เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 784 น้อมถวาย
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเผชิญหน้ากับการจู่โจมของเทวศาสตราโชคชะตานับหมื่นตนก็รวบรวมมหามรรคาทั้งสามพันสายบนมือขวาแล้วกดฝ่ามือลงมา ห้วงสุญญตาพลันพังทลาย ทิวทัศน์ทุกหนแห่งบิดเบี้ยว
ฝั่งเทวศาสตราโชคชะตาก็ยกฝ่ามือฟาดสวนไปพร้อมกัน พวกมันทุกตนต่างใช้ฝ่ามือพิฆาตโลกันตร์!
เปรี้ยง!
ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหลายถูกพัดถอยหลัง ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ใบไม้นับไม่ถ้วนปลิดปลิวสลายเป็นเถ้าธุลี
กำเนิดทัณฑ์ก้มมองพลังมหาศาลที่ก่อตัวอยู่เบื้องล่าง เขากำสองหมัดแน่นแล้วเข้าไปสมทบ ร่วมกันกำราบเทวศาสตราโชคชะตาพร้อมกับปฐมบรรพจารย์มหามรรคา
พลังของมหามรรคาทั้งสามพันสายก่อตัวเป็นพลังเทพที่แข็งแกร่งที่สุดในพันมหาโลกา ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหลายหล่นวูบลงไปเบื้องล่าง แม้แต่แดนเซียนพรหมทั้งหมดก็กำลังจมลงเบื้องล่างเช่นกัน หากมิใช่เพราะมีพลังโชคชะตาของมรรคาสวรรค์ปกป้องอยู่ เกรงว่าแดนเซียนพรหมรวมไปถึงโลกรอบด้านคงสลายเป็นธุลีในพริบตา ไม่คงอยู่อีกต่อไป
เทวศาสตราโชคชะตานับหมื่นผนึกพลังอาคมของแต่ละตนเข้าด้วยกัน พลังดุจดั่งกระบี่ยักษ์ที่สะบั้นได้แม้แต่จักรวาลเหินทะยานสู่เบื้องบน พร้อมกับแสงเจิดจ้าที่โชนฉายตามมันไป
ปราณวิญญาณมหามรรคาในห้วงสุญญตาปั่นป่วนเกิดเป็นสายลมคลั่งพัดไปสุดสายตา สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนที่ยังท่องอยู่ในห้วงสุญญตาถูกลูกหลงจนกายาแตกดับ โลกใบแล้วใบเล่าตามรายทางมิอาจทานทนการโจมตีนี้ พวกมันล้วนถูกบดขยี้เป็นผุยผง
สายลมคลั่งสายนี้เขย่าพันมหาโลกาทั้งหมดจนสั่นคลอน ห้วงสุญญตาเบื้องบนปรากฏรอยร้าวเส้นแล้วเส้นเล่า ประกายแสงสีแดงเข้มเล็ดลอดออกมาจากด้านใน
ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหลายชมการต่อสู้อย่างตื่นเต้น แสงเจิดจ้าไม่อาจบดบังจิตสัมผัสของพวกเขา แต่แล้วพวกเขาก็ต้องผวาเมื่อพบว่าเทวศาสตราโชคชะตาที่คลื่นพลังแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นกลับทยอยกันล้มตาย
เทวศาสตราโชคชะตาเหล่านี้ ตนที่อ่อนแอที่สุดยังเทียบได้กับขั้นองค์เจตจำนงมรรคา ทว่าขั้นองค์เจตจำนงมรรคาหมื่นตนกลับต้านทานการโจมตีเดียวไม่ได้อย่างนั้นหรือ
ชั่วขณะนั้น จิตใจของพวกเขาจมดิ่งสู่ก้นหุบเหว
มรรคาจารย์ยอมรับแล้วว่ากลับมาไม่ได้ อาศัยเพียงพลังของพวกเขาจะต้านศัตรูแสนน่ากลัวสองตนนี้ได้อย่างไรกัน
“หรือว่าจะทำได้เพียงเท่านี้” มู่หลิงลั่วขมวดคิ้วจนเป็นปมแล้วทอดถอนใจ
ความสิ้นหวังและความละอายใจทะลักขึ้นมาในใจของขั้นพรหมเซียนทองทั้งหลาย พวกเขาสิ้นหวังต่อโชคชะตาของตนและละอายใจต่อมรรคาจารย์
พวกเขาทรยศความคาดหวังของมรรคาจารย์เสียแล้ว
นับตั้งแต่มรรคาจารย์ก่อตั้งวิถีเซียน กี่ครั้งกี่คราแล้วที่พวกเขาพึ่งพามรรคาจารย์ให้กอบกู้สถานการณ์ ยามเผชิญหายนะร้ายแรง ก่อนหน้านี้พวกเขายังอ้างว่าตนเองระดับขั้นต่ำต้อยได้ แต่ยามนี้พวกเขาบรรลุขั้นพรหมเซียนทองกำเนิดจักรวาล ขั้นพรหมเซียนทองกันแล้ว แต่พวกเขากลับยังไร้กำลังเช่นนี้อยู่อีก
“ไม่! ข้าไม่ยอม! ข้าไม่มีวันยอมเด็ดขาด!”
