เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 594 บรรลุวิชามรรคาธรรมชาติขิ้นที่สิบหก
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 594 บรรลุวิชามรรคาธรรมชาติขิ้นที่สิบหก
ทันทีที่เจียงฉางเชิงตรวจจับพลังนั้นได้ก็ใช้แต้มเซนไหว้ พยากรณ์อยู่ในใจ กอนจะพบวามูลคาของอีกฝ่ายคือหนึ่งล้าน หาแสนสองหมืนแตมเซนไหวมรรคาสวรรค! ตัวเลขนีทำใหเขานึกไปถึงอนธการลองสวรรคทีเคย
รุกรานแดนเซียนพรหม ตัวตนเบื้องหลังอนธการลองสวรรคก็มีมูลคาหนึงลาน หาแสนสองหมืนแตมเซนไหวมรรคาสวรรคเหมือนกัน! แม้เจียงฉางเชิงจะถูกอสนีบาตจูโจม ฺแตเขาก็ไมกลัว ขั้น พรหมรางเทวะของเขาผานการหลอหลอมเรียบรอยแลว
ไมต้องกลัวผูรุกรานสักนิด กอนบรรลุขัน มูลคาของเขาก็เกินหนึงลานไปแลว .ขา เองก็อยากรู้เหมือนกันวาหลังจากที่บรรลุขั้นแล้วจะแข็งแกรง เพียงใด!
เมือเคราะหสวรรคออนกำลังลงทีละนิด พลังอาคมของ จียงฉางเซิงก็เริมพุงพรวดขึน เพียงแตวากายเนื้อกับจิตวิญ
ญาณของเขาก็ยังคงรับการหลอหลอมจากอสนีบาต ไมมีแต้ม เซนไหวคุมกัน เขาจึงเลือกที่จะสู้ตอ ที่เขาไม่ใชสมบัติอาคม ประการแรกเพราะกลัววาจะทำสมบัติอาคมเสียหาย ประการ ที่สองภก็คืออยากอาศัยโอกาสเนี้ขัดเกลากายเนื้อ ปราณวิญญาณมหามรรคากลางความวางเปลา หลังไหลเขามาอยางรุนแรง เจียงฉางเชิงปรายตามอง ทามกลางความมืดมีหอกกระดูกยาวทีพันรอบไปดวยปราณ ประหลาดขามมิติมา แคชัวพริบตาก็จะโจมตีโดนเขาแลว พลังพรหมรางเทวะลุกขึ้นจากในตัวของเจียงฉาง เชิงอีกครั้ง พลันโบกมือขวาก็ทำลายหอกกระดูกยาวนันได้ อยางงายดาย หอกกระดูกยาวนั้นรวดเร็วยิ่งนัก ผู้แข็งแกรงอย่างขั้น พรหมทั้งห้าไมทันตั้งตัวเลย ในมุมมอง เของพวกเขา หอก กระดูกยาวเหมือนจูฯ ฺก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ามรรคาจารย์ แต่ก็ ถูกมรรคาจารย์ทำลายไดอยางงายดาย ครั้งนี้เหลาขั้นพรหมมั่นใจแล้ววามีศัตรูที่แข็งแกรง มารุกราน พวกเขาโดดออกจากคายกลพิทักษ์สวรรคหมื่น
ปรากฏการณ์ทันที่ มาอยูใตหวงสุญญตา “ไมต้องชวย แคดูก็พอ’ เสียงของเจียงฉางเชิงดังขึ้นในหูของขั้นพรหมทั้งห้า ทำใหพวกเขาโลงอก แสดงวามรรคาจารย์มีความมั่นใจ เต็มเบี่ยม
อสนีบาตนับไมถวนแยงกันผาลงมาทีตัวเจียงฉางเชิง เขาก็ยังคงนั่งอย่างเกียจคร้าน เอามือข้างหนึ่งเท้าคางเหมือน กำลังงีบหลับ ไมไดรับผลจากเคราะห์สวรรคแมแตนอย จ็บปวดมาก แตก็ตองทน ถึงอยางไรก็มี ผู้ศรัทธาดูอยู่ เยอะขนาดนี้ จะให้ขายหน้าไมได้เด็ดขาด! พรหมรางเทวะที่ยืนอยูเหนือศีรษะของเจียงฉางเชิงพลัน ยกมือชี้ไปทิศหนึ่ง ดัชนีมรรคพิฆาตโลกา! อานุภาพของดัชนีนี้นากลัวยิ่งกวาเมื่อกอนอีก! ไม่ใชสีทองอีกแล้ว แตเป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์กวาดออกไป ทำใหหวงสุญญตาอันมืดมัวถูกแตงแตมเป็นเสนทางสีขาว
