เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 107 ถ้ำสวรรค์สำแดงเดชเปลี่ยนไปแล้ว
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 107 ถ้ำสวรรค์สำแดงเดชเปลี่ยนไปแล้ว
ตอนที่ 107 ถ้ำสวรรค์สำแดงเดชเปลี่ยนไปแล้ว
เจียงฉางเชิงคิดหาวิธีใช้ประโยชน์จากเจ้าอธรรมได้อย่างประการแรก
เขาจะปล่อยให้เจ้าอธรรมทำตัวกำเริบเสิบสานในต้าจิ่งไม่ได้
ยามใดเจ้าอธรรมเปิดฉากทำร้ายคนในต้าจิ่ง เขาจะจับตัวเจ้าอธรรมมาเสีย
แล้วบีบให้เจ้าอธรรมไปสูบกำลังภายในของคนในอาณาจักรศัตรูของต้าจิ่งแทน
เมื่อเขาแข็งแกร่งขึ้นแล้วก็ค่อยให้เขากลับมาท้าสู้ใหม่ จากนั้นก็เข้าสูตรเดิมๆ
ทั้งใช้เจ้าอธรรมไปลดทอนกำลังฝั่งศัตรูให้ต้าจิ่งได้ แล้วยังไม่ตัดหนทางได้รางวัลรอดชีวิตของตนเองอีก
เจียงฉางเชิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าแผนการนี้ใช้ได้
อวี่เหยียนอี้เอ่ยอย่างกังวล
“เจ้าอธรรมแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน หากเขาแข็งแกร่งมากพอต้องหันมาหมายตาท่านแน่
ได้ยินมาว่าขั้นกายาทองคำคนหนึ่งของเคหาสน์ปัจฉิมก็ถูกเขาสูบกำลังภายในจนกลายเป็นคนพิการ
เคหาสน์ปัจฉิมเป็นถึงหนึ่งในสามยอดสำนักหลังบัลลังก์ เจ้าอธรรมผู้นี้ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ
ตอนนี้สามยอดสำนักหลังบัลลังก์ต่างไล่ล่าเขาอยู่”
เจียงเจี้ยนถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“เจ้าอธรรมผู้นั้นยามนี้ระดับขั้นใด ขั้นกายาทองคำหรือเหนือกว่าขั้นกายาทองคำ”
เขาสงสัยใคร่รู้มาตลอดว่าเหนือขั้นกายาทองคำคือระดับชั้นใด แต่เจียงฉางเชิงบอกว่าตนเองไม่ทราบ
เขารู้ว่าอาจารย์ปู่แสร้งไม่รู้ ดังนั้นจึงได้แต่อาศัยโอกาสนี้ถามอวี่เหยียน
อวี่เหยียนอี้หันไปมองเขาแล้วบอกว่า
“ข้าก็ไม่รู้แน่ชัดนัก เล่ากันว่าขั้นกายาทองคำมิใช่ขั้นสุดท้ายของวิถียุทธ์
แต่เหนือขึ้นไปคือระดับชั้นใด ตระกูลขุนนางประคองจันทร์ก็ไม่รู้แน่ชัด
บางทีพวกตาเฒ่ายายเฒ่าของสามยอดสำนักหลังบัลลังก์อาจจะรู้”
เจียงเจี้ยนผิดหวัง อวี่เหยียนอี้หันไปมองเจียงฉางเชิงใหม่อีกครั้ง
