เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - บทที่ 600 อริยอัครจักรพรรดิมหาปรารถนา วิชาลับของ มรรคาอริยะ
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- บทที่ 600 อริยอัครจักรพรรดิมหาปรารถนา วิชาลับของ มรรคาอริยะ
เจียงฉางเซิงเห็นฝีมือของ |เผู้ บำเพ็ญเซียนเหลานั้นแล้วก็ กลาวไมได้วาพอใจนัก แตก็พูดไมได้วาผิดหวัง ไมวาอยางไร สงครามระหวางวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นก็อันตรายอยางยิ่ง ผู้ บำเพ็ญเซียนได้เข้าไปรวมวงก็เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งแล้ว มรรคาอริยะกับชะตา เรนพัฒนามาเนินนานถึงเพียงนัน วิถี เชียนเพิ่งอายุไมถึงสองล้านปีไปรวมวงตอสู้กับพวกเขาไดก็ นับวายอดเยี่ยมอยางยิ่งแล้ว นอกจากผูบำเพ็ญเซียน เจียงฉางเชิงยังเห็นคนคุนหนา คุนตาอีกจำนวนหนึง สิงมีชีวิตทีมาจากเทวสถานถำวายสะสองตนนัน ทมิฬแหงซากธุลี ผูฝึกยุทธจากวิถียุทธํ เจียงฉางเชิงถึงขนาด สัมผัสกลิ่นอายของวิถีบำเพ็ญที่คุ้นเคยได้อีกจำนวนหนึ่งด้วย ตัวอยางเชนศาสตร์โบราณ ศาสตร์ต้นกำเนิด วิถีเทพ เป็นตน ที่แเทวิถีบำเพ็ญที่เคยเป็นใหญ่ในห้วงอนันต์สุญญตา
ตางก็แผขยายกิงกานสาขามาถึงในพันมหาโลกาดวย แม จะเทียบกับสามมหาวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นไมได้แตผู้หลุดพ้นที่ ใช้พลังพิสูจน์มรรคาเหลานั้นภกึยังสืบทอดวิชาฝึกบำเพ็ญของ วิถีบำเพ็ญตอมา เจียงฉางเชิงค้นพบเรื่องหนึ่ง เรื่องที่วาก็คือด้านในพัน มหาโลกายังคงมีเผามนุษย์เป็นเผาหลัก สามมหาวิถีบำเพ็ญ หลุดพ้นลวนเป็นเผามนุษย์ฺนี่หมายความวาในพันมหาโลกา อาจเคยเกิดสงครามระหวางเผาพันธุ์มากอน แลวสุดทายเผา มนุษยเป็นผูยืนหยัดอยูบนจุดสูงสุด แตแนนอนวาอาจเป็น แบบนี้แเฉพาะในอาณาเขตที่เขาอยูก็เป็นได้ บางทีในห้วงมิติที่ กว้างใหญ่ไพศาลกวานี้แเผามนุษย์อาจมิใชราชา สายตาของเขาจับจองการตอสูของระดับอัครจักรพรรดิ ดูพลังของระดับอัครจักรพรรดิเหลานี้ ไมวาจะเป็นอัคร จักรพรรดิชะตาหรืออริยอัครจักรพรรดิก็หายากที่จะมีแต้ม เซนไหวมรรคาสวรรคเกินกวาสิบลานแตม ความหางชั่น มากเกินไปจริงๆ ิหากเป็นตัวตนที่มูลคามากกวาสิบล้านแต้ม เซนไหวมรรคาสวรรคคงไมอยูระดับเดียวกับอัครจักรพรรดิ
แลว สวนเรืองทีวามรรคาอริยะกับชะตาเรนมีตัวตนที่มูลคา สูงกวาสิบลานแตมเซนไหวมรรคาสวรรคอยูหรือไม เจียงฉาง เชิงคิดวานาจะมี ตัวอยางเชนมรรคาอริยะ พวกเขามีอริยอัครจักรพรรดิ แปดสิบเอ็ดคนฺการรวมพวกเขาเข้ามาอยูใตอำนาจเดียวยอม ต้องมีตัวตนที่แข็ง ง แกรงกวาพวกเขาปกครองอยู กาลเวลาไหลผานไปเร็วขึ้นกวาเดิม
