เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 783 ปฐมบรรพจารย์มหามรรคา เทวศาสตราโชคชะตา
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 783 ปฐมบรรพจารย์มหามรรคา เทวศาสตราโชคชะตา
ร่างมายาของผานกู่ยืนตระหง่านอยู่ใต้ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาประหนึ่งเทพยุคโบราณผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกหล้า ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก แม้ร่างสีแดงคล้ำของกำเนิดทัณฑ์จะน่ากลัว แต่เมื่ออยู่เบื้องหน้าร่างมายาของผานกู่ เขากลับแลดูเล็กกระจ้อยร่อย
ผู้ยิ่งใหญ่ของฝั่งวิถีเซียนเห็นร่างมายาของผานกู่แล้วต่างพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก พวกเขาเคยเห็นร่างมายานี้มาก่อนแล้ว นี่เป็นพลังอภินิหารของมรรคาจารย์ มรรคาจารย์ซ่อนไพ่สำรองไว้ให้วิถีเซียนจริงๆ!
ทว่ามู่หลิงลั่วกลับขมวดคิ้ว ไม่รู้เพราะเหตุใด นางจึงรู้สึกตงิดๆ ว่าร่างมายาผานกู่นี้ผิดไปจากปกติ
กุยหลีก็เหมือนจะจับสัมผัสบางอย่างได้เช่นกัน นางเอ่ยเสียงเคร่งเครียด “พลังของร่างมายาร่างนี้กำลังถูกมหามรรคาแทรกแซง!”
ทันทีที่คำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ผู้ยิ่งใหญ่ที่เข้าร่วมศึกทั้งหมดรอบด้านต่างหน้าถอดสี
เต้าคุนหลุนใช้วิชาพยากรณ์แปดทิศทันที ยิ่งพยากรณ์ก็ยิ่งตระหนก สีหน้าซีดเผือด
ปฐมาจารย์หมื่นพุทธยกมุกพุทธะในมือขึ้นมา มุกพุทธะสามสิบสองเม็ดลอยแยกกันแล้วดิ่งลงไปเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว พวกมันลอยตัวอยู่กลางท้องฟ้าของแดนเซียนพรหมพร้อมกับเปล่งรัศมีพุทธะสว่างไสว เสริมมหาค่ายกลปกป้องเขตแดนของแดนเซียนพรหมให้แข็งแกร่งขึ้น
พลังของกำเนิดทัณฑ์น่ากลัวเกินไปแล้ว นอกจากพวกเขา ไม่มีผู้ใดในวิถีเซียนเข้ามาร่วมต่อสู้ได้เลย แดนสวรรค์กับลัทธิใหญ่แต่ละแห่งพากันใช้มหาค่ายกลซ้อนกันหลายชั้น ถึงอย่างนั้นแดนเซียนพรหมก็ยังสั่นสะเทือนจนปฐพีสั่นไหวขุนเขาสั่นคลอน ประหนึ่งวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง
ท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย กำเนิดทัณฑ์กลับก้าวไปหาผานกู่
เจียงฉางเซิงที่อยู่ไกลถึงโลกประสานมรรคาลืมตาขึ้น หัวคิ้วขมวดมุ่น
‘ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาควบคุมพลังของผานกู่ได้ หรือนี่คือสิ่งที่มรรคาทำลงไปเมื่อตอนนั้น’
เจียงฉางเซิงคิดอยู่เงียบๆ เขาเคยเห็นมรรคาปรากฏตัวออกมายามผานกู่สิ้นชีวาผ่านสายตาของหงจวิน มรรคาแย่งชิงเลือดเนื้อของผานกู่ไปส่วนหนึ่ง หากนำสิ่งนี้มาเชื่อมโยงกับเรื่องที่ทัณฑ์ริษยาเคยเรียกผานกู่ว่ามรรคา ทุกสิ่งก็อธิบายได้พอดี
เขาสัมผัสได้ว่าพลังแห่งมหามรรคากำลังแย่งชิงอำนาจควบคุมร่างมายาผานกู่กับเขา แต่จนใจที่เขาไม่อยู่ในพันมหาโลกา เขาจึงต่อต้านพลังของมหามรรคาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
ต่อจากนี้กำลังจะเกิดอะไรขึ้น เจียงฉางเซิงมองเห็นแล้ว
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาจะอาศัยร่างมายาผานกู่ สร้างกายเนื้อของผานกู่ออกมา แล้วใช้ร่างของผานกู่มาเยือนพันมหาโลกา
กำเนิดทัณฑ์ตนเดียวก็สร้างความความสิ้นหวังให้วิถีเซียนแล้ว นี่ยังจะมีปฐมบรรพจารย์มหามรรคามาเพิ่มอีกตน…
ไม่ต้องพูดถึงวิถีเซียน ต่อให้วิถีเซียนร่วมมือกับวิถีบำเพ็ญทั้งหมดก็คงต้านการโจมตีของเจตจำนงแห่งมหามรรคาสองตนไม่ได้!
