เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 877 ตระกูลมู่มาเยือน (1)/ตอนที่ 878 ตระกูลมู่มาเยือน (2)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 877 ตระกูลมู่มาเยือน (1)/ตอนที่ 878 ตระกูลมู่มาเยือน (2)
ตอนที่ 877 ตระกูลมู่มาเยือน (1)
คิ้วเวินอวี่ขมวดเล็กน้อย สักพักนางจึงค่อยคลายออก
“ข้าจะให้พ่อของเจ้าไปสืบดูฐานะของผู้หญิงคนนี้ เจ้าไม่ต้องกังวลจนเกินไป นางผู้นี้อย่างมากก็เป็นแค่ลูกสาวบุญธรรมของหนานซู่อีเท่านั้น ไม่มีทางเป็นลูกสะใภ้ที่เข้าตานางแน่ ”
“จริงหรือ?” สายตาของฉินเฟยเอ๋อร์มีประกายแสง
“เฟยเอ๋อร์ ข้าก็เคยเป็นลูกสะใภ้ ความสัมพันธ์ของแม่สามีกับลูกสะใภ้ก็คือศัตรู ตอนแรกข้าดีต่อท่านย่าเจ้าเช่นนี้ท่านย่าเจ้าก็ยังไม่ชอบข้าไปเสียทุกเรื่อง?” เวินอวี่ยิ้มเยาะ “หา ากข้ามีลูกชายข้าก็ไม่มีทางชอบผู้หญิงที่แย่งลูกชายของข้าไป ดังนั้นซู่อีไม่ชอบเจ้าเป็นเรื่องปกติ นางชอบนางผู้นั้นนั่นก็พิสูจน์ว่านางผู้นั้นกับหนานเสียนไม่มีความสัมพันธ์ใด ดๆ”
ฉินเฟยเอ๋อร์ยังคงตื่นตระหนกอยู่ นางกัดริมฝีปากแน่นสีหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม
“อีกอย่าง แม้ว่านางผู้นั้นจะอาศัยตระกูลฝูจู่ก็ไม่ได้มีความหมายอะไร อย่างมากก็แค่กู้อีอีไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน พอมีคนยอมประจบประแจงนางนางก็ย่อมชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง รอกู้อ อีอีไม่ชอบนางแล้วนางก็ไม่มีอะไรดีเลย เจ้าคิดว่ามู่หลิงจะเอาลูสะใภ้เช่นนี้หรือ? แม้แต่สิทธิ์จะเป็นอนุยังไม่มี”
ความจริงแล้วด้วยฐานะของกู้อีอีคนที่ประจบประแจงนางมีอยู่ไม่น้อย ทำอย่างไรได้คุณหนูใหญ่ผู้นี้อารมณ์รุนแรงยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ชอบหญิงสาวที่หน้าตางดงาม ทำให้ข้างกายนา างไม่มีเพื่อน
ไม่ง่ายเลยที่จะมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ถูกนิสัยเสียๆ ของกู้อีอีขับออกไป นานวันเข้านางก็ย่อมยอมรับหญิงคนนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
รอวันหน้าเพื่อนกู้อีอีมีมากแล้ว ก็ต้องลากเส้นแบ่งชัดเจนกับคนไร้ประโยชน์ ผู้หญิงที่ประจบประแจงไปเสียทุกเรื่อง หลังจากนั้นตระกูลมู่ก็ยิ่งไม่มีทางยอมรับนาง
ฉินเฟยเอ๋อร์ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก
สำหรับหนานเสียนนางไม่เคยเป็นกังวล หนานเสียนไม่ใช่คนประเภทที่จะชอบคนจากรูปลักษณ์ภายนอก และไม่มีทางชอบผู้หญิงที่ไม่สะอาดด่างพร้อยไปทั้งตัว
ที่นางกังวลเพียงสิ่งเดียวก็คือซู่อีชอบเฟิงหรูชิงมากเกินไป เกิดนางอาศัยฐานะของแม่บีบบังคับให้หนานเสียนสู่ขอเฟิงหรูชิง
หนานเสียน...คงปฏิเสธคำขอของแม่ของเขาไม่ได้
“ท่านแม่ พวกเรากลับกันเถอะ”
ฉินเฟยเอ๋อร์เห็นสายตาเห็นอกเห็นใจจากบรรดาคนที่ล้อมรอบสีหน้าก็ยิ่งไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง
เห็นชัดว่าคนถูกรังแกคือนาง คนที่ได้รับการเห็นอกเห็นใจก็คือนาง
