เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 234 ในสายตาเฉิงฉีตงนั้น โหลวเย่เฉิงน่าแข่งด้วยมากกว่ามู่เฉิงเหยียน
- Home
- เล่ห์ร้ายพิชิตรัก
- ตอนที่ 234 ในสายตาเฉิงฉีตงนั้น โหลวเย่เฉิงน่าแข่งด้วยมากกว่ามู่เฉิงเหยียน
เยอะเลย
ยวี่หว่านคิดว่าจ้าเป็นต้องพูด เธอกลัวเฉิงฉีตงเข้าใจผิดที่สุด เธอหวาดกลัว
การผ่านลมแรงคลื่นยักษ์เป็นที่สุด เมื่อก่อนที่ตระกูลลู่สร้างความขมขื่นให้เธอ
นั้นก็มากพอแล้ว ตอนนี้เธอแค่ต้องการชีวิตที่สงบสุข ชีวิตแต่งงานกับเฉิงฉี
ตงคือสิ่งที่มั่นคงที่สุดที่เธอต้องการอย่างไม่มีข้อสงสัย
เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่อยากถูกเข้าใจผิด
ดวงตากลมโตของเธอที่มองเฉิงฉีตงคู่นั้น ราวกับว่าเด็กน้อยเฝ้ารอคอยค้าชื่น
ชม
แต่ว่าเธอกลับมองเห็นแววตาของเฉิงฉีตงมีความไม่พอใจและมีร่องรอย
ความโกรธ
ท้าไมนะ เธอเป็นคนยอมรับออกมาเองแต่เขาก็ยังโกรธอยู่
“ฉันคิดว่าโหลวเย่เฉิงน่าจะต้องการชดเชยเรื่องผิดสัญญาครั้งก่อน ไม่มี
ความหมายอย่างอื่นหรอก มองในมุมมองของเพื่อน การรับออเดอร์นี้ไม่
น่าจะมีปัญหาอะไร คุณว่ามั้ยคะ” ยวี่หว่านเหมือนก้าลังปลอบใจเฉิงฉีตง อีก
ทั้งยังก้าลังปลอบใจตัวเองด้วย
“โหลเย่เฉิงบอกคุณว่าออเดอร์นี้เขาเป็นคนให้คุณงั้นเหรอ?” เฉิงฉีตงเน้น
เสียงต่้า เขาแต่งตัวใส่ชุดอยู่บ้านดูสบายๆ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับอึมครึม
ท้าให้ยวี่หวั่นสงสัยว่าเธอท้าอะไรผิดหรือเปล่า……
“ใช่น่ะสิคะ…..เขาพูดตอนที่อยู่ในโรงพยาบาล เขาถามฉันเรื่องบริษัทเจินอิ้
นสิ่งทอ แต่เขาไม่ได้พูดตรงๆ หรอกนะ แต่ว่าฉันฉลาดไงเลยเดาว่าต้องเป็น
เขาแน่ๆ นอกจากเขายังจะมีใครให้ออเดอร์ฉันอีกล่ะ เขารู้สึกผิดกับการผิด
สัญญาก็เลยท้าแบบนี้ไง”
“คุณคงไม่ได้โกรธจริงๆ ใช่ไหมคะ ถ้ามันจะเลวร้ายขนาดนั้นฉันก็แค่ยกเลิก
ออเออร์ แต่ว่าฉันแค่รู้สึกเสียดาย ออเดอร์นี้ต้นทุนต่้าก้าไรสูง มีหลายบริษัทที่
อยากได้ออเดอร์นี้จนตาร้อนเชียวแหละ”
ถึงแม้ปากยวี่หว่านจะพูดว่าก็แค่ยกเลิกออเดอร์ แต่ในใจหญิงสาวคิดว่าไม่มี
ทาง เธอจะยกเลิกออเดอร์ไม่ได้ ให้ตายก็ไม่ยกเลิก! ออเดอร์ก้าไรหนาขนาดนี้
เธอท้าใจไม่ได้ที่จะปล่อยมันไป! เธออยากเป็นผู้หญิงแกร่งที่ยืนด้วยล้าแข้ง
ตัวเอง ไม่อยากเป็นปรสิตที่คอยพึ่งพาเฉิงฉีตง เพราะฉะนั้นแล้วเธอก็ต้องหา
เงินด้วยตัวเองให้ได้
กลิ่นควันบุหรี่บนตัวของเฉิงฉีตงจางลงไปบ้างเล็กน้อย ดังนั้นกลิ่นบุหรี่บนตัว
ตอนเข้าไปในห้องจึงไม่ค่อยฉุนมากเป็นเพียงกลิ่นอ่อนๆ สดชื่นๆ ยิ่งดมยิ่ง
หอม
แต่ยวี่หว่านกลับคิดว่ากลิ่นบุหรี่แบบนี้ให้ความรู้สึกเย็นๆ สดชื่นแบบอ่อนๆ
…..
