เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 13 วิญญาณแค้น
ตอนที่ 13 วิญญาณแค้น
หลังจากเดินลงมาจากภูเขาที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของผู้เล่นทุกคน เจมส์ก็ได้มาถึงยังพื้นที่ของหมู่บ้านเล็กๆที่ซึ่งมีเพียงไม่กี่สิบหลังคาเรือน
มองไปรอบๆจะเห็นแสงไฟสีส้มสลัวๆของโคมไฟที่ห้อยไว้บริเวณด้านหน้าของบ้านทุกหลัง มันช่วยทำให้หมู่บ้านในยามค่ำคืนไม่ดูอึมครึมจนเกินไป
บ้านเรือนแต่ละหลังสร้างขึ้นจากไม้และก้อนหินถึงแม้ว่ามันจะดูทรุดโทรมและล้าสมัยแต่ก็ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความปลอดภัยจากลมและฝน โดยรวมแล้วหมู่บ้านแห่งนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกับหมู่บ้านของชาวยุโรปก่อนยุคกลาง
เมื่อเดินมาถึงใจกลางหมู่บ้านเจมส์พบกับบ่อน้ำพุเล็กๆที่ซึ่งมีรูปสลักหินอ่อนของหญิงสาวที่ดูใจดี เขาพบว่ามีผู้เล่นจำนวนมากรวมตัวกันที่นี่
เวลานี้ควรจะเป็นราตรีที่เงียบสงัดแต่หมู่บ้านกลับเต็มไปด้วยเสียงอึกกะทึกครึกโครมจากผู้เล่นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างหนาหู น้ำพุแห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมของผู้เล่นที่ซึ่งค่อยๆจับกลุ่มกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้เล่นส่วนใหญ่จะหยุดที่น้ำพุแห่งนี้เพื่อถ่ายรูป บางคนหยุดอยู่ที่นี่เพราะเป็นจุดนัดหมายแต่ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีจุดประสงค์อะไรมันก็ได้ทำให้ลานน้ำพุใจกลางหมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่แออัดไปแล้ว
เจมส์มองดูสิ่งต่างๆโดยรอบก่อนที่เขาจะส่ายหัวพร้อมกับเผยรอยยิ้มเล็กๆ ภาพเหล่านี้ยังคงเดิมเหมือนดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา หลังจากนั้นเจมส์ก็ได้มุ่งสู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไปของเขา
หลังจากเดินตามถนนเกวียนที่ลากยาวจนพ้นเขตหมู่บ้านเจมส์ก็มาถึงยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยป้ายสุสานนับสิบ มันคือสุสานที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน
ด้วยความที่ว่าพื้นที่สุสานแห่งนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากป้ายสุสานจึงทำให้ผู้เล่นไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก พวกเขามาและจากไปอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้เล่นที่พยายามสำรวจหาความลับหรือภารกิจที่ซุกซ่อนอยู่ให้เห็นบ้างแต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็ต้องจากไปด้วยความผิดหวัง
เจมส์ไม่ได้ให้ความสนใจกับธุรกิจของคนเหล่านั้น เขาเริ่มต้นกวาดสายตาไปทั่วทั้งสุสานเพื่อมองหาบางสิ่งบางอย่าง ใช้เวลาเพียงครู่เดียวสายตาของเขาก็ตกอยู่บนแผ่นป้ายหินสลักแผ่นหนึ่งที่ซึ่งดูเก่าแก่กว่าแผ่นป้ายสุสานใดๆที่อยู่รอบๆ
เมื่อเจมส์ขยับเข้าไปใกล้ป้ายหินดังกล่าวเพียงไม่กี่ก้าว ปรากฏการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ๆก็มีควันเรืองแสงสีเงินจางๆซึมออกมาจากป้ายหิน
“ เจอแล้ว! ” เจมส์พึมพำพร้อมกับมุ่งหน้าเดินตรงไปยังแผ่นหินประหลาดอย่างไม่รีรอ
แน่นอนว่าปรากฏการณ์ประหลาดที่เจมส์พบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้เล่นทุกคนเฉพาะผู้เล่นที่ครอบครองศาสตร์จอมขลังผีร้ายเท่านั้นที่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว
เมื่อเจมส์หยุดยืนอยู่ห่างจากแผ่นหินไม่ถึงหนึ่งเมตรควันเรืองแสงก็เริ่มพวยพุ่งออกมาจากแผ่นหินมากขึ้นในขณะเดียวกันควันเหล่านั้นก็จับตัวกันเป็นร่างโปร่งแสงของหญิงสาวนางหนึ่ง
หญิงสาวมีร่างกายที่ผอมมาก มันเกือบจะเรียกได้ว่าผอมจนมีแต่หนังหุ้มกระดูก เธอสวมชุดสีขาวและผิวของเธอนั้นซีดจนน่ากลัว
หญิงสาวนั่งอยู่บนแผ่นหินเก่าแก่ เธอก้มหน้านิ่งในขณะที่เส้นผมยุ่งเหยิงสีดำยาวของเธอตกลงมาปิดบังใบหน้าทำให้ภาพการปรากฏตัวของเธอนั้นดูน่าขนลุก
“ ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก ” เจมส์พึมพำพร้อมกับจ้องมองวิญญาณหญิงสาวตรงหน้าอย่างอดไม่ได้ ต้องยอมรับว่าภาพของวิญญาณหญิงสาวนั้นน่ากลัวไม่ใช่น้อย ด้วยความสมจริงของเส้นทางดวงดาวภาพดังกล่าวอาจจะทำให้คนขวัญอ่อนช็อคไปเลยก็ได้
“ เจ้ามองเห็นข้างั้นรึ ? ” เสียงอันเย็นยะเยือกชวนขนหัวลุกดังขึ้น
ได้ยินเช่นนั้นเจมส์เพียงพยักหน้าในเชิงตอบรับ
“ ฮี่ๆ ถ้างั้นเจ้าอยากรู้ไหมว่าข้าตายยังไง ? ”
“ ไม่จำเป็น บอกมาเถอะว่าอยากให้ฉันช่วยอะไร ” เจมส์เอ่ยตัดตรงประเด็น เขารู้ว่าผีสาวตนนี้ชอบที่จะหลอกหลอนผู้เล่นให้กลัวก่อนที่จะมอบภารกิจ
ทันใดนั้นเองอยู่ๆวิญญาณหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นในฉับพลัน ผมสีดำที่ปกปิดใบหน้าของเธอกระเซิงออกมันเผยให้เห็นใบหน้าที่สยดสยอง
เบ้าตาของเธอกลวงโบ๋และมีเลือดสีแดงไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นเธอยังฉีกยิ้มจนกระทั่งมุมปากฉีกไปถึงใบหู พร้อมกันนั้นกลิ่นสาปเน่าเหม็นก็ระเบิดออกมาชวนให้ผู้ที่อยู่ใกล้นั้นสะอิดสะเอียน
เจมส์นิ่งอึ้งไปชั่วเวลาหนึ่งก่อนที่เขาจะกรีดร้องออกมา “ น่ากลัวเกินไปแล้ววว !! ไม่ ! อย่าหลอกฉัน ”
หลังจากสิ้นเสียงเขาก็เปลี่ยนท่าทีในฉับพลันพร้อมกับจ้องมองไปยังวิญญาณสาวตรงหน้าด้วยดวงตาที่ไม่แยแส
“ พอใจไหม ? ”
สถานการณ์พลิกกลับอย่างไม่ทันคาดคิด เมื่อเห็นปฏิกิริยาของชายหนุ่มผีสาวกลายเป็นผู้ที่นิ่งอึ้งแทน เธอเหม่อไปครู่หนึ่งก่อนที่จะก้มหน้ากอดเข่าอย่างสังเวช
“ เจ้าทำให้ข้าเสียความมั่นใจ ” ผีสาวเอ่ย เสียงของเธอสั่นคล้ายกับกำลังจะร้องไห้
เจมส์เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ “ เอาเถอะ ฉันแตกต่างจากคนอื่นๆ เธอทำให้ฉันกลัวไม่ได้หรอก แต่เมื่อกี้เธอก็หลอกได้สุดยอดแล้วล่ะนะ ”
“ ข้า. . . ข้าทำได้ดีแล้วจริงเหรอ ? ” ผีสาวเอ่ยเสียงอ่อน ในครั้งนี้เธอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งแต่ใบหน้าที่ปรากฏนั้นเป็นใบหน้าของหญิงสาวที่มีความสวยงาม ดวงตาของเธอเป็นประกายและรอยยิ้มที่เธอแสดงให้เห็นนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ อื้ม จริงๆแล้วถ้าเมื่อกี้เธอเงยหน้าพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆในพริบตาจะช่วยทำให้การแสดงของเธอน่ากลัวขึ้นมากกว่านี้นะ ” เจมส์เอ่ยคำแนะนำพลางเกาหัว นี่ฉันต้องมาปลอบใจวิญญาณสาวเพื่อให้เธอมีอารมณ์มอบภารกิจเหรอเนี่ย !!?
ได้ยินคำแนะนำวิญญาณสาวก็ส่งเสียงครวญครางเล็กๆออกมาราวกับว่าเธอได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้น
“ งั้นข้าขอลองอีกรอบได้ไหม เจ้าช่วยบอกด้วยนะว่ามันเป็นยังไง ”
ตอนนี้ฉันกลายเป็นคู่ซ้อมให้เธอแล้วเหรอ . . .
แฮ่ !
“ ไม่ๆ เธอส่งเสียงแบบนี้ไม่ได้ ”
ฮ่า !
“ โอ้ นี่เธอจะหลอกหรือจะเช็คกลิ่นปาก ? ”
ฮู่ว ! ฮี่ ! ยี๊ฮ๊า !
“ เอาล่ะๆ ฉันคิดว่าเธอไม่จำเป็นต้องส่งเสียงหรอก แค่แสดงอย่างเงียบๆก็พอ ” เจมส์เอ่ยพร้อมกับเอามือกุมขยับ ต้องยอมรับว่าบุคลิกที่แท้จริงของผีสาวตนนี้เหนือความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง
หลังจากที่วิญญาณผีสาวได้ซ้อมหลอกอยู่หลายรอบในที่สุดเธอก็แสดงให้เห็นร่องรอยของความพึงพอใจ เมื่อเห็นเช่นนั้นเจมส์ก็ได้แต่กรอกตามองบนพร้อมกับเผยรอยยิ้มเหยเก
“ ขอบคุณเจ้ามากๆ ตอนนี้ข้ารู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะเลย ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับชูสองมือราวกับว่าเธอกำลังภูมิใจในความสำเร็จ
“ มาเถอะ ข้าจะมอบภารกิจให้เจ้า ข้าอยากให้เจ้าช่วยเติมเต็มความปราถนาก่อนตายให้กับข้า. . . ”
:: ค้นพบภารกิจพิเศษ วิญญาณแค้นดาริน ::
ช่วยดารินเติมเต็มความปราถนาก่อนตาย ตามหาดอกไม้วิญญาณสามฤดูและนำมันมามอบให้ดาริน ความยาก : B รางวัล : ทักษะพิเศษ ศาสตร์จอมขลังผีร้าย