เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 634 ภาคการแตูนแหงชาติ 34 ลูกพี่เดือดจัด
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” เถ้าแก่หลิ่วกําลังต้อนรับแขก คนอื่นๆ อยู่ หลังจากหลิ่วเจวี๋ยไปส่งเฉิงเจวี้ยนออกไป เขาก็ ยืนกระซิบอยู่ข้างเถ้าแก่หลิ่ว “เหมือนผมจะได้ยินมาว่า คุณชายเจวี้ยนเขาจะไปหา…คุณเฉิงถู่ท่านนั้น”
เฉิงถู่มาเพื่อเจรจาแนวทางความร่วมมือ ก่อนหน้านี้ ตระกูลหลิ่วแค่เคยได้ยินชื่อเสียงตระกูลเฉิงเท่านั้น ไม่รู้ว่า ตระกูลเฉิงทําธุรกิจอะไร
เมื่อเร็วๆ นี้ได้ติดต่อกับพวกเฉิงมู่และเคนเนธ เขาถึงได้ พบว่าตระกูลเฉิงไม่ได้มีอํานาจเพียงแค่แทรกซึมไปยัง ต่างประเทศธรรมดาๆ เท่านั้น
โดยเฉพาะเฉิงถู่ที่ค่อนข้างสนิทสนมกับเคนเนธ
เมื่อได้ยินหลิ่วเจวี๋ยพูดถึงเฉิงถู่ เถ้าแก่หลิ่วก็ตกใจ เขายิ้ม และพูดคุยกับหุ้นส่วนทางธุรกิจระหว่างประเทศเกี่ยวกับ เส้นทางเศรษฐกิจก่อนจะเอียงหน้ากระซิบเบาๆ “นายไปสืบ ดูหน่อย ติดต่อเฉิงถู่”
“ครับ” หลิ่วเจวี๋ยพยักหน้า เขาก็คิดแบบนี้เหมือนกัน
หลังจากรู้ยอดภูเขาน้ําแข็งของเฉิงเจวี้ยนแล้ว กลุ่มคน ตระกูลหลิ่วต่างก็ค้นพบว่าพวกเฉิงเจวี้ยนอยู่ในเซี่ยงไฮ้น่า เกรงขามไม่น้อยไปกว่าเคนเนธเลย
ด้านนอก
เฉิงเจวี้ยนรีบขับรถไปยังโรงพยาบาล
โทรศัพทแวางพิงกับพวงมาลัยโดยมีเสียงของกู้ซีฉืออยู่ใน นั้น เขาดูเสียอาการไปเล็กน้อย “พี่บอกผมอีกทีซิ รายงานนี้ เป็นของใคร?”
“มู่หนาน” เฉิงเจวี้ยนเลี้ยวรถและขับด้วยความเร็วสูง
“บ้าชิบ…ครอบครัวเธอนี่ เยี่ยม” กู้ซีฉือถือกุญแจเดินไป ที่โรงจอดรถ หลังจากนั้นสักพักก็พูดว่า “มีคนปกติโผล่มาบ้าง ไม่ได้เลยหรือไง?”
คนที่เขารู้จักก็มีฉินหร่านที่เป็นบ้า ฉินหลิงที่ไม่ปกติ ส่วน คนสุดท้ายมู่หนาน ถึงเขาจะเป็นคนเงียบๆ แต่กู้ซีฉือก็รู้สึกว่า เจ้าเด็กเนิรแดคนนี้ปกติกว่าพวกฉินหร่านมาก
ตอนนี้ดูแล้ว… เขาคงคิดไปเอง แต่ละคนทั้งโหดทั้งไม่กลัวตาย เฉิงเจวี้ยนไม่พูดอะไร
**
โรงพยาบาล
ผู้ดูแลคนอื่นๆ ในตระกูลมู่พากันทยอยมาที่โรงพยาบาล เพราะถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับนายท่านมู่
ทางตํารวจกําลังบันทึกคําให้การจากพ่อบ้านมู่ “เรา ตรวจสอบข่าวจากโรงงานร้างไม่ได้เลย ส่วนเบอรแโทรศัพทแผม กําลังให้เจ้าหน้าที่ทางเทคนิคตรวจสอบอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ครับ พวกเราจะพยายามค้นหาตัวอย่างสุดความสามารถ พวกคุณสามารถติดต่อกับเราได้ทุกเมื่อ”
เขาถือแฟลชไดรฟที่พ่อบ้านมู่มอบให้ จากนั้นก็ยื่นให้ เจ้าหน้าที่ตํารวจที่อยู่ข้างๆ พร้อมกับพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ให้เจ้าหน้าที่ทางเทคนิคตรวจสอบให้เร็วที่สุด”
มือทั้งสองข้างของพ่อบ้านมู่ยังสั่นระริก
มู่จงซีเดินมาสอบถามเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่กี่คําก่อนจะ มองมาทางพ่อบ้านมู่ “พ่อบ้านมู่ ต้องส่งตัวเสี่ยวหนานไป เมืองหลวงไม่ใช่เหรอ? เราลงไปทําเรื่องกันก่อนดีกว่า แผนก ผู้ปุวยในที่เมืองหลวงคนเยอะตลอด ไม่แน่ว่าจะได้เตียงใน ระยะเวลาสั้นๆ นี้”
นักวางแผนตระกูลมู่ก็ทําหน้าเงียบขรึม ร้อนอกร้อนใจ “จริงด้วยสิ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?”
