เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 233 ในสายตาของเฉิงฉีตงนั้นเธอคือผู้หญิงที่โลภและเห็นแก่เงินที่สุด
- Home
- เล่ห์ร้ายพิชิตรัก
- ตอนที่ 233 ในสายตาของเฉิงฉีตงนั้นเธอคือผู้หญิงที่โลภและเห็นแก่เงินที่สุด
ยวี่หว่านเม้มริมฝีปาก มองไปยังชายหนุ่มผู้ที่นั่งขับรถอยู่ข้างๆ
แสงสีไฟในยามค่้าคืนของเมือง B ส่องให้ใบหน้าที่ได้รูปของเขาดูมีเสน่ห์และ
ชัดเจน
“คุณเฉิงคุณยอมรับมาเถอะว่าคุณชอบฉัน”ยวี่หว่านเอ่ยปากเบาๆ ราวกับว่า
ไม่ได้ตั้งใจ
เฉิงฉีตงเม้มปากเงียบกริบไม่พูดอะไร ยวี่หว่านเลยพูดต่อ “งั้นท้าไมคุณถึง
ต้องหึงฉันทุกครั้งเมื่อเผชิญหน้ากับโหลวเย่เฉิง?”
“ผมเนี่ยนะหึง?”เฉิงฉีตงถามกลับไปด้วยน้าเสียงที่หยิ่งผยองเป็นอย่างยิ่ง
“ก็ใช่น่ะสิ ท่าทางของคุณเมื่อครู่มันบ่งบอกว่าคุณหึง”น้าเสียงของยวี่หว่าน
ฟังดูนิ่งมาก เหมือนกับว่าก้าลังพูดถึงเรื่องที่มั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“ฉันรู้ว่าคุณไม่ยอมรับหรอก ฉันเองก็ไม่ได้รีบเร่งอะไร ค่อยเป็นค่อยไป ฉันมี
เวลามากพอ”
ขณะที่เฉิงฉีตงได้ฟังประโยคนี้จากปากยวี่หว่านก็พลันนึกถึงประโยคที่เธอเคย
พูดก่อนที่ยังไม่ได้แต่งงานว่า สิ่งที่ฉันมีก็คือมีเวลาอยู่กับคุณไปเรื่อยๆ…..
ในใจยวี่หว่านเองก็สับสนเหมือนกัน ไม่ได้คิดบวกและใจเย็นเหมือนกับที่ได้
แสดงออกมาภายนอก เธอเองก็แปลกใจ ไม่รู้ว่าท้าไมเวลาที่เฉิงฉีตงมองเธอ
สายตาเขาดูเหมือนว่ามีอะไรซ่อนอยู่ เธอคงบังคับให้เฉิงฉีตงพูดออกมาไม่ได้
และคงต้องใช้เวลา
“อ่อ ใช่ คุณรับปากว่าจะเดินชอปปิ้งเป็นเพื่อนฉัน พอดีวันนี้มีเรื่องด่วน
กะทันหันคงไปไม่ได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้คุณไปเป็นเพื่อนฉันนะ”ยวี่หว่านนึกถึงเรื่อง
ที่เวินจิ่นเคยพูดขึ้นได้ ทันใดนั้นสถานการณ์ก็เป็นต่อส้าหรับเธอขึ้นมาทันที
เธอไม่อยากให้เวินจิ่นรู้สึกว่าเฉิงฉีตงไม่แคร์เธอ และคิดว่าเฉิงฉีตงจะโดนเสิ่น
อีหางหลอกไปยังไงก็ได้
“อืม” เฉิงฉีตงตอบตกลง ท้าให้ยวี่หว่านพอใจเป็นอย่างยิ่ง
*
ตอนดึกเวลาตีสองกว่า ณ ห้องนอนใหญ่ของบ้านตระกูลเฉิง
ยวี่หว่านกลับถึงบ้านไปอาบน้า ส่วนเฉิงฉีตงอาบน้าเรียบร้อยและเตรียมตัว
จะเข้านอน
ขณะนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากลู่เฉิน
