เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 925 ต่างมาอวยพร (2)/ตอนที่ 926 ต่างมาอวยพร (3)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 925 ต่างมาอวยพร (2)/ตอนที่ 926 ต่างมาอวยพร (3)
ตอนที่ 925 ต่างมาอวยพร (2)
หนานเสียนหน้าตาไร้อารมณ์ สีหน้าหน้าสงบนิ่ง “ข้ากำลังแสดงความกตัญญู”
“แค่กแค่ก!” มู่หลิงกระแอมไอ ลุกขึ้นด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ เขากำหมัดดังกรอบแกรบ เพลิงโทสะปะทุอยู่ในดวงตา “หนานเสียน!”
ลูกทรพีนี่ ถึงกับทำให้เขาเสียหน้าต่อทุกคน
เขาคิดว่าทำแบบนี้จะพิสูจน์อะไรได้อย่างนั้นหรือ
ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่ทำเพื่อลูก เขากล้าลงมือกับพ่อแท้ๆ ต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ จะทำให้เขาแบกรับคำก่นด่าสาปแช่ง!
“งานแต่งงานของข้า ไม่มีใครมีคุณสมบัติเข้ามาสอดได้” ชายหนุ่มอาภรณ์ขาวราวหิมะ ใบหน้ารูปงามประดุจภาพวาดเอ่ย “ภรรยาของข้า มีชิงเอ๋อร์เพียงคนเดียวเท่านั้น จะไม่มีอนุอื่นตลอดชีวิต”
มู่หลิงโมโหจนตัวสั่น
ลูกทรพี ทำไมเจ้าถึงกล้าพูดจาแบบนี้ออกมา
“บังอาจ ข้าคือพ่อเจ้า!”
“อืม” หนานเสียนสีหน้าสงบ “หากท่านตายก็ไม่ใช่แล้ว”
ความหมายก็คือ หากเจ้ายังเรียกตัวเองเป็นพ่อเขาอีก เช่นนั้นเขาลงมือฆ่าซะ พอเจ้าตายก็ไม่ได้เป็นอะไรอีกแล้ว
มู่หลิงดวงตาแดงก่ำ เอ่ยด้วยโทสะพลุ่งพล่าน “ลูกทรพี เจ้าคิดจะฆ่าพ่อเจ้าอย่างนั้นหรือ ฆ่าพ่อผู้ให้กำเนิดต้องถูกสายฟ้าฟาด สวรรค์ไม่ยอมรับเจ้า!”
“สวรรค์ไม่รับข้า แค่ชิงเอ๋อร์รับข้าก็พอแล้ว”
สวรรค์ไม่รับเขาแล้วจะทำไมกัน
ใครมาหาเรื่องเฟิงหรูชิง เขาจะฆ่ามันผู้นั้น!
นี่เป็นการเตือน แต่มู่หลิงเข้าใจดี หนานเสียนพูดได้ย่อมทำได้!
ชายผู้นี้ภาพลักษณ์ด้านนอกเหมือนเทพที่ไม่สนใจโลกหล้า แต่ความเป็นจริงแล้วเขายังเป็นยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก! คนที่ตกอยู่ในมือเขา ไม่มีใครมีจุดจบที่ดี!
เฟิงหรูชิงเดินมาข้างๆ หนานเสียน ดวงตานางทอรอยยิ้ม งดงามอย่างถึงที่สุด “จะฆ่าท่าน ไม่ต้องให้หนานเสียนลงมือก็ยังได้ ท่านเคยได้ยินคำว่า ยืมมือฆ่าคนหรือไม่”
มู่หลิงตัวสั่น “เจ้าจะทำอะไร เจ้าพูดกับข้าเช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะเข้าตระกูลมู่ไม่ได้อย่างนั้นหรือ”
“ตระกูลมู่หรือ” เฟิงหรูชิงหัวเราะเสียงเย็นชา “ข้าเสียดายตระกูลมู่ด้วยหรือ”
“นางหนู อย่าคิดว่าเจ้าล่อลวงหนานเสียนเพราะต้องการอำนาจของตระกูลมู่!” มู่หลิงกัดฟัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงอำมหิต
เฟิงหรูชิงเลิกคิ้ว คลี่ยิ้มพลางลูบใบหน้าหนานเสียน “กั๋วซือ ข้าล่อลวงเจ้าแล้วหรือ”
หนานเสียนแววตาอ่อนโยน นิ้วเรียวยาวไล้ผ่านปอยผมดำของหญิงสาว “มิใช่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ข้าพบเจ้า ข้าก็ล่อลวงเจ้าแล้ว”
“…”
คำพูดนี้ไม่เพียงเกือบทำให้มู่หลิงกระอักเลือดเท่านั้น ยิ่งทิ่มแทงใจแขกเหรื่อทั้งหลาย
พวกเขาแค่มาร่วมงานเลี้ยงเท่านั้น กลับถูกทิ่มแทงหนักๆ ครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะคนไม่มีคู่
หนานเสียนแห่งตระกูลมู่ อย่าโหดเหี้ยมเพียงนี้ได้หรือไม่ เหลือทางรอดให้คนไม่มีคู่อย่างพวกเขาบ้างได้หรือไม่
“แค่กแค่ก!”
