เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 296 ต้นไม้วิเศษเกล็ดทองสำแดงฤทธิ์สวรรค์
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 296 ต้นไม้วิเศษเกล็ดทองสำแดงฤทธิ์สวรรค์
“การต่อสู้ระหว่างเผ่าจะดูไม่งามได้อย่างไร ข้ารอเจ้ามานานแล้ว!”
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงจ้องมองฟากว้าง สีหน้าไร้อารมณ์
กำขวานหินยักษ์ในมือแน่นก้าวเท้าออกไปข้างหน้า
นักรบเผ่าเฉียงเหลียงขั้นผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินที่เหลือต่างหลีกทางให้
ขณะเดียวกันเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงที่กำลังต่อสู้ต่างก็หวั่นใจลึกๆ
ขั้นจักรพรรดิฟ้าดินเป็นระดับขั้นใดกัน
จีอู๋จวินนึกถึงขั้นจักรพรรดิยุทธ์ เผ่าเฉียงเหลียงกลับมีจักรพรรดิยุทธ์อยู่จริงๆ
แต่เมื่อคิดว่านี่คือเผ่าอันแข็งแกร่งที่เคยขับไล่เผ่ามนุษย์มาก่อน
ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีจักรพรรดิยุทธ์
นางจึงเริ่มตั้งความหวังขึ้นในใจ นางอยากรู้ว่ามรรคาจารย์จะรับมือจักรพรรดิยุทธ์ได้ทรงพลังแค่ไหน
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดนางก็เริ่มรู้สึกว่าขั้นจักรพรรดิยุทธ์ไม่คู่ควรกับสถานะของมรรคาจารย์อีกต่อไป
มู่หลิงลั่วที่อยู่ในสภาวะพร้อมรบได้ยินเสียงของเจียงฉางเซิง สายตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แต่ก็รีบจดจ่อกลับไปที่การต่อสู้อย่างรวดเร็ว
เยี่ยสวินตี๋ เทพกระบี่ เจียงหลัว ฮวงชวน หลิงเซียว จูเทียนจื้อ
หลวงจีนเทวะกัสสปะ หยางโจว รวมถึงสิบแปดกลุ่มดาว ทั้งหมดเคยพบมรรคาจารย์มาก่อน
จึงจำเสียงของมรรคาจารย์ได้ทันที ทุกคนต่างฮึกเหิมขึ้น เมฆหมอกในใจพลันจางหาย
เมืองรัฐฮวง ภายในจวนเจ้าเมืองพวกเจียงหานก็ได้ยินเสียงของมรรคาจารย์เช่นกัน
เจียงหานไม่เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน เขาขมวดคิ้วถามว่า “เสียงเมื่อครู่คือใคร”
ขุนนางผู้หนึ่งรีบตอบว่า “ย่อมเป็นมรรคาจารย์พ่ะยะค่ะ
นอกจากท่านผู้นั้นแล้วยังมีใครเปล่งอำนาจเช่นนี้ได้อีก!”
เจียงหานถอนหายใจโล่งอก ใบหน้าเผยความคาดหวัง
บรรพบุรุษ ในที่สุดท่านก็ยอมลงมือแล้ว!
