เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 420 มรรคาจารย์ปะทะปฐมาจารย์แดนโลหิต
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 420 มรรคาจารย์ปะทะปฐมาจารย์แดนโลหิต
เมื่อพลังลี้ลับภายในกายทะลักออกมา การมองเห็นของเจียงซันก็เปลี่ยนเป็นสีโลหิต ปราณโลหิตแสนพลุ่งพล่านระเบิดออกมาจากภายในกายของเขากลายเป็นลมพายุยักษ์กระหน่ำพัดมารอาฆาตที่อยู่เต็มท้องฟ้ากระเด็นออกไป ทำให้มารอาฆาตมากกว่าเดิมหันมาทางนี้
ท่ามกลางลมพายุสีโลหิต ร่างของเจียงซันลอยขึ้นมาช้าๆ ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกำยำขึ้นมาหลายเท่าอย่างเห็นได้ชัด เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นถูกดันจนแน่นตึง ดวงตาแนวตั้งบนหน้าผากของเขาก็ถลึงลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมีเส้นเลือดฝอยอยู่เต็มไปหมด
“อั่ก…”
เจียงซันคำรามออกมาประหนึ่งสัตว์ป่า จากนั้นก็พุ่งเข้าสังหารมารอาฆาตที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้า
บัง!
เขาเตะมารอาฆาตตนหนึ่งจนร่างระเบิดในลูกเตะเดียว ก่อนบิดลำตัวหมุนศอกออกไปกระแทกศีรษะของมารอาฆาตที่เข้ามาโจมตีจากด้านหลัง จากนั้นร่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว สองเท้ากระแทกมารอาฆาตอีกตนจนตัวทะลุ
ทุกทิศรอบตัวล้วนเป็นมารอาฆาตที่พุ่งเข้ามาจากด้านหน้าและด้านหลัง พวกมันไม่รู้จักหวาดกลัวแต่อย่างใด มีเพียงจิตสังหารกระหายเลือด เจียงซันเลือกที่จะใช้ร่างเนื้อเข้าต่อสู้กับมารอาฆาต อาศัยเพียงกำลังและความเร็วเท่านั้น แต่มารอาฆาตมีจำนวนมากเกินไปจึงเข้ามาถมทับเจียงซันอย่างรวดเร็ว
ทับเจียงซันจนเหลือแต่ดวงตาแนวตั้งที่โผล่ออกมา รูม่านตาสั่นไหวรุนแรง เปี่ยมด้วยจิตสังหารและโทสะเดือดดาล
เปรียงปราง…
พลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวปะทุออกมาและสังหารมารอาฆาตไปนับพันนับหมื่นตน
ร่างจิตจำแลงเทพอีกร่างหนึ่งมาปรากฏที่เบื้องหน้าของเจียงซันอีกครั้ง
เจียงซันมีสีหน้าตกตะลึงเมื่อเห็นร่างจิตจำแลงเทพร่างนี้ สติสัมปชัญญะค่อยๆ กลับคืนมา เขาเห็นว่าร่างจิตจำแลงเทพพุ่งเข้าไปโจมตีแต่ก็ยังคงไม่สามารถต้านทานมารอาฆาตที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสายได้เช่นกัน เจียงฉางเซิงมอบเส้นผมมหามรรคาจำแลงกายให้เขาทั้งหมดสามเส้น แบ่งเป็นจิตจำแลงเทพสองเส้นกับฟื้นตายกลับเป็นอีกหนึ่งเส้น ตอนนี้จิตจำแลงเทพใช้ไปหมดแล้ว!
แสงสีน้ำเงินของร่างจิตจำแลงเทพถูกมารอาฆาตทับถมไปอย่างรวดเร็ว เงาฝ่ามือและดัชนีปราณที่ยิงออกไปหนแล้วหนเล่าสังหารมารอาฆาตไปไม่รู้เท่าใด แต่ก็ยังคงมีมารอาฆาตบุกเข้ามาจากทุกสารทิศ
ดินแดนมืดมิดแห่งนี้ประหนึ่งแดนนรก
เจียงซันเข้าไปท่ามกลางการต่อสู้ แม้แต่ร่างจิตจำแลงเทพก็ยังคงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ นับประสาอะไรกับเขา มิใช่เพราะมีพลังลี้ลับภายในกายคอยประคองเขาเอาไว้ เขาคงถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ไปนานแล้ว
ผ่านไปพักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าแสงสีน้ำเงินของร่างจิตจำแลงเทพหายไปโดยสิ้นเชิง เจียงซันจึงคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง ส่งเสียงแผดร้องอันน่าหวาดกลัวสะท้านฟ้าสะเทือนดิน
เขาเคลื่อนที่รวดเร็วขึ้นมาก ทุกหมัดทุกลูกเตะล้วนเต็มไปด้วยพลังจู่โจมแห่งการทำลายล้าง ไม่มีมารอาฆาตตนใดต้านทานการโจมตีของเขาได้ ในเวลานี้เอง แม่น้ำสายใหญ่เบื้องล่างคล้ายกับเดือดขึ้นมา มีฟองอากาศผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เกิดเงาสีดำน่าหวาดกลัวเกิดขึ้นที่ก้นบึงของสายน้ำ เป็นเงาดำที่แม้จะอยู่ใต้ท้องฟ้าที่มืดมิดก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
โครม!
