เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 911 งานแต่งนี้ข้ารับปากแล้ว (3)/ตอนที่ 912 งานแต่งนี้ข้ารับปากแล้ว (4)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 911 งานแต่งนี้ข้ารับปากแล้ว (3)/ตอนที่ 912 งานแต่งนี้ข้ารับปากแล้ว (4)
ตอนที่ 911 งานแต่งนี้ข้ารับปากแล้ว (3)
กู้สื่อแววตาวาวโรจน์
มู่ชิงอิ้นไม่เลวก็จริง แต่ร่างกายอ่อนแอไปบ้าง
แต่ก็ไม่เป็นไร
แต่หากมู่ชิงอิ้นเป็นลูกเขยเขา เขาจะให้ปรมาจารย์เฉียนคุนทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อรักษาอีกฝ่าย
ขอเพียง…ทำให้บรรพบุรุษน้อยกลับมามีความคิดเป็นปกติได้ก็พอ
“ท่านพ่อ” มู่ชิงอิ้นถอนใจอย่างจนปัญญา “ข้าร่างกายไม่แข็งแรง ท่านอย่าได้กังวลกลัดกลุ้มไปเลย จะลำบากแม่นางน้อยเอา อีกอย่าง ข้าอายุปานนี้แล้ว แม่นางกู้ยังไม่อายุไม่ครบสิบแปดเลยด้วยซ้ำ”
“เหลวไหล” นายผู้เฒ่าถลึงตาใส่เขา “เจ้าอายุสิบหกเท่านั้น มีอะไรไม่ได้กัน”
“…” มู่ชิงอิ้นปวดใจ “ท่านพ่อ เมื่อไรท่านจะจำได้เสียทีว่าข้าอายุสามสิบแล้ว”
“อ้อ ที่แท้เจ้าเป็นหนุ่มแก่อายุจะสามสิบแล้วหรือ อย่างนั้นก็อย่าทำร้ายแม่นางน้อยเลย”
นายผู้เฒ่าเบะปาก ไม่สนใจอีก
มู่ชิงอิ้นรู้สึกเหมือนมีกระบี่ทิ่มแทงใจ ปวดใจจนปัญญา
“ไม่ไม่ไม่!” กู้สื่อลนลานลุกขึ้นมา เอ่ยด้วยเสียงคารวะ “ชินเจีย[1]อย่าพูดเช่นนั้น ชิงอิ้นเพิ่งจะเป็นเด็กอายุยี่สิบเก้าเท่านั้นเอง อายุไม่นับว่ามากไป ข้าเห็นนิสัยเขาไม่เลว หน้าตาก็ไม่เลว ลูกของอีอีกับเขาต้องงามแน่นอน งานแต่งนี้ข้ารับปากแล้ว! ขอเพียงชิงอิ้นไปที่จวนฝูจู่ ข้าจะให้หมอรักษาเขาโดยไม่เสียดายเงินทอง ต่อให้รักษาไม่หาย ก็ทำให้เขาอายุยืนยาว ไม่มีปัญหาแน่”
นายผู้เฒ่าเสมือนทารก หัวเราะเสียงดัง “ชินเจีย ต่อไปพวกเราก็เป็นชินเจียกันแล้ว นิสัยของเสี่ยวชิงอิ้นดีมาก เจ้าไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเหมือนพี่ชาย ข้ารับรองว่าเข้าจะดีต่อแม่นางบ้านเจ้าแน่”
“อย่างนั้นก็ตกลงตามนี้”
ตามหลักแล้ว ในสถานการณ์ปกติ บิดาไม่อยากให้คนรักตัวน้อย[2]จากตัวเองไป
แต่จนใจที่ตระกูลกู้ไม่มีคนรักตัวน้อยของตระกูล ต้องเป็นบาปกรรมที่เขาสร้างไว้ในอดีตชาติ ถึงได้มีลูกสาวที่นอกคอกเช่นนี้
ด่าก็ด่าไม่ลง ตีก็ตีไม่ลง ได้แต่ปล่อยนางไปสร้างเภทภัยให้คนอื่นแล้ว
ที่สำคัญที่สุดก็คือ รสนิยมความชอบของนางบิดเบี้ยว เขาต้องปรับให้กลับมาเป็นปกติ ถึงจะไม่ผิดต่อภรรยาผู้ล่วงลับ