เขาไม่ทันสังเกตเห็นว่าคางคกวิเศษฟ้าดินในหม้อเล็กตัวนั้นกำลังสั่นหัวไปมา
แล้วเริ่มชักกระตุกทั้งตัวสุดท้ายก็แข็งทื่อไม่ไหวติง
ราวกับไม้กระบี่เทพจิตวิญญาณปักอยู่บนพื้นดินขวางกั้นระหว่างมหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงกับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินทั้งหลาย
ราวกับแยกฟ้าดินออกเป็นสองส่วน
กวนทงโยวมองเงากระบี่ยิ่งใหญ่ตระการตานั้นในใจเปี่ยมไปด้วยความเคารพ
นี่ต้องเป็นวิชายุทธ์และพลังปราณระดับใดกันถึงสามารถควบแน่นเป็นกระบี่นี้ได้
ช่องว่างระหว่างเขากับมรรคาจารย์ยังคงห่างไกลเหลือเกิน
กวนทงโยวยิ้มออกมาคิดอยู่ในใจว่า
“เป็นครั้งที่สองแล้ว ชีวิตนี้ข้าเป็นหนี้ท่านผู้อาวุโส คงไม่มีวันชดใช้หมดแน่”
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงย่างเท้าเดินหน้า ร่างกายของเขาใหญ่ดังขุนเขายักษ์
ทุกย่างก้าวทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน
พลังของเขายิ่งเดินยิ่งแผออกกว้าง ส่งผลไปถึงแนวรบที่อยู่ห่างไกล
ร่างอันคล้ายเทพผู้เปิดสวรรค์ของเขาทําให้ผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์แค่ได้เห็นก็รู้สึกขวัญผวา
แม้มรรคาจารย์จะลงมาเยือนแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญกับตัวตนอันน่าหวาดหวั่นเช่นนี้ มรรคาจารย์จะรับมืออย่างไร
“ยังไม่คิดจะเผยตัวอีกหรือ”
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงพูดเสียงเย็นชา น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งก้องดั่งฟ้าร้องสะเทือนขึ้นสู่เก้าเมฆา
เสียงเพิ่งสิ้นสุด เมฆอัสนีก็ถูกกระแทกเปิดออก ลมกระโชกพัดลงมาดั่งพายุเขย่าทุกสมรภูมิบนพื้นดิน
นักรบเผ่าเฉียงเหลียงแต่ละคนหันไปมอง ทหารต้าจิ่งและผู้ฝึกยุทธ์ต่างหันไปมองเช่นกัน
สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าก็คือภาพชวนสะเทือนใจ
เมฆไร้สิ้นสุดถูกรุกไล่แยกออก แสงตะวันสาดลงมา ขับไล่ความมืดจากใต้ฟ้า นำพาแสงสว่างมาสู่ทั่วหล้า
ท่ามกลางแสงตะวันหมื่นจั้ง มีร่างหนึ่งยืนต้านสายลม
แม้มองไม่เห็นใบหน้า แต่การปรากฏตัวของเขาราวกับเทพสุริยันลงมาจุติ ผงาดเหนือใต้หล้า
แม้แต่มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงผู้องอาจ เมื่ออยู่ใต้แสงเทพสุดขอบตะวันนี้ พลังอำนาจของเขาก็ยังดูเตี้ยลงไปอีกขั้น
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงหรี่ตาลงมองไปยังเจียงฉางเซิง แววตาจับจ้องแน่วแน่
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินของเผ่าเฉียงเหลียงต่างก็รู้สึกตกตะลึง
เพราะการปรากฏตัวของเจียงฉางเซิงนั้นช่างไม่ธรรมดาและเปี่ยมด้วยแรงกดดันอย่างมหาศาล
เสื้อคลุมของเจียงฉางเซิงปลิวสะบัด มือขวายกขึ้นเล็กน้อย กลางฝ่ามือมีตำราเล่มหนึ่งลอยอยู่
แพรพันธนาการเทพสะบัดพลิ้วตามลม ทำให้บรรยากาศรอบตัวเขายิ่งดูล่องลอยเหนือจริง
“ให้ข้าดูหน่อยเถอะว่าเผ่าเฉียงเหลียงมีดีแค่ไหน”
เจียงฉางเซิงกล่าวอย่างสงบ น้ำเสียงเย็นชาไม่มีแม้แต่คลื่นอารมณ์ใดๆ สะเทือนออกมา
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงไม่พูดอะไรอีก ฟาดขวานออกไป
แขนทรงพลังใหญ่เท่าภูผาถูกยกขึ้น เกิดคลื่นลมขนาดมหึมาพลุ่งพล่าน
ใบขวานฟาดฟ้าจนเกิดคลื่นพลังสีดำยาวหมื่นจั้ง ราวกับจะผ่าท้องฟ้าออกเป็นสองส่วน
เจียงฉางเซิงที่อยู่ท่ามกลางแสงเจิดจ้าลืมตาขึ้น เผยดวงเนตรมหามรรคา
แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งออกจากดวงตา สาดลงจากฟ้าอย่างรุนแรง สลายคลื่นขวานสีดำในพริบตา
แสงนี้เจิดจ้าจนโลกหล้าถึงกับหมองหม่น
เจียงฉางเซิงยกคัมภีร์ภูผาสมุทรขึ้น พลังอาคมไหลเข้าภายในทันที
คัมภีร์ภูผาสมุทรเปิดออกตาม เงาวิญญาณสัตว์อสูรถูกปล่อยออกมาทีละตน พุ่งทะยานออกอย่างไม่ขาดสาย
แต่ละตนขยายร่างกลับสู่ขนาดเดิมอย่างรวดเร็ว
กวนทงโยวเงยหน้ามองภาพตรงหน้า ในสายตาของเขา มรรคาจารย์ปล่อยสัตว์อสูรแต่ละตนที่มีขนาดใหญ่เท่าภูเขา
พุ่งลงมาจากฟ้า ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกินและทรงอำนาจอย่างหาที่เปรียบมิได้
เปรี้ยง!!
