เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 26
ตอนที่ 26
ในขณะที่มอนสเตอร์ทั้งหมดให้ความสนใจกับโล่โลหะที่ส่องแสงอย่างน่าดึงดูด เทพสะท้านฟ้าและผู้เล่นที่มีนามเรียกว่าสิงหากันยาก็เริ่มต้นการโจมตี
ดาบสะบั้นกายา ! เทพสะท้านฟ้าคำรามในขณะที่เงื้อดาบขึ้นเหนือหัว ผลของทักษะทำให้ใบดาบสีเงินหมองนั้นเกิดแสงสีแดงอ่อนๆเรืองออกมา
-371
ซอมบี้ตัวหนึ่งถูกฟันเข้าอย่างจังแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นทำให้แค่เพียงสร้างรอยแผลเล็กๆขึ้นบนร่างกายที่น่าสยดสยองของมันเพียงเท่านั้น
-121
-136
หลังจากนั้นเทพสะท้านก็ทำการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับผู้เล่นที่มีนามเรียกว่าสิงหากันยาก็ตวัดกระบี่ในมือเพื่อโจมตีซอมบี้ตรงหน้าด้วยความคล่องแคล่ว
สิงหากันยานั้นครอบครองศาสตร์กระบี่ร่ายรำ ทักษะเริ่มต้นของศาสตร์นี้นั้นคล้ายคลึงกับศรทะลวงฟ้า มันเป็นทักษะประเภทติดตัวที่เรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อครบเงื่อนไขที่กำหนด
-101
-96
-107 -85
จะเห็นได้ว่าในบางครั้งตัวเลขความเสียหายที่สิงหากันยาทำได้นั้นจะเกิดครั้งสองครั้งในคราวเดียว ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นมาจากผลของทักษะกระบี่วารีโหยหวน เมื่อผู้เล่นทำการโจมตีทั่วไปจะมีโอกาสก่อให้เกิดค่าความเสียหายเพิ่มเติม
ในขณะนี้ซอมบี้กำลังรุมล้อมโล่ปราการทั้งสองคนโดยที่ไม่สนใจอย่างอื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปซอมบี้บางตัวก็เริ่มหันไปให้ความสนใจกับผู้เล่นที่สร้างความเสียหายให้กับมันเป็นจำนวนมาก
โล่ปราการไม่ได้ให้ความสนใจกับซอมบี้ที่หันไปโจมตีผู้เล่นที่สร้างความเสียหายระยะประชิด หน้าที่ของโล่ปราการนั้นมีเพียงแค่การรักษาแนวขบวนทัพเพียงเท่านั้น ถ้าหากไม่จำเป็นพวกเขาจะไม่เข้าไปช่วยเหลือผู้เล่นคนอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในแนวขบวน
ในทันทีที่มีซอมบี้พยายามที่จะวิ่งเข้าไปในแนวขบวนรบด้านใน โล่ปราการก็กระแทกโล่ใส่ซอมบี้ตัวนั้นเพื่อดึงให้มันกลับมาโจมตีตนเองต่อไป
บทบาทที่สำคัญไม่แพ้กันนั้นยังคงทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้นอยู่ทางด้านหลังสุดของขบวนรบ ผู้เล่นหญิงและชายสองคนท่องบทสวดอย่างไม่เคยรู้จักเหน็ดเหนื่อย แน่นอนว่าพวกเขาคือผู้รักษาที่คอยประคับประคองชีวิตของผู้เล่นทุกคน
+23%
+25%
แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นเหนือหัวของโล่ปราการ บาดแผลที่ปรากฏขึ้นสมานตัวอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตของพวกเขาฟื้นคืนกลับมาอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 80% นี่คือความสามารถของศาสตร์ผู้รักษา ทักษะฟื้นร่างคืนชีวิต
การต่อสู้เป็นไปอย่างสบายๆเมื่อเวลาผ่านไปซอมบี้บางตัวก็ล้มลงและแน่นิ่งไป หากว่าไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกลุ่มของซอมบี้จะถูกล้างออกในที่สุด
ขณะนี้มีผู้เล่นเพียงคนเดียวที่ยังไม่เคลื่อนไหว มันเป็นชายหนุ่มที่แต่งตัวคล้ายกับพรานป่าซึ่งไม่ใช่ใครอื่น
เจมส์มองดูการต่อสู้ของผู้เล่นกลุ่มนี้อย่างเงียบๆอยู่ทางด้านข้างของสนามรบซึ่งผลที่ออกมานั้นไม่ได้เหนือความคาดหมายเลย ถ้าหากว่ากลุ่มของมินาเสะไม่สามารถเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์คลื่นแรกได้พวกเขาก็คงจะไม่ใช่กิลด์จัสติคที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีต
“ เห้ เมื่อไหร่นายจะมาช่วยพวกเรา ? ” ในระหว่างที่รอเวลานับถอยหลังเพื่อใช้ทักษะอีกครั้ง ไฟสวรรค์ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คมชัด
คำถามของไฟสวรรค์นั้นดังมากพอที่จะได้ยินถึงหูของผู้เล่นทุกคนซึ่งมันทำให้ความสนใจทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่ชายหนุ่มผู้ตกเป็นจำเลย
แม้ว่าผู้เล่นทั้งหมดจะยุ่งอยู่กับการทำหน้าที่ของตนเองแต่เจมส์ก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศของความขุ่นเคือง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก
“ ฉันยังไม่มีแผนที่จะทำอะไรในเวลานี้ ” เจมส์เอ่ยสั้นๆ
“ ไอ้ ! ” เมื่อได้ยินคำตอบไฟสวรรค์ก็โพล่งขึ้นด้วยความฉุนเฉียว
การที่เจมส์นั้นยังไม่ได้เคลื่อนไหวไม่ใช่เพราะเขาหยิ่งแต่มันเป็นเพราะเขาต้องการเห็นถึงระดับฝีมือในปัจจุบันของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทพสะท้านฟ้าและมินาเสะที่ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพโดดเด่น
หลังจากที่เฝ้าดูอยู่ครู่หนึ่งเจมส์ก็สรุปได้ว่าคนเหล่านี้ไม่มีพื้นฐานในการต่อสู้เบื้องต้นเลย พวกเขารู้จักเพียงแค่จังหวะการหลบหลีกและจังหวะในการโจมตี ในส่วนของผู้เล่นที่โจมตีระยะไกลนั้นเจมส์ไม่มีความคิดเห็น เพราะยังไม่มีสถานการณ์ใดๆที่จะทำให้เจมส์สามารถวิเคราะห์ความสามารถของผู้เล่นเหล่านั้น
อย่างไรก็ตามมินาเสะเป็นเพียงคนเดียวที่เจมส์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ในช่วงของการต่อสู้เจมส์ก็ได้สังเกตเห็นทักษะความสามารถของเธอ ถ้าหากว่าไม่มีมินาเสะคอยประจำอยู่ในแนวรบที่สองป่านนี้ขบวนรบจะพังทลายลงไปแล้ว
มีหลายครั้งที่ซอมบี้หลุดรอดจากการป้องกันของโล่ปราการแต่มันก็ถูกมินาเสะขัดขวางเอาไว้โดยที่เธอใช้ธนูฟาดโจมตีในระยะประชิดเพื่อดึงความสนใจ นอกจากนี้เธอยังสามารถเคลื่อนที่หลบหลีกการโจมตีของมอนสเตอร์ในพื้นที่แคบๆได้อย่างไร้ที่ติ การกระทำของเธอทำให้ไม่มีซอมบี้ตัวใดสามารถทะลุเข้าไปทำร้ายจอมธาตุหรือผู้รักษาได้แม้แต่ตัวเดียว
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามินาเสะมีทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างดีแม้ว่าจะไม่ใช่ระดับยอดฝีมือแต่ก็เรียกได้ว่าเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป
แม้ว่าจะไม่มีการปรากฏตัวของเขาเข้ามาเกี่ยวข้องเจมส์ก็เชื่อว่าผีเสื้อจันทราจะเฉิดฉายขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเวลาผ่านไปอีกยี่สิบนาทีในที่สุดซอมบี้ตัวสุดท้ายก็ล้มลง ศพของมันสลายกลายเป็นละอองแสงซึ่งแตกต่างจากมอนสเตอร์ที่อยู่ด้านนอก
ภายในดันเจี้ยนมอนสเตอร์ที่ทิ้งซากศพไว้เมื่อตายลงจะมีเพียงมอนสเตอร์พิเศษหรือมอนสเตอร์ที่เป็นบอสของดันเจี้ยนเท่านั้น สำหรับมอนสเตอร์ทั่วไปที่อยู่ในดันเจี้ยนเมื่อตายลงศพของพวกมันจะหายกลายเป็นละอองแสง
แต่แน่นอนว่าเมื่อผู้เล่นสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนได้แล้วระบบจะมอบวัตถุดิบและละอองดาวทั้งหมดที่ได้รับจากการสังหารมอนสเตอร์ทั่วไปคืนให้กับผู้เล่น โดยระบบจะแบ่งสันปันส่วนให้กับผู้เล่นทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ผู้เล่นใช้ช่องโหว่นี้ในการล่ามอนสเตอร์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากโดยที่ไม่ต้องเคลียร์ดันเจี้ยน
การต่อสู้จบลงแล้ว ผู้เล่นหลายคนนั่งลงและพิงกับผนังถ้ำราวกับว่าพวกเขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการทำงานหนัก
มันเป็นการต่อสู้ที่ไม่เหนื่อยแต่ก็ตรึงเครียด ความผิดพลาดเล็กๆน้อยอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงและมีโอกาสที่จะทำให้ปาร์ตี้ถูกล้างออก ในทุกๆวินาทีที่อยู่ในการต่อสู้พวกเขาไม่สามารถผ่อนคลายได้เลย
เมื่อไม่ต้องใช้สมาธิในการต่อสู้แล้วทุกคนก็หันมาให้ความสนใจกับประเด็นที่ว่าแขกของพวกเขานั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย
“ ผมต้องการถอนตัว ”ไฟสวรรค์เอ่ย เขาไม่พอใจกับการกระทำของชายหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมากแม้ว่าชายคนนี้จะเป็นเพื่อนของผู้ว่าจ้างแต่การกระทำของเขาก็มากเกินไป
คำพูดของไฟสวรรค์ก่อให้เกิดคลื่นกระทบต่อผู้เล่นคนอื่นๆ พวกเขาเองก็รู้สึกไม่พอใจเช่นเดียวกัน หลายคนกำลังจะประท้วงแต่ก่อนหน้านั้นเทพสะท้านฟ้าก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน
“ เติ้ลไม่เสียมารยาท “ เทพสะท้านฟ้าส่งเสียงตำหนิไฟสวรรค์ เขาเรียกไฟสวรรค์โดยใช้ชื่อเล่นซึ่งนั่นหมายความว่านี่เป็นเรื่องที่สำคัญ
เมื่อเห็นสายตาของเทพสะท้านที่ซึ่งเป็นบุคคลที่ไฟสวรรค์นั้นให้ความเคารพดังเช่นพี่ชายแท้ๆ ไฟสวรรค์ก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจก่อนที่จะเอ่ยขึ้น “ ผมขอตัวไปควบคุมอารมณ์หน่อยแล้วกัน ” เมื่อเอ่ยสิ้นไฟสวรรค์ก็ลุกเดินออกไปและนั่งลงอย่างเงียบๆที่บริเวณด้านหลัง
“ อย่าถือสาเจ้านั่นเลย วัยรุ่นก็อารมณ์ร้อนแบบนี้แหละ ” เทพสะท้านฟ้าเอ่ยกับเจมส์
เจมส์พยักหน้าอย่างไม่ถือสาเพราะต้นเหตุนั้นมาจากการกระทำที่เสียมารยาทของเขา เช่นเดียวกันแม้ว่าเทพสะท้านฟ้าจะตำหนิผู้เล่นคนดังกล่าวแต่เจมส์ก็รู้สึกถึงความไม่พอใจที่เทพสะท้านฟ้ามีต่อเขา แม้ว่าอารมณ์ความไม่พอใจนั้นจะถูกซุกซ่อนและแสดงออกมาให้เห็นเพียงน้อยนิดแต่มันจะหลุดรอดจากความรู้สึกของชายผู้ที่เคยมีประสบการณ์สองชีวิตได้อย่างไร
ความไม่พอใจของกลุ่มผู้เล่นที่เกิดขึ้นทำให้บรรยากาศของปาร์ตี้ดูขมุกขมัว แน่นอนว่ามินาเสะไม่ใช่คนโง่เธอรู้ว่าผู้เล่นในปาร์ตี้นั้นรู้สึกอย่างไรในปัจจุบันแต่เธอก็เลือกที่จะเงียบ เธอเชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง เธอเชื่อว่าชายคนนี้ไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำอะไรเล่นๆ เขามีจุดประสงค์และเธอก็กำลังเฝ้าคอยการแสดงของเขา
ในที่สุดเจมส์ก็เริ่มต้นการย้าย เขาเดินไปหามินาเสะในขณะเดียวกันสายตาของเจมส์ก็เหลือบมองไปยังเทพสะท้านฟ้าเป็นนัยราวกับจะบอกว่าสิ่งที่เขากำลังจะเอ่ยนั้นเกี่ยวข้องกับเทพสะท้านฟ้าด้วยเช่นกัน
“ ด้วยความเร็วในการเคลียร์มอนสเตอร์ของเรา เราจะไม่สามารถเคลียร์ดันเจี้ยนได้แม้ว่าจะผ่าไปสองวัน ฉันอยากให้เธอมอบอำนาจสั่งการให้ฉัน ” เจมส์เอ่ยขึ้น เขารู้ว่ามินาเสะเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้ผู้เล่นคนอื่นๆเชื่อฟังคำสั่งของเขา
“ ปรากฏว่าเขาต้องการที่จะแสดงความสามารถ. . . เพื่ออะไร ? ” เทพสะท้านฟ้าพึมพำขึ้นภายในใจ แม้ว่าจะไม่พอใจแต่เทพสะท้านฟ้าก็ไม่ขัดข้อง เขารู้ว่าผู้ว่าจ้างของเขานั้นมีบุคลิกเช่นไร ถ้าหากทุกสิ่งแย่ลงมินาเสะจะเป็นผู้ที่จัดการชายคนนี้เอง
มินาเสะประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอแต่แล้วเธอก็กลับคืนความสงบดังเดิมราวกับว่าการกระทำของชายคนนี้ยังอยู่ในขอบเขตที่เธอคาดหวังเอาไว้
มินาเสะพยักหน้าในเชิงอนุมัติก่อนที่จะเอ่ย “ เอาล่ะ ฉันยอมรับคำขอและจะประกาศเรื่องนี้กับทุกคน ”
—