เสียงคำรามแผ่วต่ำเสียงหนึ่งดังขึ้น ดึงให้ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหมดหันไปมองคนผู้หนึ่ง
จักรพรรดิสวรรค์!
จักรพรรดิสวรรค์เปิดดวงเนตรมหามรรคา ใบหน้าของเขาถมึงทึงน่ากลัวนัก เขาจ้องปฐมบรรพจารย์มหามรรคากับกำเนิดทัณฑ์ที่ลอยอยู่ด้านบนอย่างโกรธเกรี้ยว สองหมัดใต้แขนเสื้อกำแน่น ปราณมังกรมรรคาสวรรค์ของจักรพรรดิสวรรค์แผ่กระจายออกมาวนเวียนรอบกายเขา
ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหลายไม่เข้าใจว่าเขาจะทำสิ่งใด แต่ไม่ทันไรพวกเขาก็จับสัมผัสอะไรได้บางอย่าง พวกเขาพากันหันขวับไปมองหน้าตาตื่น
มองจากบนที่สูง เห็นแดนเซียนพรหมมีแสงดาวนับไม่ถ้วนส่องสว่างขึ้นมา พวกมันขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรก็เห็นลำแสงสีเลือดเส้นแล้วเส้นเล่าทะยานขึ้นมาเบื้องบน เหาะมาหาจักรพรรดิสวรรค์
หวงจิงเจวี๋ยจ้องเขม็ง เขาครองสีหน้าไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นว่าภายในลำแสงสีเลือดเหล่านั้นล้วนมีดวงเนตรมหามรรคาอยู่
นี่มันวิชาสายเลือดของเผ่าเจียง!
“สุดท้ายก็มาถึงขั้นนี้หรือ”
มู่หลิงลั่วมองร่างของจักรพรรดิสวรรค์แล้วถอนหายใจ
นับตั้งแต่วิถีเซียนเริ่มจนตรอก จักรพรรดิสวรรค์ก็เตรียมการเรื่องนี้ไว้แล้ว เขาโน้มน้าวเผ่าเจียงตั้งแต่บนจรดล่าง บอกให้ลูกหลานเผ่าเจียงเตรียมใจพร้อมที่จะตาย เมื่อใดเขาส่งสัญญาณเรียกผ่านทางสายเลือด ขอให้ลูกหลานทั้งหมดจงถวายดวงเนตรมหามรรคา ส่งทั้งหมดมารวมกันที่ตัวของเขา
ลูกหลานเผ่าเจียงที่สูญเสียดวงเนตรมหามรรคา ระดับขั้นบำเพ็ญย่อมถดถอย ผู้ที่ระดับขั้นอ่อนแออาจถึงขั้นกายาระเบิดตาย ฝ่ายจักรพรรดิสวรรค์ที่แบกรับพลังสายเลือดของทั้งเผ่าเจียงก็ย่อมไม่มีจุดจบที่ดีเช่นกัน แต่จักรพรรดิสวรรค์ก็ยังตัดสินใจเช่นนี้ ยามลูกหลานเผ่าเจียงได้ยินคำสั่งนี้ แม้พวกเขาจะอึ้ง แต่กลับไม่มีแม้แต่ผู้เดียวที่คัดค้าน
ยามวิถีเซียนหลังชนฝา เผ่าเจียงย่อมรู้สึกกดดันมากที่สุด เพราะพวกเขาคือทายาทของมรรคาจารย์ เมื่อมรรคาจารย์ไม่อยู่ พวกเขาย่อมต้องแบกรับหน้าที่ปกป้องวิถีเซียน!