เจียงฉางเชิงเอ่ยอย่างนิ่งสงบ
“คนยังมาไม่ถึง ไม่ต้องกังวลไป ขอบคุณเจ้ามากที่มาเตือน ยามเผชิญหน้ากับเขาข้าจะไม่ประมาท”
อวี่เหยียนคลี่ยิ้ม เป้าหมายการมาของนางก็เพื่อเตือนเจียงฉางเชิง หวังว่าจะได้รับความสำคัญจากเขา
นางกังวลว่าเขาจะดูแคลนคนที่พลังต่ำกว่าตนเอง นางรั้งอยู่อีกครู่หนึ่งก็จากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
เจียงเจี้ยนนึกสนใจใต้หล้าที่นางพรรณนาให้ฟัง เขารู้ว่าใต้หล้ากว้างใหญ่นัก แต่คิดไม่ถึงว่าจะกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้
ต้าจิ่งไม่ใช่ราชวงศ์แห่งโชคชะตาที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่อาณาจักรที่มีดินแดนกว้างใหญ่ที่สุด
อีกทั้งยอดฝีมือบนวิถียุทธ์ยังมีมากมายจนนับไม่ถ้วน เจียงฉางเชิงกลับไม่คิดอะไร รอเจ้าอธรรมมาถึงค่อยว่ากัน
ความลับของเจ้าอธรรมและแผนการหลบหนี
คืนนั้นเจียงฉางเชิงลักลอบเข้าไปในวังหลวงเพื่อแวะไปหาเจียงจื่ออวี้
เขาบอกเรื่องเฉินหลี่ให้เจียงจื่ออวี้ฟังพร้อมกับบอกที่อยู่ของเขา
เจียงฉางเชิงไม่หวังว่าเฉินหลี่จะได้เป็นขุนนางใหญ่ แต่อย่างน้อยให้เขาได้เหยียบย่างมาเยี่ยมเยือนบ้างก็พอ
เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ เจียงจื่ออวี้ยอมอนุญาต แต่เขาสงสัยใคร่รู้อย่างยิ่งว่าเฉินหลี่ผู้นี้คือผู้ใด
ถึงกับทำให้เจียงฉางเชิงเดินทางมาหาเขาด้วยตนเอง เขาตัดสินใจว่าวันพรุ่งนี้จะเรียกตัวเฉินหลี่มาดูด้วยตาของตนเองสักหน่อย
บนภูเขาอันรกร้างเปล่าเปลี่ยว มีหลุมบ่อ รอยปริแยก และต้นไม้หักโค่น
ฝุ่นดินพุ่งกระจายทั่วบริเวณหลายสิบหลี่ แม้แต่ภูเขาลูกย่อมๆ สองสามลูกก็ถูกผ่าครึ่ง
เจียงหลัวยืนอยู่บนยอดเขาลูกหนึ่ง เขาทอดสายตามองเงาสองร่างที่อยู่บนท้องฟ้าไกลๆ
คนหนึ่งคืออาจารย์ของเขา บุรุษผมขาว เจ้าอธรรมที่กำลังทำให้ทั่วยุทธภพหวาดผวา
อีกคนหนึ่งคือชายชุดผ้าจีนที่เรียกขานตนเองว่าลิขิตสวรรค์ เขาสวมหมวกฟางดูลึกลับยิ่งนัก
เจ้าอธรรมรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือขวา เปลวเพลิงลุกโชนแผดเผา เขาเหยียดยิ้มดูแคลนแล้วเอ่ยว่า