มู่ชิงอิ้นเป็นอารองหนานเสียน เขาได้ยินว่าตอนซู่อียังอยู่ มีความสัมพันธ์อันดีกับมู่ชิงอิ้นมาก เช่นนี้ หากมีวันใดที่เขาไม่อยู่จากโลกนี้ไป ก็นับว่ามีคนสามารถปกป้องบรรพบุรุษน้อยได้
“ได้!” นายผู้เฒ่าตบโต๊ะตกลง “รอพวกเขาแต่งงานแล้ว เสี่ยวชิงอิ้นย้ายไปที่จวนฝูจู่ ข้าไม่มีเงินซื้อคฤหาสน์ให้เขา ตระกูลมู่มีคนชั่วร้ายมากไปแล้ว ไม่อาจให้แม่นางน้อยเข้ามารับความลำบาก”
“ไม่เป็นไร ข้าออกเงินซื้อคฤหาสน์ให้พวกเขาเอง ให้พวกเขาสองสามีภรรยามีชีวิตของตัวเอง”
แน่นอนว่าคฤหาสน์ต้องซื้ออยู่ข้างจวนฝูจู่
เขาไม่อยากให้ลูกสาวสุดที่รักทำลายเครื่องลายครามของเขาอีก แต่ก็ทนให้นางไปอยู่ที่ไกลๆ ไม่ได้ เพื่อไม่ให้ใครทำร้ายนางยามไม่มีครอบครัวปกป้อง อยู่เป็นเพื่อนบ้านกันนับว่าดีที่สุด
…
กู้อีอีในฐานะตัวเอกของเรื่องอ้าปากค้าง
นางมองกู้สื่ออย่างตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าบิดาจะยอมให้นางแต่งงานออกง่ายดายเพียงนี้
เคยถามความเห็นนางหรือไม่
มู่หลิงสีหน้าไม่น่าดูชมเข้าไปใหญ่ คู่หมั้นที่เขาเลือกให้หนานเสียน กลับถูกน้องชายแท้ๆ แย่งชิงไปอย่างนั้นหรือ
“กู้ฝูจู่…” มู่หลิงมองกู้สื่อ กำลังจะเอ่ยปากก็ถูกกู้สื่อตัดบทอย่างไม่สบอารมณ์
“นายน้อยมู่จะพูดอะไร ข้ายกลูกสาวให้แต่งกับน้องชายท่าน ท่านไม่พอใจหรือ ท่านอยากเห็นน้องชายไม่แต่งงานไปชั่วชีวิตหรือ นี่ยังนับเป็นพี่น้องกันอยู่หรือไม่”
……………..
ตอนที่ 912 งานแต่งนี้ข้ารับปากแล้ว (4)
เมื่อเอ่ยคำนี้สกัดกั้นคำพูดของมู่หลิงไว้ เขาได้แต่ปิดปากเงียบ ดวงตาหม่นลง
“ท่านพ่อ!”
กู้อีอีลุกขึ้นด้วยความโกรธ “ท่านไม่ถามข้าสักคำ ก็จับข้าแต่งงานแล้ว ท่านไม่คิดถึงความรู้สึกข้าบ้างหรือ”
กู้สื่อที่เมื่อเผชิญหน้ากับมู่หลิงด้วยท่าทางดุดันข่มคน ครานี้หงอลงแล้ว
“ลูกสาวสุดที่รัก ข้าคิดถึงแต่เจ้าเท่านั้น เสี่ยวชิงอิ้นหน้าตาไม่เลว นิสัยก็ดี ทั้งไม่ใช่พวกคบคนด้วยหน้าตา ที่สำคัญคือ ความสัมพันธ์นี้ของเสี่ยวชิงกับตระกูลมู่ เจ้าก็เข้าใจ ต่อไปเขาจะช่วยเจ้าดูเรื่องนาง…”
คิดไปคิด มู่ชิงอิ้นผู้นี้เป็นคู่ครองที่ไม่เลวเลย
ตอนนั้นเขาให้คนหาสามีให้กู้อีอี ทำไมไม่มีคนคิดถึงมู่ชิงอิ้นกันนะ
ความจริงแล้ว ไม่มีใครคิดถึงมู่ชิงอิ้นก็เป็นเรื่องปกติ สุขภาพเขาไม่แข็งแรง ไม่แน่อีกเดี๋ยวก็อาจล้มตายไปได้ทุกเมื่อ คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ย่อมไม่อาจครองตัวไว้ทุกข์ให้สามีไปตลอดชีพ เขาจึงไม่อยู่ในขอบเขตให้นึกถึง
“ท่านพ่อ!”
