เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 595 แดนประหลาด สถานที่ฝึกบำเพ็ญ
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 595 แดนประหลาด สถานที่ฝึกบำเพ็ญ
ปราณประหลาดมากมายนับอนันตวนลอมรอบตัวเจียง ฉางเชิง แสงเทพสุดขอบตะวันลอยอยูดานหลังศีรษะของเขา สมบัติอาคมชิ้นอื่นถูกเขาเก็บเข้าไปไมไดหยิบออกมาใช้ การเดินทางหนนี้ไมใชเพื่อจัดการผู้ที่อยู่เบื้องหลัง นธการลองสวรรค์เทานั้น แตเขายังอยากใช้โอกาสนี้ขัดเกลา กายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลและขันพรหมรางเทวะดวย ดินแดนแหงบ นี้จะกลายเป็นสถานที่ฝึกบำเพ็ญของเขา `ตสังหารเพงเล็งมายังตัวเขามากขึ้นเรื่อยต ฺจิตสัมผัส ของเขาตรวจพบมารประหลาดจำนวนนับไมถ้วนที่มีกลิ่นอาย คลายอนธการลองสวรรค พวกมันแตละตนแข็งแกรงแตก
ตางกันไป ยิ่งเขาอยูที่นี่นาน เขาก็สัมผัสได้อยางชัดเจนวากรรมที่ มีลักษณะพิเศษชนิดหนึงกำลังพยายามเขามาใกลเขา แตเขา อยูในขันพรหมรางเทวะ กรรมนั่นจึงเข้ามารุกรานเขาไมได้ กรรมประหลาดพวกนั้นพุงทะลุฝานกายเนื้อของเขา แตไมอาจ
ฝังตัวอยูในรางของเขาและไมอาจเกาะติดอยูรอบกายของเขา ปราณประหลาดเหลาธิ เนี้สั่นคลอนเขาไมได้แม้แตน้อย เจียงฉางเชิงไมรีบร้อนลงมือ เขาจะรอให้เจ้าพวกนั้นเป็น ฝ่ายบุกมาฬาถึงที่ เขาตั้งใจแล้ววาจะอยู่ที่นี่อีกนาน พอคิดมาถึงตรงนี้มุม ปากของเขาก็ยกโค้งขึ้นนิดฯ
บนยอดเขาสูง ใตหมูมวลดารา เงาหลายราง
มารวมตัวกัน อริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตนั่งอยูบนบัลลังก์หิน นางมองรางทั้งสามที่อยูเบื้องหน้าแล้วหัวคิวขมวดมุน “มีแตพวกเจ้าที่มาได้อย่างนั้นรี” อริยอัครจักรพรรดิโลภ นิมิตถามเสียงเขม บุรุษผู้มีเปลวเพลิงล้อมทั่วกายคนหนึ่งตอบอยาง ไมสบอารมณ์”อริยอัครจักรพรรดิสามคนมาชวยเจา เจายัง คิดวาน้อยอีกหรือ’ “นั่นธสิมีเรื่องอันใดกันแน่”
“มรรคาอริยะกำลังจะบุกโจมตีมัชมิมาพิทักษ แบง
พวกเรามาชวยเจ้าได้ก็ใส่ใจอย่างที่สุดแล้ว หากเป้าหมายของ เจาไมจำเป็นตองใชอริยอัครจักรพรรดิจำนวนมากละก็ อยา โทษที่พวกข้าไมเกรงใจก็แลวกัน” อริยอัครจักรพรรดิอีกสองคนเอยปากบ้าง น้ำเสียงของ พวกเขาไมเป็นมิตรอย่างยิ่ง พวกเขาล้วนถูกเบื้องบนเรียกตัวมายามนี้มรรคาอริยะ เปิดศึกแลว อริยอัครจักรพรรดิทุกคนตางมีเป้าหมายและ ภารกิจของตนเอง การตองมาชวยอริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิต สร้างผลงาน ในแงหนึ่งก็เทากับทำ ใหพวกเข เขาพลาดโอกาส สรางผลงานของตัวเองดวย