“เป็นถึงเจ้าลิขิตแห่งลิขิตสวรรค์ แต่มีฝีมือเพียงเท่านี้เองหรือ ดูท่าเจ้าสวรรค์ก็คงแข็งแกร่งไม่ถึงไหนกระมัง
ฝีมืออย่างพวกเจ้ายังกล้าเรียกขานตนเองว่าลิขิตสวรรค์ เพ้อฝันคิดชี้นำอาณาจักรในใต้หล้า ช่างไม่ประมาณตนจริงๆ”
ชายชุดผ้าจีนไม่เปิดเผยใบหน้า แต่จากหน้าอกที่พองขึ้นยุบลงของเขากับมือขวาที่สั่นระริกก็พอมองออกว่า ศึกนี้เขาไม่ใช่ฝ่ายที่ได้เปรียบ
“สมกับที่เป็นอัจฉริยะแห่งถ้ำสวรรค์สำแดงเดช น่าเสียดาย เจ้าแข็งแกร่งอีกเท่าใดก็มิใช่อันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า
แม้แต่ห้าอันดับแรกในใต้หล้าเจ้าก็ไม่อยู่ในนั้น” ชายชุดผ้าจีนสวนกลับเสียงเย็นชา
เจ้าอธรรมขยับเข้าไปใกล้เขาอย่างเนิบช้าแล้วหัวเราะหยัน “ไม่อยู่ในนั้นแล้วอย่างไร มีฝีมือมากพอจะสังหารเจ้าได้ก็แล้วกัน”
ตอนนั้นเองจู่ๆ ชายชุดผ้าจีนก็หมุนตัวหันหลัง กลายเป็นเงาเลือนรางหลายสิบร่าง เผ่นหนีไปยังทิศทางตรงข้ามอย่างว่องไว
เจ้าอธรรมขมวดคิ้วแต่ไม่ไล่ตาม เขาลอยกลับมาเหยียบพื้นด้านหน้าเจียงหลัว
เจียงหลัวถามว่า “อาจารย์ เหตุไฉนท่านไม่ไล่ตามไปสังหารเขาขอรับ หรือว่าท่านมองไม่ออกว่าตัวจริงของเขาอยู่ที่ใด”
เจ้าอธรรมกล่าวว่า “วิชาท่าร่างของคนผู้นี้ลับพิสดารจริงๆ อีกอย่างเขาเหาะไปทางต้าจิ่ง ฝืนไล่ตามไปคงไม่เหมาะนัก”
เจียงหลัวแย้งว่า “ไปต้าจิ่งแล้วอย่างไร ข้าเป็นองค์ชายแห่งต้าจิ่ง นั่นคือถิ่นของข้า”
เจ้าอธรรมขมวดคิ้วเอ่ยว่า
“มันผิดปกติ เขาดูเหมือนจงใจล่อข้าไปต้าจิ่ง บางทีอาจเกี่ยวกับศึกระหว่างต้าจิ่งกับต้าฮวงที่เพิ่งเกิดไม่นานมานี้
หากข้าไปสูบกำลังภายในของผู้ฝึกยุทธ์ในต้าจิ่ง การบุกโจมตีของต้าจิ่งย่อมได้รับผลกระทบ
แล้วถ้ามรรคาจารย์ออกโรงเพราะเรื่องนี้ ไม่แน่สงครามระหว่างสองอาณาจักรอาจหยุดชะงัก อีกอย่าง…”
“อีกอย่างอะไรหรือ” เจียงหลัวถามต่อ
เจ้าอธรรมตอบว่า “มรรคาจารย์แข็งแกร่งมาก ดูแคลนมิได้ แม้แต่อาจารย์ก็คิดว่าตนเองในตอนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
“เป็นไปได้อย่างไร อาจารย์ ท่านมีกำลังภายในเทียบเท่ากับพันปีแล้วเชียวนะ!”