“แย่แล้ว!”
กำเนิดทัณฑ์สังเกตเห็นการกระทำของจักรพรรดิสวรรค์ เขาหายตัวมาโผล่ตรงหน้าจักรพรรดิสวรรค์แล้วฟาดฝ่ามือมาที่หน้าผากของจักรพรรดิสวรรค์ทันที
“จื่ออวี้!”
“ฝ่าบาท!”
“จักรพรรดิสวรรค์!”
มู่หลิงลั่วตะโกนเสียงหลง แต่แล้วนางยังไม่ทันขยับตัวก็ต้องหยุดชะงัก ขั้นพรหมเซียนทองคนอื่นก็เช่นเดียวกัน ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหมดสีหน้าเปลี่ยนไปตามๆ กัน สิ่งที่พวกเขาเห็นคือดวงเนตรมหามรรคาของจักรพรรดิกำลังสาดแสงสีทองเจิดจ้าออกมาขวางการโจมตีของกำเนิดทัณฑ์เอาไว้ได้
ดวงเนตรมหามรรคานับไม่ถ้วนผลุบหายเข้าไปในร่างของจักรพรรดิสวรรค์ ช่วยให้แสงสีทองจากหน้าผากของเขาแผ่ขยายกว้างกว่าเดิม มันกดดันกำเนิดทัณฑ์ให้ถอยร่นกลับไปทีละน้อย
“เจ้า!”
กำเนิดทัณฑ์มองจักรพรรดิสวรรค์อย่างไม่อยากเชื่อ เขาเค้นพลังออกมาสุดแรงแต่ไม่อาจเข้าใกล้จักรพรรดิสวรรค์ได้
จักรพรรดิสวรรค์ในยามนี้ผมเผ้าสยายไม่เป็นทรง ดวงเนตรมหามรรคาบนหน้าผากทั้งแลดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม อาภรณ์จักรพรรดิปลิวสะบัดอย่างไร้การควบคุม แสงสีทองที่บดบังร่างกายครึ่งท่อนบนของเขาทำให้ขั้นพรหมเซียนทองตกอยู่ในภวังค์ไปวูบหนึ่ง
เพราะพวกเขารู้สึกเหมือนเห็นมรรคาจารย์มาเยือน!
จักรพรรดิสวรรค์ยกมือขึ้น นิ้วชี้มือขวาชี้ไปยังกำเนิดทัณฑ์ แทบจะในพริบตานั้น กำเนิดทัณฑ์พลันกระโดดกลับไปอยู่ข้างกายปฐมบรรพจารย์มหามรรคา
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาก้มหน้ามองจักรพรรดิสวรรค์แล้วถอนหายใจอย่างชื่นชม “วิชาดี วิถีเซียนทำให้ข้าตกตะลึงหลายครั้งหลายคราจริงๆ”
จักรพรรดิสวรรค์กำลังจะเอ่ยปาก แต่แล้วคลื่นพลังอันแข็งแกร่งไร้เทียมทานอีกกลุ่มก็ปะทุออกมาจากแดนเซียนพรหมอีกครั้ง มันดึงความสนใจของทุกคนไป
ไท่วาเหมือนจะคิดอะไรออก ดวงหน้างามซีดเผือดในทันใด
ตี้เจวี๋ยก้าวเท้าขึ้นมาด้านบน คลื่นพลังอันแข็งแกร่งในแดนเซียนพรหมเหล่านั้นเลือนหายไป ก่อนจะมาปรากฏอยู่บนร่างของเขาทั้งหมด
“พิทักษ์วิถีเซียนมิใช่หน้าที่ของเผ่าเจียงเผ่าเดียว แต่เป็นหน้าที่ของเผ่าราชาแห่งวิถีเซียนของข้าด้วย ท่านอาจารย์ช่วยให้เผ่าราชาของข้าถือกำเนิดขึ้นมา ในเมื่อเผ่าเจียงกล้าเสียสละตนเอง เผ่าราชาแห่งวิถีเซียนของข้าก็กล้าเช่นกัน”
ตี้เจวี๋ยกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวห้าวหาญ สื่อเหยียนอดีตคู่แข่งของเขากำลังจ้องเขาด้วยแววตาอันซับซ้อน ความเลื่อมใสฉายออกมาผ่านแววตา
