เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา - ตอนที่ 985 เทียนหยา เฟิงอู๋หุ่ย (8)/ตอนที่ 986 เทียนหยา เฟิงอู๋หุ่ย (9)
- Home
- เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา
- ตอนที่ 985 เทียนหยา เฟิงอู๋หุ่ย (8)/ตอนที่ 986 เทียนหยา เฟิงอู๋หุ่ย (9)
ตอนที่ 985 เทียนหยา เฟิงอู๋หุ่ย (8)
หลิวสยาตัวสั่นไม่เอ่ยปากพูดอีก
ในแววตาของนางยังคงมีความโกรธเคืองอยู่ ไม่เข้าใจว่าคุณหนูของนางยอดเยี่ยมเช่นนี้หนานเสียนกลับไม่ชอบ ไปชอบผู้หญิงลามกหมกมุ่นเช่นนี้
“พวกเราไปเถอะ”
ฉินเฟยเอ๋อร์มองสองคนที่งดงามราวกับภาพวาดเป็นครั้งสุดท้าย มือของนางกุมที่อกแล้วรีบเดินออกไปด้านนอก
ใจของนางเจ็บปวดยิ่งนักจนอดที่จะไอออกมาไม่ได้
ทุกครั้งที่นางไอออกมาสีหน้าจะซีดขาวลง ท้ายที่สุดแล้วก็มีเลือดออกมา
“คุณหนู!” หลิวสยาตกใจหน้าเสียดวงตาแฝงด้วยร้อนรน
มือที่ถือผ้าเช็ดหน้าของฉินเฟยเอ๋อร์สั่นน้อยๆ สีแดงสดบนผ้าเช็ดหน้าช่างน่าตกใจยิ่งนัก
พูดตามเหตุผลแล้วมีเฉินเอ๋อร์เป็นตัวนำยาอยู่ร่างกายของนางจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ก็ฟื้นตัวได้ดีไม่น้อยแล้ว ทว่าช่วงนี้กลับจะยิ่งนักหนาขึ้นเรื่อยๆ …
อาจเป็นเพราะหนานเสียนเป็นต้นเหตุ?
ฉินเฟยเอ๋อร์กัดริมฝีปากหันกลับไปมองทางด้านหลัง ไม่นานก็ละสายตากลับมาอีกครั้งเผยรอยยิ้มขมขื่นบนใบหน้า
“ดูเหมือนตอนนี้ข้าจะหมดหนทางแล้วจริงๆ ด้วยร่างกายของข้าไม่อาจเข้าตระกูลมู่ได้อีกแล้ว”
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เฟิงหรูชิงไม่มีทางยอมให้นางเข้าประตู
ใช่แล้ว ซู่อีเป็นหญิงที่ทั้งแข็งแกร่งและอิจฉาริษยาง่าย ลูกสะใภ้ที่นางเลือกจะเป็นคนใจกว้างได้อย่างไร?
ดังนั้น…
นางอาจจะไม่มีโอกาสแล้วจริงๆ
“แค่กแค่ก!” ฉินเฟยเอ๋อร์ไอออกมาอีกครั้งเลือดเปื้อนบนผ้าเช็ดหน้า นางใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดมุมปากแล้วยิ้มอย่างเยือกเย็น
“คุณหนู…”
หลิวสยาพยุงร่างของฉินเฟยเอ๋อร์ นัยน์ตาของนางมีความกังวลเป็นอย่างมาก
ปึ้ง!
ฉินเฟยเอ๋อร์เพิ่งจะเดินมาได้ไม่กี่ก้าวร่างของนางก็ล้มลงกับพื้นทั้งยืน
“คุณหนู!”
หลิวสยาตกใจจนหน้าซีด นางร้องไห้พุ่งไปหาร่างของฉินเฟยเอ๋อร์ “รีบมาเร็วเข้า รีบมาช่วยคุณหนูของข้า ใครก็ได้!”
