เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 905 งานเลี้ยงวันเกิด (7)/ตอนที่ 906 งานเลี้ยงวันเกิด (8)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 905 งานเลี้ยงวันเกิด (7)/ตอนที่ 906 งานเลี้ยงวันเกิด (8)
เฉินชิงเยียนเม้มปาก “ข้ามิได้แค้นถานซวงซวง น้องรอง ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าเอาแต่เป็นปรปักษ์กับข้า”
“เพราะเจ้าทำให้พี่สะใภ้โมโหจากไป”
มู่ชิงอิ้นทิ้งคำพูดแล้วจากไป
เฉินชิงเยียนโมโหจนปาถ้วยชาในมือลงพื้นอย่างรุนแรง หน้าบิดเบี้ยวง้ำงอ
หนานซู่อีอีกแล้ว!
นายผู้เฒ่าก็เป็นเช่นนี้ น้องรองก็เป็นเช่นนี้
ทำไมทั้งสองคนนี้เอาแต่ปกป้อง พวกเขาไม่เคยคิดสักนิดเลยหรือว่า ในตระกูลมู่ตั้งแต่ข้างบนท่านลุงท่านน้าในตระกูล ไปจนถึงบรรดาองครักษ์บ่าวไพร่ด้านล่างล้วนไม่ชอบซู่อีเพราะเหตุใด
หากหนานซู่อีดีพอ ก็ไม่มีทางเป็นเช่นนี้
สองคนนี้ดันตาบอด ทั้งๆ ที่เป็นคนสนิทของพี่หลิงแท้ๆ ยังปกปกป้องหญิงขี้อิจฉานางหนึ่ง!
ใบหน้าเปื้อนรอยน้ำตาของเฉินชิงเยียนยิ่งเย็นชา ทั้งดุร้าย
ต้องมีสักวันหนึ่งที่นางทำให้มู่ชิงอิ้นเข้าใจว่า เมื่อเทียบกับหนานซู่อีแล้ว นางเหมาะเป็นสะใภ้ตระกูลมู่มากกว่า
…
งานเลี้ยงวันเกิด
เรือนใหญ่ตระกูลมู่รับแขกเหรื่อคึกคัก
บรรดาผู้อาวุโสในตระกูลที่พบได้ยากก็ปรากฏตัว ออกมารับแขกทั้งหลาย
“ผู้อาวุโสมู่สิง ได้ยินว่างานเลี้ยงวันเกิดนายผู้เฒ่าวันนี้ ฮูหยินน้อยมู่ก็จะกลับมาหรือ”
มู่สิงยิ้มแต่เปลือกเอ่ยว่า “เรื่องนี้ข้าไม่มั่นใจ ปีนั้นนางจากไปไม่กลับมา นายผู้เฒ่าป่วยหนักแค่ไหนก็ไม่กลับมาเยี่ยม ดูท่าครั้งนี้นางคงได้ยินว่าฮวนเอ๋อร์พาปรมาจารย์ไห่หรงกลับมา จึงยอมกลับมาสักครั้ง น่าเสียดายที่ปรมาจารย์ไห่หรงจากไปตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว”
“ฮูหยินน้อยมู่ผู้นี้ก็จริงๆ เลย คนเพียบพร้อมแบบนายท่านตระกูลมู่ รับอนุก็เป็นเรื่องปกตินัก แง่งอนสักหน่อยก็พอแล้ว ปีนั้นนายผู้เฒ่าดีต่อนางเสียปานนั้น นางก็ไม่กลับมาเยี่ยมสักน้อย ช่างอกตัญญูเหลือเกิน”
“ก็นั่นน่ะสิ” ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งในตระกูลมู่หัวเราะเสียงเย็น “ปีนั้นที่หนานซู่อีอยู่ในตระกูลมู่เอาแต่รังแกชิงเยียนอยู่ตลอด เคราะห์ดีที่ชิงเยียนนิสัยดี ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น หากเปลี่ยนเป็นหญิงอื่น คงไม่มีนิสัยรักสงบเท่าชิงเยียน”
ผู้อาวุโสพวกนี้ของตระกูลมู่ล้วนแล้วเป็นพี่น้องและญาติผู้พี่ญาติผู้น้องของนายผู้เฒ่า ในตระกูลมู่คำพูดพวกเขามีอำนาจมาก คำพูดที่เอ่ยออกมาทำให้คนเชื่อได้ง่ายดาย
ทุกคนถอนใจ
ถึงซู่อีเป็นฮูหยินน้อย ชิงเยียนเป็นอนุ ฐานะต่างกัน
ไม่ว่าอย่างไร ซู่อีในฐานะสตรีก็ไม่ควรเอาแต่ใจไม่ยอมให้มู่หลิงรับอนุ
การกระทำของนางทำให้คนไม่พอใจ
“เด็กกำพร้านางหนึ่งไม่รู้เอาศักดิ์ศรีมาจากไหนนัก ไม่มีสามคุณธรรมสี่มารยาท กระทั่งเอาตัวสายเลือดของตระกูลมู่ไปอีก ในกายคุณชายหนานเสียนมีสายเลือดตระกูลมู่ ต้องใช้แซ่ตามนายท่าน ผลคือนางไม่เพียงพาเขาไป ซ้ำยังเปลี่ยนแซ่ให้เขาด้วย!”