“แม้อาจารย์จะมีกำลังภายในเทียบเท่ากับพันปี แต่ก็มิอาจสังหารตงฟางจิ๋วได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการย้ายภูเขาที่สูงถึงพันจั้ง แม้ไม่ได้เห็นมรรคาจารย์ย้ายภูเขากับตาตน แต่ใต้หล้าต่างเล่าลือกันหมด
หากเป็นจริงขึ้นมาเล่า แม้บิดาของเจ้าจะเป็นลูกศิษย์ของมรรคาจารย์ แต่ไม่แน่ว่าเขาจะเห็นแก่หน้าเจ้าแล้วละเว้นอาจารย์
อาจารย์ไม่อาจประมาท พวกเราอ้อมต้าจิ่งไปดีกว่า มุ่งหน้าลงใต้แล้วล่องเรือออกทะเล”
เจ้าอธรรมบอกอย่างจริงจัง ต้าจิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง เขาไม่อยากเสี่ยง
เขาสร้างวิชาเทพวิชานี้ขึ้นมาแล้วก็สมควรก้าวเดินอย่างมั่นคง มิใช่รีบร้อนหวังผลประโยชน์
เจียงหลัวถามอย่างงุนงง “ท่านไม่เก็บชีพจรมังกรแล้วหรือ”
เจ้าอธรรมส่ายหัว “แน่นอนว่าต้องเก็บ แต่ต้าจิ่งเป็นแผ่นดินเกิดของเจ้า อีกทั้งเจ้ายังเป็นองค์ชาย
อาจารย์จะทำร้ายแผ่นดินของตระกูลเจ้าได้อย่างไรกัน อาจารย์ตั้งใจจะพาเจ้าเดินทางไปโพ้นทะเล
รออาจารย์ก้าวเข้าขั้นกายาทองคำแล้วช่วยเจ้าให้บรรลุขั้นกายาทองคำได้แล้ว พวกเราศิษย์อาจารย์ค่อยกลับมา
ใต้หล้าแห่งนี้กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พายุหิมะก่อนหน้านี้ก็คือลางบอกเหตุ หลีกหนีไปก่อนจึงจะดีที่สุด”
เจียงหลัวพยักหน้า แล้วก็ถามอีกว่า “พายุหิมะเป็นลางบอกเหตุได้เช่นไร”
เจ้าอธรรมหันหลังกลับไปมองทางทิศเหนือ แล้วเอ่ยออกมาพร้อมกับสีหน้ายุ่งยากใจ
“ถ้ำสวรรค์สำแดงเดช กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว”
ปณิธานของฮ่องเต้ทรราช
ปีเฉียนอู่ที่สี่สิบ หลังจากปรับตัวมาครึ่งปี เมื่อแน่ใจว่าไม่มีพายุหิมะอีกแล้ว
ฮ่องเต้ก็ออกคำสั่งให้สวีเทียนจีที่อยู่ในดินแดนตงหลินนำกองทัพบุกโจมตี ยึดครองแผ่นดินต้าฮวง
ภายในครึ่งปีที่ผ่านมา ฮ่องเต้ส่งยอดฝีมือในยุทธภพไปเสริมทัพอีกจำนวนหนึ่ง แม้แต่ทหารเกณฑ์ของทัพกลยุทธ์สวรรค์ก็ถูกส่งไปด้วย
อาณาเขตทั้งสี่สิบเก้ารัฐมีขุนนางถูกโยกย้ายไปยังดินแดนของตงหลิน เตรียมพร้อมรับช่วงต่อจัดการอาณาจักรต้าฮวงได้ตลอดเวลา
หากยึดครองต้าฮวงไม่ได้ ฮ่องเต้ไม่มีวันเลิกราเด็ดขาด
เบื้องบนตั้งแต่ขุนนางในราชสำนักจรดเบื้องล่างชาวบ้าน ต่างรับรู้ได้ถึงพระประสงค์อันแน่วแน่ของฮ่องเต้พระองค์นี้
ทว่าเวลานี้ ไม่เหมาะจะแสดงความคิดเห็นอะไร บางคนบอกว่าพายุหิมะก่อนหน้านี้เป็นสัญญาณเตือนที่สวรรค์ส่งมาให้ฮ่องเต้
หวังว่าต้าจิ่งจะหยุดสงคราม คำเล่าลือทำนองนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ
ยามเจียงจื่ออวี้ได้อ่านคำวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายที่สำนักใต้หล้ารวบรวมมาจากแต่ละอาณาเขต เขาก็แค่นเสียงหยันออกมาแล้วเอ่ยว่า
“หากไม่มีเราทำสงครามกับอาณาจักรต่างๆ ให้อาณาจักรอื่นส่งบรรณาการมามอบให้ต้าจิ่ง ชาวบ้านโง่เขลาอย่างพวกเจ้าไหนเลยจะอยู่สุขสันต์เช่นวันนี้
หากต้าจิ่งไม่มีทำสงคราม ต้าจิ่งก็คงล่มสลายไปตั้งแต่หลายสิบปีก่อนแล้ว บางทีอาจถึงขั้นสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ หากเป็นเช่นนั้นจะมีคนตายสักเท่าไรกัน”
เจียงซิ่วเอ่ยว่า “เสด็จพ่อ มีใครบางคนจงใจปลุกปั่นชาวบ้านหรือไม่ คำเล่าลือเช่นนี้ต้าฮวงได้ประโยชน์มากที่สุด”
เจียงจื่ออวี้ออกคำสั่งอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ผู้ใดรวมกลุ่มกันกระพือคำพูดทำนองนี้ล้วนต้องโทษประหาร
ในเมื่อเรียกเราว่าทรราชจักรพรรดิกระหายเลือด เช่นนั้นเราก็จะเป็นให้พวกเขาดู!”