ผิวแม่น้ำระเบิดออก ร่างหนึ่งพุ่งออกมาเหมือนกับลูกธนูแหลมคม พุ่งขึ้นไปหลายหมื่นลี้ หมัดหนึ่งกระแทกเข้าที่อกของเจียงซัน หมัดนี้ชกเสียจนดวงตาที่สามของเจียงซันโปนออกมา จิตสังหารในดวงตาก็ยังถดถอยลงไปไม่น้อย
“อั่ก…”
เลือดสาดพุ่งออกจากปากเขาอย่างควบคุมไม่ได้ เจียงซันยังไม่ทันยืนได้มั่นคงก็ถูกคนจับข้อเท้าและเหวี่ยงเขาลงพื้นอย่างแรง เหมือนอุกกาบาตร่วงหล่นลงพื้นจนทะลุเข้าไปในผิวดิน เศษหินกระเด็นปลิววอน แรงกระแทกกลายเป็นลมแรงน่าหวาดกลัวกวาดออกไปทั่วทิศ ในฟ้าดินบังเกิดคลื่นฝุ่นอันน่าสะพรึงกลัว จวบจนฝุ่นดินจางหายไป เจียงซันนอนแผ่อยู่ท่ามกลางหลุมขนาดใหญ่ ลมหายใจรวยริน เขาไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นมาอีกครั้ง พละกำลังลี้ลับภายในกายเขาหดหายไปอย่างรวดเร็ว
ร่างหนึ่งลงมาจากท้องฟ้า ลอยสูงขึ้นจากพื้นหนึ่งพันจั้ง เขามีรูปร่างคล้ายมนุษย์ สวมเกราะหนักสีดำ หมวกเกราะเต็มไปด้วยหนามแหลม ข้างใต้หมวกเป็นความมืดมิดมองไม่เห็นใบหน้า เห็นเพียงดวงตาสีน้ำตาลเหลืองคู่หนึ่งเท่านั้น มารอาฆาตเต็มท้องฟ้าหยุดชะงัก ราวกับกำลังรอคำบัญชาการของเขา
“เคด?”
ร่างในชุดเกราะสีดำอุทานอย่างสงสัย สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่เจียงซัน
เจียงซันยังไม่ตาย ผมเส้นหนึ่งบนศีรษะของเขากำลังหายลับไปโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
เขาลืมตาขึ้นมาอย่างยากเย็น และสิ่งที่เข้ามาในสายตาก็คือมารอาฆาตมากมายไม่จบสิ้น เขายึดครองการมองเห็นทั้งหมดของเขารวมกันจนกลายเป็นความกดดันแห่งความสิ้นหวัง อึดใจนี้เจียงซันไม่ได้ไปคิดว่าพลังในกายเมื่อครู่นี้คือสิ่งใด เขากำลังคิดถึงเทียนจิง คิดถึงเมืองจิงเจฉิง
จู่ๆ เขาก็อยากกลับไปดูเหลือเกิน นับตั้งแต่รู้ฐานะดาวสังหารนิรันดรกาลของตน เขาก็เดินทางออกมาไกลจากบ้านเกิดด้วยกลัวว่าจะควบคุมตนเองไม่ได้ โดยเฉพาะหลังจากผ่านการสังหารในแดนโลหิตมาหลายเดือน
ความคิดคำนึงนี้ก็ยิ่งลึกล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ
เจียงซันไม่ได้หวาดกลัวเมื่อเห็นว่าร่างในชุดเกราะดำที่เกือบจะสังหารเขาเมื่อครู่นี้ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ เพราะเขาเตรียมรับกับความตายที่จะมาถึงเอาไว้แล้ว
เมื่อคิดถึงร่างจิตจำแลงเทพที่ปรากฏตัวออกมาสองครั้งติดต่อกันก่อนหน้านี้ เขาก็รู้สึกอบอุ่นภายในใจ ที่แท้แล้วท่านปู่ก็ยังคงเฝ้ามองเขาเสมอมา
น่าเสียดายที่ที่หลานย่างกรายเข้าไปนั้นอันตรายเกินไป ยุติเพียงเท่านี้ หากมีชาติหน้าค่อยยกกตัญญูตอบแทนท่าน…
นับไม่ได้ว่าเจียงซันมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับท่านปู่ แต่เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ท่านปู่มีต่อเขา เขาไม่ได้หลับตาลง ต่อให้ต้องตายเขาก็จะลืมตาตาย ไม่หวาดกลัวศัตรูที่ต้องเผชิญหน้าด้วย
โครมคราม…