“คุณก็รู้ว่ามีคนหลายคนตาร้อน” เฉิงฉีตงถามกลับไปหนึ่งประโยค ท้าให้ยวี่
หว่านถึงกับไปไม่ถูก
“หืม หมายความว่ายังไงคะ”ยวี่หว่านเหยียดยิ้ม
406 ออเดอร์ดีขนาดนี้ ตามความสามารถของโหลวเย่เฉิงแล้วคุณคิดว่าเขาจะได้
นี้เหรอ?” หลังจากเฉิงฉีตงได้ทิ้งทวนด้วยประโยคนี้แล้ว เขาก็วาง
แก้วน้าในมือลง หันหลังแล้วเดินไปที่เตียงหลังจากนั้นก็เปิดผ้าห่มออกแล้ว
เอนตัวลงนอน
ยวี่หว่านใจเต้นตุบๆ ทันใดนั้นก็เข้าใจอะไรขึ้นมา…..
เธอสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ในใจครุ่นคิดว่าท้าไมตัวเองไม่คิดให้เยอะ
กว่านี้
เฉียวยวี่หว่านนะเฉียวยวี่หว่านเธอท้าไมไม่ใช้ความฉลาดของเธอให้เกิด
ประโยชน์นะ ท้าไมถึงได้พลาดอย่างนี้…..
เธอคิดไม่ถึงว่าเฉิงฉีตงจะช่วยงานเธอ เพราะเธอรู้สึกว่าหลังจากเธอได้เข้ามา
ในชีวิตของเฉิงฉีตงนั้น เขาก็ไม่เคยจะถามอะไรเกี่ยวกับงานของเธอ จะมีก็
น้อยจนถึงน้อยมากๆ
เธอเดินยิ้มเข้าไปหาสามีพร้อมยื่นแขนเล็กเรียวไปสวมกอดเฉิงฉีตง “ฉันไม่รู้
ว่าเป็นคุณ ที่รักคะ ฉันผิดไปแล้ว”
เสียงของยวี่หว่านออดอ้อนสุดชีวิต แทบจะใช้ทุกวิธีเพื่อให้ผู้ที่เป็นสามีรู้สึก
สบายใจ
เธอพยายามจะกอบกู้สถานการณ์ จนใบหน้าทั้งใบแทบจะแนบติดตัวเฉิงฉีตง
อยู่แล้ว
“ปล่อย” เธอท้าให้เฉิงฉีตงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก่อนให้โกรธเคือง
ขนาดไหนเขาก็ไม่เคยใช้น้าเสียงแบบนี้กับเธอ
ยวี่หว่านพยายามใช้มือพยุงตัวขยับขึ้นไปด้านบน พลางหอมใบหน้าได้รูป
ของเฉิงฉีตงหอมแล้วหอมอีก ผิวของเฉิงฉีตงนั้นดีมากๆ ไม่ใช่ดีแบบผิวเด็ก
น้อย แต่มองแล้วดูสะอาดสะอ้าน เปล่งปลั่ง ไม่มีจุดด่างด้าเลย
แต่ปกติยวี่หว่านก็ไม่เคยเห็นเฉิงฉีตงดูแลผิวหน้าตัวเองเหมือนพวกดาราชาย
เลย เขาแค่ใช้น้าสะอาดล้างหน้าง่ายๆ แม้แต่โฟมล้างหน้าก็ไม่ใช้
คนบางคนก็ “งามโดยธรรมชาติ”
ยวี่หว่านมองเฉิงฉีตงด้วยความพึงพอใจ ในใจครุ่นคิดรอให้อาการป่วยของ
เฉิงฉีตงรักษาหายแล้ว ลูกของพวกเขาจะต้องหน้าตาดีเหมือนกับเฉิงฉีตงแน่
เลย
“ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นคุณ ครั้งหน้าก่อนที่คุณจะช่วยฉันคุณก็บอกฉันก่อนสัก