“บอสครับ มีเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์
ของคุณนายเมื่อปีนั้น นักสืบส่วนตัวตรวจสอบแล้วผลออกมาว่า รถที่
คุณนายขับเมื่อปีนั้นโดนคนลอบปรับแต่งรถ คนคนนั้นเป็นยามที่บ้านตระกูล
ลู่เคยจ้าง แต่ว่าได้ลาออกไปหลายปีแล้ว ”
เมื่อเฉิงฉีตงได้เห็นข้อความนี้แล้วหน้านิ่วคิ้วขมวด กดโทรศัพท์โทรหาลู่เฉิน
ช่วงนี้ลู่เฉินยุ่งอยู่กับเรื่องนี้ตลอด หลังจากที่เย็นวันนี้มีเบาะแสก็ยุ่งถึงตอนนี้
จนยังไม่ได้นอน
“ฮัลโหล ครับบอส ผมตรวจสอบไม่เจอข้อมูลที่อยู่ปัจจุบันของยามคนนั้น ซึ่ง
ไม่น่าจะใช่บริเวณใกล้ๆ เมือง B ไม่อย่างนั้นคงจะตรวจสอบได้ง่ายๆ ไป
แล้ว”
“นักสืบส่วนตัวว่ายังไงบ้าง” เฉิงฉีตงเดินไปที่ระเบียงพร้อมทั้งจุดบุหรี่ ปกติ
แล้วเขาจะสูบบุหรี่เฉพาะเวลาที่หงุดหงิด อีกอย่างตั้งแต่เฉียวยวี่หว่านเข้ามา
อยู่ข้างกายเขา ท้าให้จ้านวนครั้งในการสูบบุหรี่ของเขาเพิ่มจากแต่ก่อนมาก
“นักสืบเอกชนบอกว่าเขายังต้องการเวลาในการตรวจสอบ ไม่มีวิธีใดที่จะหา
ตัวคนคนนั้นได้เร็วขนาดนั้น แต่ว่ามีสิ่งที่มั่นใจคือยามคนนั้นต้องท้าตามค้าสั่ง
ของคนในบ้านตระกูลลู่ คนที่คิดอยากจะท้าร้ายคุณนายต้องอยู่ในบ้านตระกูล
ลู่แน่ๆ”
บ้านตระกูลลู่มีแค่ไม่กี่คน ไม่กี่วินาทีก็นับเสร็จแล้ว
“สืบต่อไป สืบจนกว่าจะหาตัวเจอ” เฉิงฉีตงดูดบุหรี่เข้าไปลึกๆ อย่างเต็ม
ปอด ปลายบุหรี่ติดๆ ดับๆ ท่ามกลางคืนมืด มองดูไม่ชัดเจน
“ครับ”
เฉิงฉีตงวางสาย พบว่าภายในหน้าต่างกระจกบานใหญ่นั้นมีเฉียวยวี่หว่าน
ก้าลังมองเขาอย่างไม่ละสายตา
บานหน้าต่างกั้นระหว่างทั้งสองไว้ ยวี่หว่านยืนอยู่ในห้องนอนใหญ่ ส่วนเฉิงฉี
ตงยืนอยู่ข้างระเบียง
เธอก็ไม่เดินออกมา แค่ยืนอยู่ตรงนั้น สวมใส่ชุดนอนเนื้อผ้าบางพริ้ว ในมือถือ
กระดาษอยู่กองหนึ่ง คล้ายกับว่าก้าลังจัดเอกสาร
เฉิงฉีตงดับไฟบุหรี่ในมือ ตอนนี้เฉียวยวี่หวั่นดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจเหลือเกิน เธอดู
ไม่เหมือนแต่ก่อน ยิ่งเรือนร่างของเธอโดนกั้นด้วยหน้าต่างบานนั้นยิ่งมี
ความรู้สึกมีเสน่ห์วับๆ แวมๆ ท้าให้หัวใจของเฉิงฉีตงโดนกระตุ้น ทั้งที่ยังสูบ
บุหรี่ไม่หมดมวนก็ดับมันลง แล้วเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่ด้วยเนื้อตัวที่เต็ม
ไปด้วยกลิ่นบุหรี่
ยวี่หว่านก้าลังพลิกกระดาษไปมา เฉิงฉีตงมองไปที่กระดาษนั้น “ท้างาน
เหรอ?”