เมือราชันชะตางำประกายหวนกลับมายังสนามรบ เจียง ฉางเซิงก็ยังไมลงมือ เรื่องนี้ทำใหราชันชะตางำประกายสงสัย ในความสัตย์ของเจียงฉางเชิง แตเรื่องดำเนินมาจนถึงจุดนี้ แลว เขาเองก็จัดการอะไรเจียงฉางเชิงไมได จึงได้แตก้าว เขาไปในสงครามเทานัน การเข้ามารวมของราชันชะตาหนึ่งคน ไมอาจ เปลี่ยนแปลงแนวโน้มของสงครามระหวางวิถีบำเพ็ญหลุดพ้น
ได
หลายรอยปีตอมา อริยอัครจักรพรรดิอีกคนก็มาถึง สถานการณ์ของสงครามเปลี่ยนไปในพริบตา ทวาในตอนที่
เจียงฉางเซิงเตรียมจะลงมือแลวนันเอง อัครจักรพรรดิชะตา สี่คนก็มาถึง ทำให้สถานการณ์ยังไมเข้าขั้นวิกฤต ยามนี้อริยอัครจักรพรรดิสองคนกำลังเปิดศึกใหญ่อยูกับ อัครจักรพรรดิชะตาเก้าคน อริยอัครจักรพรรดิคนที่สองที่มา ถึงแข็งแกรงสู้อริยอัครจักรพรรดิคนแรกที่ตอสู้อยาง ดุเดือดเลือดพลานอยูไมได้ เขาแกรงกวาอัครจักรพรรดิชะตา ไมมากเทาไรนัก ด้วยเหตุนี้สถานการณ์ของสงคราม จึงพลิกกลับ ฺมรรคาอริยะเริมตกเป็นรอง เรื่องนี้|ทำให้เจียงฉางเชิงประเมินคาชะตาเร้นสูงขึ้นกวา เดม สามมหาวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นโรมรันกันมาได้เนิ่นนาน ถึงเพียงนี้ พวกเขายอมมีขุมกำลังที่สั่งสมไว้ไมต่างกันมาก เจียงฉางเชิงเลื่อนสายตาไปมองสนามรบที่อยูไกลกวา
แม้สนามรบแหงนี้จะกวางใหญ่ แตก็ยังไมใชสนามรบที่ ใหญ่ที่สุด ฺมรรคาอริยะเปิดสนามรบนับไมถ้วน มีทั้งสนามรบที่ ต่อสู้กับชะตาเรนและสนามรบที่ตอสู้กับมัชฌิมาพิทักษ แต่ สนามรบที่ใหญ่ที่สุดอยูอึีกฟากฝั่งหนึ่งของห้วงมิติ กำลังรบ
หลักของสามมหาวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นรวมตัวกันอยูที่นั่น – อาจ กลาวได้วาที่นั่นราวกับมหาศึกเทพมาร ตัวตนระดับอัคร จักรพรรดิมากกวารอยกำลังเปิดศึกใหญ่กันอยู่ ตลอดหลาย ปีที่ผานมาแรงกดดันจากสนามรบแหงนั้นแผมาถึงแดนเซียน พรหมอยูเสมอ กระแสลมที่แฝงพลังอันนาหวาดกลัวพัดผาน มาถึงดินแดนของพวกเขา
ในสนามรบขนาดใหญ่ทีสุดแหงนัน เจียงฉางเชิงเห็นอริย อัครจักรพรรดิที่แข็ ง. แกรงกวาที่เขาเคยพบ. ฟังก์ชั่นพยากรณ์ ของระบบครอบคลุมไปถึงสนามรบแหงนั้นแลว หกลานหาแสนแตมเซนไหวมรรคาสวรรค! มูลคาระดับนี้มากพอจะสยบแดนประหลาด! แตเขาก็ยังเป็นแคอริยอัครจักรพรรดิ สิ่งนี้ทำให้เจียงฉาง เชิงแน่ใจยิ่งกวาเดิมวาประมุขของมรรคาอริยะต้องมีมูลคา มากกวาสิบลานแตมเซนไหวมรรคาสวรรคแน เพียงแตคนผู้ นันยังไมอยูในอาณาเขตทีระบบตรวจสอบได เจียงฉางเชิงค้นพบวาอาณาเขตที่ผู้บำเพ็ญเชียน ทั้งหลายออกไปโลดแลนชางกว้างใหญ่ ที่ไหนต เก็มี ผู้บำเพ็ญ
