เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 599 วิถีกำเนิดวาสนา ขิ้นประมุขชะตาอมตะ
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 599 วิถีกำเนิดวาสนา ขิ้นประมุขชะตาอมตะ
หลังเอยคำขอของตนเอง ราชันชะตางำประกายก็ หวาดหวั่นยิ่งนัก แม้ชะตาเรื้นจะมีบุญคุณชวยฟูมฟักเจียง เจี่ยน แตยามนี้ไมเหมือนวันวานอีกตอไปแลว หากชะตาเรืน
ยังคงแข็งแกรง เขาคงมาเรียกราชันมรรคาอมตะไปทำงาน ให้ได้อยางสงาผาเผย แตยามนี้ชะตาเร้นตกอยู่ในวิกฤต เขา กลัววาอีกฝ่ายจะปฏิเสธ หากเจียงฉางเชิงปฏิเสธเขา เขายังจะมีหนทางใดอีกเลา “ได!”
เสียงของเจียงฉางเซิงที่ดังออกมาทำให้เขาทั้งดีใจและ
ประหลาดใจ ความจริงแล้วที่เจียงฉางเชิงตื่นขึ้นมาในเวลานี้ก็เป็น เพราะจับสัมผัสกลิ่นอายของเขาได้ เจียงฉางเชิงไมติดขัดกับ การชวยเหลือชะตาเร้น ถึงอยางไรเขาก็เป็นศัตรูกับมรรคา อริยะอยูแล้ว อีกอย่างน้ำใจที่ชะตาเรื้นชวยอบรมบมเพาะเจียง จียนก็ยังมิไดตอบแทน
ถาเชนนันขา. ราชันชะตางำประกายรีบเอยปาก ทวา
คำพูดยังไมทันเอย จบก็ถูกขัดเสียกอน “ขามองเห็นสนามรบแลว เมือถึงเวลาสมควร ขา
จะลงมือเอง” ได้ยินคำนี้ ราชันชะตางำประกายก็ทำทาเหมือนอยาก จะพูดบางอย่างแตก็เงียบไป หลังจากลังเลครูหนึ่ง เขาก็คำนับ ไปทางแดนเซียนพรหมแลวหมุนตัวจากไป หลังจากราชันชะตางำประกายจากไปแลว เจียงฉางเชิง ไมไดหันไปมองสนามรบระหวางชะตาเรนกับมรรคาอริยะเป็น สิงแรก เขามองดูโลกแตละใบของวิถีเซียนตอ อีกฝั่งหนึ่ง ไปฉีสั่งสมสมบัติในมือมาหนึ่งแสนหลายหมื่น ปีจนมีสมบัติจำนวนนับไมถวน นางเริมตระเตรียมการเกียวกับ
บุญบารมี เวลานี สหายเกาจากอารามเขามังกรผงาดในวันวาน ต่างมารวมตัวกันใตต้นสรวงสวรรค์มหามรรคา แม้แตมูหลิง ลัวกับเทพกระบีก็มาดวย
เทพกระบีบรรลุขันพรหมแลวแตมิไดทำตัวเหินหางกับ สหายเกาทั้งหลาย เขายังคงมารวมตัวกับคนอื่น เพื่อถก เกี่ยวกับการฝึกบำเพ็ญเป็นระยะเชนเดิม “จ ะขอบุญบารมีจากมรรคาสวรรค เจ้าตองเตรียม ถ้อยคำเอาไว้ให้พร้อม ฺถ้อยคำนี้จะเอยตอหน้าสรรพชีวิต ทั่วหล้า” เทพกระบี่เอยเตือน ไปฉีพยักหน้าแล้วยิ้มกระหยิ่มยิ้มยอง “ข้ารับใช้นายทาน มานานถึงเพียงนี้` เรื่องพรรคนี้ข้าจะทำไมเป็นได้อยางไรกัน” เยี่ยสวินตี่หยอกล้อ “อยูตอหน้าพวกเราเลิกโม้เถอะนา มรรคาจารยตองใหเจารับใชดวยหรือไร” “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร เจ้าคิดวาติดตอสื่อสารกับผู้คน ไมต้องใสใจอยางนั้นรี” มูหลิงลัวเห็นทั้งสองคนทำทาจะทะเลาะกันอีกแลว จึงรีบ เปลี่ยนประเด็นถามขึ้นวา “วาแตเจ้าตั้งใจจะสร้างวาสนาแหง บุญบารมีเมื่อใดหรือ ไปฉีได้ยินคำถามก็ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “นาจะ เป็นหนึ่งปีหลังจากนี้ แตก็ไมรู้วามรรคาสวรรค์จะเมตตา
หรือไม”
จีอูจวินเอยแชว “ในเมือมรรคาจารยเป็จ lนผูชีแนะใ ให เจาทำเจายังจะกังวลอะไรอีก มรรคาสวรรคยอมตองเชือฟัง มรรคาจารย์ไมใชหรือไร” ทุกคนพากันหัวเราะตาม แต แเทพกระบีกลับติงดวยทาทีจริงจัง “จะคิดเชนนันไมได
การดำรงอยูของมรรคาสวรรคเป็นอิสระจากมรรคาจารยอยาง สมบูรณ์ เข้าสัมผัสได้วามันมือยูจริงฯ แล้วยังเป็นสิ่งที่มิอาจ ก้าวข้ามได้อีกด้วย” ขั้นพรหมล้วนสัมผัสถึงมรรคาสวรรค์ได้ ิสิ่งที่พวกเขา สัมผัสได้คือมรรคาสวรรค์นั้นชางยิ่งใหญ่นัก อำนาจของมัน สวางไสวเรืองรอง หลังจากได้สัมผัสการมือยูของมรรคา สวรรค ในใจของขันพรหมทังหลาย ฺมรรคาสวรรคกึกลายเป็น ตัวตนที่ดูหมิ่นไมได แนนอนวามรรคาจารย์ก็เป็นเซนเดียวกัน เพียงแตสองสิ่งสมควรมองแยกจากกัน ทำเชนนี้จึงจะเป็นการ
เคารพพวกเขา
ไปฉีเจอคำพูดของเขาเข้าไปก็เริ่มเครงเครียด นางพึมพำ ‘ดูทาคงต้องเคารพมรรคาสวรรค์เอาไว้ไมอยางนั้นข้า จะพลาดจากโชควาสนาเอาได” เวลาหนึงปีสำหรับพวกเขาเร็วเหลือเกิน สำหรับแดน ซียนพรหมไมตางจากเวลาหนึงวันสักเทาไร หนึ่งปีหลังจากนั้น สุมเสียงไพเราะแตนาเกรงขามเสียงหนึงกองกังวาน ไปทัวแดนเซียนพรหม “ข้าพระแมฝูหยวนนามไปฉี เห็นใจสรรพชีวิตที่ตกอยู่ใน ห้วงทุกข จึงปรารถนาจะตั้งสัตยอธิษฐาน วาจะมอบ โชควาสนาให้แกสรรพชีวิตทั้งปวง ผู้ใดทำความดี ผู้ใดสร้าง บุญบารมี ศรัทธาจักบังเกิดผล ฺสิ่งนี้คือวิถีกำเนิดวาสนา ขอ มรรคาสวรรควินิจฉัยดวย!” หลังจากเสียงของไปฉีดังขึ้น มรรคาสวรรค์ก็สั่นสะเทือน มหาสมุทรสีทองปรากฏบนทองนภาเกลียวคลื่นแผกระจาย ออกไปไมสิ้นสุด สรรพชีวิตแหงนหน้าลัวนมองเห็น ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ได้ยินเสียงของไปฉีด้วย
วิถีกำเนิดวาสนา!
ใจกลางมหาสมุทรสีทอง ลำแสงสีทองสายหนึงทอด ลงมาล้อมรางของไปฉีต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาที่อยูด้าน ขางสันโอนเอน มูหลิงลั่ว จีอูจวิน อวี้เหยียนอี้ เทพกระบี เยี่ยสวินตี๋ เจียง อี้ เจียงชั่น เฒาลี้ลับลิขิตสวรรค์ ฮวงชวนและคนอื่น” ล้วน จับจ้องไปฉีที่อยูทามกลางแสงสีทอง ใบหน้าเต็มไปด้วยสีหน้า คาดหวัง
เทพกระบีเหมือนจะสัมผัสบางสิงได เขาเผยสีหนา
แปลกใจออกมา
เสาแสงสีทองไมหายไปเร็วนัก ตรงกันขามมันกลับ สองสวางเจิดจ้าขึ้นทุกที่ พลังของมันพุงสูงขึ้นเรื่อยฯ เสียงของไปฉีสะท้อนก้องไปถึงโลกวิญญาณและโลกใบ อืนๆ ของวิถีเซียนที่อยูนอกคายกล ผานไปไมนานนัก คำพูด ทอนนันกึลอยไปถึ งห้วงอนันต์สุญญตา ฺสั่นสะเทือนโลก ทังหลาย เทพเซียนมารวมตัวกันดุจหมูเมฆฺณฺตำหนักเหนือเมฆา
“ข้าพระแมฝูหยวนนามไปฉี เห็นใจสรรพชีวิตที่ตกอยู่ หวงทุกข จึงปรารถนาจะตั้งสัตยอธิษฐาน วาจะมอบ โชควาสนาให้แกสรรพชีวิตทังปวง ผู้ใดทำความดี ผู้ใดสร้าง บุญบารมี ศรัทธาจักบังเกิดผล สิ่งนี้คือวิถีกำเนิดวาสนา ขอ มรรคาสวรรควินิจฉัยดวย!” เสียงของไปฉีดังขัดการถกเถียงของเทพเซียนทังหลาย เทพเซียนทั้งหมดต่างเปลี่ยนสีหน้าในบัดดล แม้แตจักรพรรดิ สวรรคก็เชนกัน จักรพรรดิสวรรคคือผู้ควบคุมพลังโชคชะตาของแดน สวรรค์ เขาอยู่ใกล้ชิดกับมรรคาสวรรค์อย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เขา จึงสัมผัสได้ถึงอำนาจสวรรค์มหาศาลในถ้อยคำของไปฉี สิ่งนี้ ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งนัก แมแตไปฉีก็ชักนำอำนาจสวรรคไดถึงระดับนีเชียว. ความร้อนรนในใจจักรพรรดิสวรรคปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เขารอนใจอยากเดินทางไปแดนเซียนพรหมเพือแสวงหาระดับ ขั้นที่สูงกวานี้
นามพระแม เฝูหยวนขจรขจายไปทั่วโลกทั้งหลายของวิถี เซียน วิถีกำเนิดวาสนาประทับลึกอยู่ในใจของสรรพชีวิต
ทังหลาย
ถน แดนเซียนพรหมฺเบืองหนาตนสรวงสวรรคมหา
มรรคา
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธฺราชันมรรคานิพพาน ฺผู้บรรลุแห่ง ดาวเหนือ บรรพจารย์เสวียนถี มหาเกระกษิติครรภปรากฏตัว จากความวางเปลา พวกเขามองไปยังไปฉือยางพร้อมเพรียง “พลังแหงบุญบารมีมหาศาลยิ่งนัก’ “ก็สมควรแลว ตลอดชวงเวลาอันยาวนาน พระแม ชวยเหลือสิงมีชีวิตไปมากมายเทาใด รวมถึงพวกเราดวย” “นันสิ นางสมควรไดรับผลบุญเซนนี้แล้ว” ‘แตบุญบารมีของนางดูแปลกพิกล ฺมรรคาสวรรคจะชวย ใหนางเลื่อนขั้นหรือ” “ระดับขันของนางสูงขึนแลว!” ขันพรหมทังหลายกระซิบกระชาบสนทนากัน พวกเขา ลวนตกตะลึงอย่างยิ่ง
เลื่นพลังรอบตัวไปฉีเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว เหนือกวา จักรพรรดิเซียนสวนใหญ่แลว พลังของนางไมไดมาจากขัน บำเพ็ญของตนเองเพียงอยางเดียว แตมีพลังของมรรคา
สวรรคดวย
เทพกระบี่จับตาดูไปฉีอยูเหมือนกัน ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจ กระจางแจง การกอตั้งลัทธิบุญบารมีดูเหมือนทำเพื่อสรรพชีวิต เพื่อ พัฒนาวิถีเซียน แตผูไดรับประโยชนมีจำกัด สวนวิถีกำเนิด วาสนาตางออกไป มันตอบรับสรรพชีวิตทั้งปวงโดยมิสนใจ ระดับขั้นสูงต่ำดังนั้นไปฉีจึงได้รับสิ่งตอบแทนจากมรรคา สวรรคมากมายยิงกวา ตสัมผัสของเขาสัมผัสได้วาไปฉีใช้พลังแหงบุญบารมี ของตนเองไปจนหมดเพือแลกกับบุญบารมีแหงมรรคาสวรรค ที่มากมายมหาศาลกวาเดิม ฺพลังบุญบารมีจากมรรคาสวรรค์ ไมไร้รูปไร้รางอีกต่อไปแล้ว มันคือพลังที่ยกระดับพลังของสิ่งมี ชีวิตได บุญบารมีก็ทำให้คนแข็งแกรงขึ้นได้เหมือนกันหรือ
ขั้นพรหมทั้งหลายได้เปิดหูเปิดตาแล้ว พวกเขาเคารฟไป ฉียิงกวาเดิม เสื้นทางสายนี้ของไปฉีมิงายการมอบโชควาสนาแก่ สรรพชีวิตจักเป็นหนทางแหงการทุมเทกายใจอยางไมมีวัน จบสิ้น ไปฉีอาจต้องสูญเสียเวลาฝึกบำเพ็ญของตนเองไปจน หมด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขั้นพรหมทั้งหลายไมมีวันเลียนแบบได้
เลย
บุญบารมีแห่งมรรคาสวรรคสาดลงมาอยางตอ เนื่องอยู ครึงชั่วยาม เมื่อบุญบารมีแห่งมรรคาสวรรค์จางหาย รางของ ไปฉีก็ปรากฏออกมาให้เห็น ด้านหลังศีรษะของนางมีวงแหวน แสงสีทองวงหนึ่งลอยอยู่ มันขยายใหญ่แล้วก็หดเล็กลงเวียน ซ้ำไปมา กลินอายบนตัวไปฉีเปลียนไป่อยางสินเชิง บนรางของ นางมีกลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นมา แม้แตเทพกระบี่ ก็มองพลังของนางไมออกอยูนิดฯ ไม่ใชวาไปฉีบรรลุขั้นพรหมเพียงแตบญบารมีของนาง มหาศาลเกินไป ซ้ำยังมีอำนาจสวรรคคอยปกป้อง ดังนั้น
แมแตขันพรหมจึงมิอาจสอดสองเห็นพลังของนาง
พูดจากบางแงแลว การเดินบนเสนทางแหงบุญบารมีก็ เทียบเทากับการเป็นคนสนิทหรือเป็นขารับใชของมรรคา
สวรรคนันเอง ดวยเหตุนีมรรคาสวรรคยอมดูแลผูบำเพ็ญ บุญบารมีมากกวา วิถีกำเนิดวาสนานับวากอตังสำเร็จแลว! เจียงฉางเชิงที่อยูไกลออกไปบนตำหนักเมฆามวงศ ค. ลียิม ตอง ใหข้าหนุนหลังเจาอีกแลวสินา’ เจียงฉางเชิงคิดอยู่ในใจเงียบซ ไปฉีได้รับโชควาสนา ถึงระดับนี้ อาศัยบุญบารมีของนางเพียงอยางเดียวยอมไมพอ เรืองนีเป็นเพราะเจียงฉางเชิงผลักดันสงเสริมดวย
เขารังสายตากลับมา หลังจากนันจึงเลือนสายตามองลึก เข้าไปในพันมหาโลกา เพงมองไปยังสนามรบที่ใหญ่ที่สุด ระหวางมรรคาอริยะกับชะตาเรน พื้นที่ของสนามรบกว้างใหญอยางยิ่ง มันพัวพันกับมิติ จักรวาลมากมาย ฺมีสนามรบขนาดนอยใหญ่มากมายนับไม ถวน กอเกิดเป็นสงครามทีกินอาณาบริเวณนับอนันต
ังครามนี้ดำเนินมานับหมืนปีแลว อัครจักรพรรดิชะตา ปะทะกับอริยอัครจักรพรรดิ สวนราชันชะตากับอริยราชันตาง ก็นำกองทัพของแตละคนบุกตะลุยเขาโรมรัน สองฝ่ายมีคน บาดเจ็บล้มตายมากมายนัก แตก็ยังมีกองหนุนเดินทาง มาเสริมไมขาดสาย ตอนนี้มรรคาอริยะเป็นฝ่ายครองความได้เปรียบอยู่ ความไดเปรียบของพวกเขามาจากการตอสูของขันอัคร จักรพรรดิ อริยอัครจักรพรรดิคนหนึงดึงอัครจักรพรรดิชะตาไว ไดถึงห้าคน ฺสิ่งนี้ทำให้สถานการณ์ของสงครามไมสมดุล อย่างยิ่ง ซ้ำร้ายอัครจักรพรรดิชะตาห้าคนนั้นยังตกเป็นรอง ถูกอริยอัครจักรพรรดิคนนั้นกดดันไวอีกต่างหาก เจียงฉางเชิงพยากรณ์ มูลคาของอริยอัครจักรพรรดิคน นันมากกวาสามลานแตมเซนไหวมรรคาสวรรค สวนอัคร จักรพรรดิชะตาห้าคนนั้น แตละคนมูลคาต่ำกวาหนึ่งล้านแต้ม เซนไหว้มรรคาสวรรค์ทั้งนั้น จะไม่ใชคูตอกรของฝ่ายนั้นก็ปกติ แตอริยอัครจักรพรรดิเหตุไฉนจึงแข็งแกรงกวาอัคร จักรพรรดิชะตามากขนาดนีกัน
เจียงฉางเชิงรู้สึกวา สิ่งนี้อาจเกี่ยวข้องกับพลังชีวิตแห่ง มหามรรคา
เขาไมลงมือทันที่ แตคอยเฝ้าจับตาดูการตอสูของระดับ อัครจักรพรรดิ
สายลมอันนาสะพรึงกวาดผานหวงมิติอยางเหิมเกริม รางสองรางลอยเคียงบาเคียงไหลกันอยู่ พวกเขามองไปยัง ทิศทางทีสายลมจูโจมมา พวกเขาก็คือเฉินซางกับจี้จั้งที่เจียงฉางเชิงพบเจอในแดน ประหลาดกอนหน้านี้นั่นเอง กอนจากไปทั้งสองคนสงกระแส จิตมาบอกเจียงฉางเชิงวาพวกเขามาจากเทวสถานถำวายสะ ความแข็งแกรงของมรรคาอริยะทำให้อาณาเขตนี้เสีย สมดุล ดูทาพวกเขาคงจะใชพลังชีวิตแหงมหามรรคาไปแลว ยามใดขันประมุขชะตาอมตะของพวกเขาเลือนขันไปเป็นขัน องค์ประมุขสุญญตาที่สูงกวา พวกเขาก็จะมีคุณสมบัติก้าว ออกจากอาณาเขตนี วิถีบำเพ็ญหลุดพนของอาณาเขตรอบๆ จะกลายเป็นเหยือของพวกเขา”