เจียงฉางเซิงคำนวณพลาดแล้ว เขาคิดไม่ถึงว่าปฐมบรรพจารย์มหามรรคาจะมีลูกเล่นเช่นนี้อยู่ ถึงเขาจะบอกตนเองว่าสิ่งที่สูญเสียไปล้วนหวนคืนกลับมาได้ แต่หากปฐมบรรพจารย์มหามรรคามีหนทางทำให้วิถีเซียนของเขาฟื้นคืนชีพกลับมาไม่ได้เล่า
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเป็นถึงเจตจำนงแห่งพันมหาโลกา เขาครอบครองพลังของมหามรรคาทั้งสามพันสาย มีแต่ภูตผีเท่านั้นที่รู้ว่าเขาทำได้ถึงขั้นไหน อีกอย่างเจียงฉางเซิงก็ไม่อยากให้ผู้คนทั้งหลายที่ตนเองใส่ใจต้องลิ้มรสความตายและการดับสูญ
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เมื่อปฐมบรรพจารย์มหามรรคาปรากฏกาย เวลาของเขาก็เหลือไม่มากแล้ว!
มรรคาไม่ยินยอมให้เขาแข็งแกร่งขึ้นดังใจหวัง เห็นชัดมากว่ามรรคาสังเกตเห็นแล้วว่าเขากำลังทำสิ่งใดอยู่ ระยะนี้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีพลังบางอย่างพยายามจะเข้ามาใกล้เขา
ไม่ใช่ปฐมบรรพจารย์มหามรรคา!
แต่เป็นพลังที่แข็งแกร่งกว่านั้น!
ต้องเป็นมรรคาอย่างแน่นอน!
แม้ว่ามรรคาจะแยกร่างออกมาเป็นเจตจำนงทั้งสามแล้ว แต่ดวงจิตหลักของเขายังคงอยู่มาตลอด แค่ไม่รู้แน่ชัดว่าเหตุใดเขาจึงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาตลอดเท่านั้น
ดวงเนตรมหามรรคาบนหน้าผากของเจียงฉางเซิงเปิดออก ชั่วพริบตานั้นเงาที่เกิดจากดวงจิตร่างแล้วร่างเล่าพลันปรากฏกายออกมารอบบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา พวกเขาทั้งหมดต่างมีรูปลักษณ์เหมือนเจียงฉางเซิง เจ้าพวกนี้ก็คือเงาสะท้อนของดวงจิตที่เจียงฉางเซิงใช้พลังแห่งการสรรค์สร้างทำให้ดวงจิตกลายเป็นร่างจริง ต่อจากนั้นเจียงฉางเซิงก็พยายามจะสืบทอดมรดกมรรคาจารย์ต่อ พร้อมกับพยายามเข้าควบคุมระบบรอดชีวิตไปด้วย
ถูกต้องแล้ว เข้าควบคุม!