ทว่านางรู้สึกได้เพียงความอัปยศ
ในจวนเทียนเสินนางเป็นเทพธิดาในสายตาทุกคนมาตลอด ตอนนี้นางกลับถูกบีบให้คุกเข่ารับผิดต่อหน้าผู้หญิงคนหนึ่ง นี่เป็นความอัปยศที่นางไม่มีวันลบล้างออกไปได้
…
ห้องโถงใหญ่ตระกูลมู่
ปรมาจารย์ไห่หรงลูบหนวดเคราบนใบหน้ามีรอยยิ้ม “มู่หลิง ข้าก็พักอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว อาการป่วยของท่านผู้เฒ่าข้ายังต้องกลับไปคิดหาวิธี แต่ว่าเฉียนคุนเจ้านั่นบอกว่าจะแน นะนำหญิงสาวที่มีพรสวรรค์ไม่เลวคนหนึ่งให้ข้ารู้จัก รอทำความรู้จักแล้วข้าก็จะไปแล้ว”
เขาไม่เคยยินดีที่จะอยู่พักข้างนอกนานๆ อีกอย่างมีเพียงแต่กลับไปในเขาเท่านั้นเขาจึงจะสามารถขบคิดเรื่องอาการป่วยของท่านผู้เฒ่าได้อย่างสงบ
ครั้งนี้เขามาตระกูลมู่ตรวจอาการให้ท่านผู้เฒ่าก็พอแล้ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่นานเกินไป
ใจมู่หลิงผ่อนคลายลงในทันทีทว่าบนใบหน้ากลับไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
“หลายวันมานี้ต้องขอบคุณท่านมากแล้ว อีกไม่นานก็จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านผู้เฒ่าของตระกูลเรา ปรมาจารย์ไห่หรงไม่อยู่ต่อหรือ?”
ปรมาจารย์ไห่หรงส่ายศีรษะ “ปีนี้นางหนูคนนั้นก็ไม่กลับมาอีก ข้าอยู่ต่อก็ไม่มีความหมายอะไร”
นางหนูคนนั้นที่เขาเอ่ยถึงก็คือซู่อีเมื่อหลายปีก่อน
ในใจมู่หลิงผ่อนคลายได้โดยสิ้นเชิง
เดิมเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้ปรมาจารย์ไห่หรงพักอยู่นานเกินไป เกิดซู่อีกลับมาแล้วเจอหน้ากับปรมาจารย์ไห่หรง เช่นนั้นคำโกหกที่เขากับชิงเยียนสร้างขึ้นก็ต้องถูกเปิดเผย
………………….
ตอนที่ 878 ตระกูลมู่มาเยือน (2)
ครั้งนี้เขาดีใจจริงๆ ที่ซู่อีไม่จะตอบตกลงกลับมากับเขา
วันเกิดของท่านผู้เฒ่ายังมีเวลาอีกหลายวัน อีกไม่กี่วันไห่หรงก็จะไปแล้ว พวกเขาก็จะไม่มีความเป็นไปได้ใดๆ ที่จะมีโอกาสพบหน้ากัน
“ปรมาจารย์ไห่หรง โรคของท่านผู้เฒ่าต้องรบกวนท่านแล้ว”
“จะว่ารบกวนได้อย่างไร?” ไห่หรงยิ้ม “ข้าไม่เพียงแต่จะติดค้างนางหนูคนนั้นแต่ยังเป็นอาจารย์ของฮวนเอ๋อร์ด้วย รักษาให้ท่านผู้เฒ่าก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล ตอนนี้ก็สายมากแล้วข้า ามีนัดกับปรมาจารย์เฉียนคุนต้องขอตัวก่อน”
พูดจบไห่หรงก็จับแขนเสื้อลุกขึ้นจากเก้าอี้
ฝีเท้าของเขาชะงักฉับพลันก็คิดอะไรบางอย่างได้จึงหันกลับมาถาม “จริงสิ ข้าได้ยินคนตระกูลมู่พูดว่าท่านผู้เฒ่าตระกูลมู่ไม่ชอบชิงเยียน?”
สีหน้ามู่หลิงเปลี่ยนไป นึกโมโหในใจ
ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าสารเลวคนไหนไปพูดจาไร้สาระต่อหน้าไต่ซือไห่หรง!
“ปรมาจารย์ไห่หรง ไม่มีเรื่องเช่นนี้ ท่านผู้เฒ่าเพียงแค่ช่วงนี้สติเลอะเลือนสมองอาจจะไม่ได้ชัดเจนนัก ชิงเยียนเป็นหลานของท่านแม่ของข้า ท่านพ่อจะไม่ชอบนางได้อย่างไร?”
ไห่หรงไม่พอใจเล็กน้อย
มีอย่างที่ไหนลูกชายพูดว่าพ่อของตัวเองสมองไม่ดี?
