เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 274 เขาชอบมองตอนเธอโกรธ
หรือว่าพวกเขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนกัน?
จี้ซ่าวนึกถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาก็แปลกใจ ถ้าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน
สมัยเรียน แล้วทำไมพี่ชายกับกู้เหอเจอหน้ากันถึงไม่ได้รู้สึกกระอักกระอ่วน
เลยสักนิด
ความสัมพันธ์ของพวกเขาในตอนนี้ ในทางกฎหมาย จี้เจี๋ยก็ต้องเรียกกู้เหอว่า
แม่เลี้ยงเหมือนกัน
จี้ซ่าวขมวดคิ้ว ตั้งแต่เล็กจนโตเขากับจี้เจี๋ยนิสัยไม่เหมือนกัน แล้วก็มีเส้นทาง
ชีวิตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่จี้ซ่าวกลับบูชาพี่ชายของตัวเองมาตั้งแต่เล็ก
จี้เจี๋ยเก่งในทุกเรื่อง อีกทั้งยังมีความรับผิดชอบ
“อาซ่าว ช่วงนี้งานที่โรงพยาบาลยุ่งมั้ย?” จี้เจี๋ยเห็นจี้ซ่าวเข้ามา ก็เลยถามจี้
ซ่าว
จี้ซ่าวเดินไปนั่งบนโซฟา คว้าหาหนังสือการแพทย์ขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วแสร้ง
ทำเป็นเปิดอ่านขึ้นมาสองสามหน้า แต่จริงๆ แล้วใจกลับไม่ได้อยู่ที่หน้า
หนังสือ พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า “เหมือนเดิม โรงพยาบาลก็อย่างนี้ ชอบมี
เหตุการณ์ฉุกเฉิน ไม่ได้นอนดีๆ หรอก”
กู้เหอได้ยินเสียงของจี้ซ่าวก็หันไปมอง ช่วงนี้ที่ได้สัมผัสเขาทำให้กู้เหอรู้ว่า
จริงๆ แล้วจี้ซ่าวเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เพียงแต่ความรับผิดชอบนั้น
ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าขี้เล่นของเขา รอเขาใส่เสื้อกาวน์ ก็จะเปลี่ยนเป็นอีกคน
ขึ้นมาทันที
หลายวันมานี้จี้ซ่าวอาศัยนอนบนโซฟาในห้องพักฟื้นของกู้เหอ ตกกลางคืนมี
สองคืนที่ถูกสายเข้าจากโทรศัพท์ปลุกให้ตื่นเพราะในโรงพยาบาลมีเรื่อง
ฉุกเฉิน
แผนกของโรงพยาบาลอย่างแผนกศัลยกรรม เป็นแผนกที่มักจะเกิดเรื่องที่ไม่
คาดคิด เพียงแค่คนไข้ที่เขาดูแลเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา เขาก็ต้องไปทันที
“เป็นหมออีกสักสองสามปีแล้วกลับไปทำงานที่บริษัทเถอะ ตอนนี้
สถานการณ์ของคุณพ่อนับวันยิ่งไม่ดีขึ้น ฉันอยู่เมืองนอก กู้เหอรับผิดชอบที่
บริษัทคนเดียวก็ยุ่งจนไม่ไหว” จี้เจี๋ยลุกขึ้นไปรินน้ าให้กู้เหอ
สายตาของจี้ซ่าวมองอยู่ที่แก้วน้ าที่จี้เจี๋ยถืออยู่ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา
แล้วเปิดหนังสืออย่างเบื่อหน่าย “ผมไม่เหมาะที่จะทำงานแบบนั้น
โรงพยาบาลเรียบง่ายกว่าวงการธุรกิจเยอะ อีกอย่าง ถึงผมจะไปทำงานที่
บริษัท แม่เลี้ยงก็ไม่น่าจะอนุญาตหรอกมั้ง”
ในสายตาของจี้ซ่าว กู้เหอถือเป็นนักธุรกิจตามแบบฉบับ เธออยากได้สมบัติ
ของตระกูลจี้ขนาดนั้น จะยอมให้เขากลับไปได้ยังไง
กู้เหอเองก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพื่อตัวเอง เพราะขี้เกียจจะอธิบาย เพียงแต่หัน
ไปพูดเรื่องอื่นกับจี้เจี๋ย
*
นอกห้องพักฟื้นเฉิงฉีตงเดินเข้าไปหายวี่หว่าน
ยวี่หว่านนั่งอยู่บนเก้าอี้ของทางโรงพยาบาลเธอหันมามองเฉิงฉีตงอย่าง
จริงจัง“คุณเฉิงเมื่อกี้คุณแอบกระซิบกระซาบอะไรกับจี้ซ่าว?”
