เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 14 จอมขลังผีร้ายและดาบ
ตอนที่ 14 จอมขลังผีร้ายและดาบ
หลังจากที่เจมส์ได้รับภารกิจจากวิญญาณหญิงสาวเขาก็วิ่งไปรอบๆหมู่บ้าน แน่นอนว่าภายในหมู่บ้านนั้นยังมีภารกิจที่จำเป็นต้องทำอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นภารกิจที่มอบทักษะพื้นฐานให้กับผู้เล่นซึ่งทักษะเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้ามแม้แต่เจมส์เองก็ไม่สามารถละเลยพวกมัน
ด้วยความคุ้นเคยจากประสบการณ์ในชีวิตก่อนหน้านี้เจมส์จึงไม่ต้องเสียเวลาตามหาภารกิจเหมือนผู้เล่นคนอื่นๆ
ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเขาก็สามารถบรรลุภารกิจต่างๆซึ่งในปัจจุบันเจมส์มีทักษะพื้นฐานดังนี้
ทักษะชำแหละศพคือทักษะพื้นฐานที่ผู้เล่นทุกคนพึงเรียนรู้ หลังจากที่มอนสเตอร์ถูกฆ่าโดยผู้เล่น ศพของมันจะยังคงอยู่เป็นเวลานานหลายสิบชั่วโมง ผู้เล่นสามารถใช้ทักษะชำแหละศพคัดแยกร่างกายของมอนสเตอร์เพื่อให้ได้รับวัตถุดิบต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น เนื้อของมอนสเตอร์ หนัง กระดูก เครื่องใน สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาขายหรือใช้เป็นวัตถุดิบการสร้างของสิ่งต่างๆ
ทักษะดำรงชีพคือทักษะที่ทำให้ผู้เล่นสามารถจัดตั้งแคมป์และก่อไฟซึ่งผู้เล่นที่ไม่มีทักษะดังกล่าวก็สามารถตั้งแคมก์และก่อไฟได้เช่นกันแต่พวกเขาจะไม่ได้รับโบนัสจากการฟื้นฟู
นอกจากนั้นเจมส์ยังได้เรียนรู้ทักษะการเก็บเกี่ยวสมุนไพรและทักษะการขุดแร่อีกด้วย
เมื่อเสร็จสิ้นสิ่งต่างๆก็ถึงเวลาที่เจมส์จะออกเดินทางไปยังพื้นที่ภายนอก เขาเดินตัดผ่านถนนที่แน่นขนัดไปด้วยผู้เล่นจนกระทั่งมาถึงกำแพงไม้เล็กๆที่ซึ่งเป็นเครื่องหมายบ่งบอกสิ้นสุดเขตแดนของหมู่บ้าน
“ เฮ้ เจ้าหนุ่ม จะออกไปผจญภัยงั้นเหรอ ? เจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมสิ มานี่ก่อนข้าเตรียมสัมภาระสำหรับการผจญภัยไว้ให้เจ้าแล้ว ” เสียงของยามประจำหมู่บ้านดังขึ้น ยามเหล่านี้มักจะตะโกนอยู่เรื่อยๆเพื่อทักทายผู้เล่นใหม่ที่กำลังจะออกไปผจญภัย
เจมส์ยิ้มพลางพึมพำเบาๆก่อนที่เขาจะเดินตรงไปยังยามที่ตะโกนใส่ตน “ โอ้ เกือบจะลืมไปแล้ว ”
“ พ่อหนุ่มเจ้านี่ไฟแรงไม่เบา ข้างนอกนั่นอันตรายมาก เจ้าต้องระวังตัวนะ ว่าแต่. . . เจ้าใช้อาวุธแบบไหนล่ะ ? ” ยามประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นชายวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้น