“ใช่แล้ว ทําเรื่อง…” พ่อบ้านมู่มือสั่นระริก เขาหันไปหา พยาบาลคนเมื่อสักครู่นี้ พบว่าพยาบาลไม่อยู่แล้ว ห้องฉุกเฉิน ก็ยังไม่เปิดประตู
และที่สําคัญก็คือ โรงพยาบาลเมืองหลวงจะรับตัวมู่ หนานหรือไม่?
พ่อบ้านมู่สูดหายใจเข้าลึกๆ ถึงอย่างไรเขาก็ดูแล ตระกูลมู่มาหลายสิบปี ช่วงเวลานี้เขายังต้องเตรียมการทุก อย่างให้พร้อม เขาเดินตรงไปที่ลิฟตแเพื่อลงไปสอบถามการทํา เรื่องส่งตัวมู่หนานที่แผนกต้อนรับข้างล่าง
นักวางแผนตระกูลมู่ก็ไปกับเขาด้วย มู่จงซียืนอยู่ที่เดิม เขาหรี่ตามองพวกพ่อบ้านมู่อยู่นานก่อนจะขึ้นไปข้างบน
ชั้นล่าง
พ่อบ้านมู่หาคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้แล้ว พยาบาล สอบถามเพื่อทําการบันทึกอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าระบบ ร่างกายมู่หนานหยุดทํางานโดยไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาล จึงติดต่อกับทางเมืองหลวง ทางเมืองหลวงดําเนินการด้วย ความรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญแผนกอายุรกรรมและโรคติดเชื้อ อ่านเนื้อหาเสร็จแล้วก็รายงานตอบกลับมา
“ทางโรงพยาบาลเมืองหลวงก็ไม่มีหนทางรักษาค่ะ” หลังจากพยาบาลได้รับการตอบกลับในคอมพิวเตอรแ เธอก็ดู อายุของมู่หนานจากข้อมูลข้างต้นและมองหน้าพ่อบ้านมู่ อย่างอดไม่ได้
พ่อบ้านมู่หัวระเบิดในท้ายที่สุด
นักวางแผนตระกูลมู่ประคองเขาไปห้องฉุกเฉิน
นอกห้องฉุกเฉิน มู่จื่อหนิงก็ตามมาถึงแล้ว
มู่จงซีอธิบายเรื่องโรงพยาบาลเมืองหลวงให้เธอฟใง
มู่จื่อหนิงฟใงจบก็มองสภาพพ่อบ้านมู่ นิ่งไปพักหนึ่งก่อน จะพูดว่า “พ่อบ้านมู่ ยังไงก็ลองดูหน่อย ฉันจะช่วยคุณติดต่อ กับผู้อํานวยการเห่าเอง”
ขณะที่พูดก็หยิบโทรศัพทแออกมาเตรียมจะโทรหา ผู้อํานวยการเห่า
โทรศัพทแยังไม่ทันต่อสาย ประตูลิฟตแที่อยู่ไม่ไกลก็เปิด ออก
มีแพทยแและพยาบาลหลายคนในชุดขาวยืนอยู่ข้างใน หัวหน้าทีมคือผู้อํานวยการเห่าที่มู่จื่อหนิงกําลังติดต่อ
พวกเขาเดินกรูออกมา แต่ละคนเดินตัวปลิวด้วย ความเร็ว