ยาวเหยียดไปถึงสุดเขตหวงสุญญตา แมแตเมฆอัสนียังถูกผา ออกเป็นสองสวน
ดัชนีมรรคพิฆาตโลการวดเร็วยิงนัก เร็วจนเหลาพรหม ยังหันหนามองตามไมทัน
พวกเขามองพลังทำลายลางของดัชนีมรรคพิฆาตโลกา ภายในใจเกิด: เคลื่นลูกใหญ่ขึ้น อภินิหารของมรรคาจารย์แข็งแกรงจริงๆ ฺเนี่ไมใชดัชนี ปราณตระกูลเฉินแลว นีมันอภินิหารระดับมหามรรคาชัดๆ แนนอน ก็อาจจะเป็นเพราะมรรคาจารยแข็งแกรงมาก พอด้วย แคการโจมตือย่างไมใสใจก็สร้างพลังทำลายล้างได้ มากขนาดนี้แล้ว เจียงฉางเชิงจ้องไปยังทิศหนึ่ง เขาพบตัวตนที่มีมูลคา หนึงลานหาแสนสองหมืนแตมเซนไหวมรรคาสวรรคนัน นัน เป็นมังกรกระดูกที่รวมขึ้นจากปราณประหลาด บริเวณ หนาผากของมังกรเชือมตอกับครึงบนของมนุษยฺผิวขาวซีดจน นาหวาดกลัว คอและใบหน้าเต็มไปดวยเสนเลือดฝ่อย เสนผม ยาวสยาย ใบหนาดูราวกับซากศพ
เมือเผชิญกับดัชนีมรรคพิฆาตโลกา ซากมังกรกระดูกก็ เอี้ยวตัวหลบฺทวากระดูกมังกรครึ่งหนึ่งถูกปราณดัชนีทำลาย สลายเป็นผุยผง พลังทำลายล้างอันนาพรั่นพรึงจะลุกลามไปถึงรางที่ เหลือ เขาจึงสละรางมังกรในทันที่ หนีไปจากหวงสุญญตานี้ ไปอยูอีกห้วงสุญญตาหนึ่ง เขาเผยสีหน้าตื่นกลัว นัยนตาเต็มไปด้วย ความโกรธแคน “นีมันพลังอะไรกัน…หรือวาจะเป็นมหามรรคาวินาศใน
ตำนาน”
เขาคือมหาวิปลาสเหมันต ฺเป็นผูสรางอนธการลอง สวรรค เขาสร้างตัวตนที่มีปราณประหลาดขึ้นมานับไมถ้วนใน
ชวงเวลาอันยาวนาน แตผูแข็งแกรงอยางอนธการลองสวรรค มีน้อยจนแทบจะนับนิ้วได้ ดังนั้นความตายของอนธการลอง สวรรค์จึงทำให้เขาโกรธจัด เขากำลังรอโอกาสอยูตลอด รอจนกระทังอีกฝ่ายถูกเคราะหอัสนีกำราบเขาถึง จะลงมือ แตไมนึกเลยวาจะไมใชแคลมเหลว ซ้ำยังถูกอีกฝ่าย
โตกลับในทันที่ ตนเองบาดเจ็บสาหัส แคการโจมตีครั้งนี้ มหาวิปลาสเหมันต์กรู้ตัวแล้ววาตน ไม ,ใชคูตอสู้ของอีกฝ่าย เขาซอนอยู่ในความมืด เลิกคิดที่จะแก้แคนเจียงฉางเชิง อีกด้านหนึ่ง เจียงฉางเชิงจับพลังของมหาวิปลาสเหมันต์ เอาไวแลว เขาตัดสินใจวาจะรอบรรลุขันเสร็จสินกอนแลวคอย ไปคิดบัญชีกับมหาวิปลาสเหมันต เขาเริ่มรู้แเจ้งวิชามรรคาธรรมชาติ ภายใต้สถานการณ์ที่ ไมมีใครรบกวนนั้น สภาพจิตใจของเขาพัฒนาขึ้นได้เร็วมาก ไมนานนัก ผลมรรคาพรหมของเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ภายนอกป.= รากฏ ลวดลายหลากสีสัน นันคือตราประทับของ พลังแหงมหามรรคา เหลาขั้นพรหมก็รู้สึกได้วาอำนาจสวรรค์กำลังออนลง พวกเขาเผยรอย|ยิ้ม ฺดูทามรรคาจารย์คงผ่านดานเคราะห์ได้ แนแลว
ขณะเดียวกัน พวกเขายังนึกไปถึงอีกความเป็นไปไดหนึง มรรคาจารยตั้งใจฝาดานเคราะหนีใหพวกเขาดูหรือไม
เพราะวาการฝาดานเคราะห์ของมรรคาจารย์ดูงายดาย
มาก!