ภายในมรรคาอริยะมีระบบระเบียบการใหรางวัลและ การลงโทษที่สมบูรณ์แบบ แม้แตตัวตนที่แข็งแกรงระดับอริย อัครจักรพรรดิก็มีบางสิ่งที่ต้องพยายามจึงจะได้มาครอง ยาม นี้มรรคาอริยะกำลังยกทัพบุกครั้งใหญ่อยางที่หาได้ยากยิ่งใน รอบหลายสิบล้านปีโอกาสนี้หายากนัก พวกเขาต่างไมอยาก
พลาด
อ ริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตเอยตอบ “ขาพบโลกแหง หนึ่งของชะตาเรนมันมีคายกลพิเศษปกป้องอยฺู่มิหนำซ้ำยังมี วิถีบำเพ็ญที่มิใชชะตาเร้นกลุมหนึ่งอยูบนนั้นด้วย ปราณวิญ ญาณแห่งมหามรรคาที่นั่นเต็มเปี่ยมยิ่งนัก มันต้องมียอดของ วิเศษอยูแน่ หากยอดของวิเศษเซนนั้นตกไปอยู่ในมือของ ชะตาเรน แผนการหลังจากนี้ของมรรคาอริยะยอมไมราบรืน ข้าต้องการอริยอัครจักรพรรดิมากกวานี้เพื่อไปทำลายคายกล ยักษนันดวยกัน!” บุรุษเปลวเพลิงขมวดคิ้วถาม “เอีกฝ่ายมีขันอัคร จักรพรรดิของวิถีบำเพ็ญอยู่กี่คน” อริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตสายหน้าตอบวา “ตอนนี้ยัง ไมรูแนชัด แตขาเคยทำนายดูแลว ผลปรากฏวาหากขาฝืน บุกเข้าไปจะต้องตายอย่างแนนอน พลังระดับข้าตอให้สู้ไมได้ก็ ควรหนีไปได้อย่างงายดายสิ ตัวตนที่ทรงพลังพอจะสังหารข้า ไดอยางแนนอนนัน ยอมมิใชตัวตนทีอริยอัครจักรพรรดิแค
สีคนจะตอกรดวยได”
เมือคำนี้เอยออกมา สีหนาของอริยอัครจักรพรรดิอีก สามคนก็เครงเครียดขึนในบัดดล พวกเขาไมคิดวาอริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตโออวดพลัง ของตนเองสักนิด ความจริงเป็นดังที่นางพูด ตัวตนระดับอัคร จักรพรรดิของวิถีบำเพ็ญลวนเป็นผูหลุดพนจากหวงมิติ พวกเขาไมถูกกฎระเบียบของหวงมิติและกาลเวลาผูกมัด อีกตอไป พูดจากบางแงมุมก็คืออริยอัครจักรพรรดิไมมีวันถูก สังหาร แตพวกเขาตางรูจักพลังแหงการทำนายของอริยอัคร จักรพรรดิโลภนิมิตดี หลายครังหลายครายามมรรคาอริยะ ประสบเคราะห์ภัยครั้งใหญ่ อริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตล้วน กลายเป็นกุญแจสำคัญในเหตุการณ์เหลานั้น นี่จึงเป็นสาเหตุ ที่เบื้องบนลำเอียงเข้าข้างนาง
อริยอัครจักรพรรดิอีกคนหนึงถามเสียงเครงขรึม
“อันตรายถึงเพียงนี้ เจ้าแน่ใจหรือวาพวกเราควรฝ่าคายกลนั่น เข้าไป เจ้าแน่ใจหรือยังวาที่แหงนั้นเป็นของชะตาเรน หรือวา เจ้าแคเห็นคนของชะตาเรื้นเฉยๆ ฺบางทีฬห้วงมิติเขตนี้อาจมีวิถี บำเพ็ญหลุดพ้นวิถี อื่นย้ายเข้ามาเมื่อไมนานนี้ก็ได้”