เผ่าราชาแห่งวิถีเซียนทยอยกันปลิดชีพตนเอง ดวงวิญญาณของพวกเขาลอยไปรวมกับคนข้างกายอย่างไม่หยุดหย่อน เมื่อเผ่าราชาแห่งวิถีเซียนล้มตายหมดสิ้น พลังของทั้งเผ่าราชาก็รวมกันอยู่ในร่างของตี้เจวี๋ย
ตี้เจวี๋ยก้าวมายืนข้างจักรพรรรดิสวรรค์ ทั้งสองยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ เงยหน้ามองปฐมบรรพจารย์มหามรรคาที่อยู่เบื้องบน
หน้าผากของจักรพรรดิสวรรค์สาดแสงสีทองออกมาไกลนับหมื่นจั้ง ปราณมังกรมรรคาสวรรค์วนเวียนรอบกาย น่าเกรงขามยิ่งนัก คลื่นพลังรอบกายตี้เจวี๋ยแข็งแกร่งไม่แพ้กัน แสงสีขาวร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา ภายในแสงสีขาวปริมาณมหาศาลคือดวงวิญญาณของเผ่าราชาดวงแล้วดวงเล่าที่กำลังขยับตัว พวกเขาทั้งหมดแผดเสียงคำรามใส่ปฐมบรรพจารย์มหามรรคา
พลังของทั้งสองก้าวข้ามขั้นองค์เจตจำนงมรรคาแล้ว แม้แต่ขั้นพรหมเซียนทองกำเนิดจักรวาลก็สู้ไม่ได้!
พลังตบะที่เพิ่มพรวดอย่างกะทันหันทำให้กายเนื้อของพวกเขาสั่นระริก พลังโชคชะตาแห่งมรรคาสวรรค์หลั่งไหลมารวมกันบนร่างของพวกเขา ช่วยให้พวกเขาประคองพลังที่โถมคลั่งอยู่ในกายตนไหว
ทั้งสองสบตาแล้วยิ้มให้กัน พวกเขารู้สึกได้ว่ามรรคาจารย์กำลังช่วยพวกเขาอยู่
มรรคาสวรรค์ที่เรียกขานกัน ก็คือมรรคาจารย์มิใช่หรือไร
ทั้งสองต่างหยิบสมบัติอาคมที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเองออกมา แล้วก้าวออกไปเพื่อสังหารปฐมบรรพจารย์มหามรรคา
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคายกมุมปากขึ้น ร่างกายของเขายืดสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เพียงพริบตาเดียวกายาของเขาก็ใหญ่โตยิ่งกว่าต้นสรวงสวรรค์มหามรรคา เขาคำรามแผ่วต่ำ กฎแห่งมหามรรคาทั้งสามพันสายเลื้อยรัดจักรพรรดิสวรรค์กับตี้เจวี๋ยไว้ประหนึ่งอสรพิษ
กฎแห่งมหามรรคาที่เดิมทีไร้รูปไร้ลักษณ์ เวลานี้กลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในพันมหาโลกา พวกจักรพรรดิสวรรค์หายตัวเปลี่ยนตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง พวกเขาพยายามจะหายตัวไปเบื้องหน้าปฐมบรรพจารย์มหามรรคา แต่พลังมิติอันแปลกประหลาดทำให้พวกเขาวนเวียนอยู่ตรงพื้นที่เดิมตลอด เข้าใกล้ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาไม่ได้แม้แต่น้อย
ทั้งสองคนโกรธจัด พวกเขารีดเค้นพลังทั้งร่างระเบิดห้วงสุญญตาจนแหลกกระจุย แล้วไปปรากฏตัวเบื้องหน้าปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเร็วรี่ดุจเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา
ยามอยู่ต่อหน้าปฐมบรรพจารย์มหามรรคา พวกเขาช่างแลดูเล็กจ้อย เส้นผมแต่ละเส้นของปฐมบรรพจารย์มหามรรคาดูไม่ต่างจากขุนเขาที่สูงใหญ่ที่สุดในโลกหล้าสำหรับพวกเขา ซ้ำร้ายพวกมันยังเป็นขุนเขาที่สะบัดส่ายไปมาตามอำเภอใจอีกต่างหาก
จักรพรรดิสวรรค์ร่ายรำกระบี่อาณัติมรรคาสวรรค์ในมือ ฝั่งตี้เจวี๋ยก็ชูหอคอยวิเศษในมือ ทั้งสองคนรวบรวมพลังอาคมทั้งร่างใส่ไว้ในยอดสมบัติของแต่ละคน
ห้วงสุญญตาพังทลาย สิ่งชั่วร้ายนับไม่ถ้วนที่เคยซ่อนตัวอยู่ในเบื้องลึกของห้วงสุญญตาหลุดออกมาอาละวาดในพันมหาโลกา
ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาเริ่มถูกฉีกทึ้งแยกเป็นส่วนๆ วันสิ้นโลกของพันมหาโลกามาเยือนแล้ว!
…
ภายในโลกประสานมรรคา
ทัณฑ์ริษยาเฝ้ามองการต่อสู้อยู่ตลอด เขาเห็นจักรพรรดิสวรรค์กับตี้เจวี๋ยสำแดงพลังระดับนั้นออกมาได้ก็แอบตื่นเต้นอยู่ในใจ
คิดไม่ถึงว่าวิถีเซียนจะซ่อนผู้แข็งแกร่งระดับนี้เอาไว้ถึงสองคน ในสายตาเขา ตอนนี้จักรพรรดิสวรรค์กับตี้เจวี๋ยไม่ด้อยกว่าประมุขแห่งนับอนันต์ ต่อให้ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของปฐมบรรพจารย์มหามรรคาก็ไม่เป็นไร เพราะฝั่งนั้นปฐมบรรพจารย์มหามรรคาไม่ได้ไปเยือนด้วยร่างจริงอยู่แล้ว
“ทัณฑ์ริษยา ทรยศมหามรรคาแล้วเจ้าจะสมปรารถนาได้จริงหรือ”
เสียงเย็นยะเยือกเสียงหนึ่งดังขึ้น ทัณฑ์ริษยาตกใจหันขวับไปมอง ทันใดนั้นเขาก็เห็นรอยแยกสีดำเส้นหนึ่งบนท้องนภา ร่างหนึ่งย่างเท้าเนิบช้าออกมาจากในนั้น ร่างนั้นเป็นสีม่วงอมแดง รอบร่างเป็นสีดำสนิท ใบหน้ามีดวงตาเพียงข้างเดียวเท่านั้น นอกจากโครงร่างที่คล้ายมนุษย์แล้วก็ไม่มีลักษณะเด่นอื่นใด ช่างประหลาดตายิ่งนัก
“ปฐมบรรพจารย์มหามรรคา…เจ้า…เป็นไปได้อย่างไร…”
ทัณฑ์ริษยาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว เขาถอยไปหาเจียงฉางเซิงทันที
เจียงฉางเซิงยังคงสืบทอดมรดกมรรคาจารย์อยู่ เขานั่งนิ่งไม่กระดุกกระดิกอยู่บนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา
ทัณฑ์ริษยาร้อนใจดุจเพลิงผลาญ เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของปฐมบรรพจารย์มหามรรคาอย่างแน่นอน
“เพื่อมาให้ถึงที่แห่งนี้ ข้าเสียเรี่ยวแรงไปมากโข ต้องขอบคุณประมุขแห่งนับอนันต์ ขอบคุณพลังของวิถีเซียนที่ทำให้พันมหาโลกาพังทลาย เมื่อคราวเคราะห์ของมหามรรคามาเยือน ข้าจึงหลุดจากเครื่องพันธนาการมาได้”
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเอ่ยนิ่งๆ ร่างกายของเขาไม่น่าเกรงขามเหมือนร่างจริงของผานกู่ แต่มันมีกลิ่นอายของความน่ากลัวอีกแบบหนึ่งแผ่ออกมา
เพียงเขายืนอยู่ตรงนั้นเฉยๆ ก็รู้สึกราวกับว่าเขาสามารถทำลายได้ทุกสิ่งและสามารถสร้างได้ทุกอย่าง
“ที่แท้เจ้าก็จงใจบีบให้วิถีเซียนสำแดงพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมออกมา แต่พันมหาโลกาพังทลาย คราวเคราะห์ของมหามรรคามาเยือน เจ้ากับข้าย่อมตายได้ ชีวิตไม่อาจผูกอยู่กับการดำรงอยู่ของพันมหาโลกาอีกต่อไป เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เจ้าคิดว่ามรรคาจารย์ยุคนี้เหมือนพวกไร้ประโยชน์ในอดีตเหล่านั้นหรือไร” ทัณฑ์ริษยาตวาด
เขาหวาดกลัวมากก็จริง แต่เขาเคียดแค้นยิ่งกว่า
เดิมทีพวกเขามีรากเหง้าเดียวกัน แต่ปฐมบรรพจารย์มหามรรคากลับคิดจะสังหารเขาเพื่อป้องกันไม่ให้มรรคาฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง เรื่องนี้จะไม่ให้เขาแค้นได้เช่นไร
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาไม่สนใจทัณฑ์ริษยาอีกต่อไป เขายกมือขวา หันฝ่ามือไปหาเจียงฉางเซิง
“หวังว่ามหามรรคาของเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!”
สิ้นเสียง มหามรรคาทั้งสามพันสายพลันก่อตัวรวมกันกลางฝ่ามือของปฐมบรรพจารย์มหามรรคา เกิดเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์สีม่วงแดงสายหนึ่งพุ่งไปหมายสังหาร มันพุ่งผ่านโลกประสานมรรคาราวกับจะผ่าโลกประสานมรรคาเป็นสองซีก
เปรี้ยง!
แสงศักดิ์สิทธิ์สายนี้โจมตีลงบนร่างของเจียงฉางเซิง แต่ถูกเกราะป้องกันของสมบัติอาคมชิ้นแล้วชิ้นเล่าสกัดไว้
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเค้นพลังแห่งมหามรรคาออกมามากกว่าเดิม เขาโจมตีเกราะป้องกันบนร่างเจียงฉางเซิงจนแตกไปทีละชั้นๆ
“มรรคาจารย์! รีบตื่นเร็วเข้า!”
ทัณฑ์ริษยารีบตะโกนปลุก เขาเชื่อว่าขอเพียงมรรคาจารย์ตื่น ก็ไม่แน่ว่าจะสู้อีกฝ่ายไม่ได้
“เหอะ!”
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาแค่นเสียงหยัน ดวงตาแนวตั้งดวงนั้นเหลือบไปมองทัณฑ์ริษยา เพียงชั่วพริบตาพลังแห่งมหามรรคาที่มองไม่เห็นพลันโถมไปกลบร่างของทัณฑ์ริษยา บดขยี้ร่างหินของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ
ในตอนนั้นเอง!
เจียงฉางเซิงบนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคาก็เปิดดวงเนตรมหามรรคา ลำแสงสีม่วงสายหนึ่งพุ่งออกมา มันพาพลังสุดแกร่งเข้าไปโจมตีแสงศักดิ์สิทธิ์ของปฐมบรรพจารย์มหามรรคาจนแตกสลาย แล้วพุ่งสวนกลับไปสังหารปฐมบรรพจารย์มหามรรคา!
โลกประสานมรรคาทะลุเป็นรูโบ๋ ปราณสีม่วงของอนธการโถมคลั่งจนเกิดเป็นช่องโหว่ขนาดมหึมา
……………………………………..