แน่นอนว่าเกาะแห่งนี้คือเกาะแห่งการเริ่มต้นซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้เล่นจะได้เรียนรู้ระบบและพื้นฐานในการผจญภัยภายในเกม เหตุนี้จึงมีสวัสดิการที่มอบให้กับผู้เล่นอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่นยามหมู่บ้านที่จะคอยเรียกผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นการผจญภัยโดยพวกเขาจะคอยมอบห่อสัมภาระที่ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารแห้งและเงินจำนวนเล็กน้อยที่ช่วยให้การผจญภัยของผู้เล่นง่ายขึ้น นอกจากนั้นพวกเขายังมอบอาวุธพื้นฐานให้ฟรีๆ
เจมส์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง โดยทั่วไปศาสตร์จอมขลังผีร้ายนั้นไม่มีมีอาวุธประจำศาสตร์ ต่างจากศาสตร์จอมดาบทำลายล้างหรือกระบี่ร่ายรำที่ซึ่งบังคับให้ใช้อาวุธเป็นดาบและกระบี่ ไม่เช่นนั้นทักษะบางทักษะของพวกเขาจะไม่สามารถใช้ได้
สำหรับความรู้ของหลินตงที่อยู่ภายในหัวของเจมส์นั้น เพื่อนคนนั้นแนะนำให้ใช้อาวุธประเภทยันต์ที่ซึ่งมีความสามารถเพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีด้วยธาตุวิญญาณ เจมส์ไม่มีข้อโต้แย้งสำหรับคำแนะนำของหลินตงอดีตจอมขลังผีร้ายที่มีชื่อเสียงโดงดั่งที่สุดของเส้นทางดวงดาว
อย่างไรก็ตามเจมส์มีความคิดอื่น ในอดีตเขาเดินบนเส้นทางของจอมดาบทำลายล้างและจำได้ว่ามีดาบบางประเภทที่ช่วยส่งเสริมการโจมตีด้วยวิญญาณ ถ้าหากว่าเขาเป็นจอมขลังผีร้ายแต่ใช้ดาบเป็นอาวุธหลักล่ะ ?
แม้ว่าจะแหวกแนวและไม่การันตีถึงผลลัพธ์แต่เมื่อนำความสามารถทางด้านการใช้ดาบของตนเพิ่มเข้าไปด้วยแล้วผลลัพธ์ก็อาจจะดีกว่าที่คิด บางทีเขาอาจจะสร้างเส้นทางใหม่ของจอมขลังผีร้าย เส้นทางที่คล้ายกับหลินตงแต่ก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
“ ฮี่ๆ ฉันควรจะลองดู ถ้ามันไม่เวิร์คฉันสามารถเลือกทำตามคำแนะนำของหลินตงได้ในอนาคต ”
เมื่อตัดสินใจได้แล้วเจมส์ก็เลือกดาบเป็นอาวุธเริ่มต้นของเขา ด้วยสวัสดิการในช่วงเริ่มต้นที่ยามของหมู่บ้านมอบให้ เจมส์ได้รับดาบสำริดที่ถูกตีขึ้นอย่างหยาบๆ อาหารแห้งและเงินจำนวนหนึ่ง
: คุณได้รับ ดาบสำริด :
: คุณได้รับ เนื้อหมูป่าแห้ง x 5 :
: คุณได้รับเงิน 10 เหรียญทองแดง :
ดาบสำริด : อาวุธเกรด ทั่วไป
คุณสมบัติ : สร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายที่มีระดับร่างกายโคจร 0 – 5 หากเป้าหมายมีค่าสถานะสูงกว่านี้ความเสียหายที่ทำได้จะลดลงอย่างมากและอาจจะลดลงจนกระทั่งไร้ผลกระทบ
ข้อมูล : ดาบที่ถูกตีขึ้นจากแร่เหล็กอย่างหยาบๆ มันสามารถหั่นผิวหนังของหมูป่าได้อย่างง่ายๆ มีความทนทานในระดับกลาง
::
เนื้อหมูป่าแห้ง : อาหารเกรด ทั่วไป
คุณสมบัติ : ช่วยฟื้นฟูพลังงานได้จำนวนหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่างกายโคจร 0-5 หากผู้ใช้มีค่าสถานะสูงกว่าผลกระทบจะลดลง