หน่อยสิ ไม่งั้นฉันก็จะเข้าใจผิด” ยวี่หว่านหอมใบหูของเฉิงตงฉีไปหลายฟอด
จนท้าให้เฉิงฉีตงคิ้วขมวด
“ออกไป”
“ที่ส้าคัญคือวันนี้โหลวเย่เฉิงคุยกับฉันเรื่องบริษัทเจินอิ้นสิ่งทอ ท้าให้ฉันคิด
ว่าเป็นเขาน่ะสิ โทษฉันไม่ได้นะ”
ใบหน้าของเฉิงฉีตงยังคงเต็มไปด้วยความเย็นชา ยวี่หว่านคิดว่าเรื่องนี้น่าจะ
เป็นเรื่องใหญ่จริงๆ แต่ก่อนเฉิงฉีตงจะไม่ท้าแบบนี้กับเธอ หรือเขาจะต้องการ
ท้าสงครามเย็น
เธอไม่เอาด้วยหรอก เธอต้องการความอบอุ่น ไม่ต้องการความเยือกเย็น
เธอยื่นมือไปหยิกแก้มเฉงฉีตง สายตาของเฉิงฉีตงยิ่งดูโกรธมากยิ่งขึ้น
“เฉียวยวี่หว่าน คุณจะกล้าไปแล้วนะ”
“ฉันเป็นภรรยาคุณ บนตัวคุณมีจุดไหนที่ฉันจะไม่กล้าหยิกมัน”เฉียวยวี่หว่าน
ใช้สิทธิ์การมีอ้านาจพิเศษของผู้เป็นภรรยา“เฉิงฉีตง คุณขี้งกจังเลยค่ะ”
“คุณได้รับการช่วยเหลือ คนที่คิดถึงคนแรกกลับไม่ใช่ผม แต่เป็นโหลวเย่เฉิง
คุณคิดว่าผมควรใจกว้างงั้นเหรอ”
ที่จริงเฉิงฉีตงเป็นคนใจกว้างมาก แต่ว่าเรื่องผู้หญิงนี้เขาคงจะใจกว้างไม่ได้
ยวี่หว่านกัดริมฝีปาก “ฉันกับโหลวเย่เฉิง หนึ่งไม่เคยสัมผัสดมดอม สองไม่
เคยขึ้นเตียง ท้าไมคุณถึงกัดเขาไม่ปล่อยนะ ก่อนหน้าฉันก็เคยใกล้ชิดกับมู่เฉิง
เหยียนนี่ ไม่เห็นคุณจะเอ่ยถึงเขาเลย”
ยวี่หว่านยอมเสี่ยงเอ่ยถึงมู่เฉิงเหยียน ถ้าในสถานการณ์ปกติเธอคงไม่เอ่ยถึง
เขาหรอก แต่วันนี้จ้าเป็นต้องยืมชื่อมู่เฉิงเหยียนมาคลายข้อสงสัย
“มู่เฉิงเหยียน” เฉิงฉีตงถามย้าอีกรอบ เมื่อนึกชื่อนี้แล้วไม่ควรค่าแก่การเอ่ย
ถึงเป็นอย่างยิ่ง
ยวี่หว่านฟังน้าเสียงของเขาแล้วก็เข้าใจ เฉิงฉีตงน่าจะคิดว่าโหลวเย่เฉิงน่า
แข่งด้วยมากกว่ามู่เฉิงเหยียนเยอะเลย จึงได้สนใจโหลวเย่เฉิงเป็นพิเศษแบบ
นี้
อันที่จริงแล้วคนรวยล้าดับต้นๆ ของเมือง B ก็มีตอนที่กลัวเหมือนกัน…..
“ฉันผิดไปแล้ว คืนนี้ฉันจะขอบคุณคุณอย่างงามดีมั้ยคะ”
ยวี่หว่านยิ้มพร้อมทั้งยื่นมือไปปลดคอเสื้อคลุมของเฉิงฉีตง แต่ว่าก็โดนเฉิงฉี
ตงห้ามไว้ จับมือเธอออกเบาๆ “ไม่จ้าเป็น”
ยวี่หว่านตกใจเล็กน้อย ลักษณะนี้ไม่ใช้สไตล์ของเฉิงฉีตงนี่นา ปกติผู้ชายคนนี้
จะโดนโน้มน้าวได้ง่ายมาก ดูท่าทางแล้ววันนี้น่าจะโกรธจริงจัง แม้แต่แตะ
ต้องตัวเขายังไม่ได้เลย