พื้นดินพลันยกตัวขึ้น ฝุ่นทรายพุ่งกระจายเป็นหมื่นจั้ง
พื้นดินพังทลายลง ช่องแยกขนาดมหึมาแผ่ขยายอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเหวลึกไร้ก้นบึ้ง
เงาวิญญาณของสัตว์อสูรแต่ละตนพุ่งเข้าชนมหาราชาเผ่าเฉียงเหลียง กัดฉีกอย่างบ้าคลั่ง
เหล่าอสูรโชคชะตาพากันลอยอยู่กลางฟ้า ปล่อยพลังแห่งโชคชะตาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสายฟ้าสวรรค์ ไฟใต้พิภพ ลมสีทอง เถาวัลย์ยักษ์ พิษน้ำกรดกัดกร่อน
ล้วนโหมกระหน่ำจากทุกทิศเข้าสู่มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียง
ราวกับสัตว์อสูรบรรพกาลกำลังรุมกลืนกินเทพสงครามแห่งฟ้าดิน
ภาพที่เกิดขึ้นยิ่งใหญ่จนทุกสมรภูมิดูหมองหม่นไปหมด
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงฟาดขวานหินในมืออย่างรวดเร็ว กำจัดเงาวิญญาณสัตว์อสูรทีละตน
ในขณะเดียวกันก็ยังมีเงาวิญญาณสัตว์อสูรจำนวนมากพุ่งออกมาจากคัมภีร์ภูผาสมุทรไม่หยุด
เงาวิญญาณเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาที่พอถูกฆ่าแล้วก็จบ
เพราะจิตวิญญาณของพวกมันได้ถูกฝังไว้ในคัมภีร์ภูผาสมุทร
ตราบใดที่พลังอาคมของเจียงฉางเซิงยังมีพอ ก็สามารถอัญเชิญออกมาได้เรื่อยๆ
เถาวัลย์ขนาดใหญ่พุ่งขึ้นจากพื้นดินพันรัดขาทั้งสองข้างของมหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงไว้
พิษอันน่าสะพรึงกลัวตกลงมาจากฟ้า สาดใส่ขวานหินจนละลาย
“เฟิงเฟย เยี่ยนยวน โม่ชาง ไหปี่ มู…”
ดวงตาของมหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงเบิกกว้าง เขาจำชื่อของอสูรโชคชะตาเหล่านี้ได้ไม่น้อย
เกิดความตกใจขึ้นในใจ หรือว่านี่คือความลับที่แท้จริงของวิชาธรรมยุทธ์สวรรค์วิวัฒน์
เมื่อเห็นเขาถูกล้อมโจมตี บรรดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าเฉียงเหลียงต่างก็ตกตะลึง รีบพากันเข้าช่วย
เจียงฉางเซิงหยิบต้นไม้วิเศษเกล็ดทองออกมา ยกมือซ้ายขึ้นสูง ปล่อยพลังอาคมเข้าสู่ต้นไม้
ในพริบตานั้นต้นไม้วิเศษเกล็ดทองก็แผ่รัศมีสีทองออกมากวาดไปทั่วทั้งแผ่นดินและฟากฟ้า
เงาสีทองขนาดมหึมาที่ใหญ่ยิ่งกว่ามหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเจียงฉางเซิง
กิ่งใบหนาทึบปกคลุมทั้งฟากฟ้า แม้แต่ชาวเมืองรัฐฮวงเพียงแหงนหน้าก็ยังสามารถมองเห็นได้
นั่นคือต้นไม้วิเศษเกล็ดทอง สุดยอดสมบัติคราชีวิตนี้ ในที่สุดก็จะได้เผยพลังที่แท้จริงของตนเองแล้ว!