ในขณะเดียวกัน ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก แพทยแและ พยาบาลสองคนด้านในเข็นเตียงมู่หนานออกมา ผู้อํานวยการ เห่าเหลือบมองเครื่องมือการแพทยแที่หยด “ติ๋ง ติ๋ง” อยู่ข้างมู่ หนานพลางโบกมือ “เข็นไปยอดตึก เฮลิคอปเตอรแพร้อมแล้ว เปิดเส้นชีวิต”
แพทยแและพยาบาลดําเนินการอย่างเป็นระบบ
คนตระกูลมู่ยังไม่ทันได้สติ มู่หนานก็ถูกเข็นไปที่ประตู ลิฟตแแล้ว แพทยแหลายท่านก็อ่านรายงานอาการปุวยไปด้วย พร้อมทั้งหารือกันไปด้วย แพทยแเหล่านี้อายุค่อนข้างมาก โดยเฉพาะปูายที่แขวนอยู่ตรงหน้าอก หัวหน้าแพทยแแผนกโรคติดเชื้อ หัวหน้าแพทยแแผนกโรคหัวใจ หัวหน้าแพทยแแผนกโลหิตวิทยา ……
วันนี้บังเอิญว่าเป็นวันหยุด นอกจากผู้อํานวยการเห่า แล้ว หัวหน้าแพทยแคนอื่นๆ ก็มาที่นี่เป็นการด่วน
บรรดาแพทยแและพยาบาลของโรงพยาบาลมีโอกาสน้อย มากที่จะได้พบหัวหน้าแพทยแเฉพาะทางที่มีชื่อเสียงมากมาย ขนาดนี้ในคราวเดียวกันนอกเหนือจากการประชุม
มู่จงซีอ้าปากพะงาบ เขาหันมามองพ่อบ้านมู่ “พ่อบ้านมู่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เปิดเส้นชีวิต? ไหนบอกว่าโรงพยาบาลที่ เมืองหลวงก็รักษาไม่ได้…”
พ่อบ้านมู่ที่มือไม้อ่อนเพิ่งมารู้สึกตัวเอาจนตอนนี้ เขา มองอย่างงุนงง
“พ่อบ้านมู่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เส้นชีวิตได้เปิดแล้ว” ผู้อํานวยการเห่าวางดัชนีชี้วัดของมู่หนานแต่ละรายการในมือ ลงแล้วมองมาที่พ่อบ้านมู่ “มีคุณกู้อยู่ทั้งคน คุณชายมู่ไม่มี ทางเป็นอะไรไปได้”
พอพูดจบ เขาก็ตามเตียงผู้ปุวยเข้าไปในลิฟตแ
ในลิฟตแเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่และมีหัวหน้าแพทยแหลาย ท่านที่ยังอยู่ที่นี่
คนตระกูลมู่ต่างมองหน้ากัน คุณกู้?
“คุณกู้เป็นคนขององคแกรการแพทยแ” แพทยแท่านหนึ่งที่ อยู่ที่นี่มองพ่อบ้านมู่ด้วยท่าทางนอบน้อม น้ําเสียงยังแฝงไป ด้วยความตื่นเต้น “พวกคุณยังจําไวรัสที่เมืองหลวงครั้งล่าสุด ได้ไหม? เขาก็คือแพทยแระดับสูงสองท่านแห่งโรงพยาบาล เมืองหลวงที่เป็นผู้วิจัยยาต้านไวรัสออกมา ตอนที่ผลออกมา วงการแพทยแต่างก็ช็อกไปกันหมด คุณกู้เป็นสัญลักษณแของ องคแกรการแพทยแแห่งรัฐM ตระกูลผู้ดีในประเทศYเชิญคุณกู้ ไปตั้งหลายครั้งก็ยังเชิญไปไม่ได้ พวกคุณยอดเยี่ยมจริงๆ!”