พวกเขามองไปทีพรหมรางเทวะ พอไดแหงนหนามอง พรหมรางเทวะในระยะใกล พวกเขาก็เกิดอาการใจสั่นขึ้น มาอย่างนาประหลาด อยากได้รางเทวะเชนนี้เหมือนกัน “จำการผานดานเคราะห์ครั้งนี้แเอาไว้ นี่จะเป็นเป้าหมาย
ถัดไปของพวกเจา!”
สียงของมรรคาจารยพลันดังขึน เในหูพวกเขา ทำให พวกเขาใจสันสะทาน ใชอย่างที่คิดจริงๆ! มรรคาจารย์กำลังชี้แนะพวกเขา! ขนาดปร เฐมาจารย์หมื่นพุทธที่แข็งแกรงที่สุดยังต้อง ยอมรับวาหลังจากทีเขาบรรลุขันพรหมฺภายในใจก็มีความ เอื่อยเจื่อยขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้สึกวาตนเองมาถึงจุดสูงสุดของ วิถีเซียนแล้ว หาทิศทางการบำเพ็ญต่อไปไมพบ ไมมีการบันทึกวิชาของระดับขั้นที่สูงกวาไว้ ด้วยทักษะ การรูแจงของเขา เขาเองก็คิดไมออกวาจะกาวขามตัวเอง
อย่างไร ขั้นพรหมทั้งห้าเกิดคลื่นลูกใหญ่ขึ้นในใจ กอนจะค้อมตัว คารวะไปทางมรรคาจารย ฺจากนันสัมผัสถึงความลีลับของ
พรหมรางเทวะอย่างละเอียด
พรหมรางเทวะก็กำลังดูด เซับปราณวิญญาณมหามรรคา เชนกัน กระทัง ซับพลัง แหงกฎ เกณฑมหามรรคา ใชพลัง แห่งมหามรรคาขัดเกลารางเทวะ ทำให้มันไปถึงขั้นที่กรรมและ ชะตากรรมไมอาจกาวกายได
ผูบำเพ็ญเชียนทีมีพรหมรางเทวะจะถูกทำนายไมได จะ ไมถูกกฎเกณฑ์ควบคุม ฺนี่ก็คือการหลุดพ้นในระดับสูงยิ่งกวา เจียงฉางเชิงก็จมอยู่ในห้วงการรู้แเจ้งของตนเชนกัน หลายวันตอมา เคราะห์สวรรคหายไปทั้งหมด สวนเจียง ฉางเชิงก็ยังอยู่ในห้วงการรู้แจง ขั้นพรหมทั้งห้าก็เชนกัน แดน เซียนพรหมในตอนนี้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลาจักรพรรดิเซียนไดเห็นการผานดานเคราะหทียาก จะลืมเลือนไปชั่วชีวิตกับตา ก็ทำให้พวกเขาจุดแรงบันดาลใจ ในการฝึกบำเพ็ญเซียนขึ้นมาอีกครั้ง
การบำเพ็ญเซียนเป็นเรื่องนาเบื่อ ต้องใช้เวลาอัน ยาวนานในการสั่งสมฺสำหรับพวกเขาแล้ว ฝึกหมื่นปีตบะก็ อาจจะไมเพิ่มขึ้นเลย ฺหลังจากที่กำเนิดขั้นพรหมสามคนแรก เหลาจักรพรรดิเซียนก็เริ่มเอื่อยเจื่อยขึ้นมา ตอนนี้พวกเขามาคิดดูแล้ว ที่มรรคาจารย์มีวันนี้ได้ ที่วิถี เซียนมีวันนี้ไ ด มรรคาจารย์จะไมต้องทนกับความเบื่อหนาย อันยาวนานอยางนันหรือ มรรคาจารยมีตำนานหลายเรื่องราว แตไมเคยมีตำนาน การเสวยสุขเลย ฺจักรพรรดิสวรรคยังมีตำนานความรักลง ไปจุติยังแดนมนุษยและพบรักกับหญิงสาวสามัญชนฺแต มรรคาจารย์ไมมีเลย ฺในตำนาน ทุกครั้งที่มรรคาจารย์ ปรากฏตัวก็มักจะเป็นการชวยทุกสรรพชีวิตที่ตกทุกข์ได้ยาก เสมอ หรือไมก็เผยแผวิถีเซียน ในชวงเวลาตอมา เรืองมรรคาจารย์ผานดานเคราะห์ ก็ได้แพรไปทั่วในมหาพิภพจิตจร ทำให้เหลาผู้ศรัทธาของแดน ซียนเอกเทวะตกใจกันยกใหญ่