ข้อมูล : เนื้อหมูป่าที่ผ่านการตากแห้งถึงสามแดด มันสามารถเก็บไว้ได้นานจนกว่าราจะขึ้น
::
เจมส์ถือดาบสำริดไว้ในมือก่อนที่เขาจะโบกและควงมันอย่างช่ำชอง เขาดูเหมือนกับนักแสดงมืออาชีพซึ่งทักษะอันแพรวพราวของเจมส์นั้นทำให้ผู้เล่นหญิงสาวที่อยู่รอบๆปรบมือให้ด้วยความชื่นชม
“ ไม่เลว โชคดีที่ร่างกายโคจรของฉันถึงระดับสองแล้วไม่เช่นนั้นการถือดาบสำริดนี่ตลอดเวลาจะทำให้แขนของฉันระบม ”
หลังจากที่เอ่ยขอบคุณยามประจำหมู่บ้านเจมส์ก็เริ่มต้นการผจญภัยของเขา
แม้จะเป็นเวลายามค่ำคืนแต่แสงเดือนและแสงดาวก็ส่องสว่างมากพอที่จะทำให้เจมส์สามารถมองเห็นทุ่งโล่งกว้างที่ทอดยาวออกไปจนสุดสายตา
หากสังเกตให้ดีจะพบกับจุดสีส้มๆหลายสิบจุดที่กระจายอยู่บนทุ่งหญ้าซึ่งเกิดจากคบเพลิงที่ถือโดยผู้เล่น
บางครั้งจะเห็นจุดแสงเหล่านั้นโบกไสวไปมาเพราะผู้เล่นที่ถือคบเพลิงกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในขณะที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มักจะโผล่ออกมาอยู่เรื่อยๆ
จำนวนผู้เล่นที่อยู่บนทุ่งหญ้านั้นเมื่อเทียบกับจำนวนของผู้เล่นที่อยู่ในหมู่บ้านแตกต่างกันอย่างลิบลับ มันอาจจะเทียบได้กับอัตรา 1:9 ซึ่งไม่เป็นที่แปลกใจมากนักเพราะเส้นทางดวงดาวนั้นคือเกมโลกเสมือนแห่งศตวรรษ ผู้เล่นหลายคนเลือกที่จะศึกษาสิ่งต่างๆอยู่ภายในหมู่บ้านมากกว่าวิ่งโทงๆออกมาข้างนอก
อัตรานี้ยังบ่งบอกได้ว่าผู้เล่นชุดแรกเต็มไปด้วยผู้เล่นมืออาชีพที่มักจะสำรวจหาข้อมูลก่อนที่จะลงมือทำอะไร มันคือนิสัยของพวกเขา
ไม่ว่าผู้เล่นเหล่านั้นจะทำอะไรแต่ในปัจจุบันมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขา เจมส์หลับตาพร้อมกับสูดหายใจลึก ลมหายใจของเขาหอบเขากลิ่นอายของผืนดินและทุ่งหญ้า
สัมผัสกระแสสายลมที่เย็นและชื้นในยามค่ำคืนด้วยร่างกาย . . . ใครจะไปเชื่อว่านี่คือโลกกึ่งเสมือนที่วิทยาการของมนุษย์สร้างขึ้น มันเหนือจินตนาการ นั่นคือมุมมองของผู้เล่นคนอื่นๆแต่สำหรับเจมส์ นี่คือโลกกึ่งเสมือนที่มีอยู่จริง !!
เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งเจมส์ก็ลืมตาขึ้น สายตาของเขายังคงมุ่งมั่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน มันวาววับราวกับแสงดาวบนท้องฟ้า
“ เฮ้ ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่ทำให้พวกนายผิดหวัง ” เจมส์เอ่ยขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มจางๆ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มต้นที่จะวิ่ง ร่างของเขาเลือนหายไปในทุ่งหญ้าในเวลาต่อมา . . .