“อีอี วันนี้เป็นวันเกิดนายผู้เฒ่ามู่ เรื่องพวกเรากลับไปปรึกษากันที่บ้าน อย่าทำให้งานเลี้ยงจัดต่อไม่ได้” กู้สื่อโน้มน้าวอย่างอดทน ยามปกติกู้อีอีเอาแต่ใจ ไม่เคยสนใจสถานการณ์มาก่อน ในสายตานางเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง สุดท้ายก็นั่งลง งอนแง่ไม่พูดไม่จา
เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้านพลันหยุดลง กลายเป็นเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกดังขึ้นมาแทน
ทำให้คนอื่นที่ไม่รู้เรื่องเบี่ยงสายตาไปมอง…เวลาหยุดลง เสียงสูดลมหายใจกลับไม่หยุดไปด้วย
แสงจันทร์เย็นเยียบ นภาราตรีเงียบสงบ
สาวน้อยใบหน้างามล่มบ้านล่มเมือง อารมณ์สีแดงราวนางมาร ท่วงท่างามสง่าราวผู้เป็นนายเหนือหัว
ข้างกายนางมีบุรุษหน้าตาสง่างามราวเซียนคนหนึ่งภายใต้แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมา เป็นลำแสงอีกชั้นปกคลุมรอบกายเขา ด้านขวาของหญิงสาว คือหญิงสาวงดงามสงบนิ่ง ทุกกิริยาของนางคล้ายสายลมอ่อน สบายตาสบายใจ
เดิมทีหลัวลี่ก็มีรูปโฉมโดดเด่นเกินใคร น่าเสียดายที่นางติดตามคนทั้งสามนี้ ก็ถูกคนอื่นละเลยไปแล้วสายตาคนเหล่านั้นมีเพียงคนทั้งสามตรงหน้าเท่านั้น
“นี่…คือฮูหยินน้อยซู่อีกับคุณหนานเสียนหรือ”
คนทั้งหมดสูบลมหายใจด้วยความตื่นตะลึง
ตอนที่ฮูหยินน้อยพาคุณชายหนานเสียนไปนั้น คุณชายหนานเสียนเพิ่งอายุไม่กี่ขวบเท่านั้นเอง ตอนนี้ผ่านไปยี่สิบปีแล้ว ทำไมหน้าตาของซู่อียังอ่อนเยาว์เช่นนี้
ไม่เปลี่ยนจากยี่สิบปีที่แล้วเลย
เฉินชิงเยียนคลอบกำหมัดไว้แน่น สีหน้าไม่น่ามอง
ในกลุ่มคนอายุเดียวกัน นางถือเป็นหญิงงามคนหนึ่งแล้ว แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ อายุนางปูนนี้แล้ว ต่อให้มียาวิเศษรักษาบำรุง หางตายังมีริ้วรอย
ทั้งๆ ที่ซู่อีแก่กว่านางแท้ๆ แต่เมื่อนางสองคนเทียบกัน คนทั้งหลายคิดว่าซู่อีเป็นน้อง ส่วนนางเป็นพี่สาว
เรื่องนี่ทำให้เฉินชิงเยียนที่ภาคภูมิใจในรูปโฉมของตัวเองอดรนทนไม่ได้ หัวใจคล้ายถูกเข็มทิ่มแทง เจ็บสุดจะทนไหว
ชั่วขณะนั้น เฉินชิงเยียนค่อยเข้าใจว่า ทำไมมู่หลิงถึงคิดถึงซู่อีไม่เสื่อมคลาย!
ตอนที่ซู่อียังไม่ปรากฏตัว มู่หลิงอาจรักนางจริง แต่นับตั้งแต่รู้จักซู่อี มู่หลิงมีเพียงความรู้สึกฉันญาติมิตร ซาบซึ้งและสงสาร
ก็เป็นเช่นนี้เองมู่หลิงโปรดปรานนาง เพราะเขาคิดว่าติดค้างนางมาตลอด! ด้วยเหตุนี้ ต่อให้เขาไม่สนใจซู่อี ก็ต้องสนใจนาง!
แต่ที่นางต้องการก็คือใจของเขาเท่านั้น มีเพียงความรักที่เกิดจากความตื้นตัน จะสู้ความรักที่ไม่คะนึงถึงสิ่งอื่นใดเลยได้อย่างไร
“ทำไมเจ้าถึงกลับมา”
…………….
[1] คำเรียกขานแทนพ่อแม่ของชายหญิงที่แต่งงานกัน
[2] หมายถึงลูกสาว