เขาอายุเลยวัยห้าสิบปีแล้ว เมื่อพูดถึงหมอกู้ เขายังเป็น แฟนตัวยงอีกด้วย
คนตระกูลมู่อาจจะไม่รู้จักหมอกู้ท่านนี้ แต่เมื่อพูดถึง องคแกรการแพทยแแห่งรัฐMแล้วก็เหมือนได้ยินเสียงฟูาร้อง อย่าว่าแต่ตระกูลมู่เลย เพราะแม้แต่ตระกูลหลิ่วก็ยังไม่ สามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางเศรษฐกิจในรัฐMได้
เมื่อมู่จงซีเห็นแพทยแทั้งหลายท่านจากไป สีหน้าก็ดูดี ขึ้นมาบ้าง จากนั้นก็มองไปทางพ่อบ้านมู่
พ่อบ้านมู่ที่สภาพจิตใจตึงเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายได้ใน ที่สุด แม้ทางด้านมู่หนานจะมีผู้อํานวยการเห่าและคนจาก องคแกรการแพทยแ แต่เขาก็ยังไม่วางใจ ส่วนเรื่องที่เกิดอะไร ขึ้นกับองคแกรการแพทยแนั้นก็ไม่ได้คิดมากอีก เพราะตอนนี้ยัง มีเรื่องสําคัญอีกหนึ่งเรื่อง
ยังไม่ได้ข่าวหนิงเวย
**
อาการนายท่านมู่ดีขึ้นแล้วแต่ยังไม่ฟื้น ส่วนมู่หนานยังมี ผู้อํานวยการเห่าอยู่ ขณะนี้พ่อบ้านมู่กําลังกลุ้มใจทางฝใ่งหนิงเวย เขาเดินทางไปที่สถานีตํารวจโดยตรง กลุ่มของมู่จงซีมอง หน้ากันและตามไปด้วย ในสถานีตํารวจตกอยู่ในความโกลาหล ประตูสํานักงานปิดสนิท เจ้าหน้าที่ตํารวจคนหนึ่งพิมพแเอกสารออกมาฉบับหนึ่ง คุยกับพ่อบ้านมู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ผู้ต้องหาคนนี้เจ้าเล่หแ มาก ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพทแแล้วแต่พิกัดเป็นดาวเทียม เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีแฮ็กเกอรแมือโปรอยู่ด้วย แฟลชไดรฟ ของคุณชายมู่พวกเราก็ดูแล้ว ในนั้นประกอบไปด้วยโค้ดไวรัส ชุดหนึ่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทางเทคนิคกําลังถอดโค้ดอยู่ ตาม
ข้อมูลที่พวกเราได้มา ผู้ต้องหาที่ลงมือ…อยู่ในรายชื่อนักโทษ ที่กําลังถูกตามจับระดับสากล สถานการณแดูท่าจะไม่ค่อยดี พวกคุณเตรียมใจไว้ด้วยนะครับ”
“เป็นคนในรายชื่อนักโทษที่กําลังถูกตามจับระดับ สากล?” พ่อบ้านมู่หน้าซีดขึ้นมาทันใด “พวกคุณแน่ใจนะ ? !”
“ตามบันทึกที่เราสืบพบในแฟลชไดรฟ ผู้ต้องหาเป็น อาชญากรอันดับที่สิบในรายการจัดอันดับที่อยู่ในมือแมทธิวที่ เป็นตํารวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ” เจ้าหน้าที่ตํารวจ ผงกหัว นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาทําคดีหนักๆ แบบนี้ “ตอนนี้เรา ไม่มีเวลาพอที่จะติดต่อกับต่างประเทศในระยะเวลาสั้นๆ แบบนี้ หากใช้เวลานานเกินไปความปลอดภัยของผู้ที่ถูก ลักพาตัวจะยิ่งสั่นคลอน ตอนนี้อาจจะอยู่บนเครื่องบินไป ต่างประเทศแล้วก็ได้ เดี๋ยวเราจะติดต่อกับกองสืบสวน
อาชญากรรมเมืองหลวง พวกเขาติดต่อกับต่างประเทศไว้ หลายคดี”
ทันทีที่เจ้าหน้าที่ตํารวจพูดประโยคนี้ออกมา มู่จื่อหนิง กับมู่จงซีต่างสบตากัน สายตาหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“งั้น…งั้นจะทํายังไงดี?” พ่อบ้านมู่ใช้มือจับราวจับ “พวก คุณได้โปรดช่วยคุณนายหนิงออกมาด้วย…”
“นั่นก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธี” เมื่อเห็นท่าทีพ่อบ้านมู่ เจ้าหน้าที่ ตํารวจก็รู้สึกเสียใจ เมื่อสักครู่เขาก็เพิ่งได้ข่าวมู่หนานที่ โรงพยาบาล “ถ้าพวกคุณหาตัวท่านนกยามอรุณ(เฉินเนี่ยว) 129ได้ พวกคุณก็จะสามารถหาพิกัดคุณนายหนิงได้ไวอย่าง แน่นอน”
“ท่านนกยามอรุณ?” พ่อบ้านมู่เคยได้ยินชื่อเสียงของ 129มาก่อน แต่ไม่รู้จักนกยามอรุณ “ผมต้องติดต่อเขายังไง? ไม่ว่าเงินเท่าไหร่ก็ได้ทั้งนั้น!”