ยิ่งตบะของเขาสูงขึ้น เขาก็ค่อยๆ สัมผัสการมีอยู่ของระบบรอดชีวิตได้ชัดขึ้น มันซ่อนอยู่ในเบื้องลึกของดวงวิญญาณเขา ในสถานที่ซึ่งลึกยิ่งกว่าโลกแห่งมรรคา
เขาต้องการยึดครองระบบรอดชีวิตเพื่อแบ่งระบบรอดชีวิตไปยังร่างจริงร่างอื่น แยกกันรับสืบทอดความทรงจำของมรรคาจารย์แต่ละคนแล้วค่อยมารวมร่างกันอีกครั้ง ตอนนี้ตัวเขามีพลังมากกว่าสมัยเพิ่งเลื่อนขั้นหลายเท่า เขามั่นใจมากว่าตนเองจะทนรับมรดกของมรรคาจารย์ที่เหลือได้พร้อมกัน
เจียงฉางเซิงหลับตาลง เขาเริ่มส่งพลังไปแตะต้องตัวตนของระบบรอดชีวิต หรือก็คือวิถีเซียน
เปรี้ยง!
เจียงฉางเซิงรู้สึกเหมือนเขาได้เปิดประตูบานหนึ่ง แสงเจิดจ้าอาบไล้ประสาทสัมผัสของเขา ชั่วขณะที่ทุกสิ่งพร่าเลือน เขามองเห็นร่างหนึ่ง แม้เลือนรางมาก แต่เจียงฉางเซิงก็มองตัวตนของอีกฝ่ายออก นั่นคือช่วงสื่อ!
ตั้งแต่แรกเริ่มวิถีเซียนก็ถือกำเนิดมาจากช่วงสื่อ การเห็นช่วงสื่อไม่มีอะไรน่าแปลกใจ
เจียงฉางเซิงดำดิ่งสู่มรดกมรรคาจารย์ สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นดีใจก็คือ เขาสัมผัสได้ว่าร่างจริงร่างอื่นก็เข้าไปในมรดกมรรคาจารย์แล้วเช่นกัน
เกมยังไม่จบ!
…
เหนือแดนเซียนพรหมเงียบสงัด
มู่หลิงลั่ว เต้าคุนหลุน ปฐมาจารย์หมื่นพุทธ ราชันเซียนกาลเวลา อัครจักรพรรดิเซียนอู่จี้ ข่งเชวียและผู้ยิ่งใหญ่ระดับบนสุดของวิถีเซียนคนอื่นๆ ต่างสีหน้าซีดเผือด สายตาของพวกเขาจับจ้องร่างมายาของผานกู่ที่ลอยอยู่ด้านบน
ร่างมายาของผานกู่กำลังก่อตัวกลายเป็นร่างจริง เรือนร่างน่าเกรงขามนั่นมีแสงสีเงินเรืองๆ แผ่ออกมารอบกาย เมื่อกำเนิดทัณฑ์ไปยืนข้างกายเขาก็ยิ่งเห็นชัดว่าทั้งสองมีต้นกำเนิดเดียวกัน แค่สีของแสงที่เปล่งออกมาไม่เหมือนกันเท่านั้น
พวกเขายืนเคียงข้างกันแล้วก้มลงมามองวิถีเซียน
ร่างจริงของผานกู่ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่นั้นดุดันเย็นชา ไม่มีประกายความรู้สึกแม้แต่น้อย เส้นผมยาวรกรุงรังบนศีรษะปลิวสะบัดยุ่งเหยิง ทั้งที่คลื่นพลังรอบตัวเขาดูไม่รุนแรงแท้ๆ แต่มันกลับทำให้พลังอาคมของผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนทั้งหลายแข็งทื่อ ไม่อาจโคจรพลังได้
แรงกดดันอันยากจะบรรยายกดดันผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนประหนึ่งขุนเขาอันหนักอึ้ง มันทำให้พวกเขากระดิกตัวไม่ได้ ความหวาดกลัวและความสับสนคืบคลานมาครอบงำหัวใจของพวกเขา
ขั้นพรหมเซียนทองเหาะออกมาจากแดนเซียนพรหมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่นานพวกเขาก็หยุดนิ่ง เพราะถูกแรงกดดันจากร่างจริงของผานกู่สะกดไว้จนขยับไม่ได้เช่นเดียวกัน
“นั่นมัน…”
เจ้าแม่เซียวเหอมองร่างจริงของผานกู่ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แวบแรกที่เห็นร่างจริงของผานกู่ นางก็รู้สึกได้ทันทีว่าไม่มีทางชนะ ไม่ใช่นางคนเดียว ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหมดล้วนรู้สึกเช่นนี้