ฉินเฟยเอ๋อร์พลันไอออกมา นางใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ตอนที่เปิดผ้าออกกลับเห็นรอยเลือดสดๆ บนผ้าเช็ดหน้า
“แค่นี้ก็ทนไม่ได้แล้วหรือ” ไม่รู้ว่ากู้อีอีเดินมาตั้งแต่เมื่อไร ปรายตามองฉินเฟยเอ๋อร์อย่างสะใจ “ต่อไปยังมียามที่เจ้ารับไม่ได้อีก เจ้าเก็บเลือดไว้หน่อย อย่าเพิ่งโมโหจนกระอักออกมาในคราเดียว”
ไม่รู้ทำไม พอเห็นฉินเฟยเอ๋อร์ในสภาพเช่นนี้ นางรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก!
หลัวลี่กลับไม่ก้าวออกมาโจมตีนาง ต่อให้ตอนนี้นางไม่ชอบฉินเฟยเอ๋อร์ แต่ก็เคยเป็นสหายที่ดีต่อกันมาก่อน
นางทำเรื่องตอกย้ำซ้ำเติมคนแบบนี้ไม่ลง
ฉินเฟยเอ๋อร์ขยำผ้าเช็ดหน้าในมือ สีหน้าซีดเซียว มองคนที่รักกันอย่างลึกซึ้งสองคนคล้ายกับหนานทิ่มแทงใจนาง
ที่แท้ หนานเสียนก็เป็นคนหลงรูปลักษณ์
ที่น่าขันก็คือ ตอนแรกนางยังหลงคิดว่าหนานเสียนจะไม่เหมือนผู้ชายทั่วไป
ฉินเฟยเอ๋อร์หัวเราะเยาะตัวเอง ไม่รู้ว่าเยาะเย้ยความไร้เดียงสาของตัวเองในอดีต หรือเยาะเย้ยความรักของตัวเองที่ผิดหวังเช่นนี้
…………….
ตอนที่ 926 ต่างมาอวยพร (3)
“ชายโฉดหญิงชั่ว!”
มู่หลิงกำหมัด หากมิใช่เพราะฝีมือที่หนานเสียนใช้ออกเมื่อครู่ให้เขาหวาดหวั่น เขาแทบจนจะทนไม่ไหวแตกหักกับทั้งสองคนนี้แล้ว!
“ชายโฉดหญิงชั่ว ท่านกำลังพูดถึงตัวเองกับเฉินชิงเยียนหรือ” เฟิงหรูชิงยิ้มตาหยี “ที่แท้ท่านก็รู้ตัวว่าเป็นชายโฉดหญิงชั่วหรือ เดิมข้าคิดว่าท่านเป็นคนไม่รู้ตัวซะอีก วันนี้ได้เห็นแล้ว นับว่าเปิดหูเปิดตาข้า”
ยามมู่หลิงเบือนหน้าเห็นสีหน้าขาวซีดของเฉินชิงเยียนพอดี
สีหน้าน่าเวทนาไร้ที่พึ่งของนาง ทำหัวใจเขากระตุกเกร็งเจ็บจนไม่อาจทนไหว
“สารเลว!”
มู่ฮวนใบหน้าเย็นชา ฟาดมือไปทางเฟิงหรูชิงโดยแรง
ซู่อีทะลึ่งกายขึ้น กู้อีอีเองก็ลุกขึ้นด้วยโทสะเสียดฟ้าชักกระบี่จากองครักษ์ข้างกายพุ่งเข้าไป…
รอยยิ้มบนใบหน้ากู้สื่อพลันมลายหายไปทันที แววตาสุขุมกลายเป็นแววตากระบี่ที่คมกริบแทน
หนานเสียนดึงเฟิงหรูชิงเข้ามากอด กวาดตามองมู่หลิงด้วยแววตานิ่งๆ ขณะที่เขาคิดจะลงมือ เฟิงหรูชิงก็ยื่นเท้าเตะใส่มู่ฮวนอย่างแรง
มู่ฮวนอายุสิบปีก็อยู่ในระดับหลิงอู่ขั้นสูงแล้ว
ในโลกสันโดษนี้มีพรสวรรค์โดดเด่นเหนือคน
แน่นอนว่าคนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างเข้าใจว่าพลังฝีมือของมู่หลิงทุกวันนี้ สั่งสมมาจากยาวิเศษจำนวนไม่น้อย แต่ไม่ว่าจะใช้ยาวิเศษมากมายขนาดไหน พลังของนางก็ไม่มีอะไรให้น่ายำเกรงเลยสักน้อย
ความโอหังและภาคภูมิของมู่ฮวนในเวลานี้ล้วนถูกเฟิงหรูชิงเหยียบย่ำจนแหลกเป็นผุผง
ภายใต้สายตาคนนับไม่ถ้วน มู่ฮวนถูกเตะกระแทกกำแพง นางกระอักเลือด สีหน้าไม่เย่อหยิ่งอีก บิดเบี้ยวไปด้วยความโมโห!