จู่ๆ ฟ้าดินก็สั่นสะเทือนรุนแรง มารอาฆาตที่อยู่เต็มท้องฟ้าต่างหันหน้าไปมองอย่างพร้อมเพรียงกัน ลำแสงแรงกล้าฉายมาจากสุดขอบฟ้าดิน ส่องสว่างให้แก่ท้องฟ้า สะท้อนเอารูปลักษณ์อันอัปลักษณ์และน่าหวาดกลัวของมารอาฆาตออกมาและยังนำแสงสว่างมายังโลกในดวงตาของเจียงซันด้วย
เจียงซันนอนแผ่อยู่ก้นหลุม เส้นเอ็นขาดและกระดูกหักสะบั้นไม่เหลือเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นอีกแล้ว ต่อให้เขาสงสัยใคร่รู้ก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นไปดูได้
เขามองเห็นว่าร่างในเกราะสีดำที่ลอยอยู่กลางอากาศหันหลังไป มีขวานยักษ์สีดำเล่มหนึ่งก่อตัวขึ้นบนมือขวาของเขาและมีปราณน่าหวาดกลัวที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าห้อมล้อมอยู่ ร่างในเกราะสีดำชูขวานยักษ์ขึ้นสูงด้วยสองมือและฟาดลงมาด้วยโทสะ ปราณขวานสีดำราวกับจะฟันท้องฟ้าให้ขาดปรากฏขึ้นมาทันใด ประหนึ่งพู่กันแห่งฟ้าดินที่สะบัดบนท้องฟ้าซึ่งเป็นกระดาษวาดเป็นภาพที่น่าตื่นตะลึงเป็นที่สุด ทว่าลำแสงจ้าตาสายหนึ่งพุ่งเข้าจู่โจมและทำลายจนปราณขวานสีดำสลายไปด้วยพลังที่ทรงอำนาจ พร้อมทั้งเข้าปกคลุมมารอาฆาตจำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึงร่างในชุดเกราะดำนั้นด้วย
ยามอยู่ต่อหน้าลำแสงจ้านี้ไม่ว่าสิ่งใดก็ดูเล็กไปถนัดตา
พลังอันน่าเกรงขามขนาดมหึมานี้ปกคลุมร่างของเจียงซันเอาไว้ ทันใดนั้นเขาก็เหลือบตาไปเห็นร่างสีน้ำเงินร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ขอบหลุมยักษ์ ดวงตาที่สามของเขาเบิกกว้าง ความซาบซึ้งใจและความยินดีที่รอดพ้นจากภยันตรายที่ยากจะอธิบายได้ไหลบ่าเข้ามาในหัวใจ
“ท่านปู่…”
เสียงของเจียงซันสั่นเครือ น้ำตาที่ไม่รู้จักเชื่อฟังเขาก็ท่วมเบ้าตาและไหลล้นออกมา ร่างจิตจำแลงเทพยืนอยู่ขอบหลุมก้มลงมองเขา ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ปู่มาชาไปแล้ว”
เรื่องนี้ไม่อาจโทษเจียงซันเพราะเจียงซันก็ถูกปฐมาจารย์แดนโลหิตบีบบังคับ ไม่เหมือนเจียงเจี้ยนและหลินเฮ่าเทียนที่ออกพเนจรไปทั่ว ร่างจิตจำแลงเทพหันหน้าไปมองไกลออกไป มีร่างสวมชุดเกราะสีดำร่างแล้วร่างเล่าโผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำสายใหญ่ที่เป็นเหมือนกับมหาสมุทร อานุภาพของแต่ละตนดูไม่ด้อยไปกว่าร่างในชุดเกราะดำที่ปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้เลย
ที่นี่ก็คือแม่น้ำเหลืองหรือ?
เจียงฉางเซิงเห็นภาพนี้แล้วใจหายวาบ เขาแยกรางแยกออกมาหนึ่งร่างในทันทีและให้ร่างแยกออกไปเป็นกำลังหนุนด้วยกลัวว่าร่างจิตจำแลงเทพจะต้านทานไว้ไม่อยู่
“บุกรุกน้ำพุเหลืองอนธการ เจ้าอย่าได้ละเมิดข้อตกลงของอัครยุทธ!”
น้ำเสียงเย็นเยียบน่าเกรงขามดังขึ้น ให้ความรู้สึกกดดันเป็นที่สุด ร่างจิตจำแลงเทพเอ่ยว่า “เจ้าหนุ่มผู้นี้เกี่ยวพันกับข้า บังเอิญล่วงล้ำเข้ามา ข้าจะพาเขาไป”
ดูท่าเจ้าก็คือมรรคาจารย์สินะ!!