“ค่ะ เมื่อกี้ตอนที่เราอยู่โรงพยาบาลเลขาส่งข้อมูลมาให้ฉัน ฉันเลยถือโอกาส
ตอนยังไม่หลับปรินท์ออกมาดูซะหน่อย เพราะว่าเอกสารนี้ต้องตอบกลับ
โรงงานในพรุ่งนี้ กลัวว่าตอนเช้าจะไม่ทันเอา”
เฉิงฉีตงมองเห็นแล้วว่าเอกสารในมือยวี่หวั่นนั่นคือออร์เดอร์บริษัทเจินอิ้นสิ่ง
ทอ
“เจินอิ้นสิ่งทอเหรอ” เฉิงฉีตงเอ่ยปากถามออกไป โดยไม่รู้สึกตัวว่าริมฝีปาก
เขานั้นมีรอยยิ้มบางๆ
“ค่ะ”ยวี่หว่านได้ยินเฉิงฉีตงถามทันใดนั้นก็เกิดอาการตื่นเต้นเล็กน้อย
ท้าไมเขาจึงถามเธอเรื่องบริษัทเจินอิ้นสิ่งทอนะ หรือว่าเฉิงฉีตงรู้ว่านี่เป็น
โรงงานที่โหลวเย่เฉิงช่วยเธอหางั้นเหรอ?
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้ว ในสายตาเฉิงฉีตงเธอคือผู้หญิงขี้โลภ หัวสูง ถ้าเฉิงฉี
ตงรู้ว่าโหลวเย่เฉิงช่วยเหลือเธอเรื่องเงิน เฉิงฉีตงต้องคิดว่าเธอเป็นคน
ประเภทเพื่อเงินแล้วไปกับใครก็ได้…..
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องหึงหวงธรรมดาแล้ว แต่นี่เป็นการคุกคามต่อชีวิตคู่ซึ่งเธอถือว่า
มีความมั่นคงในตอนนี้
“ท้าไมอยู่ดีๆ ก็สนใจงานของฉันขึ้นมาล่ะคะ”? ยวี่หว่านพูดเพราะเหมือน
ต้องการจะเอาใจ พร้อมหัวเราะหึๆ แล้วมองไปที่เขา
“ถามไปงั้น” เฉิงฉีตงมองท่าทางเธอพลิกเอกสารด้วยสายตาที่มุ่งมั่น “ได้รับ
ออเดอร์เจินอิ้น ดีใจมั้ย?”
เดิมเป็นแค่ประโยคค้าถามง่ายๆ แต่เมื่อเข้าถึงหูยวี่หว่านกลับท้าให้เธอสะดุ้ง
นิดหน่อย เธอเม้มปากแล้วค่อยๆ พูดออกมา “ดีใจสิคะ…..นี่เป็นครั้งแรกที่
เราได้รับออเดอร์แบบนี้ ครั้งนี้บริษัทของฉันคงท้ารายได้ไม่น้อยเลย ตั้งแต่
เปิดบริษัทมาจนถึงตอนนี้ฉันยังไม่มีก้าไรอะไรเลย ถ้ายังไม่ได้ก้าไรนานๆ เข้า
ฉันก็ไม่มีทางหาเงินมาคืนให้คุณได้แน่ๆ เลย”
ยวี่หว่านเหมือนกับก้าลังอธิบายให้เฉิงฉีตงฟัง
ถึงตอนนี้เธอยังคิดจะคืนเงินให้เขา
“คุณไม่ต้องคืน” เฉิงฉีตงหยิบแก้วน้าขึ้นมาดื่มไปอึกนึง “ไม่มีเงินก็บอกผม
บอกลู่เฉินก็ได้”
ในใจยวี่หว่านรู้สึกดีใจ แต่เธอรู้สถานการณ์ตัวเองดี หญิงสาวยิ้มรับ “ไม่น่า
จ้าเป็นต้องใช้”
จริงๆ แล้วเฉิงฉีตงยิ่งนานไปยิ่งท้าดีกับเธอ แต่ตอนนี้ยวี่หว่านกลับรู้สึก
ละอายใจ เฉิงฉีตงดีกับเธอขนาดนี้ เธอควรจะตรงไปตรงมากับเขาใช่ไหม
มิเช่นนั้น ถ้าเขารู้ว่าเธอพึ่งพาโหลวเย่เฉิงหาเงิน ถึงมีร้อยเหตุผลมารองรับก็
คงจะอธิบายไม่ได้…..
“เอิ่ม……ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ คุณอย่าโกรธนะ”
“อืม”
“ที่จริงแล้ว ออเดอร์นี้โหลวเย่เฉิงเป็นคนหามาให้ฉัน” ยวี่หวั่นหยิบกระดาษ
ในมือขึ้นมา พร้อมเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง