เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 766 ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 766 ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา
เผชิญหน้ากับคำถามของเจียงฉางเซิง ข่งเชวียก็ได้ตอบการรู้แจ้งต่อมหามรรคาอนธการของตนเองไปตามตรง มหามรรคาอนธการครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง ทว่าทุกสรรพชีวิตที่ฝึกมหามรรคาอนธการไม่ได้เดินไปตามเส้นทางของสามพันมหามรรคา แต่คือการรู้แจ้งมรรคาของตนเอง ซึ่งมรรคาในที่นี้ก็อยู่ในระบบมรรคาสวรรค์ ไม่ได้รับผลกระทบจากมหามรรคา
เจียงฉางเซิงหวังว่าสิ่งที่ผู้บำเพ็ญเซียนฝึกฝนจะไม่ใช่กฎเกณฑ์เพียงด้านเดียว แต่เป็นมรรคาที่สมบูรณ์แบบ ผู้บำเพ็ญเซียนทุกคนต่างก็สร้างโลกของตนเองได้ โลกที่ว่านั่นไม่ได้ง่ายเหมือนกับการสร้างฟ้าดินขึ้นมา แต่เป็นทุกอย่างที่ดำรงอยู่
วิถีเซียนไร้ขอบเขต ไม่ใช่สิ่งที่เขาพูดเล่นๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ในคำบอกเล่าของข่งเชวีย เจียงฉางเซิงเห็นพลังแห่งโลกอันมหาศาล จิตมรรคาอัดแน่นอยู่ในนั้น
สมกับเป็นตัวตนที่เกิดมาพร้อมกับมหาโชคชะตามรรคาสวรรค์ บางทีข่งเชวียก็อาจจะเป็นอันดับหนึ่งที่แท้จริงที่มรรคาสวรรค์เลือกก็ได้
บางครั้ง สิ่งที่ชะตาฟ้าลิขิตก็ยิ่งใหญ่ที่สุด
ข่งเชวียเล่าจบ เจียงฉางเซิงก็พูดชี้แนะให้อีกเล็กน้อย ทำให้เขาได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง อยากจะรีบกลับไปปิดด่านเดี๋ยวนี้เลย
สุดท้ายเจียงฉางเซิงก็ไม่ได้ให้รางวัลอะไรกับข่งเชวีย ให้เขากลับไปฝึกฝนด้วยตนเองต่อ
เมื่อคล้อยหลังข่งเชวีย เจียงฉางเซิงก็เห็นว่าไป๋ฉียังคงเม้มปาก ดูอารมณ์ไม่ดี
“ให้รางวัลเขาไปตอนนี้ก็ไม่มีความหมายอะไร อีกอย่าง เจ้าเด็กคนนี้ก็เก่งกล้าสามารถไม่มีใครเทียบได้แล้ว” เจียงฉางเซิงหัวเราะเบาๆ
ไป๋ฉีขยับเข้ามาใกล้ “นายท่าน แล้วท่านจะจัดการกับราชันเซียนกาลเวลาอย่างไรหรือเจ้าคะ”
ราชันเซียนกาลเวลาถือตัว หลายปีมานี้แทบจะไม่มีสหายเหลืออยู่เลย พระแม่ของไป๋ฉีก็เคยถูกสั่งสอนมาแล้ว ทำให้ไป๋ฉีโกรธอยู่เล็กน้อย แต่ก็จนปัญญาทำอะไรไม่ได้
ในสายตาของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ราชันเซียนกาลเวลากระทำตัวมุทะลุเกินไป หลายอย่างก็ไม่จำเป็นต้องเด็ดขาดถึงเพียงนั้น ไม่ใช่ว่าผู้ข้ามมิติเวลาทุกคนจะกระทำตัวตามอำเภอใจ บางทีก็อาจจะถูกกดดันมา แต่ราชันเซียนกาลเวลาไม่แยกแยะเหตุผล เอาแต่ขับไล่ กระทั่งยังมีการลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง
เจียงฉางเซิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “นั่นล้วนเป็นสิ่งที่เขาพยายามจนได้มา บางทีเขาอาจจะดูไร้ความรู้สึก แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบ มิใช่หรือ”
ไป๋ฉีขบคิดแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล ถ้ายืนอยู่ในมุมของนายท่านก็ไม่อาจตำหนิราชันเซียนกาลเวลาได้จริงๆ ไม่ว่าอย่างไร ราชันเซียนกาลเวลาก็เป็นคนยุติมิติเวลาผันผวนลง นี่จึงมีคุณความดีมากกว่าความผิด
“มิติเวลาจะเกิดการผันผวนทุกช่วงเวลา จะมาหวังพึ่งให้ราชันเซียนกาลเวลาจับตาดูอยู่ตลอดก็ไม่ได้กระมัง นายท่าน ท่านมีหนทางใดที่ไม่ให้ผู้บำเพ็ญเซียนข้ามมิติเวลาได้หรือไม่” ไป๋ฉีถาม นางเองก็ถูกเรื่องเหล่านี้กวนใจเช่นกัน กระทั่งมีผู้ใต้บัญชาของนางข้องเกี่ยวไปด้วย ทำให้นางจัดการได้ยาก
เจียงฉางเซิงส่ายหน้า “มีหนึ่งก็มีสอง วันนี้สกัดกั้นมิติเวลา วันข้างหน้าก็อาจจะผูกดวงชะตา เช่นนั้นการบำเพ็ญเซียนจะยังคาดหวังในความเสรีได้อีกหรือ ปล่อยไปเช่นนี้เถิด ถ้ามีคนหนีรอดจากสายตาของราชันเซียนกาลเวลาไปได้ นั่นก็ถือว่าเขามีความสามารถ”
ทุกเรื่องราวล้วนมีโอกาสเสมอ นี่เป็นสิ่งที่เจียงฉางเซิงไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
การแบ่งแยกดีเลวก็เป็นแค่เพราะจุดยืนต่างกันเท่านั้น ทุกกฎเกณฑ์ล้วนมีมุมมองของผู้ที่อยู่เหนือกว่า ซึ่งโอกาสนั้นก็คือความเมตตาที่เจียงฉางเซิงมอบให้กับชาววิถีเซียน
ไป๋ฉีบิดตัวไปมาก่อนจะถามอย่างระมัดระวัง “นายท่าน ข้าเองก็อยากเข้าสู่มรรคา ข้าก็อยากพัฒนาเช่นกัน…”
นับตั้งแต่การเทศนาเรื่องอนธการก็ผ่านไปแล้วสามล้านกว่าปี มรรคาเริ่มพัฒนาขึ้นภายในวิถีเซียน แม้จะต่างจากมหามรรคาเพียงแค่คำเดียว แต่ภายในมรรคาก็แฝงไว้ด้วยพลังที่ไม่เป็นรองกฎเกณฑ์มหามรรคา สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือมรรคาเป็นของผู้บำเพ็ญเซียน ไม่นับว่ายืมพลังของมหามรรคา
ความสมบูรณ์แบบของมรรคา ความแข็งแกร่งของมรรคา หลายสิ่งหลายอย่างเหล่านี้เย้ายวนไป๋ฉี
เจียงฉางเซิงก็ไม่ปฏิเสธ ไป๋ฉีมีข้อบกพร่องอยู่เยอะมาก แต่สำหรับเขาแล้วไม่สำคัญเลย ในเมื่อนางอยากจะแข็งแกร่งขึ้น เขาก็จะไม่ปฏิเสธ ถือเสียว่าเป็นรางวัลที่นางปรนนิบัติอยู่ข้างกายเขามาโดยตลอด
ในขณะที่เจียงฉางเซิงเริ่มเทศนาให้ไป๋ฉีนั้น อีกมุมหนึ่งของพันมหาโลกา ผู้แข็งแกร่งจากวิถีบำเพ็ญที่ต่างกันมารวมกันเหนือเมฆดาราสีม่วง พวกเขากระจายกันอยู่ทั่วทุกที่ หันหน้าเข้าหากัน ท่าทางต่างกัน
ฤทธาจารย์ก็อยู่ในนั้นด้วย เขานั่งบนหัวสัตว์อสูรน่าสะพรึง ภูตมรรคาที่แข็งแกร่งจำนวนไม่น้อยรายล้อมรอบตัว แม้แต่มรรคาจารย์ด้านมืดก็อยู่ในนั้นด้วย
ตั้งแต่ที่ก่อตั้งวิถีเซียนมหาฤทธิ์ขึ้นมา พวกเขาได้ทำลายวิถีบำเพ็ญไปหลายร้อยแห่ง สร้างชื่อเสียงบารมีอันน่ากลัวขึ้นมา ฤทธาจารย์ยังไม่เคยแพ้ใครเลย แต่ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งอย่างฤทธาจารย์ ตอนนี้ก็ไม่ใช่ตัวเอกบนเมฆดาราแห่งนี้
ผู้แข็งแกร่งทุกคนมองไปที่เงาร่างหนึ่ง นั่นคือเงาร่างผมขาวที่แยกแยะชายหญิงไม่ออก เส้นผมขาวสยายลงมาราวกับธารสีเงิน ตกลงกลางเมฆดารา
ประมุขมารปฐมมรรคาจากเผ่ามารมหามรรคาก็มองเงาร่างผมขาวอยู่เช่นกัน เขาเป็นคนพูดทำลายความเงียบลงก่อน “ประมุขแห่งนับอนันต์ มีเรื่องอันใดกันแน่ถึงยังไม่ยอมพูดอีก หรือว่ายังมีใครที่มีค่าพอให้ท่านรออยู่อีกหรือ”
เขาพูดกับเงาร่างผมขาวด้วยความนอบน้อม
เมื่อสิ้นคำพูดเขา ผู้แข็งแกร่งจากวิถีบำเพ็ญอื่นก็ทยอยกันพูดตาม
“ใช่ พูดมาเถอะ!”