เซียนอยูเสียหมด สิงมีชีวิตทองถินของแดนเซียนพรหม แข็งแกรงจนเริ่มออกไปตะลุยห้วงมิติกันบ้างแล้ว พวกเขา ถึงขั้นไปบุกเบิกสร้างโลก ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตในสถานที่อื่น นี่เป็นเรื่องดี ยามใดสิ่งมีชีวิตของวิถีเซียนกระจายอยู่ทั่ว พันมหาโลกา วิถีเซียนยอมดับสูญไดยาก ทั่งยังผลักดันวิถี เซียนได้ดียิ่งกวาเดิม เมื่อเรื่องราวเป็นเซนนี้ เจียงฉางเชิงจึงคอยเฝ้าดู สถานการณของสงครามตอไป สงครามใหญ่ระหวางวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นพลิกผัน ไมหยุดหยอน วิกฤตผลัดกันเกิดซ้ำไปมา สถานการณ์บน สนามรบเปลี่ยนแปลงอยูตลอด ไมวาผู้ใดกำลังตกเป็นรองก็ อาจพลิกสถานการณ์กลับมาได้ทั้งนั้น เจียงฉางเชิงไดเห็นขุม กำลังประเภทอื่นของสามมหาวิถีบำเพ็ญหลุดพ้นด้วย พวกเขา มีคายกลรวมไปถึงของวิเศษของพวกเขาเอง มีแมกระทังวิชา
ตัวอยางเชนมรรคาอริยะ พวกเขารวบรวมคนทีใชอารณ ชนิดเดียวกันกระตุนพรสวรรค มาถายทอดพลังของพรสวรรค
ให้คนคนหนึ่งได้ สิ่งนี้จะทำให้พวกเขาสร้างกำลังรบระดับอริย อัครจักรพรรดิไดหลายคนเป็นการชัวคราว แตพลังนัน จะดำรงอยูไมนานมากนัก สวนวิชาลับของชะตาเรนคือความสามารถในการตาย ยาก เจียงฉางเชิงเห็นคนของชะตาเรนจำนวนไมนอย ฟื้นคืนชีฟได้ แม้กระทั่งวิญญาณภก็ฟื้นคืนชีพไดเหมือนกัน สวนมัชมิมาพิทักษ์ ตอนนี้เขายังมองไมออก พวกเขา ตรงไปตรงมาเหลือเกิน แตเมื่อเทียบกับชะตาเร้นและมรรคา อริยะแล้ว กองทัพใหญ่ของมัชมิมาพิทักษ์มีเสถียรภาพที่ ดีกวา กองทัพของมัชฌิมาพิทักษในแตละสนามรบไมเคย เสียกระบวน พวกเขาแข็งแกรงประหนึ่งหินผา แม้สหาย ล้มตายเพิ่มขึ้นเรื่อย” แตพวกเขาก็ไมเคยตื่นตระหนก ตอให้ ต้องถอยรนไปทีละนอย พวกเขาก็ยังยืดหยัดสูจนตัวตาย
ในหวงมิติทีฉีกขาดแหงหนึง สายลมหนาวหลากสีกำลัง โหมพัดอยางทารุณ กอตัวเป็นมังกรลำตัวยาวดูนาหวาดกลัว ตนแล้วตนเลาที่กำลังบิดรางอยางบ้าคลั่ง
ราชันชะตางำประกายพยายามตังหลักสีหนาของเขา ย่ำแยอยางยิ่ง มุกสีน้ำเงินใต้เท้าเริ่มเกิดรอยปริร้าว เขาไมทัน พักหายใจ แสงอันเย็นเฉียบก็แลนปราดเขามาหา เขารีบหัก เลี้ยวหลบทันที่ เปรี่ยง!