พ่อบ้านมู่ไม่รู้แต่มู่จงซีรู้ดี เขาเงยหน้าขึ้นมองมาทาง พ่อบ้านมู่ “ห้าทหารเสือ129รับภารกิจยากมาก แต่ละวันมี คนตามหาพวกเขาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ คิดจะให้พวกเขาจัดการ ยากพอๆ กับเดินขึ้นฟูา…”
“นกยามอรุณ?” ขณะที่มู่จงซีกําลังพูด ก็มีเสียงหนึ่งดัง มาจากไม่ไกล เป็นน้ําเสียงชัดแจเวที่มีกลิ่นอายความเย็นชา “คุณต้องการให้เธอทําอะไร?”
กลุ่มคนเหล่านี้มองไปทางต้นเสียงก็เห็นหญิงสาวที่มาใน เสื้อยืดสีขาว มือหนึ่งวางบนท้องตัวเอง อีกมือหนึ่งถือ โทรศัพทแ หน้าตาขาวซีดผิดปกติ
ด้านหลังตามมาด้วยชายรูปร่างกํายําคนหนึ่ง นั่นก็คือฉินหร่านกับเฉิงมู่ นี่เป็นครั้งแรกที่มู่จื่อหนิงเจอฉินหร่าน เธอมองใบหน้า นั้นพลางหรี่ตาลง ไม่รู้ว่ากําลังคิดอะไรอยู่ “คุณหนูฉิน?” พ่อบ้านมู่จําได้ว่าเป็นฉินหร่าน เขาจึงลุก ขึ้นทันที ฉินหร่านไม่ได้มองพ่อบ้านมู่ แต่มองตรงไปที่เจ้าหน้าที่ ตํารวจ มือยันโต฿ะที่อยู่ตรงหน้าเขา โน้มตัวเล็กน้อยแล้วพูด อีกครั้ง “คุณจะให้นกยามอรุณทําอะไร?”
เจ้าหน้าที่ตํารวจผงะ ฉินหร่านหงุดหงิด เธอหยิบโทรศัพทแออกมา
“อ฿ะ?” เจ้าหน้าที่ตํารวจอึ้ง จากนั้นก็รู้สึกตัว เมื่อเห็น ฉินหร่านถาม เขาก็ตอบอย่างระมัดระวัง “ผู้ต้องหาเป็น บุคคลในรายชื่อหมายนําจับ คราวที่แล้วนกยามอรุณเพิ่งจะ ลุยเดี่ยวจับมาได้คนหนึ่ง ฝีมือเธอในด้านนี้จะต้องร้ายกาจกว่า คนอื่นแน่นอน”
ฉินหร่านเม้มปาก
เธอยังไม่ได้ข้อมูลโดยละเอียด พอได้ยินเจ้าหน้าที่ตํารวจ พูดมาแบบนี้ก็รู้แล้วว่านี่เป็นคนที่อยู่ในรายชื่อหมายนําจับ
เหอเฉินเก่งเรื่องแบบนี้จริงๆ เธอผงกหัวแล้วใช้โทรศัพทแ ต่อสายหาเหอเฉิน พูดกระชับได้ใจความ “รายชื่อหมายนํา จับลําดับที่สิบ ที่พี่มีข้อมูลเขาไหม?”
“มีอะไรเหรอ?” ปลายสาย เหอเฉินที่กําลังถือกล้อง ค่อนข้างประหลาดใจ “เธอออกจากเขาแล้วเหรอ?”