เจียงซิ่วอยากพูดบางสิ่งแต่สุดท้ายก็เลือกเงียบเอาไว้ สามสำนักอัครมหาเสนาบดีมองหน้ากัน พวกเขาล้วนไม่กล้าแย้งเจียงจื่ออวี้
วันนี้อำนาจบารมีของเจียงจื่ออวี้มากมายนัก ในราชสำนักไม่มีขุนนางใหญ่คนใดกล้ายั่วโทสะเขา
ราชโองการประกาศออกไปอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาสั้นๆ เพียงสามเดือน ทั้งสี่สิบเก้ารัฐก็ล้วนได้รับคำสั่ง
ช่วงเวลานั้น แม้แต่เสียงลมยังทำให้ผู้คนในแต่ละรัฐหวาดผวา
อีกด้านหนึ่ง ไกลออกไปแปดหมื่นลี้ ต้าจิ่งเปิดฉากบุกจู่โจมต้าฮวงอีกครั้ง
ต้าฮวงที่สูญเสียขั้นเทวชนไปสามคนถอยร่นไม่หยุด เมืองถูกยึดครองไปทีละเมืองๆ
พรสวรรค์ของผิงอันและความกังวลของเจียงฉางเชิง
ในลานเรือนแห่งหนึ่ง ณ อารามมังกรผงาด เจียงฉางเชิงรั้งมือกลับมา
ผิงอันนั่งอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับรอยยิ้มโง่เง่า เส้นผมของผิงอันเริ่มมีสีขาวอยู่บ้างแล้ว แต่ใบหน้ายังไม่มีเค้าความแก่ชราสักนิด
“ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนก็น่าจะหายดีแล้ว” เจียงฉางเชิงเอ่ยบอก
เจียงจื่ออวี้ได้ยินดังนั้นก็พรูลมหายใจอย่างโล่งอก ศึกกับขั้นกายาทองคำหนนั้นทำให้ผิงอันเกือบตาย
หลังจากถูกส่งกลับมาถึงเมืองหลวง เจียงจื่ออวี้ก็เรียกตัวหมอที่เก่งที่สุดในต้าจิ่งมารักษาเขา
ถึงอย่างนั้นเจียงจื่ออวี้ก็ยังไม่วางใจ จึงพาผิงอันมาให้เจียงฉางเชิงตรวจดู
เจียงฉางเชิงเอ่ยต่อว่า
“การบาดเจ็บหนนี้ทำให้จุดชีพจรบางส่วนของเขาถูกทะลวงจนเปิดออก หลังจากนี้เขาจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม นับว่าได้ลาภจากคราวเคราะห์”
เขาแอบทอดถอนใจ พรสวรรค์นี้ช่างเหนือธรรมดาสามัญจริงๆ
เจียงเจี้ยนได้เขาสั่งสอนด้วยตนเอง ทั้งยังมีพลังแห่งโชคชะตาเกื้อหนุน
แต่ผิงอันต่างออกไป เขาพึ่งร่างกายและพรสวรรค์ของตนเองล้วนๆ
ยามนี้ตัวเขาที่อยู่ในชั้นเทวชนมีโอกาสก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น บางทีขั้นกายาทองคำอาจไม่ใช่ความเพ้อฝัน
เจียงจื่ออวี้ดวงตาเป็นประกายถามว่า “ถ้าอย่างนั้นเขามีหวังจะบรรลุขั้นกายาทองคำหรือไม่”
เขาต้องการยอดฝีมือขั้นกายาทองคำ หากมียอดฝีมือขั้นกายาทองคำ สำนักหลังบัลลังก์ล้วนต้องยอมก้มหัว!