ทว่าอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องในบ้านของคนอื่นเขาก็ไม่อาจพูดมากได้
“พอแล้ว ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีข้าก็จะพูดเพียงประโยคเดียว ท่านผู้เฒ่าตระกูลมู่จะได้รับการกระตุ้นใดๆ ไม่ได้ หากเขาไม่ชอบชิงเยียนก็อย่าให้ชิงเยียนไปเดินไปมาต่อหน้าเขา ถ้าหากได้รับ บการกระตุ้นอาการป่วยของเขาจะยิ่งหนักหนา…”
สีหน้ามู่หลิงไม่น่ามองยิ่งนัก
ชิงเยียนดีต่อท่านพ่อเช่นนี้ วันนี้กลับบอกว่าอาการป่วยของท่านพ่อหนักหนาเป็นเพราะชิงเยียนเป็นต้นเหตุ
“พูดตามตรงเดิมข้าก็ไม่ควรยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่ว่าข้าอยู่ในบ้านตระกูลมู่ก็ได้ยินคำซุบซิบนินทา ชิงเยียนก็เคยพูดไว้ว่านางหนูคนนั้นเป็นพี่สาวของนาง ดังนั้นข้าจึงอดไม่ไ ได้ต้องพูดสักสองประโยค เรื่องบางเรื่องที่พวกเจ้าทำมันค่อนข้างจะเลวทราม มู่หลิงตอนแรกที่เห็นเจ้าข้านึกว่าตลอดว่าเจ้าเป็นชายที่มีความรับผิดชอบ เรื่องโปรดปรานอนุกำจัดภรรยาเ เช่นนี้ไม่มีทางทำได้”
ปากของมู่หลิงสั่นน้อยๆ “ปรมาจารย์ไห่หรง ข้าจะไปโปรดปรานอนุกำจัดภรรยาได้อย่างไร ข้าอยากให้ภรรยาของข้ากลับมาโดยตลอด แต่เป็นนางที่ไม่ยินยอมกลับมา…”
ไห่หรงส่ายศีรษะอย่างจนใจ
หากไม่ใช่เพราะชิงเยียนเป็นน้องสาวของนางหนูคนนั้น เพื่อชื่อเสียงของนางหนูนั่นเขาจึงขี้เกียจจะยุ่งเรื่องของตระกูลมู่มากนัก
แต่ว่า…พอคิดถึงเรื่องทั้งหมดที่ได้ยินในตระกูลมู่ไห่หรงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “ชิงเยียนกับเจ้าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พี่สาวของนางก็ควรจะเป็นน้องสาวของเจ้า? ทว่าเหตุใดข้าไม่เคยไ ได้ยินมาก่อนว่าเจ้ายีงมีน้องสาว?”
ในใจมู่หลิงตื่นตระหนกแต่กลับแสร้งทำเป็นใจเย็น “นางกับชิงเยียนเป็นญาติห่างๆ กัน เพราะการเปลี่ยนแปลงทางบ้านเป็นเหตุจึงได้มาหาข้ากับชิงเยียน แต่ว่านางไม่อยากรบกวนชิงเยียนจึงไม่ ได้พักอยู่ที่ตระกูลมู่ คนตระกูลมู่จึงไม่รู้ถึงการมีอยู่ของนาง…ตอนแรกข้าก็ได้รับปากว่าจะดูแลนางแทนชิงเยียนจึงได้สามารถพานางไปด้วยทั่วทุกที่ และก็เพราะเหตุนี้ถึงได้รู้จัก กกับท่านปรมาจารย์ไห่หรง”
“อ้อ” ไห่หรงเข้าใจทันที “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง ข้ายังคิดว่าเป็นพี่สาวแท้ๆ ของชิงเยียน ในเมื่อเป็นญาติห่างๆ อีกทั้งยังไม่มีใครรู้จักนางก็ไม่มีผลกระทบอะไร แต่ว่าเจ้าทำอะ ะไรต้องระวังหน่อย ภรรยาก็คือภรรยาต่อให้อนุดีเพียงใดก็ไม่อาจดีไปกว่าภรรยา…”
มู่หลิงก้มหน้า “คำพูดของปรมาจารย์ไห่หรงวันหน้าข้าจะระวังให้มากขึ้น”
“ข้าก็เพียงเท่านี้ไม่พูดมากอะไรกับเจ้าแล้ว มู่หลิงท่านผู้เฒ่าผ่านมือข้าแล้วก็เป็นคนไข้ของข้า ข้าไม่อยากให้มีใครไปกระตุ้นเขาอีกจะส่งผลกระทบถึงสุขภาพร่างกายของเขา หากยังเป็ นเช่นนี้ต่อไปข้าจะไม่รักษาให้เขาอีก”