พวกเขาสัมผัสไดถึงคำวามรรคาไรขอบเขตจากในตัว
มรรคาจารย์ ผู้แข็งแกรงอยางมรรคาจารยก็ยังคงมุง ไปขางหนา เป็นเซนนี้ตอไปหลายตอหลาย’ปี ในประสาทสัมผัสของขันพรหมทังหา พลังอันมหาศาล
ในตัวมรรคาจารยหายไปแลว หากหลับตา แมแตพลังจิตของ
พวกเขาก็ยังตรวจจับมรรคาจารยไมพบราวกับวามรรคา จารย์ไมมือยูจริง และยิ่งเป็นเซนนั้น พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกวามรรคา จารยชางสูงสงไมอาจประเมินได ความจริงแลว พลังอาคมของเจียงฉางเชิงกำลังพุงพรวด ขึ้นอยูตลอด เขาดำดิ่งอยู่ในสัมผัสของการแข็งแกรงขึ้นอยาง รวดเร็ว ไมอาจถอนตัวได รอยปีตอมา มูลคาของเจียงฉางเชิงเพิ่มขึ้นเป็นสิบเทา ขอบเขตพลังจิตของเขาก็แผขยายออกไปกวางมาก ถึงขัน มองเห็นสมรภูมิรบนับหมื่นแหงของมหาวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นทั้ง
สาม
[อายุเซียน 1,643,879 ปตบะของเจาเพิมพูนอยางมาก จนบรรลุวิชามรรคาธรรมชาติขันทีสิบหก ผานดานเคราะห มหามรรคาหลอมรวมเทพ ไดรับรางวัลรอดชีวิตเป็นอภินิหาร มหามรรคา นามวา ‘อภินิหารวาจาสิทธิ์’1 [ตรวจพบวาเจ้าผานดานเคราะหลำเร็จเป็นครังทีสิบเอ็ด เพราะวิชาที่เจ้าฝึกบำเพ็ญา ไมอยู่ ,ในมรรคาสวรรคปัจจุบัน เจา มีตัวเลือกสองประการ เลือกไดเพียงหนึ่งเทานั้น] [หนึ่ง ละทิ้งการบำเพ็ญเซียน ฺตบะของเจ้าจะเปลี่ยนเป็น ระดับขั้นบำเพ็ญของพันมหาโลกา นั่นคือขั้นองค์ประมุข
สุญญตา] [สอง บำเพ็ญเซียนตอ เซียนคือผูอยูเหนือสรรพชีวิต สรรพสิงเลือมใสศรัทธา หนทางแหงการบำเพ็ญเซียนก็คือการ
แสวงหาหนทางแหงมรรคาสวรรค]
องคประมุขสุญญตา? เจียงฉางเชิงไมเคยได้ยินชื่อระดับขั้นนี้มากอนเลย แม้แต่ ในความทรงจำของแค้นทมิฬิก็ยังไมมี เด้วยมูลคาแต้มเซนไหว้
ของเขาในตอนนี้ อยู่ในพันมหาโลกาก็ยังเป็นตัวตนที่หาได้ ยากยิง
เขาเลือกทางเลือกที่สอง บำเพ็ญเซียนตอ ขณะเดียวกันเขายังเริมรับสืบทอดความทรงจำของวาจา สิทธิ์ อภินิหารมหามรรคายอมไมธรรมดาอยูแล้ว วาจาสิทธิ์ก็ตามชื่อ เมื่อเผชิญกับตัวตนที่ต่ำกวาตนก็จะ สามารถใชวาจากำหนดชะตาของอีกฝ่ายได หากเผชิญกับ ตัวตนที่พลังเทากันหรือสูงกวา ก็จะใช้วาจาสำแดงอภินิหาร ทุกอย่างที่ตนเรียนรู้ได้ สามารถเล็งเป้าหมายไปที่อีกฝ่ายใน ระยะไกลได เป็นอภินิหารที่อหังการยิ่งนัก! นี่สิถึงจะเหมาะสมกับฐานะของมรรคาจารย์! หลังรับสืบทอดวาจาสิทธิ์ เจียงฉางเซิงก็ปรับสภาพพลัง อ เมือเขาเก็บพรหมรางเทวะเข้าไปในรางกาย รัศมีเทพ สมบัติอาคมก็หายไป ตัวเขาก็ซอนอยู่ในความมืด ครานีขันพรหมทังหาหาเงารางและพลังของมรรคาจารย์ ไมพบเลย ยังคิดวามรรคาจารยกลับไปแลว จึงพากันคารวะ
