัดสินใจกัน หน่อย”
พยาบาลพูดเสียงไม่เบามาก เฉิงมู่ที่อยู่ปลายสายก็ได้ยิน แล้ว
เขาพิงอยู่ริมประตูรถพลางมองไปที่คฤหาสนแตระกูลมู่ ท่าทางเครียดเกร็งไปทั้งตัว “พ่อบ้านมู่ ระบบร่างกายหยุด ทํางาน?”
โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยSไม่กล้ารับมู่หนาน
พ่อบ้านมู่แทบจะล้มทั้งยืน โรงพยาบาลในเครือ มหาวิทยาลัยSเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในเซี่ยงไฮ้ แม้แต่ โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยSยังไม่กล้ารักษา…
เลือดในกายพ่อบ้านมู่เย็นเฉียบ “เราอยู่ที่โรงพยาบาลใน เครือมหาวิทยาลัยS คุณ คุณชายมู่หนานเขา…”
ปลายสาย เฉิงมู่มีสีหน้าเปลี่ยนไป ในหัวของเขาเหมือนมี เสียงฟูาร้องดังขึ้นมา เขายืนขึ้นทันทีพลางเหลือบมองฉินห ร่านที่กําลังนั่งอยู่ในรถก่อนเป็นอันดับแรก ฉินหร่านกําลัง หลับตานั่งพิงประตูอยู่ในรถ
เฉิงมู่พูดเสียงเบาโดยไม่รู้ตัว พูดด้วยน้ําเสียงเคร่งเครียด “พ่อบ้านมู่ เอาโทรศัพทแให้หมอ”
อาจเป็นเพราะน้ําเสียงเฉิงมู่มีพลังไปหน่อย พ่อบ้านมู่จึง รู้สึกตัวและนําโทรศัพทแให้พยาบาล
พยาบาลเพิ่งได้โทรศัพทแมาก็ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่ง “ส่งรายงานให้ผม”
พยาบาลตกตะลึง จากนั้นก็ส่งรายงานอาการปุวยให้เขา
ในขณะเดียวกัน
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการประชุมสุดยอดที่เซี่ยงไฮ้ ระหว่างที่เฉิงเจวี้ยนกําลังพูดคุยกับคนกลุ่มหนึ่งอยู่นั้น โทรศัพทแก็ดังขึ้น
เขาก้มหน้าดู ใบหน้าสุขุมเยือกเย็นเปลี่ยนไปในทันใด
“ขอโทษนะครับ ผมมีธุระนิดหน่อย” เขาพูดกับคน เหล่านั้นแล้วเดินออกไป
พอออกประตูมาก็รีบขับรถตรงไปที่โรงพยาบาล สวมหู ฟใงพร้อมกับต่อสายหาเฉิงถู่ น้ําเสียงแน่นิ่งจนน่ากลัว “อยู่ ไหน?”