“ซู่อีใส่ใจนายผู้เฒ่ามาก เห็นแก่หน้านาง วันนี้ข้าจะไม่ให้ตระกูลมู่ต้องเห็นเลือด”
เฟิงหรูชิงมองเหยียดมู่ฮวนที่ล้มกองอยู่บนพื้น “แต่หากยังมีคนยั่วยุข้าอีก หรือใช้คำพูดเหมือนผู้ใหญ่สั่งสอนหนานเสียนของข้า ข้าจะไม่สนว่าวันนี้คือวันอะไรอีกทั้งนั้น จะเอาเลือดล้างที่แห่งนี้แน่!”
นับตั้งแต่มู่ฮวนเป็นศิษย์ปรมาจารย์ไห่หรง ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าโอหังต่อหน้านางอีก
ตอนนี้เฟิงหรูชิงเป็นคนเดียวคนนั้นที่กล้า!
“ช่างเถอะ!” เฉินชิงเยียนใช้สายตาห้ามมู่ฮวนไว้ นางขบปาก “วันนี้เป็นวันเกิดของนายผู้เฒ่า ทุกคนก่อเรื่องให้วุ่นวายเลย ต่างถอยกันคนละก้าวเถอะ เรื่องเมื่อครู่ ข้าไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ล้วนเป็นสิ่งที่อันชุ่ยก่อขึ้นมาทั้งนั้น”
หัวข้อถูกผลักกลับไปที่อันชุ่ยอีกครั้ง
ทุกคนค่อยพบว่า อันชุ่ยถูกพวกเขาละเลยไปนาน เพราะยาวิเศษนั้นหมดฤทธิ์ นางจึงสลบไปอีกครั้ง
“ช่างเถอะอย่างนั้นหรือ” มู่หลิงโอบเอวเฉินชิงเยียน “หนานเสียนไม่เคารพพ่ออย่างข้า ผู้หญิงของเขา ยิ่งไม่เคารพเจ้า! เรื่องนี้จะปล่อยไปได้อย่างไร”
หนานเสียนวางมือ จากนั้นก็ยกขึ้นมาอีกครั้ง
ในเวลานี้ เสียงหนึ่งดังแหวกผ่านอากาศขึ้นมา ทำให้บรรยากาศคุกรุ่นหายไปในบัดดล
“ผู้อาวุโสใหญ่เหลยอวิ๋น มาส่งของขวัญอวยพรนายผู้เฒ่าอายุครบรอบเจ็ดสิบปี”
จวนเฟิงอวิ๋นหรือ
ทุกคนมองหน้ากัน ดวงตาสงสัยไม่คลี่คลาย
“จวนเฟิงอวิ๋นนี่เหมือนจะเป็นกลุ่มอิทธิพลใหม่ที่เพิ่งก่อนตั้งมาสิบกว่าปีเท่านั้น เวลาสิบกว่าปีพัฒนาได้มาถึงขั้นนี้ ชวนให้คนตกใจจริงๆ”
“ให้เวลาจวนเฟิงอวิ๋นอีกหนึ่งร้อยปี ไม่แน่อาจนำสามกลุ่มอิทธิพลใหญ่แล้ว ทว่าสามกลุ่มอิทธิพลใหญ่ก่อร่างสร้างตัวมาพันกว่าปีแล้ว ที่ไม่เพียงแค่ขุมกำลังเท่านั้น ยังมีสมบัติล้ำค่ามากมายนับไม่ถ้วนอีกด้วย
“ที่น่าเสียดายคือ ในบรรดาผู้เยาว์ของกลุ่มอิทธิพลทั้งสาม ไม่มีบุคคลที่มีพรสวรรค์เด่นล้ำเลย อัจฉริยะทั้งหลายล้วนเกิดขึ้นจากการสั่งสมพลังด้วยยาวิเศษทั้งสิ้น จวนเทียนเสินยังมีคุณชายหนาน หลิงเสินเหมินยังมีจิ่วหมิง พรรคเภสัชเทพค่อยข้างน่าอนาถ ไม่มีใครเลยสักคน”
“ข้าว่าจวนเฟิงอวิ๋นน่าจะเป็นพรรคเภสัชเทพลำดับต่อไปแล้ว บางทีไม่ต้องใช้เวลาถึงร้อยปีก็ขึ้นมาแทนพรรคเภสัชเทพได้…”
……………….