รางหนึงโผลพรวดจากความวางเปลามาตรงหนาเขา หนึ่งฝ่ามือจูโจมใสกลางอกฺ ฺชัดดวงวิญญาณของเขาหลุดจาก กายเนือในบัดดล ราชันชะตาหลายคนไลตามมารุมโจมตีอริยราชันที่ เลนงานราชันชะตางำประกาย จนบาดเจ็บหนักคนนี้ เหอะ! ชะตากรรมของ งชชะตาเร้นถูกกำหนดไว้แล้ว พวก เจ้ากำลังดิ้นรนอยางเปลาประโยชน์ มีแต่จะทำให้ตนเอง สิ้นหวังกวาเดิม!” อริยราชันผู้นี้ยิ้มหยัน เปลวเพลิงสีเขียวครามลุกโซนใน ดวงตาทั้งสองข้าง ฝ่ามือคูนั้นยกขึ้นมาอีกครั้ง เพียงชั่วพริบตา หวงมิติบริเวณนันก็เปลียนสี เปลวเพลิงสีเขียวครามนับไมถวน
ลุกโชติชวงแผดเผาหวงมิติ ฺนี่ก็คืออารมณ์ที่จำแลงแปลงเป็น รูปราง บงบอกถึงภายในจิตใจของเขา ราชันชะตาทั้งหลายไมตื่นตระหนก พวกเขา หันหลังชนกัน แตละคนต่างใชวิชาของตนเอง พลังมหาศาล พุงจูโจมสี่ด้านแปดทิศหมายทลายอาณาเขตที่อริยราชัน
สราง
อีก ฝั่งหนึง
เจาลัทธิคุนหลุนก็เขารวมศึกดวยเหมือนกัน เขาอยูหาง จากราชันชะตางำประกายไมไกลนัก มือขวาถือแสนักพรต ตอกรอยูกับอริยเทวะจำนวนสิบกวาคน ใจกลางฝ่ามือซ้าย ของเขามือริยเทวะหลายคนถูกขังอยู่ อริยเทวะเหลานั้นทำ อย่างไรก็หนีไปจากกลางฝ่ามือของเขาไมได ครืนนนน!
หวงมิติบิดเบี้ยว แรงกดดันมหาศาลอันนาหวาดหวัน สายหนึงพุงเข้ามาจูโจม เจ้าลัทธิคุนหลุนหันกายกลับไปสะบัด แสนักพรตอยางรวดเร็ว ปลายแสสะบัดดุจพูกันรายรำเสก บรรพต ใหญ่โตโอฟ้ารลูกหนึ่ ง เขึ้นมาขวางเบื้องหน้า
เสียงครืนดังกึกก้องสะเทือนแก้วหูดังตามมาอีกหนึ่งหน บรรพตมหึมาสั่นสะเทือนอยางรุนแรง กอนจะสลายเป็นฝุ่นผง ในไมถึงชั่วอึดใจ รางหนึ่งฝ่าเศษศิลานับไมถ้วนบุกเข้ามาหาเจ้าลัทธิคุน หลุน รูมานตาของเจ้าลัทธิคุนหลุนหดเล็ก ระฆังทองใบหนึ่ง ลอย เขึนมาดานหลังศีรษะกอนจะสรางเงาระฆังมายาโอบลอม เขาไวอย่างรวดเร็ว ผู้มาเยือนฟาดฟันลงมาหนึ่งดาบ แม้ทำลายเงามายา ของระฆังทองไมได แตก็ชัดเจาลัทธิคุนหลุนจนกระเด็นออกไป เจ้าลัทธิคุนหลุนสีหน้าซีดเผือด มุมปากมีโลหิตไหล ออกมา ไมเพียงกายเนื้อได้รับบาดเจ็บ แม แแตดวงวิญญาณภก็ กระทบกระเทือนจนบาดเจ็บดวย เขาจดจองรางที่เงื้อดาบอยูไกลฯ นั่นเขม็ง เอีกฝ่ายเองก็ กำลังปรายตามองเขาอยูเชนกัน “หนอนแมลงจากที่ใ ด กลาสอดมือเขามาในศึกระหวาง วิถีบำเพ็ญหลุดพ้น ฺข้าจดจำกลิ่นอายพลังของเจ้าได้แล้ว