“เรื่องส่วนตัวนิดหน่อย” เฉิงฉีตงขยับนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือขวาให้อยู่ใน
ระดับที่เหมาะสมแล้วเดินไปนั่งข้างยวี่หว่าน
ทางเดินของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยกลิ่นต่างๆ มากมายทั้งกลิ่นยาและกลิ่น
ฟอร์มาลีนนั้นรุนแรงมากพอ กลิ่นเหล่านี้ผสมเข้าด้วยกันนั้นทำให้ถึงกับแสบ
จมูกแต่กลิ่นหอมๆ ที่อยู่บนตัวของยวี่หว่านที่ลอยมาเข้าจมูกของเฉิงฉีตงก็
พอจะทำให้เขารู้สึกว่ามันไม่ได้เหม็นอะไรขนาดนั้น
“เกี่ยวกับใครคะ?”
“ผู้หญิง” เฉิงฉีตงพูดเชิงหยอกเย้าเพราะเขาชอบมองตอนที่เฉียวยวี่หว่าน
โกรธเหมือนกับตัวเม่น
ยวี่หว่านขมวดคิ้วตึงแล้วหันไปมองทางเฉิงฉีตง “เรื่องที่ผู้ชายคุยกันก็หนีไม่
พ้นเรื่องผู้หญิงจริงๆ ฉันคิดว่าคุณเฉิงจะไม่เหมือนกับผู้ชายคนอื่น คิดไม่ถึงว่า
คุณก็ไม่ต่างกัน”
เฉิงฉีตงไม่ได้พูดอะไรตอบทันใดนั้นโทรศัพท์ของเฉียวยวี่หว่านก็ดังขึ้นมา
พอดีเธอหยิบขึ้นมาดูปรากฏว่าคนที่โทรเข้ามาก็คือเฉียวหลานซิน
หญิงสาวขมวดคิ้วขึ้นมานิดหน่อยอารมณ์ที่ดีอยู่ในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็น
อารมณ์เสียขึ้นมาทันที
“แม่ฉันค่ะ” ยวี่หว่านยื่นโทรศัพท์ไปที่หน้าเฉิงฉีตงเพื่อให้เขาดู
เฉิงฉีตงดูแวบหนึ่ง “รับสิ”
“ไม่อยากรับ คิดว่าไม่น่าจะมีเรื่องดี” ยวี่หว่านไม่เจอกับเฉียวหลานซินมา
นานแล้วเธอกล้าการันตีว่าถึงแม้ว่าเธอเป็นคนขอเจอกับเฉียวหลานซินก่อน
เฉียวหลานซินก็จะต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อหาเหตุผลมาปฏิเสธเธอ
โดยเฉพาะหลังจากที่เกิดเรื่องเมื่อครั้งที่แล้ว ท่าทาของเฉียวหลานซินที่มี
กับยวี่หว่านก็นับวันยิ่งเลวร้ายขึ้นไปทุกที
“ถึงจะเรื่องไม่ดีแล้วจะหลบพ้นมั้ย?” เฉิงฉีตงรู้ว่าคนตระกูลลู่ทำไม่ดีกับ
เฉียวยวี่หว่านขนาดไหนแต่ก็ยังคงสนับสนุนให้เธอรับสาย
“คิดไม่ถึงว่าคุณเฉิงจะมีตรรกะด้วย ฉันคิดว่าคุณเฉิงจะหาเงินเป็นอย่าง
เดียว” ก่อนที่ยวี่หว่านจะกดรับสายก็ไม่ลืมที่จะพูดเสียดสีเฉิงฉีตง
เฉิงฉีตงได้ยินคำพูดจาเชือดเฉือนของยวี่หว่านก็รู้สึกว่าน่าสนใจ