ยามที่ซู่อีกับหนานเสียนรักกันดี ความจริงชื่อของหนานเสียนก็คือมู่หนานเสียน ต่อมาออกจากตระกูลมู่แล้ว ซู่อีก็ตัดคำหน้าออก ต่อมาชื่อเขาเหลือเพียงแค่หนานเสียน หาใช่มู่หนานเสียนอีก!
แผ่นดินที่บุรุษเป็นใหญ่นี้ ไม่เป็นที่ยอมรับในโลกนี้ ด้วยเหตุนี้ซู่อีถึงได้แบกคำด่าว่ามากมาย
มู่สิงยิ้มจืด “ทุกท่าน วันนี้เป็นวันเกิดนายผู้เฒ่า อย่าพูดคุยเรื่องนี้เลย หลายวันนี้เพื่องานวันเกิด ชิงเยียนทุ่มเทแรงใจไปมาก อย่าพูดถึงคนไม่สำคัญนั่นเลย เพื่อไม่ให้กระทบถึงอารมณ์ทุกคน”
ทุกครั้งที่พูดถึงซู่อี สีหน้ามู่สิงไม่น่าชมนัก ในดวงตาคือแววดูถูกดูแคลน
ตอนนั้นหลานเขาเพิ่งเริ่มฝึกฝีมือ เขาอยากให้ซู่อีมอบยาวิเศษให้หลานเขามากหน่อย แต่ซู่อีปฏิเสธคำขอของเขา
……………….
ตอนที่ 906 งานเลี้ยงวันเกิด (8)
ต่อมาเขาค่อยรู้ว่า ซู่อีใช้ยาวิเศษไปบ่มเพาะอัจฉริยะที่เพิ่งรับเข้ามา
ในตระกูลมู่ ไม่ว่าจะเป็นบ่าวชายหรือสาวใช้ ทุกรุ่นล้วนทำงานเพื่อตระกูลมู่ พวกเขาไม่มีทางไปรับคนมาจากด้านนอก
สำหรับตระกูลมู่แล้ว พรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญมากที่สุด ต่อให้กำลังอ่อนแอแค่ไหน ก็สามารถใช้ยาวิเศษเพื่อสะสมขึ้นมาได้
ทว่าหลังจากที่ซู่อีเข้ามาควบคุมอำนาจในตระกูลมู่ ก็ไปรับสมัครคนพวกนั้นกลับมา ยอมใช้ยาวิเศษเพื่ออบรมคนพวกนั้น ทั้งไม่มอบยาวิเศษให้หลานของเขา
คนตระกูลมู่ ได้รับจำนวนยาวิเศษตามกำหนดไว้ในแต่ละเดือน ทว่าหลานเขามีพรสวรรค์ค่อนข้างต่ำ อาศัยเพียงยาวิเศษเหล่านั้นจะมีประโยชน์อันใดกัน หากมิใช่ซู่อี หลายปีนั้นหลานชายของเขาก็คงมีความสำเร็จใดบ้างแล้ว!