เจียงฉางเชิงพยักหน้า “จะบรรลุขั้นกายาทองคำต้องใช้เวลา แล้วยังต้องพึ่งโชควาสนา”
เจียงจื่ออวี้คลี่ยิ้มแล้วยื่นมือออกมาลูบศีรษะผิงอัน ผิงอันหันมายิ้มให้เขา ผ่านไปครู่หนึ่ง เจียงจื่ออวี้ก็พาผิงอันจากไป
เจียงเจี้ยนทำหน้าอาลัยอาวรณ์ เขาถอนหายใจแล้วบอกว่า “ข้าละอยากสู้กับเขาสักหนจริงๆ”
ตอนนั้นเองผิงอันก็หันไปเห็นง้าวสามแฉกสองคมของเจียงเจี้ยน เขารู้สึกสนใจจึงหยิบมาเล่น
ท่าทางของเขาดูเหมือนไม่ใช้แรงเลยสักนิด จนทำให้คนหลงคิดว่าง้าวสามแฉกสองคมเล่มนั้นเบามาก
ไป๋จีหยอก “อย่าเลยน่า ระวังจะถูกเขาตีตาย เจ้าหมอนี่สมองใช้การไม่ได้ ลงมือไม่รู้จักหนักเบา เดี๋ยวได้ทุบเจ้าจนหงอพอดี”
เจียงเจี้ยนหันมากลอกตาใส่
เจียงฉางเชิงกลับไปนั่งทำสมาธิใต้ต้นไม้แล้วฝึกวิชาต่อ ในใจเขากลับคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง
เหตุใดเจ้าอธรรมจึงยังไม่มาอีกนะ ไม่เห็นได้ยินข่าวว่ามีคนในยุทธภพของต้าจิ่งถูกสูบกำลังภายในเลย หรือว่าคนผู้นี้จะไม่มา
เจียงฉางเชิงลองจับสัมผัสรอยประทับสังสารวัฏของเจียงหลัว
เมื่อจับสัมผัสดูจึงเพิ่งรู้ว่าเจียงหลัวเดินทางไปทางใต้ของต้าจิ่ง ระยะห่างเท่านี้น่าจะออกทะเลไปแล้ว
เขาแน่ใจพอสมควรว่าผู้ฝึกยุทธ์ลึกลับที่อยู่กับเจียงหลัวคือเจ้าอธรรม
สาเหตุก็เพราะแต้มเซ่นไหว้ของทั้งสองคนเท่ากัน ทั้งยังเท่ากันทุกเวลาอีกด้วย
เขาเคยใช้ฟังก์ชันเซ่นไหว้พยากรณ์ถามมาหลายครั้งแล้ว ไม่มีทางบังเอิญถึงเพียงนั้นแน่
เอาเถิด ในเมื่อออกทะเลไปแล้ว เช่นนั้นก็ตามใจพวกเขา
ในเมื่อเจ้าอธรรมไม่มีเจตนาจะทำร้ายต้าจิ่ง เจียงฉางเชิงย่อมไม่ไปบังคับจับตัวเขามาไม่ได้
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีความเคืองแค้นต่อกัน เขาไม่คิดมากอีก หันกลับมามุ่งมั่นจดจ่อกับการฝึกบำเพ็ญ
หลังจากนั้นหนึ่งเดือน เหิงเพิ่งแห่งถ้ำสวรรค์สำแดงเดชก็มาเยี่ยมเยียนเจียงฉางเชิง
เจียงฉางเชิงไม่เห็นอาจารย์ของเขาก็แอบผิดหวัง ถึงอย่างนั้นก็ยังให้เหิงเพิ่งขึ้นมาบนภูเขา