เนื่องด้วยฉินเฟยเอ่อร์ยังออกจากตระกูลมู่มาได้ไม่ไกล ไม่นานความเคลื่อนไหวทางนี้ก็ดึงดูดสองคนที่กำลังหวานชื่นกันอยู่ข้างหน้า
สีหน้าหนานเสียนเย็นชาลง รู้สึกว่าเรื่องดีๆ ของตนเองถูกคนรบกวนอีกแล้ว
“กั๋วซือ พวกเราไปดูกัน”
เฟิงหรูชิงเลิกคิ้วขึ้นเอ่ยด้วยใบหน้าที่จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม
ไม่รอให้เฟิงหรูชิงกับหนานเสียนได้เดินถึงตัวฉินเฟยเอ๋อร์มู่หลิงก็เดินเข้าไปก่อนแล้ว
เขามองดูก็เห็นฉินเฟยเอ๋อร์ที่ล้มอยู่กับพื้น คิ้วขมวดเล็กน้อยมีความไม่พอใจบนใบหน้า
ตระกูลฉินบอกว่าร่างกายของฉินเฟยเอ๋อร์ไม่เป็นปัญหาแล้วไม่ใช่หรือ? นี่เรียกว่าไม่เป็นปัญหาหรือ? โชคดีที่ฉินเฟยเอ๋อร์ไม่ได้แต่งเข้าตระกูลมา มิเช่นนั้นหากแต่งเข้าตระกูลมาแล้วบังเอิญตายในตระกูลมู่ ไม่แน่อาจทำให้หนานเสียนต้องได้ชื่อว่าทรมานฉินเฟยเอ๋อร์จนตาย
แม้ฉินเฟยเอ๋อร์จะป่วยตายแต่ใครจะพูดได้แน่ชัด? ความคิดเห็นของประชาชนในโลกภายนอกนั้นน่ากลัวที่สุด พวกเขาไม่สนใจความจริงของเรื่องราวมีแต่จะกระจายข่าวลือ
“คุณหนูฉินเป็นอะไร?”
คิ้วที่ขมวดแน่นของมู่หลิงคลายลง
ฉินเฟยเอ๋อร์ล้มในตระกูลมู่เขาจะไม่สนใจไม่ได้ เพื่อไม่ให้มีคนคิดว่าตระกูลมู่ของเขาทำอะไรฉินเฟยเอ๋อร์
“ต้องโทษนาง!” หลิวสยาเห็นมู่หลิงออกมาก็คิดว่าคนที่จะจัดการให้ฉินเฟยเอ๋อร์ได้มาแล้ว นางลุกขึ้นทันทีแล้วชี้ไปทางเฟิงหรูชิง “นางเป็นคนทำร้ายคุณหนูของพวกเรา!”
วันนั้นหลิวสยาไม่ได้ติดตามฉินเฟยเอ๋อร์มางานเลี้ยงจึงไม่รู้ว่าเฟิงหรูชิงตีมู่หลิงแล้ว
นางยังคงคิดว่าคนเดียวในที่นี้ที่สามารถตัดสินใจในตระกูลมู่ได้ก็คือมู่หลิง
ปกติแล้วมู่หลิงชื่นชอบคุณหนูของตนมากเช่นนี้ ตอนนี้คุณหนูของนางถูกรังแกจะต้องแก้แค้นให้นางแน่!
………………. (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตอนที่ 986 เทียนหยา เฟิงอู๋หุ่ย (9)
ได้ยินคำกล่าวหาของหลิวสยาใจมู่หลิงก็เต้นแรง
คงจะไม่ใช่ว่าฉินเฟยเอ๋อร์มาแย่งหนานเสียนกับเฟิงหรูชิง แล้วผลปรากฏว่าเฟิงหรูชิงตีฉินเฟยเอ๋อร์เสียแล้ว?
ด้วยนิสัยหยิ่งผยองของเฟิงหรูชิง เรื่องเช่นนี้ต้องทำได้แน่!
“ข้ากำลังเกี้ยวพาราสีกับหนานเสียนของข้าอยู่จะมีเวลาที่ไหนไปสนใจนาง?” เฟิงหรูชิงยิ้มเยาะ
ดวงตาหลิวสยาแดงก่ำถลึงตามองเฟิงหรูชิงด้วยความโกรธ “เจ้าเคยสัมผัสกับคุณหนูของข้าสองสามครั้งก็รู้ว่าคุณหนูของข้าร่างกายไม่แข็งแรง เจ้ายังจงใจใกล้ชิดกับหนานเสียนต่อหน้าผู้คน เจ้าไม่ได้จงใจจะกระตุ้นคุณหนูของข้าหรอกหรือ?”