จี้จั้งเอยเสียงเครงขรึม แววตาวูปไหว ฉินซางสายหน้าเอยวา “เจ้ากับขามิใชคูตอสูของอริย อัครจักรพรรดิคนนัน ฺชางเถิด พวกเรากลับไปกอนกึแลวกัน” จี้จั้งขมวดคิ้วเอยวา “การข้ามอาณาเขตสิ้นเปลืองเวลา มากมายนัก เมื่อพวกเรากลับมาอีกหน เวลาคงผ่านไปหลาย ลานปีแลว มรรคาอริยะอาจสังหารชะตาเรนกับมัชฌิมาพิทักษ หมดสิ้น วิวัฒนวิถีบำเพ็ญจนสมบูรณ์แลวก็เป็นได้” สำหรับผูมีพลังแข็งแกรงเชนพวกเขา กาลเวลาหลาย ล้านบีไมนับเป็นสิ่งใดทั้งสิ้น ฺทวาสถานการณ์ในยามนี้ทำให้ พวกเขาไมอาจมองขามความเปลียนแปลงในชวงหลายลาน
ปีได
ทังสองคนจมอยู่ในความเงียบงัน พวกเขาเดินทางมาทีอาณาเขตนีเพราะมีคำทำนายวา พลังชีวิตแห่งมหามรรคาอาจลงมาจุติที่นี แตจนปัญญาที่ พวกเขาเพิ่งมาถึงก็ถูกมารประหลาดเข้ามาวุนวายจนหลง เข้าไปในแดนประหลาด หากไมไดพบเจียงฉางเชิง พวกเขาก็ อาจถูกขังอยูอีกนานหลายปี
อีกฝั่งหนึ่ง เงารางเจ็ดรางกำลังเข้ามาใกล้สนามรบ พวกเขาก็คือเจ็ดทมิฬแหงชากรุลีที่เคยลอบจูโจมราชันชะตา งำประกายแล้วถูกเจียงฉางเชิงจับตัวไปนั่นเอง พวกเขาได้ขาววาวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นทั้งสามเปิดสงคราม พวกเขาจะพลาดไดอยางไรเลา “ฮาร ฺพี่ใหญ่ พลังชีวิตมากมายนัก หากกินพวกเขา เข้าไป พวกเราจะต้องแข็งแกรงขึ้นแน” “ชะตาเรนชางออนแอเสียจริง ถึงกับถูกมรรคาอริยะไลตี จนเป็นเซนนี้ มัชมิมาพิทักษ์ก็ไร้ประโยชน์ ได้มรดกวิชาจาก ชากธุลีของพวกเราไปแท้ฯ แตกลับสู้มรรคาอริยะไมได้” “จับสัมผัสของเจ้าหมอนั่นไมได้เลย ฺดูทาเขาจะไมใชคน ของสามมหาวิถีบำเพ็ญหลุดพนจริงฯ’ “อยาเอยถึงเจ้านั่นสิ ข้ากลัววาจูๆ เขาจะโผลมา ข้า ไมอยากเขาไปในเตาหลอมนันอีกรอบหรอกนะ’ จ็ดทมิฬแห่งชากธุลีเหาะไปข้างหน้าระหวางที่ โอภาปราศรัยกันไปดวย พวกเขาสูดดมกลินอายของสิงมีชีวิต เบื้องหน้าอยางละโมบ แล้วเข้าไปใกล้สนามรบอยางรวดเร็ว
งครามระหวางชะตาเร้นกับมรรคาอริยะดึงดูดขุม อำนาจอืนในหวงมิติมาดวย ส่วนใหญ่เป็นผู้หลุดพ้นที่ใช้พลัง พิสูจนมรรคาและทอดทิ้่งวิถีบำเพ็ญของตนเองไปแลว ในกลุม นั้นมีคนจากวิถียุทธํอยูด้วย คนของวิถีเซียนก็มาเหมือนกัน ผู้ที่มาเยือนล้วนเป็น จักรพรรดิเซียน ระดับขันบำเพ็ญของพวกเขาลวนมาถึงคอขวดแลว พวกเขาจึงอยากไดสมบัติของชะตาเรนกับมรรคาอริยะเพือ ตามหาจุดเปลี่ยนให้โชคชะตาของตนเอง สิงมีชีวิตทีเคลือนไหวอยูตรงชายขอบของพื้นทีสงคราม มีจำนวนมากมายมหาศาล ฺสถานที่อื่นนอกจากสนามรบของ ระดับอัครจักรพรรดิลวนมีรางของ เผู้ที่มากวนน้ำจับปลาอย่าง พวกเขาอยุทั้งสิ้น