“หรือว่าจะฆ่าล้างบางภูตมรรคาให้หมด เช่นนั้นก็สังหารฤทธาจารย์ได้เลยหรือไม่”
“ข้าว่านะ ช่วยกันเตรียมรับมือกับวิถีเซียนเถอะ มรรคาจารย์แข็งแกร่งเกินไปแล้ว ถ้าปล่อยให้วิถีเซียนเติบโตต่อไปก็มีความเป็นไปได้ที่จะปกครองพันมหาโลกาได้จริงๆ”
“มรรคาจารย์แข็งแกร่งจริงๆ แต่ถ้าจะบอกว่าเขาคืออันดับหนึ่งในพันมหาโลกาก็อาจจะเกินจริงไปหน่อย เผ่านิรันดร์กาลแค่ถูกเขาผนึกเอาไว้ก็เท่านั้น ตอนนี้ก็อยู่ในมือฤทธาจารย์แล้วมิใช่รึ”
“เหอะๆ ข้าไม่อยากยุ่งกับมรรคาจารย์หรอก ถึงอย่างไรมหามรรคาก็ไม่ยอมรับวิถีเซียน ไฉนพวกเราจะต้องส่งตัวเองไปตายด้วยล่ะ”
ผู้แข็งแกร่งจากทุกวิถีบำเพ็ญพูดไปพูดมาก็เริ่มพูดจาประชดประชันกัน กรรมและความแค้นระหว่างวิถีบำเพ็ญในที่นี้เป็นสิ่งที่ซับซ้อน การรวมพวกเขามาไว้ที่นี่ได้ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของประมุขแห่งนับอนันต์ท่านนี้
ประมุขแห่งนับอนันต์ลืมตาขึ้นเผยดวงตาสีฟ้าอมเงิน ก่อนจะพูดขึ้น “ข้าเรียกพวกเจ้ามาไม่ใช่เพื่อจะคุยเรื่องภูตมรรคาหรือวิถีเซียน แต่ข้าจะคุยเรื่องห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา”
ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา!