เงามายาของต้นไม้วิเศษเกล็ดทองสั่นไหว ส่งเสียงใสแหลมเล็กของเกล็ดทองที่กระทบกันกำจัดอากาศขุ่นมัวทั่ว
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงขมวดคิ้วแน่น เขาต่อยพื้นอย่างรุนแรง
พลังอาคมสีดำอันน่าสะพรึงกลัวทลายผิวดิน ทำลายรากไม้วิเศษลี้ลับใต้พื้นดิน สังหารเงาสัตว์อสูรรอบทิศ
คลื่นพลังน่าสะพรึงที่ซัดกระจายพัดร่างไร้วิญญาณมากมายให้ลอยขึ้น
แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์แห่งเผ่ามนุษย์ที่อยู่ริมสมรภูมิยังถูกพัดกระเด็นออกไป
บรรดานักรบเผ่าเฉียงเหลียงทั่วไปยังต้องยกแขนขึ้นต้าน
พื้นดินทั้งผืนสั่นสะเทือนรุนแรงราวกับฉากวันสิ้นโลกจากยุคบรรพกาล สะเทือนไปทั่วแผ่นดินกว้างไกล
แม้แต่มหาอาณาจักรเทียนจิ่งอันห่างไกลก็ยังสั่นสะเทือน
ชายฝั่งของต้าจิ่งก็ยังถูกซัดด้วยคลื่นยักษ์
ในเปลวเพลิงสีดำไร้สิ้นสุด มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงมีหัวเสือที่ดุดัน
ดวงตาเสือแดงฉานเต็มไปด้วยจิตสังหารไร้ขอบเขต
เขาค่อยๆ ยกมือทั้งสองขึ้นอย่างช้าๆ ดึงหินหลอมเหลวสองสายขึ้นมาจากพื้นดิน
กลายเป็นโซ่เหล็กสีเพลิงสองเส้นในมือเขา พลังน่าตระหนกนัก อุณหภูมิทั่วฟ้าดินพุ่งสูงขึ้นในทันใด!
การปะทุของเขาทําให้สงครามระหว่างเผ่าเฉียงเหลียงกับต้าจิ่งหยุดลงทันที
ทั้งสองฝ่ายต่างหันขวับไปมองสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ต้าจิ่งหวาดกลัวต่อพลังของมหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงที่รุนแรงจนทำลายฟ้าดินได้
นักรบเผ่าเฉียงเหลียงเองก็ไม่คิดว่าจะมีคนในเผ่ามนุษย์บีบให้มหาราชาต้องใช้พลังทั้งหมด
“ถอย! รีบถอย!”
เสียงอันเร่งร้อนของสวีเทียนจีดังกึกก้องอยู่ในใจของเหล่าทหารทุกคน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสั่งให้ทหารแนวหน้าถอยทัพ
เสียงของเขาปลุกทุกคนให้ได้สติ ทหารต้าจิ่งและผู้ฝึกยุทธ์ต่างถอยร่นออกไปราวกับกระแสน้ำ
นักรบเผ่าเฉียงเหลียงไม่ได้ไล่ตามสังหาร แต่หันไปมองต้นไม้วิเศษเกล็ดทองที่ลอยอยู่กลางอากาศเป็นเสียงเดียวกัน
ต้นไม้วิเศษเกล็ดทองประหนึ่งต้นไม้แห่งการสร้างโลก เปล่งประกายสีทองอันศักดิ์สิทธิ์
กิ่งไม้ใหญ่โตเกินประมาณ กระทั่งนักรบเผ่าเฉียงเหลียงผู้มีร่างกายมหึมายังรู้สึกว่าตนเล็กจ้อย
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นแต่กิ่งก้านของต้นไม้วิเศษเกล็ดทองเต็มฟากฟ้า
ราวกับเส้นเลือดแห่งสรวงสวรรค์ ทำให้สรรพชีวิตต่างหวาดกลัว
ชั่วขณะนั้นเผ่าเฉียงเหลียงรู้สึกถึงฤทธิ์สวรรค์!
“ตาย!”
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงคำรามด้วยเสียงเดือดดาล
อัสนีสะเทือนฟ้าดิน ทหารและผู้ฝึกยุทธ์จำนวนไม่น้อยที่ยังวิ่งหนีอยู่ถึงกับหูอื้อด้วยแรงสั่นสะเทือน
เสียงคำรามยังคงก้องกังวาน มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงโกรธเกรี้ยว
ยกโซ่เพลิงสองสายฟาดใส่ฟากฟ้า แผ่นดินยุบตัวและแตกร้าวอย่างต่อเนื่อง
โซ่เพลิงทั้งสองซัดเอาหินผานับไม่ถ้วนลอยกระจายไปทั่วทุกทิศ
คัมภีร์ภูผาสมุทรสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีดำพุ่งออกมาจากหน้าคัมภีร์
วงแสงขยายตัวอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าปะทะกับโซ่เพลิงสองสายโดยตรง
เปรี้ยง!!