วันหนาขาพบสหายรวมวิถีบำเพ็ญของเจาเมือใด ฺขาจักสังหาร พวกมันใหสิน!” รางที่เงื้อดาบนั่นกลาวจบก็บุกเข้ามาหมายจะสังหาร เจาลัทธิคุนหลุนอีกครั้ง แม้แตตัวเขาผู้มีฝีมือเป็นอันดับหนึ่งอันดับสองในหมู่ จักรพรรดิเซียนยังลำบากเซนนี้ ยอมไมต้องพูดถึงจักรพรรดิ เซียนคนอืน มรรคาอริยะเริ่มกวาดล้างสิ่งมีชีวิตที่ตั้งใจมากวนน้ำขุน จับปลา ไม่ใชแควิถีเซียนที่ถูกโจมตี ขุมอำนาจอื่นก็โดนเซนกัน อีกฝังหนึงของสนามรบ วิถียุทธกำลังประสบเหตุการณ์ คลายคลึงกัน แตสภาพอเนจอนาถยิ่งกวาเพราะวิถียุทธิ์ ออนแอกวาวิถีเซียน
อัครจักรพรรดิเทวารณยุทธกับอัครจักรพรรดิเทวาอีกสิบ กวาคนกำลังพยายามคุนกันผูฝึกยุทธขันเทวะของวิถียุทธอยู พวกเขากำลังถูกอริยราชันคนหนึ่งไลต้อน ฺสถานการณ์วิกฤต
มาก
จี้ จั้งกับเฉินซางที่มาจากเทวสถานถ้ำวายสะกลับไมพบ เจออันตราย นันเพราะวาพลังของพวกเขาแข็งแกรงจนอริย ราชันทัวไปลวนไม `ใชคูตอร สูของพวกเขา ศึกนีสมควรจบลงไดแลว มรรคาอริยะจงฟังคำสัง จงถวายพลังของพวกเจาเพือจบสงครามทีควรจบตังนานแลว
หนนี!”
เสียงหนึ่งก้องกังวานไปทั่วห้วงมิติ น้ำเสียงอัดแนนด้วย เพลิงโทสะ
เจาลัทธิคุนหลุนเงยหนามองทันที่ หวงมิติเหนือศีรษะ แตกกระจายราวกับแผนกระจก รางที่มี คลื่นพลังนาหวาดหวั่น สิบเอ็ดรางเหาะลงมาเบื้องลาง เก้ารางในนั้นกำลังรุม โจมตีสองรางที่อยูตรงกลาง กระบวนทาของพวกเขาทำให้ พลังแหงมหามรรคาสันสะเทือน ฉับพลันที่ห้วงมิติเหนือศีรษะแตกกระจาย เพดานของ หวงมิติดานบนก็ดูเหมือนถูกยกสูงขึนหลายเทา เมือแหงนหนา มอง แมแตจักรพรรดิเซียนภก็ยังรูสึกวามันสูงจนไรจุดสินสุด อริ ยอัครจักรพรรดิกับอัครจักรพรรดิชะตาอยูหางจากพวกเขา
ไกลโพน แตพลังสายตาของพวกเขาทำใหพวกเขามองเห็นราง
ของอริยอัครจักรพรรดิกับอัครจักรพรรดิชะตาเหลานันได
ถอย!
เจ้าลัทธิคุนหลุนตะโกนลั่นทันที่ รางที่เงื้อดาบเบื้องหน้า ยังตามวอแวเขาอยู่ พลังดาบที่อัดแนนด้วยความชิงชังอัน รุนแรงพาพลังโจมตีอันดุดันโถมเข้าหาไมปลอยให้เขามี จังหวะกระโดดขามหวงมิติแมแตนอย รางที่เงื้อดาบนั่นกวัดแกวงดาบอีกหน ฺหนึ่งดาบนี้ราวกับ จะสะบั้นมิติเบื้องหน้าเจ้าลัทธิคุนหลุนเป็นสองเสี่ยง เจ้าลัทธิคุ นหลุนเหวี่ยงลูกแก้วหยกสิบสองลูกออกมากอตัวเป็นคายกล เข้าตอต้าน เทวาพวกมันกลับถูกหนึ่งดาบนี้โจมตีแตกสลาย อยางงายดาย แม้แตกายเนื้อของเขาก็แหลกสลายตามไปดวย แต่โชคยังดีที่ดวงวิญญาณหนีออกมาเร็ว รางที่เงื้อดาบไมไลตามต่อ เขาชูดาบในมือขึ้นสูงเพื่อ สงอารมณ์ชิงชังของตนเองออกไป คลื่นพลังหลากสีพุงขึ้นไปบนห้วงมิติ พวกมันพุงไปหาอริ ยอัครจักรพรรดิคนหนึ่งที่อยูด้านบนอยางวองไว อัคร