มู่หลิงเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นในทันที
คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยยิ่งรู้สึกไม่ชอบตระกูลฉินนี่
เดิมเขารู้สึกดีต่อฉินเฟยเอ๋อร์ หญิงสาวคนนี้อ่อนโยนมารยาทงดงามทำให้คนชื่นชอบ ต่อมาได้รู้ว่าจวนฝูจู่ถอนหมั้นก็เพราะตระกูลฉินเป็นต้นเหตุ ในใจของเขาก็เกิดคับข้องใจ
เทียบกับตระกูลฉินแล้วเขาต้องการจวนฝูจู่มากกว่า
ตอนนี้ได้เห็นร่างกายของฉินเฟยเอ๋อร์อ่อนแอเช่นนี้ความชื่นชอบในตัวนางก็ลดลงไป
ตอนแรกตระกูลฉินสัญญาไว้ว่าร่างกายของฉินเฟยเอ๋อร์จะกลับมาแข็งแรงโดยเร็วเขาจึงได้ตกลงเรื่องงานแต่งงาน หากร่างกายฉินเฟยเอ๋อร์ไม่แข็งแรงก็จะเกิดปัญหาว่าจะมีลูกได้หรือไม่แม้แต่อนุยังเป็นไม่ได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ ในฐานะสาวใช้คนหนึ่งยังโวยวายไร้เหตุผลเช่นนี้ คนตระกูลฉินนี้ขาดการอบรมสั่งสอนเสียจริง
ในใจมู่หลิงรู้ดีเรื่องนี้จะโทษเฟิงหรูชิงไม่ได้
นางใกล้ชิดกับหนานเสียนอยู่ในตระกูลมู่ ใครจะรู้ว่าฉินเฟยเอ๋อร์จะปรากฏตัวแล้วยังได้รับการกระตุ้น
อีกอย่างแม้เขาจะขัดหูขัดตาที่เฟิงหรูชิงกับหนานเสียนโอบกอดกันต่อหน้าทุกคน ทว่าอย่างมากเขาก็แค่ต่อว่าในใจสองสามคำ พูดออกมาก็เป็นการไร้เหตุผล
“อะแฮ่ม เฟิงหรูชิง” มู่หลิงกระแอมไอเล็กน้อยแล้วหันไปมองเฟิงหรูชิงด้วยสายตาดุร้าย
วินาทีต่อมาเขาก็ได้รับแววตาที่ทั้งนิ่งเรียบและแฝงด้วยไอสังหาร คำพูดที่เดิมคิดจะสั่งสอนหยุดลงทันที น้ำเสียงเบาลงหลายส่วน
“คุณหนูฉินเป็นลมล้มที่ตระกูลมู่ ไม่สู้เจ้าตรวจดูอาการป่วยให้นางเสียหน่อย?”
“ไม่ดู”
“เฟิงหรูชิง ข้าได้ยินว่าเจ้ากับฉินเฉินมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาก คุณหนูตระกูลฉินผู้นี้เป็นพี่สาวของฉินเฉิน!”
“ก็ไม่ดู!”
“เช่นนั้นเจ้าจำเอาอย่างไรจึงจะสามารถตรวจให้นางได้?” ในใจมู่หลิงเริ่มมีน้ำโห ทว่าก็ไม่กล้าแสดงออกมา
ความกลัวที่เขามีต่อหนานเสียนนั้นมาจากใจจริง ไม่สามารถลบล้างออกไปได้
“อ้อ รอนางตายแล้วข้าจะไปชันสูตรศพนาง”
“...”
มู่หลิงรู้ถึงความไร้เยื่อใยและความโหดเหี้ยมของเฟิงหรูชิงตั้งแต่แรก ทว่าคิดมึ่งว่าจะถึงขั้นนี้
ใช่ เรื่องนี้ตระกูลฉินไร้สมองไร้เหตุผล!
ทว่าอย่างน้อยฉินเฟยเอ๋อร์ก็เป็นลมล้มให้ตระกูลมู่ นางเห็นแก่หนานเสียนรักษานางเสียหน่อยไม่ได้หรือ?
“ท่านพี่หลิง…”
เสียงอ่อนแรงเสียงหนึ่งทำให้หัวใจของมู่หลิงสั่น
เขารีบเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเฉินชิงเยียนเดินซวนเซมาภายใต้การประคองของสาวใช้
สีหน้าเฉินชิงเยียนอ่อนแรงยิ่งนักเหงื่อเย็นๆ เต็มหน้าผาก ทุกย่างก้าวราวกับใช้เรี่ยวแรงมหาศาล
“ชิงเยียน เจ้าออกมาได้อย่างไร?” มู่หลิงขมวดคิ้วน้อยๆ เขากำลังคิดจะเข้าไปพยุงเฉินชิงเยียนสายตาก็เหลือบไปเห็นซู่อีที่เดินมาอีกทางจึงจำต้องหยุดฝีเท้าลง
เฉินชิงเยียนยิ้มอย่างไร้เรี่ยวแรง “ข้าได้ยินว่าแม่นางตระกูลฉินเกิดเรื่องในตระกูลมู่ของเราจึงได้มาดู ท่านพี่หลิง แม่นางฉินเป็นอะไรอย่างนั้นหรือ? รีบไปตามหมอมาดูนางเร็วเข้า พวกเราปล่อยนางกลับตระกูลฉินเช่นนี้ไม่ได้”
“ได้”
สีหน้ามู่หลิงผ่อนคลายลง เขาหันไปสั่งการทหารอารักขาด้านหลังแล้วจึงละสายตากลับมา
…………………