การปะทะที่ดุจดั่งเทพเจ้ายุคบรรพกาลทำให้แผ่นดินดูเปราะบางยิ่งนัก
พื้นดินที่แตกแยกขยายกว้างอย่างรวดเร็ว
สวีเทียนจีรีบสั่งให้ทหารแห่งกรมโชคชะตาเร่งกระตุ้นค่ายกลโชคชะตา
ใช้พลังโชคชะตาแห่งแคว้นคุ้มครองชาวต้าจิ่ง
ทว่าเมื่อพลังปะทะมหาศาลก็ยังซัดทหารต้าจิ่งจำนวนมากกระเด็นออกไปราวกับใบไม้ในพายุฝน
ลอยคว้างไปตามแรงลม
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงถึงกับตะลึงงัน แสงสีดำสายนั้นกลับต้านรับการโจมตีของเขาไว้ได้!
เป็นไปได้อย่างไร! นี่คือพลังของปฐพีเซียนนะ!
“เจ้ามีแค่พลังแค่นี้รึ เช่นนั้นก็ไปรับความตายเถอะ!”
เสียงเย็นชาของเจียงฉางเซิงก้องสะท้อนใต้ท้องฟ้า
ต้นไม้วิเศษเกล็ดทองสั่นไหว ใบไม้สีทองนับไม่ถ้วนร่วงหล่นแล้วพุ่งใส่มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียง
ใบไม้สีทองกลายเป็นสายฝนกระหน่ำอย่างรุนแรง เสียงกึกก้องยิ่งใหญ่กลบกลืนมหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงไป
เริ่มจากมหาราชาเผ่าเฉียงเหลียง ต่อมาแผ่นดินหลายหมื่นลี้ก็ถูกต้นไม้วิเศษเกล็ดทองถล่ม
ถึงแม้เจียงฉางเซิงจะควบคุมอย่างแม่นยำแล้ว ทว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังคงขยายอย่างรวดเร็ว
สายตาของเขาแข็งกร้าว ใช้อภินิหารเปลี่ยนฟ้าแปรปฐพีในพริบตา
ทหารต้าจิ่งและพื้นที่เมืองรัฐฮวงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน กลายเป็นเกาะยักษ์ลอยอยู่กลางอากาศ
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนไม่ทันตั้งตัว
พวกเขาเพียงรู้สึกว่าพลันสายตาพร่าเลือน ชั่วขณะถัดมาเผ่าเฉียงเหลียงก็หายไปจากสายตา
แต่พวกเขายังมองเห็นต้นไม้วิเศษเกล็ดทองที่บดบังทั้งฟ้ากำลังยิงใบไม้สีทองออกไปไม่หยุดในทิศทางหนึ่ง
ตื่นตะลึง! สะท้านสะเทือน!
ทุกคนต่างตะลึงงันมองภาพตระการตาของแม่น้ำสีทองคำบนท้องฟ้า เช่นนั้นพลังเช่นนี้คือระดับไหนกัน
เสียงคำรามคลุ้มคลั่งของมหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงยังคงก้องสะท้อนไปทั่ว
เขาถูกกระหน่ำโจมตีจนร่างเต็มไปด้วยแผล ทำได้เพียงฝืนต้านด้วยเลือดเนื้ออันแข็งแกร่งของตน
เขาไม่ใช่ไม่อยากหลบ เพียงแต่การโจมตีของต้นไม้วิเศษเกล็ดทองนั้นเร็วเกินไปจริงๆ
“ลงมือ!”
บรรดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินของเผ่าเฉียงเหลียงพากันลงมือโจมตีสายธารทองคำที่พาดผ่านฟ้าดิน
ทว่าทันทีที่พวกเขาลงมือ ก็มีใบไม้สีทองพุ่งยิงใส่พวกเขาใบแล้วใบเล่า
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินของเผ่าเฉียงเหลียงที่ก่อนหน้านี้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน
ต่างถูกโจมตีจนร่างระเบิดเป็นชิ้นเลือดสาดกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่อาจต่อต้านได้แม้แต่น้อย
กวนทงโยวถูกพลังลึกลับปกป้องไว้ เขาลอยอยู่กลางอากาศ
มองดูผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินของเผ่าเฉียงเหลียงถูกทำลายไปทีละคนด้วยสายตาเลื่อนลอย
ใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ เขารู้ว่ามรรคาจารย์แข็งแกร่ง
แต่ใช่ว่าจะกดผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินของเผ่าเฉียงเหลียงสักคนไว้ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้