ได้ยินดังนี้ |คิ้วของอริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตก็ขมวดมุน นางจมอยูกับความลังเลไมอาจให้คำตอบที่มั่นใจได้ ความจริงแลวนางก็เห็นคนของชะตาเรนแคสองคนจริงๆ เมื่อนางนึกถึงวิชาอาคมและพลังอภินิหารของผู้บำเพ็ญ เชียนทั้งหลาย นางก็ยิ่งรู้สึกวาวิถีบำเพ็ญที่อยูด้านในคายกล นั่นคงจะไมธรรมดา ถึงมรรคาอริยะจะแข็งแกรงจนสยบห้วงมิติแถวนี้ ทำให้ วิถีบำเพ็ญเล็กๆ จำนวนนับไมถวนจำยอมกมหัวใหได แต ภาย ในพันมหาโลกา สิ่งใดทก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แม้แตขุมอำนาจที่ แข็งแกรงยิ่งกวามรรคาอริยะภก็ยังเคยพังพินาศในเวลาสั้นๆ เรื่องเชนนี้ใชวาจะเป็นไปไมได้ อริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิต เจ้าลองทำนายดูวาหากพวกเราไปหาเรื่องพวกเขา มรรคา อริยะจะพบเจอจุดจบเซนไร” บุรุษเปลวเพลิงจับจองอริยอัคร จักรพรรดิโลภนิมิตแลวเอยถาม อริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตสายหนาตอบวา “ทำนาย ไมได้ ก็เพราะทำนายไมได้ ข้าจึงคิดวาต้องรีบจัดการให้ไวจึง จะดีที่สุด บางทีชะตาเรื้นอาจชวงชิงพลังชีวิตแห่งมหามรรคา
ไปบางสวน พวกเจานาจะรูความลีลับมหัศจรรยของพลังชีวิต แหงมหามรรคาดี การถือกำเนิดของพลังชีวิตแหงมหามรรคา ยากจะหยั่งรู้ ใครจะแน่ใจได้วาในห้วงมิติเขตเดียวกัน ใน ชวงเวลาเดียวกัน ฺจะมีพลังชีวิตแหงมหามรรคากำเนิดขึ้น มาเพียงหนึ่งเลา”
คำพูดของนางทำใหอริยอัครจักรพรรดิทังสามคน ตกอยู่ในภวังคครุนคิด หมู่ดาวบนฟ้าทอแสงระยิบระยับ บางครั้งบางคราก็ มีดาวตกพุงฝาน ชางงดงามดุจภาพวาด แตหัวใจของอริยอัคร จักรพรรดิทั้งสี่บนยอดเขากลับไมอภิรมย์สักนิด ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดบุรุษเปลวเพลิงก็เอยขึ้นวา ใน เมือพวกเรารวมมือกันแลวก็ยังไมแน่ใจ เซนนันก็บอกเรื่องนี้ กับองคประมุขใหครบถวนเถิด!” อริยอัครจักรพรรดิอีกสองคนเห็นดวย พวกเขาลวน ไมอยากเสียงอันตราย
อริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตพยักหนาเห็นดวย แคเห็นวา
มีอริยอัครจักรพรรดิเดินทางมาเพียงสามคน นางก็หมด
ไฟแลว นางไมคิดจะไปรนหาทีตายหรอก