ไปทางตำหนักเมฆามวงแลวแยกยายกันกลับไป ผ่านไปอีกหนึ่งพันปี เจียงฉางเชิงปรับตบะไดมั่นคงแลว ตอนนี้เขาบรรลุ พรหมรางเทวะในแบบทีเขาจินตนาการแลว อยู่ในสภาพ สมบูรณ์แบบ กายเนื้อกับรางเทวะรวมกันเป็นหนึ่ง ก้าวข้ามคำ วาสิ่งมีชีวิตไปถึงระดับที่เทาเทียมกับกฎเกณฑ์มหามรรคา! “ข้าอยากรู้วาตอนนี้ข้าแข็งแกรงแคไหนแล้ว” .เจียงฉางเชิงพูดงึมงำในความมืดมิด ราวกับเทพผูสราง โลกที่ซอนตัวอยูเหนือกฎเกณฑ์ทุกสรรพสิ่งกำลังพูดพึมพำกับ
ตนเอง
ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขามีแคเขาที่ได้เห็น [ตองใช 14,200,000 แตมเซนไหวมรรคาสวรรค จะดำเนินการตอหรือไม]
ไม!
เจียงฉางเชิงพึงพอใจกับมูลคาในตอนนีมาก ความจริง ไมต้องพยากรณ์ เขาก็รู้ึกไดถึงความแข็งแกรงที่แทบจะไร้
พายของตน
แตความรู้สึกเซนนี้เป็นเพียงสิ่งที่ตั้งอยูบนประสบการณ์ ที่ผ่านมา เขาลุกขึนยืนชาต แสงเทพสุดขอบตะวันยิงลำแสง ออกมา ราวกับดวงอาทิตยลอยอยูดานหลังศีรษะเขา รางแยก หนึงลอยออกมาจากในราง นังลงบนบัลลังก์เทพสวรรคมหา มรรคา จากนั้นภก็พาบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคากลับไปที่
ตำหนักเมฆามวง
รางจริงของเขาไมไดกลับไป เพราะเขามีเรืองสำคัญตอง ทำ
ในเมือบรรลุขันแลวก็ตองทดสอบพลัง! กอนหน้านี้เจียงฉางเซิงได้เล็งเป้าหมายไปที่กลิ่นอาย ของมหาวิปลาสเหมันต์ ตอนนี้กึยังจับสัมผัสได้อยู นี่ก็คือความแข็งแกรงของพรหมรางเทวะ พลังจิตขาม ไปขั้นพลังหนึ่ง ไมใชการรับรู้ในแบบที่ผู้บำเพ็ญเชียนเข้าใจ อีกตอไปแตเป็นการรับรูที่สามารถขามเวลาและระเบียบอัน คลายกับตราประทับสังสารวัฏ
สญ ลักษณ์ของพรหมรางเทวะก็เชนกัน นอกจากไมไดรับ ผลของกรรมและชะตากรรมแลว พลังจิตยังก้าวข้ามไปถึงขั้นที่ ทำอะไรได้สารพัดนึก!
เจียงฉางเชิงหายไปในความวางเปลา เขาขามมิติ มาหลายชั้น ข้ามเขตห้วงสุญญตาไมหยุด ไมนานนักก็มา ถึงหวงสุญญตาอันมืดมิด ที่นื่อบอวลไปด้วยปราณประหลาด ดูคล้ายกับหมอก หนามหามรรคาไรที่สิ้นสุ ด ทำใหที่นี่ดูนาอึดอัดอยางเห็นได้ชัด จียงฉางเชิงเผยพลังออกมาเพียงนิดเดียว แคชัวพริบตา ก็มีจิตสังหารนับไมถ้วนจับจองมาทีเขา