จักรพรรดิสวรรค์ ราชันมรรคานิพพาน ไท่ซั่งคุนหลุน มหาจักรพรรดิสังสารวัฏ ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ เทพกระบี่ เจียงเทียนมิ่ง เจียงซั่น หวงจิงเจวี๋ย เจ้าสวรรค์ เฟิงอวี้ ตี้เจวี๋ย ราชันเทพประกายแสงและคนอื่นๆ ผู้ยิ่งใหญ่รุ่นเก่าแก่ทุกคนล้วนกระดิกตัวไม่ได้ราวกับถูกตรึงร่างเอาไว้
แรงกดดันนี่เหมือนมาจากโลกคนละมิติกับพวกเขา ร่างจริงของผานกู่ยังไม่ทันลงมือทำอะไรก็กำราบพวกเขาได้แล้ว!
“เจตจำนงของมรรคาสวรรค์อย่างนั้นรึ ยอดเยี่ยม” ร่างจริงของผานกู่เอ่ยขึ้นมาอย่างเนิบนาบ น้ำเสียงเย็นชา
กำเนิดทัณฑ์เร่งเร้า “รีบทำลายวิถีเซียนเถิด พวกเราไม่รู้เลยว่ายามนี้มรรคาจารย์แข็งแกร่งเท่าใดแล้ว ปล่อยให้วิถีเซียนดำรงอยู่เพิ่มวันหนึ่ง เขาก็แข็งแกร่งเพิ่มหนึ่งส่วน”
เขาไม่มีวันลืมเหตุการณ์ที่ตนถูกมรรคาจารย์กำจัดตั้งแต่เพิ่งลงมาถึงโลกเบื้องล่าง สำหรับเจตจำนงแห่งมหามรรคาเช่นเขา มรรคาจารย์ในยามนั้นไม่นับว่าแข็งแกร่งสักเท่าใด อย่างน้อยเขาก็ด้อยกว่าประมุขแห่งนับอนันต์อยู่มากโข แล้วนี่เพิ่งจะผ่านมานานเท่าใดกัน ประมุขแห่งนับอนันต์กลับถูกมรรคาจารย์กำจัดอย่างง่ายดายเสียแล้ว ความเร็วของการเติบโตระดับนี้ทำให้กำเนิดทัณฑ์กังวล
ในฐานะเจตจำนงแห่งมหามรรคา พวกเขารู้อายุที่แท้จริงของมรรคาจารย์อย่างชัดเจน ระยะเวลาที่มรรคาจารย์มีชีวิตอยู่มายังนานไม่เท่าการหลับตาหนึ่งตื่นของเจตจำนงแห่งมหามรรคาทั้งสองด้วยซ้ำ
ยามนี้มรรคาจารย์อยู่นอกพันมหาโลกา พวกเขายิ่งมองไม่เห็นความเร็วในการเติบโตของเขา เรื่องนี้ทำให้กำเนิดทัณฑ์กระวนกระวายอย่างยิ่ง
นับตั้งแต่โบราณ พวกเขาไม่เคยพบคู่ต่อสู้เช่นนี้มาก่อน
ไม่ต้องพูดถึงมรรคาจารย์ลี้ลับ มรรคาจารย์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่พวกเขาเคยพบก็ไม่เคยแข็งแกร่งเท่านี้
ร่างจริงของผานกู่หรือก็คือปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเลื่อนสายตาของเขามาจับจ้องบนร่างของกุยหลี แล้วถอนหายใจชื่นชม “เป็นการสรรค์สร้างที่ดี มรรคาจารย์ผู้นี้สุดยอดจริงๆ น่าเสียดาย เขาเดินทางผิด แต่มหามรรคาที่เขาสร้างนี้ย่อมนำมาเสริมความแข็งแกร่งให้สามพันมหามรรคาได้”
นับจากโบราณจรดปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ฤทธาจารย์กับเจียงฉางเซิงเท่านั้นที่เคยสร้างมหามรรคาออกมา ยอดฝีมือในพันมหาโลกาที่เคยสร้างมหามรรคามีอยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายพวกเขาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของสามพันมหามรรคา นั่นคือสาเหตุว่าเหตุใดฤทธาจารย์จึงบอกว่าพันมหาโลกาแข็งแกร่งขึ้นอยู่เสมอ
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาไม่เพียงกำจัดผู้ต่อต้านมหามรรคาเหล่านั้น แต่ยังปล้นชิงมหามรรคาของพวกเขาไปอีกด้วย
กำเนิดทัณฑ์ร้อนรนแล้ว เขาเอ่ยเร่ง “ท่านยังรออะไรอยู่อีก!”