จักรพรรดิชะตาทังหลายไมอาจขัดขวางการสงตอพลังของ มรรคาอริยะ พลังแห่งอารมณ์มิอาจจับต้อง พวกเขาจึงได้แต่ เรงบุกโจมตี พยายามกำราบอริยอัครจักรพรรดิสองคนนี้ให้ได้ เร็วทีสุด อริยอัครจักรพรรดิผูดูดซับพลังแหงอารมณจาก ทัวทุกสารทิศอยูนันมีนามวาอริยอัครจักรพรรดิมหาปรารถนา รางกายแข็งแกรงกำยำของเขาสวมชุดเกราะสีดำสนิท รอบกายมีหมอกสีดำแฝงกลินอายของมหามรรคารายลอม
เขาปัดปองการโจมตีของอัครจักรพรรดิชะตาทังหลาย พลาง สูบกลืนพลังแห่งอารมณ์ของสหายรวมวิถีบำเพ็ญอย่างละโมบ อริยอัครจักรพรรดิที่อยูด้านข้างทุมสุดกำลังเพื่อซื้อเวลา ใหเขา
นอกจากจะรับมือกับการโจมตีอันแข็งแกรงของอัคร
จักรพรรดิชะตาทังเกาคนแลว พวกเขายังตองคอยปองกันคน
ทีกระโดดขามมิติเวลามาเลนงานดวย คนพวกนันจะโผล
ปุ่บปับมาอยูตรงหนาพวกเขาโดยไมอาจคาดคะเนลวงหนาได
เลย
การตอสู้ระดับอัครจักรพรรดิของวิถีบำเพ็ญแผ
แรงกดดันออกมาจนสิงมีชีวิตทังหลายรูสึกเหมือนจะหายใจ ไมออก พวกเขาหวาดผวาตัวสั่น พากันหลีกลี้หนีห่างในบัดดล แม้แตอริยราชันกับราชันชะตาก็ยังไมกล้าเข้าใกล้ ความหางชันระหวางอัครจักรพรรดิกับราชันมีมากมาย
ดประมาณ!
ทามกลางสายตาจับจองของพวกเขา อริยอัครจักรพรรดิ มหาป เรารถนาที่ลอยสูงอยู่เบื้องบนกำลังสูบกลืนพลังของ มรรคาอริยะอยางบาคลัง รางกายของเขายืดสูงและพองขยาย ใหญ่ดั้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปลา เพียง พริบตาเดียวเขาก็ดูประหนึงเทพเจาผูสรางโลก ราวกับผูอยู บนจุ ดสูงสุดของหวงจักรวาลเยืองกรายมาเยือน เมื่ออยู ต่อหน้าเขา สัตว์ร้ายแห่งห้วงมิติที่ลำตัวมหึมากวามหาพิภพก็ แลดูเล็กกระจอยรอยประหนึ่งเม็ดฝุ่น “บาเอย เหตุใดเขาดู วขดซับพลังได้เร็วเซนนี้” “จะตองเป็นเพราะพลังชีวิตแหงมหามรรคาแน มีความเป็นไปไดเดียวเทานั้น!”
“ไมได้การ จะปลอยให้เขาดูดซับพลังตอไปไมได้ ไมอยางนันพวกเราตองตายกันหมดแน!” “นาชังนัก อีกเพียงนิดเดียวเทานั้น เมื่อครูอีกเพียง นิดเดียวก็จะผนึกเขาได้แลวแท้ฯ!” “ก็เพราะอีกเพียงนิดเดียวนะสิ เขาถึงได้ทำตัวเสียสติ ขนาดนี้ คิดจะดูดกลืนอารมณ์ของสรรพชีวิตในมรรคาอริยะ อยางไมกลัวเกรงแบบนี้ เขาก็คงต้องจายสิ่งแลกเปลี่ยน มหาศาลเชนกัน!” อัครจักรพรรดิชะตาทั่งหลายผรุสวาทกนดา พวกเขา ไมเหลือทาทีใจเย็นอีกตอไป เพราะไมวาพวกเขาจะบุกโจมตี อย่างไรก็ไมระคายผิวของอริยอัครจักรพรรดิมหาปรารถนา แม้แตนอย พวกเขาไดแตเบิ่งตามองอริยอัครจักรพรรดิมหา ปรารถนาแข็งแกรงขึ้นเรื่อยต ขณะที่หัวใจของพวกเขาเริ่ม จม|ดิ่งลงสูห้วงหุบเหวที่มีชื่อวาความสิ้นหวัง