เปรียงปราง…
เมฆอัสนีถาโถมเข้ามารวมกันในทันใด แต่ไม่อาจกลบเสียงเย็นชานั้นได้
ร่างจิตจำแลงเทพเข้าใจขึ้นมาทันใดว่าฝ่ายนั้นก็คือปฐมาจารย์แดนโลหิต และเหตุที่พาตัวเจียงซันมาที่นี่ก็เพื่อล่อให้เขาออกมา
สายฟ้าอันน่าตกใจฟาดลงมา สายฟ้าแสนพรั่งพริงนั้นส่องสว่างให้แก่ฟ้าดิน ทันใดนั้นก็มีดวงตามหึมาคู่หนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางเมฆอัสนีปั่นป่วนเหมือนกับดวงตาแห่งฟากฟ้าที่ก้มลงมองร่างจิตจำแลงเทพ
“เจ้าคงจะไม่ใช่ผู้ที่หนีออกมาจากโลกเทพยุทธจริงๆ จึงไม่รู้กระทั่งน้ำพุเหลืองอนธการ น่าขัน ในเมื่อมาแล้วก็จงอยู่เสียที่นี่เถิด จงจมอยู่ท่ามกลางความอาฆาตพยาบาทที่ไปไม่จบสิ้นเสีย!”
เสียงของปฐมาจารย์แดนโลหิตดังขึ้นอีกครั้ง มีจิตสังหารเต็มเปี่ยมอยู่ในน้ำเสียง ไอสีดำหลายสายพุ่งออกมาจากทั่วทุกทิศในฟ้าดินเหมือนมังกรตัวยาวพุ่งเข้ามารวมอยู่ในดวงตายักษ์แห่งฟากฟ้า ร่างจิตจำแลงเทพสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังโยกย้ายพลังแห่งฟ้าดิน
ร่างจิตจำแลงเทพยกมือขึ้น ดึงตัวเจียงซันเข้ามาอยู่ข้างกาย
“ท่านปู่…”
“ไม่ต้องพูดอีกแล้ว พวกเราต้องหนีออกไปให้ได้”
ได้ยินเสียงของท่านปู่ ความทุกข์ร้อนภายในใจของเจียงซันก็หายไปทันใด ไม่รู้เพราะเหตุใดเขาสามารถสัมผัสได้ว่าร่างนี้ของท่านปู่ทรงพลังกว่าร่างเมื่อครู่นี้มากนัก
เมฆอัสนีกระจายตัวออก นิ้วสีดำขนาดใหญ่นิ้วหนึ่งก็ปรากฏออกมา ใหญ่โตยิ่งกว่าเทือกเขาใดๆ ที่อยู่บนผืนดิน นิ้วยักษ์นี้พุ่งเข้าใส่พวกเจียงซัน ยังไม่ทันถึงพื้นแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวก็ทำให้ฟ้าดินแตกสลาย เท้าของร่างจิตจำแลงเทพและเจียงซันพลันลอยขึ้นไปกลางอากาศ
ร่างจิตจำแลงเทพพาตัวเจียงซันหลบไปได้ในทันที ทว่าไม่ว่าเขาจะหลบไปที่ใด พอเงยหน้าขึ้นมองก็ยังคงเป็นนิ้วยักษ์สีดำทั้งสิ้น นิ้วยักษ์นี้ราวกับว่าจับเป้าหมายพวกเขาเข้าไว้แล้ว ไม่ว่าเขาไปที่ใดก็จะตามอยู่ข้างบนศีรษะ และระยะห่างของทั้งสองฝ่ายก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ ร่างจิตจำแลงเทพพบว่าทางเข้าของน้ำพุเหลืองอนธการได้หายไปแล้ว แต่รอยวนสีดำข้างบนแท่นหินซึ่งเนตรฟ้าดินไร้ขอบเขตของเจียงฉางเซิงมองเห็นนั้นยังคงอยู่ แสดงว่าทางเข้าออกภายในน้ำพุเหลืองอนธการมีการเคลื่อนที่ ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ผู้คนที่เข้ามาจำนวนมากไม่สามารถหนีออกมาได้เลย
โครมคราม…
นิ้วยักษ์สีดำลดระดับลงมา ร่างจิตจำแลงเทพยกฝ่ามือขึ้นกันไว้ พลังอาคมของวิชามรรคาธรรมชาติขั้นสิบสองเหนือกว่าร่างจิตจำแลงเทพก่อนหน้านี้มากนัก จึงพอจะสามารถต้านรับนิ้วยักษ์สีดำได้ ผืนแผ่นดินแหลกสลาย เศษหินพุ่งทะลุเมฆอัสนีประหนึ่งอันตรายล้างโลก เขาใจมติ!