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาเหล่มองเขาแล้วเอ่ยว่า “เจ้าทำไม่สำเร็จ ไม่ใช่เพราะเจตจำนงของมรรคาสวรรค์กำลังปกป้องวิถีเซียนอยู่หรือไร”
ความแข็งแกร่งของกำเนิดทัณฑ์เหนือว่าสรรพชีวิตในวิถีเซียน แต่ที่เขาชักช้าไม่ทำลายวิถีเซียนสักที มิใช่เพราะเขาหยิ่งยโสอวดดี แต่เป็นเพราะมีพลังสายหนึ่งกำลังปกป้องวิถีเซียนอยู่ ทำให้แม้แต่พวกผู้ยิ่งใหญ่ของวิถีเซียนเหล่านี้ เขาก็ทำลายให้สิ้นซากไม่ได้ หากเขาใช้พลังของมหามรรคาก็เกรงว่าพันมหาโลกาจะเสียหายจนเกิดช่องโหว่ ทำให้พลังของปฐมบรรพกาลทะลักเข้ามา เกิดตัวแปรมากกว่าเดิม
กำเนิดทัณฑ์ถูกย้อนถามก็ตอบไม่ได้ ทำได้เพียงเงียบงัน
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาก้มลงมองกุยหลี เขายกมือขวาขึ้น แล้วหันฝ่ามือไปหากุยหลี
ภาพนี้ทำให้มู่หลิงลั่วตระหนกจนหน้าถอดสี นางกัดฟันเค้นพลังแห่งโชคชะตาอันมหัศจรรย์ออกมารอบตัว แล้วส่งเข้าไปในร่างของกุยหลีอย่างรวดเร็ว กุยหลีกลับมาเป็นอิสระอีกหน นางยกฝ่ามือฟาดใส่ด้านบน หนึ่งฝ่ามือนี้บรรจุพลังทำลายล้างขั้นสุดยอดเอาไว้!
ฝ่ามือพิฆาตโลกันตร์!