ผู้แข็งแกร่งทุกคนต่างก็เงียบลง เริ่มมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมา
“ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาถือกำเนิดขึ้นแล้ว ซ่อนอยู่ที่มุมหนึ่งของพันมหาโลกา พลังชีวิตมหามรรคาที่กระจายอยู่ทั่วหายไปหมดแล้ว นี่คือหลักฐานยืนยันที่ดีที่สุด เห็นทีว่าที่ภูตมรรคาหายไปก็คงจะไปตามหาห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา ถึงอย่างไรห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาก็มีมหาโชควาสนาที่ประทานทุกสรรพสิ่งให้เป็นจริงได้”
ประมุขแห่งนับอนันต์พูดถึงตรงนี้ก็อดมองไปที่ฤทธาจารย์มิได้
ฤทธาจารย์แค่นเสียงขึ้นจมูก ไม่ได้พูดอะไร
ประมุขแห่งนับอนันต์กวาดสายตามองผู้แข็งแกร่งทุกคน “ละวางความแค้นของพวกเจ้าลง จงออกตามหาห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา ไม่ว่าใครหาเจอก็ขอให้มอบมันให้กับข้า ข้าจะประทานอำนาจเทพที่ทำให้พวกเจ้าเป็นอมตะไม่มีวันตาย แน่นอนว่าพวกเจ้าจะไม่ส่งมันให้ข้าก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ขอให้โชคลิขิตอันสูงสุดนี้อยู่ในมือของวิถีบำเพ็ญ ไม่ใช่อยู่ในมือของมหามรรคาก็พอ
ข้าไม่สนว่าในพวกเจ้าจะมีกี่คนที่เคยเข้าร่วมราชสำนักเทพมหามรรคา และไม่สนด้วยว่าพวกเจ้าเข้าร่วมด้วยเหตุอันใด ตอนนี้ราชสำนักเทพมหามรรคาแตกพ่ายแล้ว ภูตมรรคาคือจิตชั่วร้ายที่มหามรรคาปล่อยใส่พวกเจ้า ถ้าพวกเจ้าอยากให้วิถีบำเพ็ญของตนเองอยู่รอดก็จงเผชิญหน้ากับมหามรรคาเสียเถอะ”
เหนือเมฆดาราเงียบสงัด ผู้แข็งแกร่งทุกคนต่างก็มีความคิดอยู่ในใจของตนเอง
ผมสีขาวของประมุขแห่งนับอนันต์เริ่มปลิวไสว ตั้งท่าจะบดบังทั้งเมฆดารา
“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าหนึ่งครั้ง ใครชนะข้าได้ก็จะได้มาแทนที่ข้า หากไม่มีใครทำได้ จากนี้ก็จงเชื่อฟังข้า!”
คำพูดอันเย็นชาของประมุขแห่งนับอนันต์ดังกึกก้องไปทั้งห้วงสุญญตา ผู้แข็งแกร่งทุกคนที่ได้ยินเช่นนั้นต่างก็มีสีหน้าหม่นหมองลง นัยน์ตาแผ่จิตสังหารออกมา
…
ภายในตำหนักเมฆาม่วง
เจียงฉางเซิงกำลังใช้จิตมรรคาของตนเองชี้แนะไป๋ฉีฝึกบำเพ็ญ เขาพลันรู้สึกถึงคลื่นการต่อสู้ที่มาๆ หายๆ
เบาบางมาก แต่มีอยู่จริง!
เจียงฉางเซิงตรวจจับไม่ได้เลยว่าคลื่นการต่อสู้มาจากที่ใด เขาจึงใช้แต้มเซ่นไหว้พยากรณ์หาผู้แข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตที่รับรู้ ก็ยังเหมือนเดิม นอกจากเขาแล้วผู้แข็งแกร่งที่สุดก็ยังเป็นฤทธาจารย์ มีมูลค่าแต้มเซ่นไหว้มรรคาสวรรค์เกือบหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านแต้ม
แต่ลางสังหรณ์บอกเขาว่าพันมหาโลกาปรากฏตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าฤทธาจารย์ขึ้นมาแล้ว
เขาไม่ได้ตกใจอะไร เพราะจนถึงตอนนี้จิตของเขาก็ยังครอบคลุมทั้งพันมหาโลกาไม่ได้ อย่ามองว่าเขาเคยสังหารศัตรูผู้แข็งแกร่งไปเยอะ แต่เขาก็ยังไปไม่ถึงขั้นที่ทำให้เจตจำนงมหามรรคาหวาดกลัวได้ เพียงแต่ประมุขสามพันมรรคารู้สึกถึงอำนาจคุกคามของวิถีเซียนจึงชิงลงมือก่อนก็เท่านั้น
ถ้าเป็นไปตามที่ทัณฑ์ริษยากล่าวไว้ พันมหาโลกาก็ยังมีวิถีบำเพ็ญที่แข็งแกร่งอยู่อีกไม่น้อย เพราะพันมหาโลกากว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ไม่มีใครรู้ว่าพันมหาโลกานั้นกว้างใหญ่เพียงใด
เจียงฉางเซิงไม่คิดอะไรมาก เขาตั้งใจชี้แนะไป๋ฉีต่อ