เดิมทียวี่หว่านอยากจะลุกขึ้นไปกดรับสายแต่พอคิดว่าเรื่องของเธอนั้นเฉิงฉี
ตงเองก็รู้ดีเธอจึงไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังไม่ให้เขารู้ดังนั้นเธอจึงกดรับสาย
ข้างๆ เฉิงฉีตง
“ฮัลโหล แม่” ยวี่หว่านยังคงเคารพเฉียวหลานซิน ลูกสาวกับแม่มีความ
เกี่ยวข้องกันอย่างมหัศจรรย์ถ้าไม่เพราะว่าเฉียวหลานซินทำอะไรเกินกว่า
เหตุเฉียวยวี่หว่านก็อยากจะพูดคุยความในใจกับเธออยู่หรอก
ความในใจมากมายของลูกสาวทำได้เพียงบอกกับผู้เป็นแม่เท่านั้น แต่เฉียว
หลานซินไม่ใช่แม่ที่มีคุณสมบัตินั้น
406 ยวี่หว่านวันนี้เป็นวันเกิดแม่เราจะจัดงานเล็กๆ กันที่บ้าน ถ้าลูกกับคุณเฉิง
” เฉียวหลานซินพูดด้วยน้ าเสียงปกติไม่ได้ฟังดูมีความโกรธเคือง
ใดๆ
“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูยุ่ง คุณเฉิงเองก็ยุ่งยิ่งกว่า ไม่มีเวลาค่ะ” ถ้าเป็นเมื่อก่อนยวี่
หว่านคงไม่กล้าพูดแบบนี้ แต่ตอนนี้เธอมีความกล้าพอเพราะเธอมีเฉิงฉีตง
เป็นที่พึ่ง ไม่ว่าจะดูหยิ่งผยองแค่ไหนถ้าออกมาจากปากเฉิงฉีตงก็ไม่ถือว่าหยิ่ง
“งานอะไรที่จะเลื่อนไม่ได้เลย หนงหนงเองก็งานยุ่ง เขาก็ยังมาฉลองวันเกิด
กับแม่ตามปกติไม่ใช่เหรอ” เฉียวหลานซินดูไม่ค่อยพอใจเพราะถูกลูกสาว
ของตัวเองปฏิเสธมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเสียหน้า
ยวี่หว่านรำคาญที่สุดทุกครั้งที่เฉียวหลานซินพูดเรื่องของเธอแล้วต้องพูดถึงลู่
อี้หนงเหมือนกับกลัวว่ายวี่หว่านจะไม่รู้ว่าเธอชอบลู่อี้หนงยังไงยังงั้น
มันทำให้ยวี่หว่านหงุดหงิด ถ้าจะพูดว่าเฉียวหลานซินพูดไม่เป็น เธอเป็นนัก
ธุรกิจอยู่ในวงการธุรกิจเธอเอาอกเอาใจเก่งจะตาย ถ้าไม่รู้จักพูดก็คงถูกตัด
ออกจากวงสังคมไปนานแล้ว แต่เธอก็แค่ไม่อยากพูดดีๆ กับยวี่หว่านก็
เท่านั้น…..
“ลู่อี้หนงอาศัยอยู่บ้านตระกูลลู่ ถ้าเธอไม่กลับไปบ้านตระกูลลู่แล้วจะกลับไป
ไหนล่ะ? ถ้าแม่ยอมให้หนูอยู่ที่บ้านตระกูลลู่ดีๆ ทำกับหนูเหมือนหนูเป็นลูก
สาว แน่นอนว่าหนูก็เต็มใจไปฉลองวันเกิดกับแม่”
ยวี่หว่านพูดด้วยน้ าเสียงแปลกประหลาด