ฝ่ามือนี้มิได้โจมตีปฐมบรรพจารย์มหามรรคา แต่สลายแรงกดดันของปฐมบรรพจารย์มหามรรคาให้หายไป
แทบจะในพริบตา ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีเซียนทั้งหมดก็กลับมาเป็นอิสระ พวกเขาพากันกระจายตัวออกห่าง แล้วระเบิดพลังอาคมส่งมารวมกันอย่างพร้อมเพรียง
สิ่งนี้คือมหาค่ายกลมรรคาสวรรค์ เป็นค่ายกลที่เต้าคุนหลุนสร้างขึ้น เขาถ่ายทอดวิชาฝึกให้ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหมด ขอเพียงเข้าใจหลักการก็ตั้งค่ายกลได้ ไม่ต้องใช้ความร่วมมืออันใด จุดเด่นสำคัญที่สุดของค่ายกลนี้ก็คือการผนึกรวมพลังโชคชะตาแห่งมรรคาสวรรค์
มหาค่ายกลมรรคาสวรรค์ลอยสูง ประกายแสงสีทองแผ่ไพศาล ล้อมปฐมบรรพจารย์มหามรรคากับกำเนิดทัณฑ์ไว้ราวกับกรงขัง
เมื่อมหาค่ายกลก่อตัวสำเร็จ ขั้นพรหมเซียนทองทั้งหมดก็พรูลมหายใจออกมา
แต่พวกเขายังไม่ทันดีใจ ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาก็วาดมือ มหาค่ายกลมรรคาสวรรค์แตกสลายในพริบตา กระแสลมแรงอันน่ากลัวจู่โจมขั้นพรหมเซียนทองจนกายเนื้อแตกดับ ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาสั่นไหวอย่างรุนแรง ร่างแยกผานกู่สองพันกว่าร่างบนต้นต่างสลายเป็นธุลี
เกราะแสงชั้นหนึ่งดีดออกมาจากแดนเซียนพรหมแล้วล้อมตัวมันกับโลกรอบข้างเอาไว้
พลังของมรรคาสวรรค์!
ในเวลาเดียวกัน ร่างสีทองคำร่างแล้วร่างเล่าพลันก่อตัวเหนือพันมหาโลกา พวกเขามีกันทั้งหมดนับหมื่น ภาพนี้ทำให้ดวงวิญญาณของขั้นพรหมเซียนทองทั้งหลายที่มองอยู่ตะลึงงัน ไม่เข้าใจว่าร่างเหล่านี้มาจากไหน
เทวศาสตราโชคชะตา!
ทั้งหมดนับหมื่นร่าง!
นี่เป็นฟังก์ชั่นของระบบที่เจียงฉางเซิงเปิดทำงานเมื่อนานแสนนานมาแล้ว แต่ใช้งานมันน้อยครั้งมาก เขาผลาญแต้มโชคชะตาทั้งหมด สร้างเทวศาสตราที่พลังทัดเทียมขั้นองค์เจตจำนงมรรคาออกมาหมื่นตน!
ความแข็งแกร่งของเทวศาสตราโชคชะตาขึ้นอยู่กับว่าจ่ายแต้มโชคชะตาไปเท่าไร แต้มโชคชะตามาจากพลังโชคชะตาของวิถีเซียน หรือก็คือพลังโชคชะตาของทั้งมรรคาสวรรค์ เจียงฉางเซิงมีแต้มโชคชะตาที่ไม่ได้ใช้งานสะสมมาหลายสิบล้านปี เทวศาสตราโชคชะตาหนึ่งหมื่นตนที่สร้างมาจากแต้มโชคชะตาก้อนโตนี้ย่อมแข็งแกร่งเหลือคณา!
ปฐมบรรพจารย์มหามรรคาหรี่ตาลง แล้วเอ่ยเบาๆ ว่า “ดูท่าวิถีเซียนจะเกี่ยวพันแน่นแฟ้นกับเขาจริงนะ แม้ไม่อยู่ในพันมหาโลกา เขาก็ยังปกป้องวิถีเซียนของตัวเองได้อีก น่าเสียดาย นี่คือโลกของข้า พันมหาโลกามีข้าเป็นนาย”
สิ้นเสียง มือขวาของปฐมบรรพจารย์มหามรรคาพลันกดลงมา ขณะที่เทวศาสตราโชคชะตานับหมื่นตนเหินสู่เบื้องบนประหนึ่งห่าธนูแทบจะในเวลาเดียวกัน ภาพนั้นยิ่งใหญ่อลังการนัก แสงสีทองของมรรคาสวรรค์สะท้อนต้องใบหน้าของขั้นพรหมเซียนทองแต่ละคน เช่นเดียวกับที่สะท้อนต้องใบหน้าของสรรพชีวิตในโลกที่อยู่รอบแดนเซียนพรหม
เวลานี้ เทวศาสตราโชคชะตาคือความหวังของวิถีเซียน!
…………………………………..