แค่ชั่วพริบตา
ผ่านไปหนึ่งแสนปี ไป๋ฉีนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา ตั้งใจรู้แจ้งมรรคา นี่เป็นครั้งแรกที่นางตั้งใจจริง ไม่ใช่ถูกบังคับ
เจียงฉางเซิงลุกขึ้นยืนจะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ดูทัศนียภาพของวิถีเซียนในตอนนี้สักหน่อย
ขณะเดียวกัน
ลัทธิมรรคา ภายในตำหนักผังแปดทิศ
ท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนกำลังเข้าพบเต้าคุนหลุน
“ประมุขแห่งนับอนันต์รึ นั่นใครกัน” เต้าคุนหลุนขมวดคิ้ว
ท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนพูดเชิงขบคิด “ประมุขแห่งนับอนันต์อยู่ในช่วงปลายวิถีเซียนยุคโบราณ อีกทั้งยังแข็งแกร่งมาก เขาสร้างวิถีบำเพ็ญขึ้นที่ชายแดนพันมหาโลกา หลังจากมหันตภัยนั้นมาเยือน วิถีเซียนยุคโบราณก็พินาศลง วิถีบำเพ็ญเก้าส่วนของพันมหาโลกาจบสิ้น แต่ประมุขแห่งนับอนันต์กับวิถีบำเพ็ญของเขายังรอดมาได้
ในช่วงเวลาต่อมา ประมุขแห่งนับอนันต์จำศีล จะตื่นขึ้นมาน้อยครั้งมาก ทุกครั้งที่ปรากฏตัวจะมาเพื่อห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคานั้นก็คือต้นกำเนิดของพลังชีวิตมหามรรคา โชควาสนาสูงสุดซ่อนอยู่ในนั้น ทุกครั้งในช่วงที่แย่งชิงห้วงสมุทรแห่งมหามรรคานั้น ประมุขแห่งนับอนันต์จะใช้พลังที่แข็งแกร่งเอาชนะศัตรูได้ทั้งหมด”
ท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนมีสีหน้าเคารพยำเกรง
ยิ่งอยู่มานานเท่าไรก็จะยิ่งเข้าใจพันมหาโลกาเท่านั้น ความเคารพยำเกรงก็จะยิ่งมากขึ้นด้วย
เต้าคุนหลุนขมวดคิ้วแน่น “ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาปรากฏแล้วจะมีผลกระทบอะไรต่อวิถีเซียนหรือไม่”
ท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนตอบกลับ “วิถีเซียนในตอนนี้มีขอบเขตกว้างขวาง ถ้าห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาปรากฏขึ้นในวิถีเซียนก็จะต้องถูกประมุขแห่งนับอนันต์หมายตาอย่างแน่นอน นั่นจะเป็นปัญหาทันที ถึงอย่างไรประมุขแห่งนับอนันต์ก็เป็นตัวตนที่แม้แต่เผ่านิรันดร์กาลก็ยังทำอะไรเขาไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่เกรงกลัวมรรคาจารย์เลย เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ห้วงสมุทรแห่งมหามรรคามาครอง”
เขานิ่งเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะเล่าเรื่องมหาสงครามเมื่อหลายหมื่นปีก่อนให้ฟัง เมื่อได้รู้ว่าประมุขแห่งนับอนันต์สามารถกำราบประมุขแห่งวิถีบำเพ็ญได้หลายร้อยคน เต้าคุนหลุนก็ตกใจมาก เพราะวิถีบำเพ็ญบางส่วนในนั้นก็คือวิถีบำเพ็ญปกครองที่มีชื่อเสียงเลื่องลือรอบๆ วิถีเซียน
เต้าคุนหลุนจดจำชื่อของประมุขแห่งนับอนันต์เอาไว้
“ข้าจะแจ้งเรื่องนี้กับอาจารย์เอง” เต้าคุนหลุนพูดขึ้น
ท่านอัครจักรพรรดิไฮ่เทียนส่ายหน้า “ไม่ใช่แค่บอกเรื่องนี้ แต่เจ้ายังต้องโน้มน้าวให้มรรคาจารย์แย่งชิงห้วงสมุทรแห่งมหามรรคา ประมุขแห่งนับอนันต์ซุ่มเงียบมานานไม่รู้กี่ปีก็ยังออกค้นหาห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาอย่างบ้าคลั่ง ข้าสงสัยว่าห้วงสมุทรแห่งมหามรรคาซ่อนพลังที่ใช้ต่อกรกับมหามรรคาเอาไว้ ไม่อย่างนั้นประมุขแห่งนับอนันต์ก็คงไม่มีทางมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้แน่
ขอให้มรรคาจารย์เตรียมใจทำศึกกับประมุขแห่งนับอนันต์ให้ดี!”
………………….