ในห้วงมิติอันเวิ้งว้าง บนใบไม้ที่ขาดวิ่นใบหนึ่ง มี.เงาของ คนกลุมหนึ่งรวมตัวกันอยูบนนัน เทวะปฐมนภาแหงโลกเทพ ยุทธ์กับอูจี้ ผู้ครอบครองพรสวรรคที่แข็งแกรงที่สุดเทาที่เคยมี มาในประวัติศาสตรของวิถียุทธก็อยูในกลุมนันดวย ความหยิ่งผยองในวัยเยาวของอูจีเลือนหายไปแลว ยาม นี้อากัปกิริยาของเขาสุขุมดุจปรมาจารย์แหงวิถียุทธ์คนหนึ่ง เขานังสมาธิอยูตรงตำแหนงทายสุด อักขระยันต์สีน้ำเงิน วนเวียนอยูรอบกาย ฺอาภรณ์โบกสะบัดพลิวไหว เทวะป เฐมนภาเดินไปหยุดยืนขางกายบุรุษคนหนึงทีอยู ด้านหน้าสุด แล้วถามวา “ทานอัครจักรพรรดิเทวา ที่แหงนี้คือ สถานทีใดหรือขอรับ” ผู้ฝึกยุทธคนอื่นพากันหันไปมองบุรุษที่ถูกเรียกขานวา ทานอัครจักรพรรดิเทวาดวยแววตาหวาดหวัน พวกเขากำลัง พบพานอันตรายในห้วงมิติแหงนี้ พวกเขาถูกมารชั่วตนหนึ่ง
หมายตา จนตองตอสูกับมันหลายครังหลายหนมาตลอดทาง สุดทายก็ถูกไลตอนเขามาในหวงมิติบริเวณนี อัครจักรพรรดิเทวารณยุทธจองเขม็งมองเบื้องหน้า เขา ไมเอยตอบในทันที่ ผานไปครู่ใหญ่เขาจึงเอยออกมาเพียงวา
“แดนประหลาด”
แดนประหลาดอยางนันหรือ ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายแปลกใจ พวกเขาไมเคยได้ยินชื่อนี้ มากอน แมแตอู วเจี๋กยังลืมตาขึ้นมา “ที่แห่งนี้คือดินแดนแห่งความตายที่ไร้ทางรอด ฺมารชั่วที่ หมายตาพวกเรากอนหน้านี้คงเป็นมารประหลาดในแดน ประหลาด สาเหตุที่เขาไลต้อนพวกเราเข้ามาในแดน ประหลาดก็คงเพราะตองการแยงชิงกายเนื้อของพวกเรา มาใหกำเนิดมารประหลาดตนใหม ของวิเศษแห่งวิถียุทธ์ ใต้เท้าข้าคงไมอาจชวยพวกเราใหหนีรอดได้อีกแล้ว” นำเสียงของเขานิงสงบแตมันกลับแฝงดวยความเฉยชา ที่ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายสิ้นหวัง ไรทางรอดอยางนันหรือ
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายสวนใหญ่หน้าซีดเทาคล้ายขี้เถ้า พวกเขาเชือมั่นในตัวอัครจักรพรรดิเทวารณยุทธอยาง เต็มเปี่ยม ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อความเห็นของอัครจักรพรรดิเท
วารณยุทธดวย ลอเลนอะไรกัน!”
เสียงหนึงดังมาจากด้านหลัง อูจี้หยัดกายลุกขึ้นยืน สีหนาของเขาเครงขรึมจริงจัง เขาจองอัครจักรพรรดิเทวารณ ยุทธ์แล้วเอยวา “ทานอัครจักรพรรดิเทวา ยังไมต้องพูดถึงวา พวกเราอยูในแดนอันตรายเชนใด แตการนังรอความตายหา ใชหนทางแหงวิถียุทธํ คำสอนของวิถียุทธ์คืออาศัยพลังยุทธ์ เอาชนะอุป |สรรคอันยากลำบากและอันตรายทั้งหลายมิใชหรือ
อัครจักรพรรดิเทวารณยุทธไมหันกลับมามอง เขา
ถอนหายใจแลวเอยวา “หากเผชิญหนากับมารประหลาดนอก แดนประหลาด ฺขาคงไมมีทางยอมแพ แตพวกเราพลัดเขามา
ในแดนประหลาดแลว แมแตอริยราชันของมรรคาอริยะ เมือ หลงเข้ามาในที่แหงนี้ก็มีแต่ตายเทานั้น”
มือไดยินเขายกอริยราชันมาเทียบ สีหนาของฝูฝึกยุทธ ทั้งหลายก็ย่ำแยจนถึงขีดสุด อัครจักรพรรดิเทวารณยุทธเอยอยางหมนหมอง เมอ ไมมีพลังโชคชะตาของวิถีบำเพ็ญปกป้อง พวกเราจะถูกปราณ ประหลาดกลืนกินเร็วขึ้น เริ่มจากกลายเป็นมารคลั่ง จากนั้น ดวงจิตก็จะถูกกลืนกินจนดับสูญฺตายไปทามกลางควา มสินหวังและทุกขทรมาน’ “หากแดนประหลาดนากลัวถึงเพียงนันจริง เหตุใดมาร
ชัวนันจึงยังไมลงมือเลนงานพวกเราเลา’ อู้จี้ถามเสียงจริงจัง คำพูดของเขาจุดความหวังให้ผู้ฝึก ยุทธทั้งหลายใหมอีกครั้ง นันสิ! พวกเราเขามาลักพักแลว แตพวกเรากลับยัง ปลอดภัยดี ตั้งแตเข้ามายังไมถูกโจมตีอีกเลย’ “จริงดวย ในเมือคิดจะแยงชิงกายเนือของพวกเรา ไย
พวกมันตองรอดวย” “อูจี้พูดไมผิด ในเมื่อมันยังหวั่นเกรงพวกเรา พวกเราก็ ยังมีโอกาสรอด’
“ประเดียวกอนนะ พวกเจาไดยินเสียงอะไรหรือไม” ผู้ฝึกยุทธ์ ทั้งหลายหันไปสนทนากัน แตแล้วคำพูดของ คนผู้หนึ่งก็ทำให้ทุกคนเงียบเสียง แม้แตอัครจักรพรรดิเท วารณยุทธก็ขมวดคิว พวกเขาตั้งสมาธิเงี่ยหูฟัง ตูม!ฺตูม! เสียงระเบิดกึกกองดังสนั่นขึนเรื่อย” แตพวกเขาไมอาจ แยกแยะไดวาเสียงนันมาจากทิศทางใด เสียงที่ไมรู้ต้นสายปลายเหตุทำให้พวกเขาวิตกกังวล มากกวาเกา พวกเขาพากันหยิบศาสตราเทวะของตนเอง ออกมาเตรียมพร้อมตอสู้ จื๋ขมวดคิวกระบี่ของตนเองจนเป็นปมแลวหยิบกระบี่ เลมหนึ่งออกมาเชนกัน สายตาของเขากวาดมองไปรอบด้าน ทวาก็หาไมพบวาเสียงนันมาจากทิศทางใด
ทันใดนันเอง!
แรงกดดันอันนาหวาดกลัวสายหนึงก็โถมทับลงมามัน กดพวกเขาจนรวงลงไปพร้อมกัน ของวิเศษแหงวิถียุทธหน้าตา
คลายใบ1 ไมผุต ชินนันสรางโลขึนมาปกปองพวกเขา พวกเขา เงยหนามองตามสัญชาตญาณ ฺจากนันดวงตาก็พลันเบิกกวาง ความมืดมิดของห้วงมิติที่อยูเหนือศีรษะกำลังแตกร้าว เป็นชิ้น” โครงกระดูกมังกรขนาดยักษรางหนึ่งรวงดิ่งลงมา เบื้องลาง พร้อมกับสายฟ้าแหงห้วงมิติที่เจิดจ้าจนแสบตา โครงกระดูกมังกรรางนี้มหึมาอย่างที่สุด ฺสายตาของ พวกเขาไมอาจเห็นรางทั้งหมดของมันในครั้งเดียว ทั้งที่พลัง สายตาของพวกเขาลวนเป็นเลิศ ตอจากนันสายตาของ พวกเขาก็ถูกเงาคนบนศีรษะของมังกรดึงดูดไปอยางรวดเร็ว ตรงนั้นมีฬเงาลึกลับรางหนึ่งยืนอยู ด้านหลังศีรษะของเขา มีดวงตะวันเจิดจ้าอยูดวงหนึ่ง แสงอันแรงกล้าบดบัง โฉมหน้าที่แท้จริงของเขา เขากำลังบีบคอมนุษยที่มีรางกาย เพียงครึ่งทอนเชื่อมติดอยูกับศีรษะฆังกร เมื่อเห็นคนผูนั้น เทวะปฐมนภาก็ตัวสั่นระริก รางของ ใครคนหนึ่งในความทรงจำที่ถูกปิดผนึกจนฝุ่นจับโผลขึ้นมาใน
สมองของเขา
มรรคาจารย!
เป็นไปไมได!
มรรคาจารย์มาอยูที่นี่ได้อยางไร สัญชาตญาณของเทวะปฐมนภาปฏิเสธการคาดเดานัน ทันที่ เขาคิดวาอีกฝ่ายคงลักษณะคล้ายมรรคาจารย์เทานั้น ในพันมหาโลกามี ผู้แข็งแกรงมากมายที่ไมยินดีเปิดเผยโฉม หน้าที่ แท้จริง
ทามกลางสายตาจับจองจากเหลาฝูฝึกยุทธ เงาราง ลึกลับนั่นขยี้รางมนุษย์ครึ่งทอนจนแหลกเละ ต่อจากนั้น โครงกระดูกมังกรขนาดมหึมาก็แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ แม้แต่ เศษฝุ่นก็ไมเหลือทิ้งไว้ เพียงพริบตาเดียวทุกสิ่งก็เหลือเพียง ความวางเปลา
พลังอันแข็งแกรงทีกดทับหวงมิติของแดนประหลาด
เลือนหายไป สิงทีมาแทนทีคือแรงกดดันทีทรงพลังมากกวา แตไมมีความรู้สึกชวนพรั่นพรึง เมื่ออยูตอหน้าพลังนี้ สัญ ชาตญาณของ เผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายต่างบอกให้พวกเขาคุกเขา หมอบกราบ นอกจากผูฝึกยุทธจำนวนนอยในกลุมนัน ผูฝึก ยุทธ์สวนมากสองขาออนลงไปคุกเขาทันที
เจียงฉางเชิงเหาะอยูดานบน เขาจับสัมผัสลมปราณ ออนแอกลุมหนึ่งไดจึงก้มหน้าลงไปมองแล้วก็เห็นพวกอัคร จักรพรรดิเทวารณยุทธ ลมปราณของวิถียุทธ! พูดไปแล้ว เจียงฉางเชิงกับเทวะปฐมนภาก็ไมเคยพบ หนากันจังๆ ฺมากอน เทวะปฐมนภาเคยใชพลังโชคชะตาของ วิถียุทธโจมตีวิถีเซียนก็จริง แตพอลมเหลวเขาก็หลบซอนตัว ไปทันที่ แมไมเคยพบหนา แตดวงตาคูนี้ของเจียงฉางเชิง มองเห็นกรรมที่พันเกี่ยวกันทั้งมวล ฺเขามองปราดเดียวภก็รู้ ตัวตนของเทวะปฐมนภาในทันที่ อาจารยของราชันมรรคานิพพาน! อดีตศัตรูทีแข็งแกรงมาปรากฏตัวตรงหนา แตเจียงฉาง เชิงกลับไมมีความคิดจะสังหารอีกฝ่าย กรรมระหวางเขากับ วิถียุทธ์จบสิ้นลงไปแล้ว เขายอมไมจำเป็นต้องเขนฆาผู้ฝึกยุทธิ์ ใหหมดสิน ยิ่งไปกวานันความขัดแยงระหวางเขากับเทวะ ปฐมนภาตั้งแตต้นจนจบล้วนเป็นการตอสู้ระหวางวิถีบำเพ็ญ
แตเขาก็ไมคิดจะชวยเหลือผูฝึกยุทธกลุมนี้เชนกัน เขา หายตัวไปจากตรงนันแลวออกไปตอสูตอ ในชวงเวลาที่ผานมา ขั้นพรหมรางเทวะของเขา แข็งแกรงขึ้นเรื่อย” แม้แตอภินิหารวาจาสิทธิ์เขาก็ใช้น้อยลง กวาเดิม ฺขณะที่ปราณประหลาดทำรายเขาไมได ฝั่งเขากลับ ดกลืนปราณประหลาดได เขาพบวาการใชปราณประหลาด หลอหลอมกายเนื้อ ชวยกระตุ้นให้กายทองคงกระพันกำเนิด จักรวาลแข็งแกรงขึ้นได้ดียิ่งกวาเดิม สถานที่ฝึกบำเพ็ญแหงนี้ชางยอดเยี่ยมนัก!