ชิงเยียนต่างออกไป
นับตั้งแต่ซู่อีจากไป บรรดาอัจฉริยะที่นางรับเข้ามาก็ถูกขับไล่ออกจากตระกูลมู่ นางนำทรัพยากรทั้งหมดมาบ่มเพาะคนในตระกูล
จากการสะสมยาวิเศษจำนวนมาก ท้ายที่สุดหลานเขาก็ทะลวงระดับเสวียนอู่ได้สำเร็จ ดังนั้นเขารู้สึกซาบซึ้งชิงเยียนมากกว่า
คนจากกลุ่มอิทธิพลทั้งหลายพากันเดินเข้าสู่ห้องโถงใหญ่
ยากนักที่วันนี้นายผู้เฒ่าจะไม่ระเบิดโทสะ ใบหน้ายิ้มร่า ถึงรอยยิ้มดูแล้วจะโง่งมไปบ้าง แต่ก็ทำให้ใจที่กลัดกลุ้มของมู่หลิงคลายลงได้
เคราะห์ดีที่นายผู้เฒ่าจะอาการกำเริบทั้งทียังรู้จักเลือกสถานที่ หากรังแกชิงเยียนในที่นี้ คงทำให้ตระกูลมู่ต้องอับอาย
เรื่องนี้นายผู้เฒ่ายังไม่กระทำออกไป
“พ่อบ้าน เจ้าว่าวันนี้ข้าแต่งตัวดูสดชื่นหรือไม่”
นายผู้เฒ่าใบหน้ายิ้มแย้มถามออก พ่อบ้านหัวเราะเจื่อนๆ
“ไม่ว่าเวลาไหนท่านเจ้าบ้านก็ดูสดชื่นอยู่เสมอ”
“อ้อ งั้นวันนี้ข้าจะได้กินน้ำแกงไก่ที่ซู่อีตุ๋นใช่หรือไม่” นายผู้เฒ่าสีหน้าเฝ้ารอ
กระทั่งมู่หลิงที่เขามองแล้วขัดตามาตลอด ยังดูรื่นตาขึ้นไม่น้อย
บางอาจเป็นเพราะอารมณ์ดีก็เป็นได้
เพียงแต่ครั้นเห็นเฉินชิงเยียนที่อยู่ด้านหลังมู่หลิง ใบหน้าชราก็บึ้งตึงหลายส่วน แววตาแฝงด้วยความเดือดดาล
“ท่านเจ้าบ้าน วันนี้เป็นวันเกิดของท่าน ปีนี้ฮูหยินน้อยก็จะกลับมา” พ่อบ้านคอยกำชับข้างกาย
“ยิ่งกว่านั้นหากท่านทำให้เฉินชิงเยียนอับอายต่อคนทั้งหมด ตระกูลมู่จะเสียหน้า ท่านลองคิดดูว่า หากภายหน้าคุณชายหนานเสียนรับช่วงต่อดูแลตระกูลมู่…”
ยามนายผู้เฒ่ามู่ป่วยก็เหมือนกับเฒ่าทารก ทารกน้อยโอ๋ง่ายที่สุด
หลังจากฟังคำไม่กี่ประโยคนั้นของพ่อบ้าน นายผู้เฒ่าก็สะกดความโกรธไว้ ร้องหึออกมาคำหนึ่ง
“ถือว่าปล่อยสตรีชั่วไป!” ไม่อาจตีนางหญิงชั่วนั่นได้ น่าโมโหจริงๆ!
นายผู้เฒ่าเปลี่ยนความโมโหเป็นความหิว หยิบขนมชิ้นหนึ่งด้านข้างเข้าปาก
พ่อบ้านร้อนรนแล้ว รีบเข้าไปแย่งขนมในมือนายผู้เฒ่าออก
“ท่านเจ้าบ้าน ระวังกิริยาด้วย รักษาภาพลักษณ์ไว้ ฮูหยินน้อยกับคุณชายหนานเสียนจะกลับมาแล้ว ท่านต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้บ้าง”
ยังดีที่บรรดาแขกเหรื่อในงานมัวแต่พูดคุยผูกสัมพันธ์กัน ไม่มีใครเห็นอาการไม่รักษากิริยานั้นของนายผู้เฒ่า
ไม่ช้าเสียงทั้งหมดเงียบสงบลง สายตาตื่นตะลึงมองไปที่ประตู
ข้างกายฉินลี่และเวินอวี่ฮูหยินมีสาวน้อยโฉมงามนางหนึ่ง นางเหมือนกับไซซีในภาพวาด เอวบางร่างน้อย ใบหน้าเจือรอยยิ้มอ่อน ดูซีดขาวไปบ้าง เห็นได้ชัดว่ามาจากสุขภาพที่ไม่แข็งแรงนัก
“นี่คือคุณหนูฉินเฟยเอ๋อร์ตระกูลฉินอย่างนั้นหรือ แค่กๆ เด็กสาวโตแล้วเปลี่ยนแปลงไปจริงด้วย ตอนนี้ยิ่งงามขึ้นอีกแล้ว”