“ไม่มีอะไร เขาจับตัวน้าฉันไป” ฉินหร่านพูดเรียบๆ “มี ข้อมูลก็เอามาให้ฉัน”
พอได้ยินคําตอบจากปากฉินหร่าน เหอเฉินก็ถึงกับผงะ เธอก้มหน้าดูโทรศัพทแพลางหรี่ตา “ไอ้นี่ บ้าไปแล้วหรือไงถึง ได้จับตัวน้าเธอไป ให้ตายเถอะ…”
อยู่ไม่สุขกันใช่ไหม ? !
“วันนี้ขอลานะ” เธอเกาหัวพร้อมกับตบไหล่คนตรงหน้า เธอขอลาตามอําเภอใจจากนั้นก็ถือกล้องไปหาฉังหนิง
“เฮ้อ——” คนที่อยู่ตรงหน้ามองไปที่แผ่นหลังเหอเฉิน “ถ้าเจ฿ลาอีก หัวหน้าบรรณาธิการได้สับเจ฿แน่!”
เหอเฉินโบกมืออย่างสบายอารมณแ
“เอาของที่มู่หนานฝากไว้มาให้ฉัน” ฉินหร่านวางสาย จากนั้นก็เดินไปตรงหน้าพ่อบ้านมู่ แววตามืดมนสุดขีด มือที่ ห้อยอยู่ข้างลําตัวจิกเล็บเข้าไปในฝุามือ
พ่อบ้านมู่รู้สึกตัว “เขาฝากแฟลชไดรฟไว้อันนึงครับ ผม มอบให้พวกเขาไปแล้ว ทางผู้ต้องหายังมีเบอรแโทรศัพทแอีก ด้วย แต่พวกเจ้าหน้าที่หลี่ตรวจสอบออกมาแล้ว พบว่าเป็น พิกัดดาวเทียม…”
“เอาเบอรแโทรศัพทแของผู้ต้องหาให้ฉัน” ฉินหร่านพยัก หน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“คุณผู้หญิงครับ เราได้ตรวจสอบเบอรแโทรศัพทแแล้วครับ ไม่มีประโยชนแ…” เจ้าหน้าที่ตํารวจคนเมื่อสักครู่นี้เอ่ยขึ้นมา
“ให้ฉัน” ฉินหร่านชายตามอง
พ่อบ้านมู่หยิบโทรศัพทแออกมาเปิดไปที่เบอรแนั้น
เฉิงมู่ลากเก้าอี้ข้างๆ ฉินหร่าน
ในเวลานี้เฉิงมู่ก็ได้รับข้อความและสายโทรเข้ามากมาย นับไม่ถ้วนบนโทรศัพทแ
อาจจะรู้ว่าฉินหร่านอารมณแไม่ดี ไม่มีใครกล้าแหย่เธอ
ฉินหร่านนั่งลง ในขณะที่เปลี่ยนโทรศัพทแเป็น คอมพิวเตอรแ คียแบอรแดก็ฉายภาพน้ําเงินกระทบลงบนโต฿ะ อย่างเป็นระบบ
เธอเปิดเท็กซแอิดิเตอรแ เรียกหมายค้นเพื่อค้นหาหมายเลข นี้
“ไม่มีประโยชนแ…” ตรงข้ามเธอ เจ้าหน้าที่ตํารวจที่เพิ่ง บอกเธอเมื่อกี้กําลังตกใจกับเครื่องมืออุปกรณแ
ฉินหร่านกด “enter”
บนหน้าจอโทรศัพทแมือถือเป็นแผนที่สามมิติของเมืองS เส้นนําวิถีสีแดงปรากฏอยู่หลายเส้น
เจ้าหน้าที่ตํารวจที่มุงดูหุบปากในทันที
สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่สนามบิน
ฉินหร่านเอามือพาดโต฿ะ อีกมือหนึ่งวางบนหน้าท้อง เธอ มองเฉิงมู่ “เฉิงถู่อยู่สนามบินใช่ไหม?”
เฉิงมู่เหลือบดูโทรศัพทแและรายงานข้อมูลให้เธอฟใง “เขา กับคุณเคนเนธปิดเส้นทางแนวปูองกันของสนามบินทั้งสองที่ แล้วครับ เถ้าแก่หลิ่วกําลังตามมา คุณเหอเฉินเพิ่งส่งไฟลแมา เมื่อกี้นี้ และ…คุณแมทธิวบอกให้คุณจับผู้ต้องหาส่งไปให้เขา ได้เลยครับ